เอริณ
email-icon facebook-icon Line-icon

คุณวินมาล้าววววววววว

บทที่ 7 เติบโต (50%)

ชื่อตอน : บทที่ 7 เติบโต (50%)

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย ชีวิต/ดราม่า

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.1k

ความคิดเห็น : 9

ปรับปรุงล่าสุด : 12 มิ.ย. 2563 00:51 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 7 เติบโต (50%)
แบบอักษร

บทที่ 7 เติบโต 

 

10 ปีต่อมา 

‘พร้อมวิวาห์! สำหรับไฮโซชื่อดังที่กำลังมาแรงที่สุดในตอนนี้ มาวิน เลิศวรานนท์ และผู้บริหารสาวไฟแรงแห่ง VP Enterprise กวินตรา วรโชติพงศ์ จากสองขั้วอำนาจด้านธุรกิจอสังหาริมทรัพย์กับการส่งออกอาหารแปรรูปยักษ์ใหญ่ได้ฤกษ์ลั่นระฆังวิวาห์เป็นที่เรียบร้อย ล่าสุดวงในเปิดใจว่าราคาชุดเจ้าสาวทั้งเช้าทั้งเย็นร่วมยี่สิบล้าน ไม่รู้ว่างานนี้ระหว่างชุดเจ้าสาวกับราคาหุ้นของสองบริษัทอะไรจะพุ่งกว่ากัน!’ 

อัยรินเบ้ปาก ยามสไลด์หน้าจอมือถือเจอข่าว ‘คาว’ ของคนเคยรู้จัก หญิงสาวไม่รู้จะสงสาร ดีใจหรือว่ารู้สึกอะไรต่อดี หลายปีที่ ‘หนี’ มาอยู่ที่นี่ก็ไม่มีโอกาสได้พบเจอเขาอีกเลย 

ระยะห่างที่มากอยู่แล้ว กลายเป็นเส้นขนานที่ไม่มีวันบรรจบ 

ปัจจุบันเธอเรียนจบชั้นอุดมศึกษาจากมหาลัยชื่อดังทางภาพเหนือแล้ว คุณหญิงวารีปราบปลื้ม และภาคภูมิใจอย่างมาก ทุกเดือนตลอด 10 ปีที่ผ่านมา ท่านจะมาเยี่ยม พักผ่อนอยู่ไร่ชมจันทร์เสมอ แม้กระทั่งนมแม้น ลุงวรันย์ก็ยังติดสอยหอยตามมาด้วย หลายปีที่ผ่านมาเธอไม่ค่อยรู้เรื่องราวของเขามากนัก ที่เห็นได้บ่อยหน่อยก็ตามเพจข่าวดาราหรือวงในไฮโซอะไรเทือกนั้น 

ก่อนหน้านี้หกเจ็ดปี เขามีข่าวควงผู้หญิงเยอะยิ่งกว่าแมลงในแปลงองุ่นของไร่เสียอีก ทว่าพ้นจากนั้นสองปี ข่าวเรื่องผู้หญิงของเขาก็เงียบลง มีเพียงคุณหนูจากบ้านวรโชติพงศ์เท่านั้นที่เป็นคู่ควงมาเสมอ หากเรื่องนี้ก็เก่านัก เพราะตั้งแต่จำความได้ บุตรชายของผู้มีพระคุณก็เทียวไล้เทียวขื่อลูกสาวบ้านนั้นมาตลอด 

เพียงแต่… อัยรินขมวดคิ้วแน่น 

เธอจำได้ว่าผู้หญิงที่พี่ชายต่างสายเลือดของเธอพึงพอใจก็คือบุตรสาวคนโตไม่ใช่หรือ ถ้าจำไม่ผิดน่าจะชื่อกลอยใจไม่ใช่กวินตรา 

ทว่า… สถานะบุตรนอกสมรสคงไม่เป็นที่ปรารถนาของคนในเลิศวรานนท์นัก อัยรินจำได้ว่าเคยเจอเธอครั้งหนึ่ง เมื่อครั้งตามคุณหญิงวารีไปที่บ้านหลังนั้น คนที่นั่นค่อนไปทางเหย่อหยิ่งมากกว่าจะอัธยาศัยดี ยิ่งบุตรสาวคนเล็ก ยิ่งเหย่อหยิ่งจองหอง ยามมองเธอก็เหยียดสายตามองมาราวกับเป็นเศษขยะ คอแข็งตั้งตรงจนหญิงสาวกลัวว่ามันจะเคล็ดเอาได้ 

หากคนที่ต้องถูกควงแขนจนแทบสิงร่างอย่างมาวินก็ไม่เห็นจะมีทีท่าปฏิเสธใดๆ  

แต่กลอยใจต่างออกไปมากนัก อายุมากกว่าเธอหกปีเห็นจะได้ แต่นิสัยใจคอเยือกเย็น มีเหตุผล และใจดี น้ำใจของพี่สาวในวันนั้นเด็กหญิงตัวน้อยก็ยังคงจดจำได้  

ข้าวผัดไข่ที่ได้รับประทานเข้าไปยังฝังแน่นในความทรงจำ เพราะรสมือของกลอยใจคุ้นลิ้นจนติดใจ 

ทว่าต่อให้เชียร์คนพี่แค่ไหน แต่คนน้องก็คงไม่ ‘ปล่อย’ พี่ชายต่างสายเลือดของเธอให้หลุดมือไปแน่ จองกันมาชาติปางก่อนน่าจะได้ 

“หนูอัยย์” ใบหน้ารูปไข่ที่กำลังขมวดคิ้วมองข่าวบนหน้าจอมือถือเงยขึ้น เห็นร่างระหงคุ้นตาของคุณหญิงวารีจึงเก็บเครื่องมือสื่อสารเข้ากระเป๋ากระโปรง 

“คะคุณหญิง” ร่างน้อยเลื่อนกายลงนั่งบนพื้น เมื่อผู้สูงวัยเดินมานั่งลงข้างกาย ทว่าคุณหญิงวารีกลับโอบอุ้มร่างน้อยขึ้นมานั่งข้างท่านอีกครั้ง ระบายยิ้มบางๆ แล้วเอ่ย 

“เก็บของเสร็จแล้วใช่ไหมคะ” 

อัยรินยิ้มพร้อมตอบ “เรียบร้อยค่ะ” 

รอยยิ้มอ่อนโยนเช่นวันวานยังคงชัดเจน หากแววตาอบอุ่นคู่เดิมปรากฏความอ่อนล้ามากมายจนเธอรู้สึกใจหาย 

คุณหญิงของเธอแก้ชราลงไปมาแล้ว อายุก็มาก แต่ก็ยังต้องตรากตรำกับพฤติกรรมของบุตรชายคนโต แม้บุตรชายคนเล็กที่สำเร็จการศึกษาจากต่างประเทศกลับมาบริหารแอลเอ็นกรุ๊ปจนพลิกฟื้นกลับมามีชีวิตได้อีกครั้งจะประสบความสำเร็จมากแค่ไหน แต่เธอมองออกว่าในหัวใจของหญิงสูงวัยตรงหน้า… ก็ยังมีเพียงมาวิน 

สิบปีที่ผ่านมาเธอก็ไม่ได้เจอวาคินเช่นกัน พี่ชายใจดีในอดีตเติบใหญ่ และน่าภาคภูมิใจเสมอ เธอแอบติดตามข่าวคราวของเขาจากปากของลุงวรันย์ บางครั้งก็ต่อสายหานมแม้น แอบเลียบๆ เคียงๆ ถามก็ได้ความมาว่าวาคินกำลังบริหารแอลเอ็นกรุ๊ปแทนพี่ชายตามพินัยกรรมของคุณตา ทว่าคุณหญิงของเธอไม่พึงพอใจนัก 

พินัยกรรมของหม่อนหลวงกีรติแบ่งทรัพย์สินให้มาวินเป็นส่วนใหญ่ ส่วนวาคินนั้น ในฐานะ ‘บุตรบุญธรรม’ ตามกฎหมายจะได้หุ้นของแอลเอ็นกรุ๊ปทั้งหมดยี่สิบเปอร์เซ็นต์ แลกกับการบริหารแอลเอ็นกรุ๊ปใรขณะที่มาวินยังไม่มีความสามารถพอ พูดง่ายๆ ก็คือชื่อเจ้าของบริษัทคือมาวิน แต่คนบริหารคือวาคิน เห็นได้ชัดว่าแม้กระทั่งคุณตาของทั้งสองก็ยังลำเอียง อย่างไรทุกคนก็รักมาวินมากกว่า ทั้งๆ ที่คนคนนั้นไม่มีอะไรให้น่ารักสักนิดเดียว 

หากอัยรินก็รู้ดีว่าความยุติธรรมไม่มีอยู่จริงบนโลกของความเป็นจริง… 

“งั้นเรากลับบ้านกันนะ” 

หญิงสาวยิ้มกว้างกว่าเดิม เดินตามแรงจูงจากผู้มากวัยจนออกมาถึงหน้าบ้าน พบคุณวาดจันทร์ผู้เปรียบเสมือมารดาอีกคนส่งยิ้ม อ้าแขนรออยู่ก่อนแล้ว 

ร่างน้อยเดินเข้าไปสวมกอดตอบ ซุกใบหน้าเข้าหาอกอุ่นแล้วพึมพำอย่างอาลัยอาวรณ์ 

“แม่วาดไม่ต้องนั่งเครื่องให้เหนื่อยเพื่อไปหาอัยย์ที่โน้นนะคะ ยามคิดถึงแค่โทรหา อัยย์จะนั่งเครื่องบินมาหาทันทีเลยค่ะ เดี๋ยวนี้ซื้อตั๋วแล้วบินมาง่ายๆ เองค่ะ ไม่ต้องคิดถึงนาน” 

นับตั้งแต่มาที่นี่ เธอก็หลงรักทุกๆ สิ่งของไร่ชมจันทร์ โดยเฉพาะหลานชายเจ้าของไร่! 

คุณวาดจันทร์ผละร่างน้อยออกจากอก ยกมือลูบแก้มนุ่มแผ่วเบา มองด้วยรอยยิ้มมากกว่าจะร้องไห้ อย่างไรวันนี้ก็ต้องมาถึง ท่าน ‘รับฝาก’ เลี้ยงดูสาวน้อยแทนเพื่อนสนิท บ่มรักฟักไข่ก้อนกลมในวันวานจนเติบใหญ่เป็นสาวสะพรั่งก็พึงพอใจแล้ว ไม่คาดหวังให้หญิงสาวต้องจมปลักอยู่ในไร่องุ่นนอกเมืองเช่นนี้หรอก หวังเพียงวันข้างหน้าเด็กน้อยที่ท่านเลี้ยงดูจะแวะกลับมาหาบ้าง… ก็เท่านั้นเอง

“ไม่ต้องลำบาก เมื่อไหร่ที่อยากมาก็มา เข้าใจไหมคะ” ใบหน้าของหญิงสูงวัยยังคงยิ้มแย้มอ่อนโยนเช่นเดิม กลับเป็นอัยรินเสียอีกที่น้ำตาทะลักไหลราวเขื่อนแตก

ทั้งคิดถึง ทั้ง… คะนึงหา ‘ทุกคน’

“อัยย์ต้องคิดถึงทุกคนแน่ๆ เลยค่ะ” โดยเฉพาะหนุ่มร่างใหญ่ผิวเข้มคร้ามแดดที่วันนี้ไม่ได้โผล่หน้าออกมาส่งเธอ

คุณวาดจันทร์พอจะเข้าใจเด็กน้อยที่ท่านเลี้ยงมากับมือจึงเผยยิ้มกว้างขึ้นอีก เอื้อมมือไปลูบเส้นผมนุ่มลื่นสีดำสนิทแล้วเอ่ยปลอบ “วันนี้พ่อศินไปเชียงใหม่ ธุระเรื่องไวน์เขานั่นแหละ กลับมาไม่ทันส่งเราแน่นอนเลยฝากของไว้ให้เรา”

หญิงสูงวัยหันไปรับกล่องขนาดเล็กใบหนึ่งมาส่งมอบให้เธอ

“เขาว่าหนูอัยย์อยากได้มานานแล้ว”

อัยรินรับมากอดเอาไว้แน่น ก่อนเงยหน้าน้ำตาคลอหน่วยมองคนโน้นทีคนนี้ทีแล้วหักใจ

“แล้วอัยย์จะกลับมาเยี่ยมทุกคนอีกนะคะ” กล่าวจบก็เม้มปาก ก้าวเร็วๆ ขึ้นรถทันที

ทุกคนที่เห็นเด็กหญิงตัวน้อยในวันแรกจนเติบใหญ่เป็นหญิงสาวต่างน้ำตาซึม ยืนชะเง้อชะแง้มองส่งจนร่างน้อยเดินขึ้นรถตู้สีดำพ้นไปจึงค่อยปาดน้ำตา แยกย้ายจากไปคนละทิศละทาง เหลือเพียงคุณหญิงวารี วรันย์ และคุณวาดจันทร์ตามลำพัง

คุณวาดจันทร์จึงเป็นฝ่ายเอ่ยขึ้นมาก่อน “ได้ยินว่ามาวินจะแต่งงานหรือ”

สีหน้าของมารดาที่บุตรชายกำลังจะแต่งงานค่อยสดชื่นขึ้นมาหน่อย “ใช่ แต่งกับหนูวินนี่น่ะ”

กวินตราอาจไม่ได้นิสัยใจคอดีมาก แต่ก็นับว่าไม่เลว ที่สำคัญความสามารถของเธอไม่ใช่ใครก็ทำได้ ผู้หญิงตัวเล็กๆ กอบกู้วิกฤติภายในบริษัทของบิดาจนกลับมายิ่งใหญ่ นับได้ว่าหายาก หากมาวินได้แต่งงานกับกวินตรา ไม่ใช่แค่ราคาหุ้นที่พุ่งสูง แต่การดำรงตำแหน่งกรรมการบริหารแอลเอ็นกรุ๊ปก็ไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป ท่านกังวลเพียงไม่กี่เรื่อง และส่วนใหญ่เรื่องนั้นก็มักจะมาจากบุตรชายสุดที่รักเสมอ

“แล้วเขายอมหรือ ได้ยินว่าเขาไม่ชมชอบคนน้อง แต่ปักใจอยู่กับคนพี่”

นี่ก็อีกปัญหา มาวินไม่ได้รักใคร่กวินตราเช่นที่แสดงออก แต่ต้องแสดงออกว่ารักใคร่ชมชอบกวินตรา พาไปออกงาน พาไปโน่นมานี่ ทว่าในใจจริงๆ กลับมีเพียงกลอยใจมาตลอด

คุณวาดจันทร์ย่อมทราบทุกอย่าง เพราะคุณหญิงวารีมีเพื่อนสนิทเพียงสองคน หนึ่งคุณเพียงรักเจ้าของมูลนิธิเพียงรักที่ท่านร่วมสร้างมา สองคือคุณวาดจันทร์เจ้าของไร่ชมจันทร์ที่ท่านฝากฝังอัยรินไว้ ดังนั้นเรื่องราวของ ‘ลูกรัก’ จึงไม่ใช่ความลับต่อเพื่อนทั้งหมด ยิ่งเรื่องหัวใจยิ่งเป็นเรื่องสำคัญ ท่านจึงปรึกษาหารือกับเพื่อนมาตลอด

รับรู้กันทุกคนดีว่ามาวิน… ชอบพอกับกลอยใจมากกว่ากวินตรา

ทว่า… อย่างไรเรื่องของทั้งสองก็ไม่มีวันเป็นไปได้ ตราบใดที่ท่านยังมีลมหายใจ ‘กลอยใจ’ ไม่อาจเป็นสะใภ้คนโตของเลิศวรานนท์ได้ เรื่องชาติกำเนิดเป็นพียงส่วนประกอบ เพราะส่วนสำคัญนั่นก็คือ… อีกฝ่ายไม่มีเส้นสาย หรือความสามารถมากพอจะหนุนหนำมาวินให้แข็งแกร่งได้ บุตรชายสุดที่รักของท่านไม่ได้ยืนได้ด้วยขาแข็งแรงเช่นบุตรชายคนเล็ก ยังต้องมีบิดาคอยผลักดัน มารดาคอยรองรับ ไม่เช่นนั้นแอลเอ็นกรุ๊ปอาจล้มลงได้ทุกเมื่อ

“อย่างไรก็ต้องแต่ง”

คุณวาดจันทร์ถอนหายใจ ไม่อยากสอดมือเข้าไปยุ่งเรื่องส่วนตัวของบุตรชายเพื่อน แต่ก็ไม่อาจหักใจด้วยสงสารคนสองคนที่รักชอบกันมานาน จึงเอ่ยเตือน “เรื่องความรักบังคับกันได้ที่ไหน จำไว้นะรี อย่านำอดีตมาเป็นเครื่องตอกย้ำ แต่จงนำอดีตมาเป็นเครื่องเตือนใจ”

คุณวาดจันทร์ไม่ได้กล่าวถึงว่า ‘อดีต’ ของใคร ท่านเพียงเปรยถึงมันเท่านั้น เพราะท่านไม่หวังให้เพื่อนเข้าใจทั้งหมด แต่ก็หวังว่าคุณหญิงวารีจะเข้าใจบ้าง… ไม่มากก็น้อย

หากคุณหญิงวารีกลับเข้าใจความหมายของเพื่อนจึงยิ้มตอบ ไม่พูดอะไรอีกนอกจากกล่าวลา

“ฉันไปก่อนนะ ไว้ว่างๆ จะพาหนูอัยย์มาเยี่ยมอีก”

ร่างระหงเดินขึ้นรถไปพ้นระยะสายตา ใครอีกคนที่ยืนนิ่งอยู่ไม่ไกลกลับไม่ขยับตามเป็นเช่นที่เคย

คุณวาดจันทร์มองใบหน้าราบเรียบของคนสนิทเพื่อนรักแล้วเมินมองไปอีกทาง กล่าวกับอีกฝ่ายด้วยน้ำเสียงห้วนแข็ง อย่างไม่สบอารมณ์

“ฟังไว้ด้วยก็ดีนะ อดีตมันไม่ใช่เครื่องตอกย้ำ แต่มันคือเครื่องเตือนใจ ทำอะไรใช้สติให้มาก ทุกอย่างจะได้ไม่จบลงเช่นวันนั้นอีก ทั้งนาย รี และฉันล้วนรู้ดีว่าผลสรุปของคำโกหก จบลงเช่นไร อย่าให้บาปของผู้ใหญ่ตกไปถึงเด็ก รู้ดีไม่ใช่หรือว่าเหตุใดมาวินจึงเป็นเด็กมีปัญหาเช่นนี้”

ท้ายประโยคสายตาดูแคลนของท่านมองจ้องมายังร่างสูงผอมของ ‘อดีต’ คนคุ้นเคย แล้วยกมุมปากขึ้นสูง

“เขาสบายดีใช่ไหม” น้ำเสียงแข็งกร้าวขึ้น ดวงตาอบอุ่นที่อัยรินมักเห็นวาวโรจน์ตาม ยามถามถึงใครอีกคน

“คุณเตชินน่ะ!”

วรันย์ไม่ตอบ แต่กำมือที่แนบข้างลำตัวด้วยความร้าวราน อยากเอ่ยหลายสิ่ง หากสุดท้ายก็หักใจ ขบกรามแล้วค้อนศีรษะให้ ‘อดีต’ คนคุ้นเคย แล้วเดินขึ้นรถไป

 

**** เนื้อหายังมีติดขัดต้องขออภัยนะคะ 

 

ฝากหนูอัยย์กับมาวินด้วยนะคะ  

เนื้อหาที่ลงยังไม่มีการปรับแก้ ตรวจคำผิด  

อาจมีบางส่วนผิดพลาดต้องขออภัยด้วยนะคะ 

ขอบคุณที่ติดตามกันมาตลอด ทุกๆ เรื่องเลยนะคะ 

 

 

 

รัก... เอริณ 

ความคิดเห็น