ข้าวฟ่าง เฌอมาลย์

ขอบคุณทุกแรงสนับสนุน ขอบคุณทุกกำลังใจที่มอบให้ 1 คอมเม้นท์ 1วิว = 1 กำลังใจ ขอบคุณมากๆ จ้า

บทที่ 4 บทเปลี่ยน (2)

ชื่อตอน : บทที่ 4 บทเปลี่ยน (2)

คำค้น : ลิขิตรักกับดักซาตาน เป้ นิกกี้ ซาตาน พระเอกใจร้าย ข้าวฟ่าง เฌอมาลย์

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 877

ความคิดเห็น : 2

ปรับปรุงล่าสุด : 12 มี.ค. 2559 08:00 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 4 บทเปลี่ยน (2)
แบบอักษร

 

 บทที่ 4 บทเปลี่ยน

 

มุนินทร์รับจานอาหารใส่ถาดเตรียมจะไปเสิร์ฟให้ลูกค้า หากแต่ผู้ช่วยพ่อครัวที่มายืนรออยู่หน้าประตูรั้งเธอเอาไว้เสียก่อน

อ้าว…ว่าไงลูลานซ่า อุ๊ย! ไม่ใช่ๆ แลนซี่

มุนินทร์ยิ้มหวานทักทายเพื่อนคนสวยแถมท้ายประโยคยังลากเสียงยาวล้อเลียนเพื่อนคนสวยอีกด้วย คำทักทายแสนหวานจึงทำให้คนถูกทักทายกลับหน้างอหงิก

เอาอีกคนละ บอกแล้วไงว่าฉันเปลี่ยนชื่อแล้ว แลนซี่จ้ะ แลนซี่ คราวหน้าห้ามเรียกผิดอีกนะเพื่อนรักจีบปากจีบคอบอกนึกหมั่นไส้ หากแต่คนหมั่นไส้แสดงอาการอยู่ได้ไม่นานก็รีบเปลี่ยนสีหน้าไม่ถือสาอะไรนักเพราะเวลานี้เธอมีเรื่องที่สำคัญยิ่งกว่า มือหนาๆ ก็รั้งร่างเพื่อนคนสวยให้เข้ามาใกล้ด้วย

มุนินทร์ขยับเข้าใกล้ตามแรงดึงของเพื่อน พร้อมกับเงี่ยหูฟังประโยคสำคัญที่เพื่อนรักรอคอยมาทั้งวัน

วันก่อนแกขายเบอร์โทรสุดหล่อให้ยัยชะนีนั่นไปใช่ไหมเสียงแปร่งๆ เบาบางจนแทบกระซิบ มุนินทร์ได้แต่พยักหน้าหงึกๆ ไปตามความเป็นจริง

ฉันขอซื้อบ้างสิ อิอิ วันนั้นฉันเห็นเหมือนกัน โอ๊ย! แกเอ๊ยยย…ถูกใจคนสวยอย่างแรงส์เพื่อนรักเริ่มออกอาการ โหนกแก้มเริ่มแดงหนักจนไม่รู้ว่ามันแดงจริงๆ หรือแดงเพราะเครื่องสำอางกันแน่ ท่าทางขวยเขินเหมือนฝันอะไรบางอย่างทำเอาคนสวยเผลอหัวเราะออกมาอีกครั้ง พร้อมกับมองเพื่อนรักอย่างนึกขำ

ขำอะไรแก ฉันพูดจริงนะ หล่อลากขนาดนั้น หากจะปล่อยให้ผ่านไปโดยไม่ได้ทำอะไรละก็ หืม…เสียชื่อกะเทยอย่างฉันหมด ไหนๆ เอามาสิฉันซื้อจริงๆ นะผู้ช่วยกุ๊กยังยืนยันหนักแน่น มุนินทร์จึงได้แต่ส่ายหน้าไปมาอย่างนึกระอาในความเป็นตัวของตัวเองของคนตรงหน้า

ถ้าแกจะเอาจริงๆ ไม่ต้องจ่ายหรอก ฉันให้แกฟรีๆ เลย แต่แกช่วยอะไรฉันอย่างหนึ่งสิเจ้าของเสียงหวานยิ้มร่า เมื่อคิดว่าเพื่อนหนุ่มสุดสวยของเธอคงพอจะช่วยให้เธอได้แก้เผ็ดไอ้โรคจิตที่ใครต่อใครก็พากันหลงใหลได้ปลื้ม มุนินทร์กระซิบกระซาบนัดแนะจนเพื่อนหนุ่มยิ้มหวานอย่างพอใจแล้วจึงผละไปเพื่อทำงานที่ยังค้างคาต่อ

 

 

ร้านอาหารแห่งนี้มักจะมีแขกมาทานอาหารมากมายเป็นประจำทุกคืน และคืนนี้ก็เช่นกันยิ่งดึกยิ่งเหนื่อยเพราะแขกทยอยกันมาเหมือนน้ำบ่าก็ว่าได้ กว่ามุนินทร์จะได้พักหายใจหายคอก็หลังเวลาปิดร้านแล้วนั่นล่ะ ร่างบางกำลังสะพายกระเป๋าใบเก่าแนบหลังเพื่อเตรียมตัวกลับบ้าน

วันนี้ผมไปส่งนะครับเสียงทุ้มของใครบางคนดังมาจากด้านหลัง หญิงสาวจึงหันไปมองก่อนจะระบายยิ้มหวานให้

เกรงใจจัง วันนี้คุณวีไม่ต้องไปส่งคนอื่นๆ เหรอคะมุนินทร์ไม่วายกัดเล็กๆ พอให้คนตรงหน้าได้สะดุ้งเมื่อเน้นย้ำคำว่า คนอื่น เพื่อจงใจให้เขาได้รู้ว่าเธอรู้ดีถึงข่าวลือภายในร้าน คนที่โดนแซวถึงกับหัวเราะออกมาฝืดๆ เหมือนจะขำไม่ออกเสียอย่างนั้น

นิกกี้นี่หูไวตาไวเหมือนกันนะครับ ผมไม่ได้มีอะไรกับเขานะ เขามาตามผมต่างหากล่ะเจ้านายหนุ่มรูปหล่อส่งยิ้มให้พร้อมกับแก้ต่างให้ตนเองเสร็จสรรพ

ถ้าหากคุณวีจะไปส่งกี้ เห็นทีคืนนี้คงต้องไปส่งเพื่อนกี้ด้วยแล้วล่ะค่ะ เพราะว่าเรานัดกันไว้

มุนินทร์ยิ้มหวานไม่เปลี่ยนพร้อมกับบุ้ยหน้าบุ้ยตาไปอีกทางหนึ่ง ซึ่งเพื่อนหนุ่มคนสวยของเธอกำลังเดินตรงมาตามที่นัดแนะกันเอาไว้

อธิวีย์ริ้มระรื่นจนเมื่อหันไปเห็นผู้ช่วยกุ๊กประจำร้านของเขา รอยยิ้มนั่นก็ค่อยๆ จางลงเล็กน้อยเมื่อคิดว่าก้างชิ้นใหญ่เข้ามาขวางอีกจนได้ แต่ในเมื่อคนสวยเอ่ยขอมาอย่างนั้นแล้ว ชายหนุ่มจึงจำยอมรับคำนั้นอย่างยินดียิ่ง มุนินทร์ผละไปหาเพื่อนรักที่กำลังเดินมาก่อนจะส่งกระดาษอะไรบางอย่างให้แล้วก็จูงกันมาทางที่ชายหนุ่มยืนรออยู่

คืนนี้มุนินทร์จึงได้เดินทางกลับบ้านอย่างสะดวกสบาย เพราะมีราชรถของเจ้านายหนุ่มที่ว่างพอดีจึงได้ขันอาสามาส่งเธอ ก่อนจะขับรถไปส่งเพื่อนหนุ่มคนสวยของเธอที่อยู่ห่างออกไปอีกไกล

 

 

ถบีเอ็มดับเบิลยูสีเทาดำสุดหรูจอดสนิทเทียบอยู่ริมฟุตปาท ประตูเปิดออกพร้อมกับขาแข็งแรงของคนขับที่ก้าวลงมาเพื่อวิ่งมาเปิดประตูให้ผู้ที่มาด้วยกันได้ลงไปสูดอากาศสดชื่นริมทะเล

เชิญครับคุณผู้หญิงปิยวัฒน์ลูกชายคนโตของคุณหญิงปุญญดาเอ่ยหน้าทะเล้น เรียกรอยยิ้มฉาบบนใบหน้าที่มีริ้วรอยบ้างแล้วได้เป็นอย่างดี แววตาอบอุ่นถูกส่งไปให้คนขับสุดหล่ออย่างเช่นทุกๆ ครั้งที่เคยมอง

ขอบใจจ้ะสุดหล่อผู้เป็นมารดาล้อเลียนผู้เป็นลูกชายบ้าง

น่าเสียดายนะที่เป้มีประชุมด่วน ไม่อย่างนั้นคงได้มาพักผ่อนกับเราด้วยคุณหญิงปุญญดาพูดไปเดินไป สายตาที่จับจ้องลูกชายคนโตของนางอย่างรักใคร่เอ็นดูก่อนเหลียวไปมองคลื่นทะเลที่ซัดเข้ามา คุณหญิงสูดความบริสุทธิ์เข้าไว้เต็มปอดพร้อมกับตักตวงบรรยากาศสงบและเปี่ยมสุขเบื้องหน้าเข้าไว้เต็มหัวใจ

สองแม่ลูกจูงมือกันเดินเล่นไปรับลมไปไม่รีบร้อนนัก ไม่นานนักสองแม่ลูกก็มาถึงร้านอาหารริมทะเลแห่งหนึ่งที่ได้ทำการนัดหมายกับใครบางคนเอาไว้

คุณแม่รู้จักกับน้องกี้ได้ยังไงกันครับ ทั้งๆ ที่เธออยู่ที่พัทยานี่แท้ๆลูกชายสุดหล่อเอ่ยถามผู้เป็นแม่ เมื่อนั่งในร้านอาหารเรียบร้อยแล้ว

ก่อนหน้านี้ หนูกี้เขาฝึกงานตกแต่งภายในอยู่ที่บริษัทเพื่อนแม่ ผลงานโดดเด่นจนเป็นที่น่าพอใจ เพื่อนแม่ชื่นชมให้ฟังหลายครั้งจนในที่สุดแม่ได้รู้จักกับเขาโดยบังเอิญ ตอนนั้นแม่เขายังป่วยหนักพักอยู่ในโรงพยาบาลมาหลายเดือนแต่ในที่สุดก็สิ้นใจ เราก็เลยตัดสินใจว่าจะพาหนูกี้มาอยู่ด้วยกันแต่ทางนั้นไม่ยอมง่ายๆ นี่สิ…แม่เลยสืบประวัติเสียเลย จึงได้รู้ว่าเขามีน้องสาวอีกคนที่กำลังป่วยเช่นกัน” มารดาพูดจริงจังด้วยแววตาอ่อนโยนยิ่งนัก มองหยั่งเชิงบุตรชายก่อนจะเอ่ยต่อ

“แม่เสนอไปว่าตั้งใจและอยากจะอุปการะช่วยเหลือ ดูแลทั้งหนูกี้และน้องสาว ปีคิดว่าเด็กคนนี้ยอมหรือเปล่า” คุณหญิงปุญญดาระบายยิ้มรอคำตอบ เพ่งมองด้วยสายตาที่ผ่านโลกมาค่อนชีวิต

“คงไม่ยอมใช่ไหมครับ” อยากรู้นักว่าน้องสาวคนใหม่เป็นคนอย่างไรกันหนอ?

“ถูกต้องจ๊ะ เด็กคนนี้ไม่ยอมรับความช่วยเหลืออะไรเลย คะยั้นคะยอเท่าไหร่แต่สุดท้ายหนูกี้ก็ยังไม่ยอม แม่ก็เลยตัดสินใจจะพาหนูกี้ไปอยู่ด้วยกันที่บ้านและคอยดูแลเรื่องงานการให้เป็นสัดเป็นส่วน หนูกี้ยอมตกลงด้วยก็เพราะบอกว่าจะให้ทำงานด้วยนี่ล่ะ เห็นว่าตอนนี้มีปัญหาหลายเรื่องถ้าหากว่ามีส่วนที่ช่วยได้ แม่ก็ตัดสินใจช่วยทันที ถึงแม้ว่าหนูกี้จะไม่เห็นด้วยทั้งหมดแต่แม่ก็ยืนยันว่าจะช่วยเขา ตอนนี้หนูกี้เองก็เห็นด้วยกับความคิดแม่แล้วก็เลยตอบตกลงทั้งเรื่องงานและเรื่องบ้าน

คุณหญิงอธิบายยาวเหยียด ปิยวัฒน์นั่งฟังนิ่ง เสียงนุ่มไพเราะของมารดาที่เขาคุ้นชินยังคงน่าฟังและทำให้เขาเพลินหูได้อย่างประหลาดไม่เปลี่ยนแปลง ไม่นานนักบริกรสาวสวยก็เดินมาหา หญิงสาวหน้าตาจิ้มลิ้มส่งเมนูให้คุณหญิงแล้วก็ต้องชะงักไป เรียกความสงสัยของชายหนุ่มจนต้องหันไปมอง

คุณป้า…เอ๊ย! คุณหญิงปุญญดาเสียงหวานแผ่วเบาเอ่ยออกมาด้วยความตกใจ แต่ก็รีบแก้คำนำหน้าของหญิงสูงวัยใจดีให้ถูกต้องเสียก่อน ดวงตาสดใสที่ซ่อนความตื่นเต้นไว้ไม่ได้ทำเอาหัวใจของแขกสองคนเต้นไม่เป็นจังหวะด้วยความรู้สึกที่ต่างกัน

สวัสดีค่ะคุณหญิงมุนินทร์รีบยกมือไหว้ทักทายอย่างเคารพ หากแต่คนรับไหว้รีบทักทายและรีบเอ่ยปราม

สวัสดีจ้ะหนูกี้ บอกแล้วไงจ๊ะว่าให้เรียกฉันว่าป้าดา ไม่เอาแล้วนะเรียกคุณหญิงน่ะ

สิ้นคำพูดคุณหญิงปุญญดา ลูกชายก็ถึงบางอ้อ ที่แท้ก็น่ารักน่าเอ็นดูขนาดนี้ คุณแม่ถึงได้ตัดสินใจรับอุปการะ แล้วอย่างนี้นายเป้จะไม่ใจอ่อนไหวหรือ

นั่งก่อนสิจ๊ะหนูกี้

ขอบพระคุณค่ะคือกี้ยังอยู่ในเวลางานน่ะค่ะ ไม่คิดว่าคุณหญิง…เอ่อ…คุณป้าจะมาเร็วขนาดนี้หญิงสาวเอ่ยออกมาพร้อมกับย่อเข่านั่งยองๆ ใกล้ๆ ผู้ที่เธอเคารพอีกคน

บอกผู้จัดการแล้วใช่ไหมเสียงถามอ่อนโยนยิ่งนัก หญิงสูงวัยโน้มใบหน้าลงมาถามเด็กสาวอย่างเอ็นดู

บอกแล้วค่ะสายตาเอ็นดูที่ส่งมาทำให้หญิงสาวอบอุ่นใจทุกครั้ง

เอ่อ…คนที่อยู่นอกเหนือการสนทนาจนเกือบจะกลายเป็นคนนอกเปล่งเสียงเรียกความสนใจ จนคุณหญิงนึกได้และต้องรีบแนะนำ

หนูกี้จ๊ะ นี่ลูกชายของฉันชื่อพี่ปี นี่หนูนิกกี้ที่แม่เล่าให้ฟังไงจ๊ะ

ปิยวัฒน์ บูรมานนท์หรือคุณปี ยิ้มอย่างอ่อนโยนพร้อมกับส่งสายตาเอ็นดูไม่ต่างจากมารดาไปให้ มือแกร่งยกขึ้นรับไหว้เมื่อเด็กสาวตรงหน้าส่งยิ้มหวานพร้อมยกมือไหว้ทักทายมา

สวัสดีครับน้องนิกกี้

สวัสดีค่ะคุณปี

เรียกพี่ปีก็ได้ครับ ยังไงๆ นิกกี้ก็จะเข้าไปเป็นสมาชิกของบ้านอยู่แล้ว เป็นน้องสาวพี่อีกคนก็ต้องเรียกว่าพี่ปีสิครับพี่ชายอย่างปิยวัฒน์อบอุ่นยิ่งนัก

ค่ะ ขอบคุณค่ะ…พี่ปีมุนินทร์เอ่ยตอบอย่างเกรงใจ บอกตัวเองไม่ถูกเลยว่าดีใจเพียงใดที่ทุกอย่างดูเหมือนจะเข้าที่เข้าทาง และไม่มีอุปสรรคอย่างที่สังหรณ์ใจมาก่อน หญิงสาวขันอาสาไปสั่งออเดอร์อาหารให้คุณป้ากับพี่ชายหมาดๆ ให้ได้รับประทานอาหารรสเลิศของร้านชื่อดัง

เมื่อผู้จัดการร้านทราบว่าแขกผู้มาใหม่เป็นใคร เขารีบกุลีกุจอเตรียมอาหารให้เป็นการด่วน และให้มุนินทร์ต้อนรับ ดูแลคุณหญิงเป็นอย่างดีก่อนจะบอกให้เตรียมตัวกลับได้แล้ว

นี่ของกี้ โปรดรับเอาไว้ด้วยนะครับผู้จัดการหนุ่มยื่นซองสีขาวให้

อะไรกันคะคุณวี กี้บอกแล้วว่าวันนี้กี้มาช่วย อีกอย่างกี้ก็ไม่ได้ทำงานเต็มเวลาด้วยค่ะ

เอาไปเถอะ อีกนานเท่าไรก็ไม่รู้กว่าจะได้เจอกันอีก

แหม…คุณวี กรุงเทพฯ กับพัทยามันไม่ได้ไกลกันสักหน่อยนิกกี้ทำหน้าทะเล้นหารู้ไม่ว่าเจ้านายสุดหล่อแถมใจดีในตอนนี้รู้สึกใจหายยิ่งนัก มุนินทร์รู้ดีว่าคนตัวโตรู้สึกอย่างไรกับตน แต่เธอรู้สึกกับเขาแค่พี่ชายและผู้มีพระคุณเท่านั้นเอง

รับไปเถอะ ถือว่าผมให้เป็นของที่ระลึกก็แล้วกันชายหนุ่มหน้าตาจริงจัง

เขาหลงรักสาวตรงหน้าตั้งแต่วันแรกที่เธอมาสมัครขอทำงานที่นี่แล้ว แม้ว่าเสื้อผ้าที่ใส่จะดูซอมซ่อ แต่หน้าตาน่ารักกับนิสัยขี้เล่น เสน่ห์อันแสนร้ายกาจก็ทำให้เธอดูดีกว่าใครหลายๆ คน จนคนที่พยายามห้ามใจไม่ให้รักอย่างเขาเผลอตกหลุมรักเข้าไปเต็มเปา

มุนินทร์ยิ้มให้กับผู้จัดการหนุ่มก่อนจะรับซองมาไว้ในมือ

ขอบคุณมากนะคะคุณวีมุนินทร์ยกมือไหว้และส่งยิ้มให้อย่างซาบซึ้งใจยิ่งนัก ถ้าวันนั้นไม่ได้คนตรงหน้าช่วยไว้เธอก็ไม่รู้ว่าจะต้องไปเจอกับอะไรบ้าง

แล้วกลับมาเยี่ยมที่นี่บ้างนะครับ

ค่ะ…คุณวีรักษาสุขภาพด้วยนะคะ แล้วอย่าลืมมองหาพี่สะใภ้ให้กี้ด้วยล่ะ มาคราวหน้าจะมางานแต่งของคุณวีค่ะมุนินทร์เอ่ยบอกจริงจัง หากแต่คนฟังกลับไม่ใส่ใจกับประโยคสั่งลานั่นแม้แต่น้อย

รอยยิ้มหน้าแป้นแล้นนั่นต่างหากที่ทำให้หนุ่มหล่อเจ้าของร้านอาหารแทบอยากจะกระโดดกอด ก็น่ารักซะขนาดนี้ใครจะอดใจไหว แต่ไม่ทันที่ร่างกายจะได้ขยับ เด็กในร้านก็เข้ามาเสียก่อน

ถ้าอย่างนั้น…กี้ไปก่อนนะคะคุณวี ขอบคุณมากๆ เลยค่ะมุนินทร์ยกมือไหว้อีกครั้งก่อนจะเดินออกจากห้องผู้จัดการไป ปล่อยให้เจ้านายและลูกน้องภายในห้องคุยเรื่องงานกันไปเป็นการส่วนตัว

หญิงสาวพกพาสัมภาระไม่มากนัก มีเพียงกระเป๋าและเป้สะพายหลังเท่านั้น ร่างบางเดินตรงไปที่รถคันหรูที่จอดเทียบอยู่ริมทะเลตั้งแต่ครั้งแรกที่มาถึงพัทยา เมื่อหญิงสาวขึ้นรถไปแล้ว สักพักรถคันหรูที่บ่งบอกถึงฐานะเจ้าของได้เป็นอย่างดีว่ามีระดับมากเพียงไหนก็แล่นออกไปจนลับตาของผู้คนบริเวณนั้น ไม่เว้นแม้แต่สายตาห่วงใยที่มีความรักแฝงอยู่ลึกๆ ของผู้จัดการหนุ่มด้วยเช่นกัน

มุนินทร์ไม่ได้หวังให้การเดินทางครั้งนี้จะต้องมีอนาคตที่โปรยด้วยกลีบกุหลาบ เธอเพียงหวังและภาวนาขอให้การตัดสินใจครั้งนี้จะทำให้ชีวิตของเธอมีโอกาสที่จะเลือกทางเดินได้มากขึ้น ที่สำคัญ…ใครบางคนที่เธอยังต้องดูแลและห่วงใยสุดหัวใจยังคงรอคอยการไปของเธออยู่เป็นแน่ แต่ถ้าหากเธอได้ยินเสียงลมพัดผ่านเหมือนดั่งโชคชะตาพยายามกระซิบแผ่วให้เธอได้ระวังตัว เธอคงไม่คิดที่จะก้าวขึ้นรถคันหรูเป็นแน่

ล้อกลมๆ พุ่งทะยานสู่กรุงเทพมหานคร หัวใจทุกดวงเต็มอิ่มไปด้วยความสุขจากหลากหลายความรู้สึก และหลายเหตุผลไม่มีใครคิดแคลงใจเลยว่า ซาตานตัวใหญ่รอต้อนรับอยู่ที่บ้าน 

 

 

 

 

อัพจบตอนจ้า

ฝากติดตามและอุดหนุนผลงานด้วยจ้า

ขอบคุณจ้า

 

 

 

 

 
 

 

ความคิดเห็น