facebook-icon Twitter-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

จีบ ครั้งที่ 1 : คนน่ารัก

ชื่อตอน : จีบ ครั้งที่ 1 : คนน่ารัก

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 8.9k

ความคิดเห็น : 8

ปรับปรุงล่าสุด : 10 มิ.ย. 2563 10:19 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
จีบ ครั้งที่ 1 : คนน่ารัก
แบบอักษร

 

 

 

ในปี ค.ศ 2020 เป็นปีที่เทคโนโลยีกำลังรุ่งโรจน์เลื่องลือเป็นอย่างมาก มองไปทางไหนก็มีแต่คนใช้สมาร์ทโฟน ใช้ 4G ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าทุกคนนิยมใช้กันทั่วโลกในยุคสมัยนี้ เพราะเป็นเทคโนโลยีที่ทันสมัยในการใช้ติดต่อสื่อสารกัน ไม่ว่าคนที่อยู่ห่างไกลกันแค่ไหนก็ไม่ต้องกังวล ไม่ต้องทนคิดถึงอยากเห็นหน้า

เพียงแค่กดโทรหาก็เหมือนกับคนที่เรารักมาอยู่ข้าง ๆ กันในทุกช่วงเวลา ผมเข้าใจ ถึงความเป็นมาในทุก ๆ สิ่งที่ถูกสร้างขึ้น แต่มีอยู่สิ่งเดียวที่ผมไม่เข้าใจเลยก็คือ ต่อให้โลกใบสีน้ำเงินของเราจะก้าวกระโดดไปสักเพียงใด แล้วทำไม! คนน่ารักถึงต้องให้ผมส่งจดหมายไปคุยกับเขากัน ทำไม? ผมไม่เข้าใจในยุคนี้เนี่ยนะ ผมต้องการคำอธิบาย

ย้อนไปเมื่ออาทิตย์ที่แล้ว

วันนี้เป็นวันที่ผมออกมารับน้องที่ต่างจังหวัด ซึ่งคณะผมและคณะข้างเคียงมารับน้องที่ทะเลร่วมกันเป็นครั้งแรก  และนั่นเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้ผมเจอคนน่ารัก เขาสะดุดตาผมตั้งแต่แรกพบ

ไม่ว่าเขาจะย่างเท้าเดินด้วยใบหน้านิ่ง ๆ ขนาดไหน แต่ด้วยใบหน้าที่น่ารักของเขา ถึงหน้าเขาจะนิ่งเพียงใด มันก็ยังคงงดงามอยู่เสมอ ผมก็ไม่รู้ทำไมทั้ง ๆ ที่อยู่คณะข้างกัน มีบางตัวที่เรียนเซคเดียวกัน แต่ทำไมผมถึงไม่เคยเจอเขาคนนั้นก็ไม่รู้

"เธอ เธอ" ผมร้องเรียกคนน่ารักที่เดินอยู่ไม่ไกลจากผม เขาหันมาทำหน้างงใส่ผม ดูสิขนาดทำหน้างงยังน่ารักเลยคนอะไร โดนใจผมไปเต็ม ๆ

ผมมัวแต่เพลิดเพลินกับใบหน้าที่น่ารักของเขาอยู่นานสองนาน โดยที่ไม่เอ่ยพูดอะไรออกไป ในเมื่อผมเงียบเขาจึงพยายามจะเดินต่อ ผมเลยร้องเรียกเขาอีกครั้งให้มันดังก้องกังวานกว่าเดิมเมื่อผมรู้สึกตัว

"เธอ เธอ! คนน่ารักตรงนั้นน่ะ หยุดหน่อยครับ!" เอ่อ ดูเหมือนว่าผมจะตะโกนดังไป จึงทำให้คนที่กำลังเดินอยู่บริเวณนั้นพร้อมใจกันหยุดและใช้สายตาของพวกเขามองมาที่ผมเพียงผู้เดียว

"เอ่อ ขอโทษครับ" ผมกล่าวขอโทษออกไปที่ทำให้ทุกคนเสียเวลา

คนน่ารักตรงนั้นเขาจ้องมาที่ผมเหมือนรอฟังในสิ่งที่ผมจะพูด แต่ในเมื่อมันเป็นแบบนี้ผมก็ไม่กล้าที่พูดออกมา พวกเขาทั้งหมดจึงเริ่มออกเดิน รวมถึงคนน่ารักคนนั้นด้วย

"เอาว่ะ พรุ่งนี้ยังมี"

วันต่อมา

เป็นอีกครั้งที่ผมเห็นเขานั่งกินข้าวคนเดียว เมื่อวานก็ยังเดินคนเดียว ตั้งแต่มาถึงค่ายผมก็มักจะเห็นเขาอยู่คนเดียวตลอด เหงาเกินไปหรือเปล่านะ ชั่งเป็นคนที่น่าสนใจจริง ๆ นอกจากใบหน้าที่น่าสนใจ ก็ยังมีบรรยากาศเหงา ๆ ของเจ้าตัวนั่นแหละที่น่าสนใจเป็นอันดับสอง

"ขอนั่งด้วยคนได้ไหมคนน่ารัก" ผมเดินเข้าไปหาเขาเพื่อที่จะนั่งกินข้าวด้วย ผมอยากทำให้เขาไม่ต้องรู้สึกเหงาเพราะมีผมอยู่

"........" คนน่ารักเงยหน้าขึ้นมามองผมอย่าง งง ๆ สักพักก็ก้มหน้าลงไปกินข้าวตามเดิม

"ตกลงผมนั่งด้วยได้ไหม" ผมถามอีกครั้งเพื่อความมั่นใจ ไอ้ผมก็ไม่ค่อยกล้าซะด้วยสิ

".........." คนน่ารักก็ยังเพิกเชยต่อผม ฮึก มันเจ็บกระดองใจ

"โอเค ผมนั่งกินด้วยละกัน"

พรึบ!

งงเลยสิ เขาเงยหน้ามามองผมเหมือนจะสื่อว่า ใครอนุญาต แต่ใครสนก็ผมอยากนั่ง ใครจะทำไม ถ้าคนน่ารักอยากลงโทษผมก็ลงโทษกันด้วยปากสิ มามะ ผมพร้อมแล้ว หึ ๆ

"แล้วนี่คนน่ารักชื่ออะไร" ผมพยายามจะตีสนิทกับคนน่ารัก แต่เขาไม่ตอบผมเลย แม้แต่นิดนึงก็ไม่มี

".........." หิวมากเลยหรอ ถึงรีบกินแบบนั้นเดี๋ยวก็สำลักหรอก ค่อย ๆ กินก็ได้ น่าเอ็นดูจัง ความน่าเอ็นดูของเขาทำให้ผมอยากมองใบหน้าเขาแบบนี้ไปนาน ๆ จึงทำให้ข้ามฟ้ายกแขนแกร่งที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามของเจ้าตัว ขึ้นมารองใต้คางเอาไว้กับโต๊ะ โดยที่สายตาจ้องมองไปที่แก้มทั้งสองข้าง ที่กำลังอมอาหารอยู่ในนั้น อยากได้มาเลี้ยงจังเลยครับ

แต่มันเป็นเพียงความรู้สึกของผมที่อยู่ข้างใน การที่จะเข้าไปถึงใจเขา ผมต้องทำให้เขายอมคุยกับผมเสียก่อน ผมก็คงยังไม่ย่อท้อที่จะคุยกับเขา ขึ้นชื่อว่าไอ้ข้ามแล้วเรื่องตื้อนี่ขอให้บอก ตื้อเท่านั้นที่จะครองคนน่ารัก

"ทำไมเราเรียนเซคเดียวกัน ผมถึงไม่เห็นเจอเธอคนน่ารักเลยล่ะ"

หน้าตาน่ารักแบบนี้ไม่มีทางรอดสายตาไอ้ข้ามคนนี้ไปได้หรอก เรื่องจริงนะ ผมพูดจริง ๆ ใครน่ารักผมเห็นหมด ผมเหมือนจีพีเอสดี ๆ นี่เอง รู้ไปหมด แต่มีสิ่งเดียวที่ผมไม่เคยรับรู้เลยก็คือการมีคนน่ารักแบบเขาอยู่ในมหาลัยด้วยไงล่ะ

คนน่ารักแบบเขามีถมเถไป แต่เขาคนนี้แตกต่างจากคนอื่นเป็นอย่างมาก ผมก็อธิบายไม่ถูกเหมือนกันว่าต่างจากคนอื่นตรงไหน แต่มันมีบางสิ่งบางอย่างในตัวเขาที่ดึงดูดผมตั้งแต่แรกเห็น

ที่เขาเรียกว่ารักแรกพบก็คงจะจริง เมื่อก่อนเคยมีคนพูดว่าเจอคนนี้แล้วเหมือนรักแรกพบ ตอนนั้นผมโครตตลกเลย ที่คนนั้นคิดว่าคนที่เจอกันเพียงครั้งเดียวนั้นคือรักแรกพบ

ผมไม่เชื่อว่ามันมีจริงเพราะผมไม่เคยรับรู้ว่ามันมีหน้าตาเป็นยังไง แต่จนเมื่อมาพบกับตัวเองผมถึงเข้าใจว่ารักแรกพบที่เขาว่ากันหน้าตามันเป็นยังไง มันก็หน้าตาเหมือนคนตรงหน้าผมนี่ไง หน้าตาแบบนี้เลยรักแรกพบของผม

เคร้ง! คนน่ารักเงยหน้าขึ้นมามองผม ในตอนที่ผมเอ่ยคำว่าเธอออกมา ถึงกับช้อนร่วงเลยหรอ ดูสิดูตอนนี้สิ เขาทำหน้าตา หน้าเหมือนแมวงงเลย น่ารัก ผมเป็นคนแพ้ความน่ารักแพ้ของขาว แพ้ตากลม ๆ แพ้แก้มป่อง ๆ แพ้คนหน้าแมว สรุปว่าผมแพ้คนน่ารัก แบบยัยคนน่ารักนี่เลย

พรึบ !

"อะ...อ่าว"

คนน่ารักลุกขึ้นจากโต๊ะ แล้วเดินจากผมไปโดยที่ไม่ลาสักคำ เธอไปไม่ลาสักคำไม่ทันได้เตรียมใจ มันกินข้าวไม่ได้ ฮืออ จำไว้เลยนะยัยคนใจร้าย งั่ม ๆ งั่ม ๆ กินข้าวไม่ได้เลยเห็นไหม งั่ม ๆ แต่มันก็อร่อยดีเหมือนกันแฮะ

เช้าวันที่สองที่ผมอยู่ค่ายรับน้อง

ผมว่าผมกับคนน่ารักต้องเป็นเนื้อคู่กันแน่ ๆ เลย ไปที่ไหนก็เจอดูสิขนาดมาอาบน้ำยังยืนอาบข้างกันเลย คิดดู

"คนน่ารัก เธอ ยัยเธอ" คนน่ารักหันหน้าไปมาเพื่อมองหาว่าผมเรียกใคร

"เธอนั่นแหละ จะหันไปหาใคร ผมเรียกเธอนั่นแหละ" ผมเลยจิ้มไปที่ต้นแขนของคนน่ารัก หือ นุ่มอยากได้ เพื่อบอกว่าผมเรียกเขา

"........." อะ...อ่าวทำไมถึงเร่งสปีดในการอาบน้ำแบบนั้นล่ะ

"กลัวผมหรอ ผมไม่ใช่โรคจิตนะ ผมแค่อยากคุยกับคนน่ารักเฉย ๆ ผมถูกชะตาอยากรู้จักน่ะ"

".........." เงียบอีกแล้ว ยิ่งผมพูดเท่าไหร่ ความไวในการอาบน้ำของเขายิ่งเร็วมากขึ้นเท่านั้น

กระซิก หน้าแห้งเลยทันทีทันใด ในเมื่อเขาไม่เคยคิดที่จะสนใจผมคนนี้เลย หึ งอน

".........."

ผมหันหลังให้เขาและพยายามชำเลืองมองเขาด้วยหางตา เพื่อให้รู้ว่าผมงอลอยู่นะ แต่เขาไม่แม้ที่จะหันมามอง  ไม่ง้อผมจริงหรอ ไม่ง้อจริงดิคนน่ารัก เหอะ! หายงอนก็ได้ งอนเองหายเองนักเลงพอเข้าใจปะ

ใช้เวลาไม่นานคนน่ารักก็อาบน้ำเสร็จ จึงเตรียมตัวที่จะออกไปให้พ้นจากตรงนี้ ตึก ตึก ตึก เสียงฝีเท้าก้าวเดินออกจากบริเวณนี้อย่างเร่งรีบ

หือ ทำไมคนน่ารักอาบน้ำเสร็จเร็วจัง ไม่ได้การละต้องรีบอาบจะปล่อยให้คนน่ารักกลับที่พักคนเดียวไม่ได้ ซ่า พออาบขันเดียวพอ แค่ใจสะอาดน้ำไม่ต้องอาบมากก็ได้

เมื่อผมอาบน้ำเสร็จจึงรีบติดจรวจวิ่งตามคนน่ารักไปทันที หายไปไหนแล้วนะไวจริง อยู่นั่นไงหลังขาว ๆ อยู่นั่น ฟิ้ววว  ข้ามฟ้าออกตัววิ่งเร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้

แฮ่ก ๆ ถะ...ถึงสักที

ตึก ตึก ตึก ผมค่อย ๆ ชะลอความเร็วลงและพยายามเดินเคียงข้างเขา "คนน่ารักตัวก็นิดนึงทำไมถึงเดินไวจัง"

"........" คนน่ารักหยุดเดิน แล้วหันมาจ้องหน้าผมคล้ายมีคำถามมากมายที่อยากจะถามออกไป แต่ก็ไม่ยอมพูด แถมยังเอาตาบ๊องแบ๊วนั้นมาจ้องผมอีก อย่ามาผมด้วยสายตาน่ารักแบบนั้นนะ

หมับ! ผมเอื้อมไปจับมือเขาเมื่อเขาเริ่มออกเดินอีกครั้ง

"ขอโทษ ๆ ปล่อยแล้ว เลิกมองด้วยสายตาเหมือนรำคาญผมสักที ผมอยากรู้จักคนน่ารักจริง ๆ นะ พูดตอบผมสักนิดก็ยังดี ถ้าคนน่ารักไม่พูดหรือชอบพิมพ์งั้นผมขอเบอร์หน่อยได้ไหม"

ขวับ คนน่ารักหันหน้าหนีแล้วเดินจากผมไป โดยที่ไม่แม้แต่จะสนใจผมเลย

"จะรีบไปไหนรอผมด้วย คนน่ารักนะคนน่ารัก ไม่เคยมีใครปฏิเสธผมเลยนะ แต่เธอเป็นคนแรกเลยนะ ยัยคนน่ารัก"

เช้าวันต่อมา

วันนี้เป็นวันที่จะต้องเดินทางกลับมหาวิทยาลัย ผมก็ยังไม่ได้ยินเสียงเขาสักคำเช่นเคย ผมเห็นก็แต่ใบหน้าน่ารักที่กำลังทำตาปรือ ๆ อยู่ตอนนี้

ตอนแรกผมก็อยากจะเดินเข้าไปนั่งกับคนน่ารักนะ แต่พอเขาเห็นผมเท่านั้นแหละ คนน่ารักก็ยกสัมภาระมาว่างไว้ที่เบาะข้าง ๆ เขาทันที เลยทำให้ผมต้องนั่งตรงข้ามเขาแทน

ฮือ ผมเสียใจ ที่โดนคนน่ารักรังแกหัวใจดวงน้อย ๆ ของผม จำไว้เลยนะคนน่ารัก ถ้าวันใดวันนึงตกมาเป็นของเขาแล้วล่ะก็ เขาจะ เขาจะ เขาจะ ประคบประงมดูแลเธอดี ๆ เลยคนน่ารัก

มหาวิทยาลัย

"อือ ถึงสักที หลับไปตั้งแต่ตอนไหนวะ แล้วคนน่ารักลงไปยัง อ๋อ ลงไปแล้ว"

ขวับ

"ห๊ะ! ลงไปแล้ว!" ไม่ได้การละต้องรีบ ต้องรีบ

ผมรีบก้าวขาลงมาจากรถอย่างรวดเร็ว เพื่อวิ่งตามคนน่ารัก แต่ว่าเดินไปทางไหนแล้วนะ ผมหันไปรอบ ๆ เพื่อหาคนน่ารัก นั่นไงเจอแล้ว

"คนน่ารักหยุดก่อน หยุ๊ดก่อน!!!" ผมใช้เสียงตะโกนเรียกออกไปแทน เพราะผมวิ่งไม่ไหวแล้ว

คนน่ารักหันกลับมามองผมด้วยใบหน้างง ๆ

โอ๊ย น่ารัก "หยุดอยู่ตรงนั่นก่อนนะ รอผมแป๊บ"

เขาหยุดตามที่ผมบอก ผมค่อย ๆ ก้าวไปหาคนน่ารักทีละนิด ทีละนิด จากระยะทางที่มันไกลกับใกล้ลงเรื่อย ๆ เมื่อผมเป็นฝ่ายเดินเข้าไปหาเขา ต่อให้ระยะทางมันจะไกลสักแค่ไหน แต่เมื่อเราตั้งใจที่จะไปถึงปลายทางที่มีเขารออยู่ ยังไงมันก็ใกล้เสมอ

"จะกลับบ้านหรอ"

" ........... " อย่าเอาแต่มองหน้าผมสิ

"กลับด้วยกันไหม" นี่เป็นอีกความกล้าหน้าด้านของผม ที่กล่าวออกไปถึงแม้เขาจะไม่ต้องการก็ตาม

ข้ามฟ้าพูดออกไปด้วยความจริงใจ ผมเหมือนเห็นดวงตาคนน่ารักที่มีนัยน์ตาเหงา ๆ ของเขาสั่นไหว คล้ายว่าความดีใจอะไรสักอย่าง

ในตอนนี้ผมก็คงจะเข้าใจเขามากขึ้น ว่าทำไมเขาถึงดูเหงาขนาดนี้ อาจเป็นเพราะเขาไม่พูดเลยไม่มีคนกล้าเข้าหาเขา ถึงได้ดูเหงาขนาดนี้ แต่ไม่เป็นไรต่อไปนี้คนน่ารักจะไม่เหงาอีกต่อไปแล้วนะ

"......." คนน่ารักไม่ตอบ แต่เขาทำเพียงแค่หันหลังกลับ พร้อมก้าวขาเดินออกไปอย่างช้า ๆ คล้ายว่ากำลังตอบรับคำเชิญของผม หึ ก็ใจดีเหมือนกันนิ

ในโลกที่มีแต่ความเงียบเหงาของคนน่ารัก มันคงจะไม่เหงาอีกต่อไป เมื่อมีคนเข้ามาเติมเต็มในสิ่งที่ขาดหาย ให้คนที่ชีวิตดูไม่มีชีวิตชีวากับมาสดใสขึ้นอีกครั้ง เมื่อพบกับเขาคนนั้นคนบ้าคนนึง

ตลอดทางที่ผมเดินมาส่งคนน่ารักสองข้างทางมันชั่งเปลี่ยวมาก คนน่ารักอยู่ไปได้ยังไง เวลากลับกลางค่ำกลางคืนล่ะ จะทำยังไง ไม่กลัวบ้างเลยหรอ ทำไมถึงทำตัวให้น่าเป็นห่วงแบบนี้นะ เฮ้อ แต่ผมก็พูดอะไรมากไม่ได้กลัวเขารำคาญผมไปมากกว่านี้

เดินมาสักพักก็เหมือนจะถึงแล้วนะ อืม ที่พักของคนน่ารักคงอยู่ข้างหน้านั่นสินะ ถึงหยุดเดินแล้วหันกลับมาก้มหัวให้ผม คล้ายขอบคุณที่เดินมาส่ง นี่ผมกลายเป็นนักล่าม ส่วนตัวของคนน่ารักไปแล้วหรอเนี่ย เข้าใจไปซะทุกอย่าง ไม่มีใครเหมาะกับเขาเท่าผมอีกแล้วล่ะ

"คนน่ารักผมขอเบอร์ได้ไหม เอาไว้ติดต่อกัน ได้ไหม" และนี่เป็นการขอเบอร์ครั้งที่สองของผม ข้ามฟ้าส่งสายตาอ้อนวอนขอร้องเคนน่ารัก แต่เขากลับมองมาที่ผมอย่างสงสัย คล้ายกำลังประมวลผลอะไรบางอย่างอยู่ภายในหัวน่ารัก ๆ ของเจ้าตัว

สักพักเขาก็หยิบปากกากับสมุดขึ้นมา แล้วขีดเขียนอะไรบ้างอย่างลงไป ทำอะไรของเขานะ พยายามชะเง้อเท่าไหร่ก็ไม่เห็น

พรึบ! คนน่ารักส่งกระดาษที่เขาเขียนมาให้ ผมจึงยื่นมือออกไปรับ

หือ 'ถ้าอยากคุยกับเราให้ส่งจดหมายมานะ เราไม่ค่อยใช้โทรศัพท์น่ะ ใช้ไม่ค่อยเป็น เราถนัดเขียนในกระดาษมากกว่า ไปก่อนนะ กลับบ้านดี ๆ ที่อยู่เราอยู่ล่างกระดาษนั่นนะ ส่งมาได้เสมอ หรือ ถ้าอยากส่งให้เราตัวต่อตัวที่มหาวิทยาลัยก็ได้นะ บายครับ'

ผมอ่านข้อความที่เขาเขียนมาจบ ผมจึงเงยหน้าขึ้นไปเพื่อมองหน้าคนส่งข้อความ แต่คนน่ารักหายไปแล้ว

ปัจจุบัน

นี่แหละครับคนน่ารักที่บอกผมว่า 'ถ้าอยากคุยกับเขาให้ส่งจดหมายไป เพราะเขาไม่ใช้โทรศัพท์' คนอะไรไม่ใช้โทรศัพท์ในยุคนี้เนี่ยนะ เฮ้อ แต่เอาเถอะ เขียนก็เขียน สักวันผมจะทำให้คนน่ารักพูดกับผมให้ได้เลยคอยดู คนน่ารักของข้ามฟ้า

สามารถเข้าไปเล่นแท็กในทวิตเตอร์ โดยใช้

#จีบคุณด้วยจดหมาย

ส่วนทวิตของไรท์ @Mousyツ

ไปเล่นกันเยอะ ๆ น๊า

ช่วยคอมเมนต์และรีวิวเพื่อเป็นกำลังให้นักเขียนด้วยนะคะ

 

ความคิดเห็น