Storytellers
email-icon facebook-icon Twitter-icon

ยินดีต้อนรับสู่อาณาจักร Storytellers ค่ะ ขอบคุณที่เข้ามาอ่านนิยายของไรท์นะคะ

Phantom ร้ายก็รัก ตอนที่ 8

ชื่อตอน : Phantom ร้ายก็รัก ตอนที่ 8

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 909

ความคิดเห็น : 1

ปรับปรุงล่าสุด : 07 มิ.ย. 2563 15:36 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
Phantom ร้ายก็รัก ตอนที่ 8
แบบอักษร

Phantom ร้ายก็รัก ตอนที่ 8 

  

ระหว่างทางที่อยู่บนรถนอกจากเสียงเพลงที่เจ้าของรถเปิดคลอเบาๆ แล้วก็ไม่มีเสียงอื่นอีก พี่ดินเงียบ ผมก็เงียบจนกระทั่งรถแล่นมาจอดที่หน้าบ้านผมในเวลาสามทุ่มนิดๆ ผมปลดล็อกเข็มขัดนิรภัยออกจากตัวก่อนจะล้วงมือเข้าไปในกระเป๋าสะพายที่วางอยู่บนตักหยิบกล่องของขวัญกล่องเล็กๆ นั่นออกมาแล้วยื่นมันให้กับเจ้าของวันเกิด 

“สุขสันต์วันเกิดครับพี่ดิน” พี่ดินมองหน้าผมก่อนจะก้มลงมองกล่องเล็กๆ ที่ผมยื่นไปให้ก่อนจะรับมันไป แต่ทำไมพี่เขาถึงจับมือผมไว้ล่ะครับ 

ผมใจเต้นไม่เป็นส่ำเลยล่ะตอนนี้ มันเต้นแรงจนกลัวว่ามันจะวายจนผมตายใส่รถพี่เขา 

“เอ่อ พะ พี่ดิน” ผมเรียกพี่เขาที่จับมือผมเอาไว้หลวมๆ 

“พี่นึกว่าจะไม่ได้ของขวัญจากฝุ่นซะแล้ว” พี่เขาพูดยิ้มๆ ก่อนจะปล่อยมือผมแล้วเปลี่ยนมาลูบหัวผมแทน 

ระทวยมั้ยล่ะ ใจผมจะทนกับการอ่อนโยนนี้ได้นานแค่ไหน 

“พี่ดินลองแกะดูสิครับ” ผมบอกพร้อมกับลุ้นไปด้วย พี่เขาจะชอบมันมั้ยแล้วถ้าเขาไม่ชอบผมควรจะทำสีหน้ายังไง ผมต้องยิ้มหรือว่าทำหน้าสลดออกไปดี 

“ไหนดูสิ ซื้ออะไรมาให้พี่ครับ” พี่เขาว่าพร้อมกับแกะกระดาษห่อออกช้าๆ “เอ๋ นี่มันน้ำหอมกลิ่นที่พี่ใช้อยู่นี่”  

“เอ่อ ครับ” ผมรับคำให้กับคำพูดและท่าทางตื่นเต้นของพี่ดิน 

“ฝุ่นรู้ได้ยังไงว่าพี่ใช้ยี่ห้อนี้อยู่” ก็ไม่น่าต้องถามมั้ยละครับ 

“ผมได้กลิ่นมันจากตัวพี่” ผมตอบออกไปตามความจริง ก็ได้กลิ่นมันจากตัวพี่ดินจริงๆ แม้จะเจอกันไม่กี่ครั้งแต่ผมก็จำกลิ่นได้ จำได้ว่ามันเป็นกลิ่นของพี่ดิน 

“อืม ขอบใจนะแต่ความจริงฝุ่นไม่ต้องซื้ออะไรให้พี่ก็ได้แค่ฝุ่นมาพี่ก็ดีใจแล้ว” พี่ดินว่ายิ้มๆ หลังจากเอี้ยวตัวเอากล่องของขวัญเล็กๆ ของผมไปเก็บที่เบาะด้านหลังแต่จังหวะที่พี่เขาหันกลับมาผมต้องชะงักนิ่งตาโต 

“พี่ดิน...” ผมเรียกชื่อพี่เขาพร้อมกับยกมือขึ้นมาปิดแก้มตัวเอง  

พี่ดินหอมแก้มผม  

พี่ดินหอมแก้มผม  

พี่ดินหอมแก้มผม  

“มัดจำ” พี่เขาว่าออกมาหน้าตาเฉยอีกทั้งยังขยับเข้ามาใกล้เรื่อยๆ 

“มัดจำอะไรเล่า” เขินจนตัวจะบิดแล้วเนี่ย  

“มัดจำว่าฝุ่นคือคนที่พี่จะจีบ”  

มันมีการมัดจำแบบนี้ด้วยเหรอครับ จากเขินๆ อยู่ลมหายใจผมสะดุดหนักกว่าเดิม เพราะคำพูดตรงไปตรงมากับสีหน้าและแววตาดุๆ คู่นั้นที่บ่งบอกว่าคนพูดไม่ได้ล้อเล่น ทำให้ผมพูดไม่ออกได้แต่กะพริบตาปริบๆ มองหน้าพี่ดินที่ยิ่งเข้ามาใกล้ก็ยิ่งมองเห็นความหล่อชัดเจน 

ผมละสายตาจากหน้าหล่อของพี่ดินเพราะไม่กล้ามองสบกับตาคมนั่นแต่เปลี่ยนมาจ้องมองริมฝีปากน่าจูบของพี่ดินแทน  

อยากจูบ...แต่ไม่กล้า 

ผมเป็นเด็กจะเริ่มก่อนได้ยังไง ถึงผมจะชอบพี่เขาก่อนแต่เรื่องแบบนี้ผมไม่เริ่มก่อนแน่ๆ 

“อื้อ...” เบิกตากว้างในทันทีพร้อมกับส่งเสียงอื้ออึงในลำคอเพราะจู่ๆ ปากที่ผมมองว่ามันน่าจูบและอยากจูบก็ทาบลงมาที่ปากผมอย่างไม่ให้ผมได้ตั้งตัว 

จูบแรกของผม 

จูบแรกของผมกับพี่ดิน 

จูบแรกของเราสองคน 

“ฝุ่น!” 

“…” ตัวผมชา 

“ฝุ่น ฝุ่น!!” 

“...” หัวผมโล่งไปหมด 

“โอเคมั้ย”  

“อะ เอ่อ พะ พี่ดิน” พูดไม่ออกได้แค่เรียกพี่เขาด้วยเสียงติดสั่น กะพริบตาปริบๆ พร้อมกับสูดลมเข้าปอด 

“พี่ขอโทษ นี่ถึงกับช็อคไปเลยเหรอ” พี่ดินขอโทษผมแต่ทำไมน้ำเสียงพี่เขาดูพอใจล่ะ 

“ปะ เปล่าครับ” ปฏิเสธออกไปทั้งที่สมองยังงงๆ อยู่ 

“จูบแรกเหรอ?”  

  “ครับ?” ผมเอียงคอกับคำถามนั้น พี่เขารู้ได้ยังไงว่านั่นมันจูบแรกของผม 

“ก็ฝุ่นหลับตาตลอดแถมยังเม้มปากแน่นจนพี่สอดลิ้นเข้าไปข้างในไม่ได้เลย”  

“…!!!” พี่ครับจำเป็นต้องพูดตรงขนาดนั้นมั้ย  

“ดีใจจัง ได้เป็นคนแรกที่จูบฝุ่น”  

“…?” มันใช่เวลาต้องมาดีใจกับเรื่องแบบนี้เหรอครับ 

“พี่ขอจูบอีกทีได้มั้ย” ทำไมผู้ชายคนนี้เป็นคนไม่รู้จักพอ 

“มะ ไม่ได้ครับ” ผมปฏิเสธเสียงแข็ง ถึงผมจะชอบพี่ดินแต่ผมก็ไม่ได้ง่ายนะครับ 

ไม่ง่าย...แต่ก็ไม่ได้ยากนะ! 

“โอเคครับ ไม่ได้ก็ไม่ได้ไม่เห็นต้องดุเลย” พี่ดินว่าเสียงอ่อยก่อนจะล้วงมือเข้าไปในกระเป๋ากางเกงแล้วยื่นโทรศัพท์มาตรงหน้าผม 

“อะไรครับ”  

“รีโมทรถมั้ง”  

“อันนี้กวนละ”  

“...ก็เราถามกวนพี่ก่อน”  

“ผมเปล่า” ปฏิเสธสิครับก็ผมไม่ได้กวนพี่เขาจริงๆ ผมแค่งงว่ายื่นโทรศัพท์มาให้ผมทำไม 

“โอเค้ ไม่กวนก็ไม่กวน งั้นขอเบอร์” คนอะไรเอาแต่ใจจัง 

“เบอร์ผม?” ผมชี้นิ้วเข้าหาตัวเองพร้อมคิ้วที่ขมวด ไม่ได้อยากเล่นบทนางเอกใสซื่อหรอกนะ แต่แบบพี่ดินขอเบอร์ผมเลยนะครับผมก็ควรจะเล่นตัวหน่อยหรือเปล่า 

“เบอร์ยายฝุ่นมั้ง” คนตอบเขาตอบเสียงนิ่งก่อนจะกอดอกเมื่อผมรับโทรศัพท์มาแล้ว 

“อันนี้กวนแล้วนะครับ” ผมส่ายหน้ายิ้มๆ ก่อนจะกดเบอร์ตัวเองลงไป เมมชื่อให้ด้วยเลยเอ้า ‘ใต้ฝุ่น’ จะเมมว่าแฟนพี่ดินก็ดูจะแรดเกินเบอร์ไปหน่อย  

ผมบอกแล้วว่าผมยังเด็กให้ทำเรื่องอะไรแบบนี้ก่อนไม่ได้หรอก เหอะ! 

“ขอบคุณครับ” พี่เขารับไปแล้วกดโทรมาที่เบอร์ผม “ทำไมไม่เมมว่าแฟนพี่ดินอะ”  

“ได้เหรอครับ” ถึงหน้าผมจะเหวอแต่ผมก็คิดจริงจังนะเอาจริง 

“เอาที่ฝุ่นเมมให้ก็ได้ ให้ฝุ่นปรับตัวเตรียมใจก่อนก็ได้พี่ไม่รีบ” ยิ้มพอใจพร้อมกับมองผมด้วยแววตาวิบวับผมเลยได้แต่ย่นจมูกใส่ “น่ารักอีกแล้ว เดี๋ยวก็จูบซะหรอก” 

“เอ่อ ผมว่าผมเข้าบ้านก่อนดีกว่าครับ” ผมรีบเปิดประตูลงมาจากรถเมื่อพี่ดินทำท่าจะจู่โจมผม 

“ฝุ่น” พี่ดินเรียกขณะที่ผมกำลังจะเปิดประตูรั้ว 

“ครับ?” ผมหันมาก็เห็นพี่ดินกวักมือเรียกเลยต้องเดินเข้าไปหา 

“ฝันดีนะครับ”  

“อ่า...” หน้าร้อน ร้อนมาก นี่ก็จะสามทุ่มครึ่งแล้วคุณพระอาทิตย์ยังทำงานอยู่เหรอครับ 

หาเหตุผมกลบเกลื่อนความเขินของตัวเองไปงั้นแหละ 

“จะไม่บอกฝันดีพี่หน่อยเหรอ” ยัง ยังจะมาแกล้งหยอดผมอีก 

“ฝะ ฝันดีครับ” ผมบอกเสียงตะกุกตะกักก่อนจะหันหลังให้แต่สักพักก็หันกลับไปทางเดิมแล้วเดินไวๆ เข้าไปหากดจมูกและปากไปที่แก้มของคนที่โผล่หน้าออกมานอกหน้าต่างรถแล้ววิ่งเข้าบ้านไปทันที 

บอกแล้วว่าผมมันก็เป็นแค่เด็กน้อยคนหนึ่ง เขินโว้ยยยยยยย 

ผมยืนอยู่หลังประตูรั้วหลังจากที่ล็อกมันแล้วเรียบร้อยตาก็มองไฟท้ายรถของพี่ดินจนมันเคลื่อนห่างออกไปเรื่อยๆ และลับสายตาผมไปในที่สุด ยิ้มให้กับตัวเอง ยิ้มให้กับวันดีๆ ในวันนี้  

หยิบโทรศัพท์ออกมาจากกระเป๋าสะพายที่คล้องอยู่บนไหล่แล้วยิ้มให้กับมัน ยิ้มให้กับรูปโปรไฟล์ของใครบางคน 

ใต้ฝุ่น ฝันดีนะครับพี่ดิน  

ใต้ฝุ่น ขับรถกลับบ้านดีๆ ครับ 

ส่งข้อความเข้าไปในไลน์พี่เขาที่ผมเพิ่งรับแอดเข้ามาเป็นเพื่อน เป็นเพื่อนและอาจจะเป็นแฟน... 

“ช้าไปสิบนาทีนะพ่อหนุ่มน้อย”  

เสียงที่ปรับให้ดุจนน่ากลัวดังออกมาจากในตัวบ้านทำให้ผมหันกลับไปมองแล้วต้องยิ้มแหยส่งไปให้ยายที่ยืนทำหน้าดุอยู่ที่หน้าประตูบ้าน ผมรีบขยับขาก้าวไวๆ เข้าไปหาแล้วสวมกอดอ้อนยายในทันที 

“ฝุ่นขอโทษครับยาย ทีหลังจะไม่ทำอีก” เงยหน้าขึ้นมองนาฬิกาบนฝาผนังบ้านก็พบว่าผมเลยเวลาที่กำหนดจริงๆ 

“ขึ้นไปอาบน้ำพักผ่อนไป ยายจะปิดบ้าน” ยายบอกพร้อมกับลูบหัวผมอย่างอ่อนโยน 

“ฝุ่นรักยายนะครับ”  

“ยายก็รักฝุ่น”  

“ยายจ๋า แล้วแป้งล่ะจ๊ะไม่รักเหรอ”  

ขณะที่ผมกับยายกอดและบอกรักกันอยู่นั้นเสียงเล็กๆ ของน้องสาวคนสวยของผมก็ดังขึ้นมาพร้อมกับเจ้าตัวที่วิ่งเข้ามาหาแล้วยายก็อ้าแขนรับแล้วสามคนยายหลานก็กอดกันกลม 

วันนี้ ตอนนี้ผมมีความสุขและอบอุ่นจังเลยครับอยากให้ช่วงเวลาแบบนี้อยู่กับเราสามคนไปนานๆ จัง 

หลังจากกอดกันจนตัวเหนียวผมกับปาแป้งก็ช่วยยายปิดบ้านเช็กกลอนประตูหน้าต่างให้เรียบร้อยก่อนจะแยกย้ายห้องใครห้องมัน  

ผมเข้าไปอาบน้ำหลังจากวางกระเป๋าลงบนเตียงแล้วออกมาอีกทีโทรศัพท์มือถือที่ซุกอยู่ในกระเป๋าสะพายก็มีเสียงเตือนจากไลน์ดังขึ้นมาพอดี ประจวบเหมาะซะเหลือเกินพอเดินไปหยิบออกมาดูก็ต้องยิ้มกว้างขึ้นไปอีกเมื่อเห็นข้อความที่โชว์อยู่หน้าจอที่สว่างวาบอยู่ในมือ  

พี่ดินส่งมาบอกว่าถึงบ้านแล้ว และตอนนี้กำลังพากันลงเล่นน้ำในสระ ถ่ายรูปส่งมาให้ดูด้วยว่าเล่นน้ำในสระกันจริงๆ ผมเองก็ได้แต่ยิ้มตามจนตาหยีกับรูปที่พี่เขาส่งมาให้ดูก่อนความดีใจจะแปรเปลี่ยนเป็นตกใจเมื่อมีวีดิโอคอลเข้ามาและคนนั้นก็คือเจ้าของไลน์และเจ้าของหัวใจของผมนั่นเอง 

ผมลังเลที่จะกดรับก่อนจะรีบวิ่งไปเช็คสภาพหน้าตัวเองที่กระจกปรับลมหายใจอีกนิดหน่อยแล้วกดรับเปิดวีดิโอคอลของพี่ดิน 

[ทำอะไรอยู่ครับ] คนในกล้องถามมาพร้อมรอยยิ้ม ตอนนี้พี่เขานั่งอยู่ริมสระและในสระก็มีคนกลุ่มหนึ่งที่กำลังจะฆาตรกรรมกัน ก็พวกเพื่อนๆ ของพี่เขานั่นแหละครับที่แกล้งกดหัวกันจุ่มน้ำ 

“อะ อาบน้ำเพิ่งเสร็จครับ” ก็ไม่เข้าใจหรอกว่าทำไมต้องเสียงสั่นก็แค่วีดิโอคอลกันเองปะ 

[เช็ดผมให้แห้งก่อนเข้านอนนะครับ]  

“คะ ครับ” ทำไมต้องอ่อนโยน ใต้ฝุ่นใจคอไม่ดีเลยครับ 

[เฮ้ย สัสดินมาเล่นน้ำโว้ย เลิกเตาะเด็กมันได้แล้ว กูรำคาญ] เสียงหนึ่งดังขึ้นมาจากสระ 

[เออ ลำไย เหม็นสาปคนมีความรัก] เสียงสองดังตามมา 

[น้องครับ ไอ้สัสดินมันเจ้าชู้และกะล่อนมากอย่าไปหลงกลมันนะเว้ย] เสียงสามที่ตามมาทำให้ผมหรี่ตา 

[อย่าไปเชื่อไอ้เซี่ยนมันอิจฉา] คนที่ถูกใส่ร้ายเขาก็แก้ตัวของเขาไป แต่ผมยังคงหรี่ตามองจนตาแทบปิด [ฝุ่นครับ งอนเหรอ]  

“ปะ เปล่าสักหน่อย” ทำไมต้องทำเสียงอ้อนทำไมต้องทำหน้าเหมือนลูกหมาด้วยเล่า 

[เปล่า แต่ก็ไม่เชื่อพี่ถูกมั้ย]  

“ก็...” 

[ไม่เชื่อแฟนตัวเอง แต่เชื่อคนไม่หวังดี] 

“พี่ดินนนนน...”  

เขินครับ เขินจนเรียกชื่อพี่เขาลากยาว อายม้วนจนต้องดึงหมอนมากอดแน่น ใครเขาไปตกลงเป็นแฟนกับพี่กันเล่า 

 

ความคิดเห็น