sanitarybag

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

confrontation : การเผชิญหน้า | #1

ชื่อตอน : confrontation : การเผชิญหน้า | #1

คำค้น : yaoi conan

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 4.7k

ความคิดเห็น : 2

ปรับปรุงล่าสุด : 11 มี.ค. 2559 17:10 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
confrontation : การเผชิญหน้า | #1
แบบอักษร

"จดหมายจากจอมโจรคิดน่ะหรอ?" รันเอ่ยถามผมขึ้นมาด้วยสีหน้าแปลกใจ พร้อมเสียงแว๊ดๆของยัยโซโนโกะที่นั่งอยู่ข้างๆก็ดังขึ้นมา ให้ตายสิไหงยัยนี่มาอยู่นี่ด้วยได้ล่ะเนี่ย 

"ว่าไงนะ!!! ท่านคิดน่ะหรอ!! แหมมมมมมมม ไหงชินอิจิคุงได้อยู่คนเดียวล่ะ! นี่! ถ้านายไปเจอกับท่านคิดอย่าลืมให้ที่อยู่บ้านฉันไปด้วยน้าาาาาา" 
 
เฮ้ๆเธอ.. หน้าตาจะฟินเกินไปแล้ว =_= 
 
ผมนัดรันมาทานไอติมกันข้างนอกตามที่ตั้งใจเอาไว้ สารภาพตามตรงเลยนะว่าผมชวนแค่รันคนเดียวจริงๆ ไหงยัยนี่..
"แหม.. โซโนโกะนี่ล่ะก็.. ^^;" รันได้แต่ขำออกมากลบเกลื่อนตอบเพื่อนซี้ของเธอ ด่าไปซักชุดเลยสิรัน!
"เธอจะบ้ารึไง -_-; ฉันยังไม่มั่นใจด้วยซ้ำว่ามันจะเป็นจดหมายจากหมอนั่นจริงๆ ใช้ภาษาแปลกชะมัด" 
 
จากเหตุการณ์เมื่อวานนี้ผมก็ได้แต่คิดว่านี่มันบ้าอะไรฟะ พึ่งบ่นถึงมันเมื่อเช้าตอนเย็นได้จดหมายจากมันเลยงั้นหรอ จดหมายนี่มันแปลกๆจริงๆนะ ปกติคิดจะเขียนที่อยู่เป็นคำใบ้ในเนื้อหาของจดหมาย แต่ครั้งนี้มันมีใบแยกออกมาซึ่งเขียนเป็นที่อยู่ให้เลย.. มันแปลกมากจริงๆ ซึ่งที่อยู่ก็ไม่ใช่ที่ไหนไกล.. 

เมือง กรีนิช (Greenwich) ประเทศ อังกฤษ

 
ใกล้บ้านมากๆครับ ให้ความรู้สึกเหมือนเดินจากบ้านไปโรงเรียนเลย
 
 
"เธอจะไปจริงๆหรอชินอิจิ.. เธอพึ่งจะกลับมาเองนะ.. " รันถามผมเสียงอ่อยๆพร้อมใบหน้าที่เริ่มเศร้าลงอย่างเห็นได้ชัด พอเห็นแบบนั้นยัยโซโนโกะก็หันมาโวยใส่ผมทันที
"นายน่ะมันไม่เข้าใจความรู้สีกของผู้หญิงที่รอนายมาตลอดหรอกนะชินอิจิ!! สุดท้ายนายก็แค่กลับมาแปปๆแล้วนายก็จะหาเรื่องทิ้งรันอีกแล้วใช่มั้ยล่า!! เพราะงั้นนะ.. ให้ฉันไปแทนเอามะ *-* " 
 
นี่ยัยนี่เป็นห่วงเพื่อนจริงๆรึเปล่าเนี่ย -_-;
 
 
 
ผมกลับมานอนอ่านเนื้อความจากจดหมายที่อ้่างว่าเป็นของคิดอีกครั้งตอนกลับมาถึงบ้าน.. ถ้าคุณกำลังคิดว่าผมจะไปเพราะผมเชื่อว่ามันเป็นจดหมายจากคิดจริงๆ ผมอยากจะบอกก่อนเลยนะว่าไม่ใช่.. ผมแค่อยากจะเข้าใจจุดประสงค์ของจดหมายฉบับนี้ ทำไมต้องอ้างชื่อคิด.. แล้วความรู้สึกแปลกๆ.. นี่มันอะไรกัน
 
 
ผมตัดสินใจจะไปกรีนิช.. ผมตัดสินใจจะจากรันไปอีกครั้ง
และผมจะรีบกลับมาหาเธอ.. ขอโทษนะรัน..
 
 
 
สนามบิน ( 23:00 PM ) 
 
"โชคดีนะชินอิจิ....... ฝากสวัสดีพ่อแม่เธอด้วยนะ........"
"พ่อแม่ผมอยู่อเมริกานะครับดร. ......... " 
".........................................................................................."
"นี่.. ชินอิจิ.. " ผมหันหน้าไปหารันที่เรียกผม ทิ้งดร.ให้ทำหน้าเอ๋ออยู่คนเดียว 
"เอานี่ไปใส่นะ.. " รันยื่นผ้าพันคอไหมพรมทำเองให้กับผม ขณะที่เธอกำลังยื่นผ้าพันคอมาผมก็บังเอิญสังเกตุเห็นมือของเธอที่มีพลาสเตอร์ติดอยู่หลายจุด.. 
"ขอบใจนะรัน.. " ผมยิ้มบางๆกลับไปหาเธอ เรามองหน้ากันอยู่พักนึงก่อนที่ผมจะรีบผละออกมา.. 
 
ผมกลัว
กลัวจะลังเลและตัดสินใจไม่ไปเอาซะดื้อๆ
 
 
"คุโด้คุง" 
เสียงไฮบาระเรียกทักผมทำให้ผมต้องหยุดและหันไปหาเธอ
"โชคดีนะ.. " ไฮบาระส่งรอยยิ้มบางๆมาให้ผม และมันทำให้ผมต้องยิ้มกลับไปหาเธออย่างช่วยไม่ได้
 
"ฉันไม่มีทางตายง่ายๆหรอกเฟ้ย.. ข้อนั้นน่ะฉันว่าเธอน่ะรู้ดีที่สุดแล้ว" ผมยื่นมือไปยีผมไฮบาระ ยัยนั่นฟาดมือผมกลับมาแทบจะทันที.. ฮู้ยย เจ็บเป็นบ้า! 
 
"โชคดีนะ/บ้ายยบายยชินอิจิ!/โทรกลับมาเล่าความเป็นอยู่ของท่านคิดของฉันให้ฟังบ้างนะยะ!" 
เสียงของไฮบาระ, ด็อกเตอร์, และโซโนโกะตะโกนแข่งกันอวยพรผม ผมได้แต่หันไปโบกมือให้พวกเขา
 
"ชินอิจิ! นายต้องรีบกลับมาหาฉันนะตาบ้า!" 
 
และสุดท้าย เป็นเสียงของรัน
 
"เอ้อ! ทำอาหารอร่อยๆรอฉันไว้ได้เลยยัยบ๊อง!"
 
ผมตะโกนกลับไปพร้อมรอยยิ้มกว้างๆ รันยิ้มกว้างตอบกลับมา
ก่อนที่ผมจะเดินขึ้นเครื่องไป..
 
 
 
 
 
 
ผ่านไป 13 ชม. โดยประมาณ.. ( 11:00 AM) 
 
ผมลากกระเป๋าเดินทางพร้อมขยับหมวกลงมาปิดใบหน้าเล็กน้อย ก้มมองกระดาษที่เขียนที่อยู่ที่เป็นที่แรกที่ต้องไป เมืองกรีนิชเป็นเมืองที่สงบมากๆในอังกฤษไม่เหมือนกับในลอนดอน ไม่มีแม้กระทั่งรถติด คนส่วนมากที่นี่มักจะใช้การเดินเท้ากัน มันช่างสงบสุข เหมาะกับการมากับคู่รัก.. ทำเอาผมคิดถึงยัยรันขึ้นมาทันที ถ้ายัยนั่นมาด้วยคงทำหน้าตื่นเต้นตลอดที่เดินไปไหนมาไหน ชินอิจิดูนั่นสิชินอิจิดูนี่สิ! ว้าววสวยจังเลยย! เสียงพวกนั้นลอยเข้ามาในหูผมทันที
 
ผมเดินไปเรื่อยๆ ถามทางคนแถวนั้นทีแถวนี้ทีจนไปถึงที่หมาย มันเป็นสถานที่ที่.. โอเค จะบอกว่าขนลุกมันก็น่าขนลุกนั่นล่ะนะ ผมไม่คิดว่าเมืองที่ดูผู้ดีจ๋าและสงบขนาดนี้จะมีสถานที่หดหู่แบบนี้เลยแฮะ 
 
 
 
ผมหยุดอยู่ตรงหน้าบ้านหลังใหญ่ๆหลังนึง มันเป็นบ้านที่ ก็ไม่ได้ใหญ่อะไรมากนักหรอก แต่ในละแวกที่เดินเข้ามามันเป็นบ้านที่ใหญ่ที่สุดแล้วล่ะ ผมเดินเข้าไปสำรวจบริเวณหน้าบ้าน ข้างๆ และบริเวณโดยรอบก็ไม่ยักจะเจอใครหรือแม้กระทั่งสิ่งมีชีวิตอะไรเลย ผมคิดว่าไอบ้าที่ไหนก็ตามที่เป็นคนคิดทำอะไรพวกนี้มันคงกำลังสนุกอยู่น่าดูที่เห็นใบหน้าหงุดหงิดของผม 
 
"ให้ตายสินี่มันเรื่องบ้าอะไรกันฟะ......."
ผมเตะเข้าไปที่ประตูบ้านหลังนั้น และมันทำให้มีเศษไม้ขนาดกลางๆหล่นลงมาโดนหัวของผมเข้าพอดี
"โอ้ย! บ้าอะไรอีกเนี-- " ผมชะงักคำพูดไปทันทีเมื่อก้มลงไปมองไม้ที่หล่นลงมา มันมีกระดาษแผ่นเล็กๆแผ่นนึงเสียบอยู่ ผมรีบดึงกระดาษแผ่นนั้นออกมาอ่านทันที
 
'ตู้โทรศัพท์สาธารณะของฆาตกรต่อเนื่อง 10 ศพ..' 
 
ผมรีบหันไปมองรอบๆบริเวณนั้นทันทีก่อนจะรีบวิ่งออกไปจากบริเวณนั้นเมื่อไม่เห็นตู้โทรศัพท์ซักที่ ในกรีนิชมีตู้โทรศัพท์หลายตู้ ตู้ไหนล่ะฟะ.. 
 
ผมวิ่งเข้าไปในตู้โทรศัพท์ทุกตู้ที่เดินผ่านแต่ก็ไม่พบว่ามีอะไร ตู้แล้วตู้เล่า เหนื่อยเป็นบ้าเลยเฟ้ย ขืนวิ่งหาทุกตู้แบบนี้คงไม่มีอะไรดีขึ้นมา ผมจึงหยุดที่จะวิ่งหาทีละตู้แล้วก้มลงอ่านกระดาษแผ่นนั้นอีกครั้งเผื่อจะนึกอะไรได้ ซักพักก็มีคู่แม่ลูกคู่นึงเดินผ่านมา
 
"แม่ค้าบบบบบ เราที่นั่นกันได้มั้ย ! "
"เอ๋ ที่นั่นน่ะหรอ.. ไม่ได้หรอกจ่ะ! มันทั้งเปลี่ยวทั้งมืด ระวังจะโดนพวกโรคจิตฆ่าเอานะ.. "
"หวาาาา ไม่ไปแล้ว! ผมกลัวพวกโรคจิต! คุณพ่อบอกไว้ว่าถ้าพวกนั้นเจอเราพวกมันจะฆ่าเรา"
"ใช่แล้วล่ะ มันจะเอามีดแทงลูก จนเลือดกระเซ็นแดงฉานไปหมดเลย.. เพราะงั้นกลับบ้านเรากันนะจ๊ะ"
 
เหยๆ -_-; อธิบายฉากฆาตกรรมแบบนั้นให้เด็กเล็กๆฟังแบบนั้นเลยหรอเนี่ย
.
.
.
.
.
เลือดสีแดงกระเซ็นไปทั่ว..
.
.
.
.
.
จากฆาตกรโรคจิต?
.
.
.
.
.
.
สีแดง.. 
.
.
.
.
.
.
.
ตู้สาธารณะสีแดงตู้หมายเลข 10! 
 
 
ผมรีบวิ่งออกจากจุดนั้นและวิ่งหาตู้สาธารณะสีแดง บริเวณนี้มีทั้งตู้สีเขียวและสีแดงแม้สีแดงจะมากกว่าก็เถอะ การที่จะหาตู้หมายเลข 10 แบบนี้มันก็ไม่ได้ง่ายเลยถึงแม้เราจะรู้เลขของมันแล้ว ด้วยความที่ทั้งตื่นเต้นและรู้สึกหงุดหงิดกับเรื่องบ้าๆพวกนี้มันทำให้ผมวิ่งหาได้จนทั่ว และเจอในที่สุด..
 
 
ตู้นี้ตั้งอยู่ห่างจากบ้านที่เป็นสถานที่นัดพบไม่ไกลมาก ด้วยความที่เมืองนี้เป็นเมืองเล็กๆด้วย ผมค่อยๆก้าวขาเดินเข้าไปในตู้โทรศัพท์ตัวปัญหานี่ช้าๆและมองไปรอบๆด้วยความหวาดระแวง บางทีเมืองนี้ก็สงบจนทำให้เงียบจนเกินไป
 
ผมเข้ามาในตู้และทำการปิดประตูยืนพิงประตูนั้นด้วยความเหน็ดเหนื่อย สายตาจ้องมองไปที่โทรศัพท์สาธารณะตรงหน้าอยู่นานจนทำให้เริ่มตาปรือเหมือนจะเคลิ้มหลับ..
 
 
 
 
 
 
กริ๊งงงงงงงงงงงงงงงงงงงง!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!
 
 
"เฮ้ยๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ" ผมสะดุ้งโหยงสุดตัวที่อยู่ดีๆเสียงโทรศัพท์ตรงหน้าก็ดังขึ้นมา ผมรีบคว้าโทรศัพท์นั้นยกขึ้นมาแนบหูและตะโกนใส่เสียงดัง
 
"แกเป็นใคร! เลิกเล่นเกมส์บ้าๆพวกนี้แล้วออกมาซักที!"
"......................................................................................." เสียงอีกฝ่ายเงียบไป มันทำให้ผมรู้สึกหงุดหงิดกว่าเดิมและกำลังจะอ้าปากพูดอีกรอบ
"โว้วเฮ้ๆพ่อนักสืบ.. ใจเย็นน่า.. ตะโกนมาได้หูจะแตกเฟ้ย... "
.
.
.
.
.
.
.
.
.
เสียงของคิด? 
 
"คิด.. ไอ้เจ้าบ้า.. นายอยู่ไหนของนายฟะ ฉันวิ่งหาไอ้ตู้โทรศัพท์บ้านี่ตั้งนาน สรุปก็คือเป็นนายจริงๆงั้นหรอ!"
"... พูดบ้าอะไรของนาย นายเป็นคนคิดเกมส์บ้าๆท้าฉันเองไม่ใช่รึไง ฉันก็แค่มาตามสถานที่ในจดหมายนั่นของนาย"
 
.............. ว่าไงนะ?
"ฉันไม่ได้เป็นคนเขียน.. บ้าเอ้ย.. " ผมสถบออกมาเบาๆ 
"ฉันก็ไม่ได้เป็นคนเขียนเฟ้ย -_-;" ปลายสายตอบผมกลับมาทำน้ำเสียงเซ็งๆ
"เรื่องนั้นไว้ค่อยว่ากัน ตอนนี้นายอยู่ไหน" ผมขมวดคิ้วแน่นหันหลังไปผลักประตูตู้ออกและกวาดสายตามองไปรอบๆ
"อยู่ในตู้โทรศัพท์ นายไม่เห็นฉันหรอ แต่ฉันเห็นนายน้าา.. " ไอเจ้าบ้านั่นตอบกลับมาด้วยน้ำเสียงยียวนกวนประสาท
"มันมีตั้งหลายตู้ไอ้เจ้าบ้านี่ -_-+ บอกมาสิเว้ย สีอะไรตู้หมายเลขเท่าไหร่!" ผมโวยวายกลับไป
"เป็นนักสืบไม่ใช่หรอ หาเอาเองแล้วกัน ฮ้าววว ง่วงชะมัด.. ฉันจะนอนรอในตู้นะ บาย" 
 
และเจ้าบ้านั่นก็กดวางไป
 
"อ้าวเฮ้คิด.. คิด! โว้ยยย! เจ้าบ้าเอ้ย!" ผมวางโทรศัพท์เข้าที่เดิมอย่างแรงก่อนจะเดินออกมาไล่ดูตามตู้แต่ละตู้ มันไม่น่าจะไกลจากแถวนี้นักหรอกถ้าหมอนั่นบอกว่าเห็นผมล่ะก็นะ .. แต่ถ้าทั้งหมดนี่คือแผนล่ะ?
 
ผมเดินไปรอบๆมองหาตู้ที่ปิดประตูไว้อยู่ ถนันได้เลยว่าต้องเป็นหมอนั่น ผมไม่เห็นใครเดินเข้าออกแถวนี้เลย และถ้าจะมีตู้ที่ปิดอยู่อยู่ตู้เดียวยังไงก็ต้องเป็นหมอนั่นชัวร์ๆล่ะ
 
และขณะที่กำลังคิดอะไรเพลินๆ สายตาก็พลันไปเห็นตู้ที่ปิดประตูอยู่ที่ว่าพอดี.. 
 
"เอาล่ะคิด.. เสร็จฉันล่ะ.." ผมค่อยๆเดินย่องเข้าไปที่ตู้สีแดงที่ปิดประตูอยู่ ก่อนจะกระชากมันเปิดออกมา
 
 
"เจอล่ะ!" ....................................... ชะงักสิครับ
 
ไม่ได้เจอคิดหรอก.. แต่เป็นคนอังกฤษคนนึงที่กำลังหันมาด่าผมรัวๆเป็นภาษาอังกฤษ ที่แม้ว่าผมจะพูดอังกฤษได้แต่ก็ต้องยืนงงให้กับคำพูดพวกนั้น ผมได้แต่ยืนโค้งขอโทษเขาก่อนที่เขาจะหันกลับมามองผมด้วยสายตารุนแรง(?)และกระทืบเท้าเดินออกไป
 
 
 
 
"ฮ่ะๆ.. ฮ่าๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ! " 
 
ผมรีบหันไปตามเสียงหัวเราะที่คุ้นหูนั่นทันที .. และมันทำให้ผมขมวดคิ้วออกมาแน่นและกำหมัดแน่นด้วยความคับแค้น
 
"ไอ้เจ้าบ้า..... คิด....... " 
 
 
 
------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
THE END : CONFRONTATION การเผชิญหน้า #1
แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น

}