Storytellers
email-icon facebook-icon Twitter-icon

ยินดีต้อนรับสู่อาณาจักร Storytellers ค่ะ ขอบคุณที่เข้ามาอ่านนิยายของไรท์นะคะ

Phantom ร้ายก็รัก ตอนที่ 7

ชื่อตอน : Phantom ร้ายก็รัก ตอนที่ 7

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 896

ความคิดเห็น : 2

ปรับปรุงล่าสุด : 06 มิ.ย. 2563 16:12 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
Phantom ร้ายก็รัก ตอนที่ 7
แบบอักษร

Phantom ร้ายก็รัก ตอนที่ 7 

 

เวลาผ่านไปเรื่อยๆ และมันก็ใกล้ถึงเวลาที่ผมต้องกลับบ้านเข้ามาทุกทีๆ พี่เวย์นั่งคุยกับผมสักพักก็ขอตัวไปสนุกกับเพื่อนๆ ต่อ ส่วนไอ้หินมันก็เดินเอานั่นเอานี่มาเสิร์ฟให้ผมไม่ได้ขาด จริงๆ ผมเดินไปตักเองก็ได้แต่ว่ามันไม่ยอมมันบอกถ้าผมไปแถวนั้นคืนนี้ผมคงกลับบ้านไปในสภาพเละเทะหรือไม่ก็อาจจะได้นอนค้างที่นี่ผมเลยต้องตามใจมัน 

ผมนั่งมองพี่ดินที่กำลังสนุกกับเพื่อนๆ ด้วยมุมปากที่ยกขึ้นเป็นระยะเพราะถ้าไอ้หินหรือคนอื่นมาคุยด้วยผมก็ทำหน้านิ่งๆ ของผมไป  

เพื่อนพี่ดินแวะเวียนมาคุยกับผมหลายคนตั้งแต่ที่พี่เวย์ไปไม่รู้ว่าพี่เขาไปพูดอะไรเกี่ยวกับผมหรือเปล่าผมถึงได้เป็นที่สนใจของคนหลายคนขนาดนี้ 

“ขอนั่งด้วยได้มั้ยครับ” ผมยังนิ่งกับคำถามและคนถามเองก็นิ่งเหมือนกัน 

เขาไม่ได้นั่งลงข้างผมหลังจากที่พูดจบเหมือนคนอื่นๆ จนผมต้องเงยหน้าขึ้นไปเอียงคอมองเจ้าของร่างสูงใหญ่ตรงหน้า กะพริบตาปริบๆ ก่อนที่อีกฝ่ายจะส่งยิ้มมาให้และผมเองก็พยักหน้าให้กับคำถามก่อนหน้านี้ 

“ทำไมมานั่งอยู่ตรงนี้คนเดียวล่ะ”  

“…” เป็นอีกครั้งที่ผมเอียงคอมองหน้าคนถามเพราะนี่นับว่าเป็นคำถามแรกและคนแรกเลยมั้งที่ถามว่าทำไมผมถึงมานั่งอยู่ตรงนี้คนเดียวแทนที่จะไปอยู่สนุกตรงโน้น 

“งานไม่สนุกเหรอ” เมื่อผมไม่ตอบพี่เขาก็ถามต่อ 

“เปล่าครับ ก็สนุกดี” ผมว่าแล้วก้มหน้ามองขาตัวเองที่เตะอยู่ในน้ำต่อ 

“อืม...สนุก แต่มานั่งคนเดียว” เหมือนพี่เขาจะพูดคนเดียวผมเลยไม่ได้สนใจ “เป็นพวกโลกส่วนตัวสูงเหรอ” แต่คำถามนี้ทำให้ผมหันไปสนใจทันที 

“เปล่าครับ ผมไม่ได้เข้าถึงยากขนาดนั้น” จริงอยู่ที่ผมก็มีโลกของผมที่ไม่อยากให้ใครเข้ามายุ่ง แต่ว่าผมก็ไม่ได้ติสท์ขนาดนั้นสักหน่อย 

“ชื่อฝุ่นใช่มั้ย”  

“ครับ” รับคำทันทีเพราะดูเหมือนพี่เขาจะอยากเปลี่ยนเรื่องคุยและผมก็เห็นด้วยอย่างยิ่ง 

“เป็นแฟนไอ้ดินเหรอ”  

“แค่กๆ” เป็นอีกครั้งที่ผมสำลักกับคำถาม ผมหน้าเหวอหันไปมองคนถามพลางขมวดคิ้ว อะไรคือเหตุผลให้พี่เขาถามคำถามนี้กับผมเหรอครับ 

ของขวัญก็ยังไม่ได้ให้กล่องสีฟ้ายังนอนแอ้งแม้งอยู่ในกระเป๋าอยู่เลย ผมไปยืนกระหนุงกระหนิงกับเจ้าของวันเกิดหรือก็เปล่า หรือแม้กระทั่งว่าเจ้าของวันเกิดเดินมาเทคแคร์ให้ความสนใจผมหรือก็ไม่มี แล้วพี่เขาทำไมถึงได้ถามผมแบบนั้นล่ะครับ 

“อืม เขินจนสำลักเลยเหรอ” พี่เขาว่าแล้วจ้องผมตาไม่กะพริบ 

“อะไรทำให้พี่คิดแบบนั้นครับ” ผมว่าพี่เขากำลังเข้าใจผิดอย่างมหันต์ 

“พี่เข้าใจผิดเหรอ” พี่เขาทำหน้างง “แต่ไอ้ดินมันบอกกับพวกพี่เองนะว่าฝุ่นเป็นแฟน”  

“ห๊ะ?!” ไม่ใช่แค่พี่คนนี้หรอกครับที่งง  

ตอนนี้ผมก็งง งงว่าผมไปเป็นแฟนพี่ดินตั้งแต่เมื่อไหร่ งงว่าพี่ดินพูดแบบนี้ทำไม เมาหรือว่าแค่อยากแกล้งเพื่อนอยากแกล้งผม 

“พี่อุตส่าห์มองฝุ่นมาตั้งนาน ตั้งใจว่าจะจีบแต่พอไปถามลูกหินว่าฝุ่นมีแฟนยังไอ้ดินมันก็บอกว่าฝุ่นเป็นแฟนมัน” 

ผมควรจะทำยังไงดีกับสถานการณ์ชวนงงนี้ดีครับ  

ผมควรจะทำยังไงกับสีหน้าผิดหวังและน้ำเสียงเศร้าๆ ของพี่คนนี้ดี 

และผมควรจะทำยังไงกับใจที่เต้นแรงเกินเหตุของตัวเอง  

พี่ดินอาจจะแค่ล้อเล่นก็ได้ 

“เฮ้อ...” พี่เขาถอนหายใจ 

“พี่โอเคมั้ยครับ” ผมถามคนที่กำลังเอาขาจุ่มน้ำเหมือนกันกับผม 

พี่เขาดูเศร้า แต่ผมกำลังดีใจ 

ถึงแม้เรื่องนี้จะเป็นแค่เรื่องล้อเล่นแต่ผมก็อดที่จะหน้าร้อน อดที่จะดีใจไม่ได้ 

“อกหักอะ” พี่เขาหันมาบอกผมแล้วยิ้มก่อนจะเอามือทาบที่อกข้างซ้ายของตัวเอง “แต่ไม่เจ็บเท่าไหร่นะ แค่หวิวๆ” 

“อ่า...” ครับ ถ้าเจ็บมากก็คงจะแปลกเกินคนเกินไปหน่อย เราเพิ่งเจอกันเองนะครับ 

“พี่ชื่อเซียนนะ” พี่เซียนว่าแล้วยื่นมือมาตรงหน้าผม ผมมองมือที่ใหญ่กว่ามือผมนั่นอยู่สักพักก่อนจะยื่นมือไปจับกับมือพี่เขา 

พี่เขากำลังทักทายผมแบบฝรั่งทั้งๆ ที่เรานั่งคุยกันมาก็นานคุยกันน้ำลายผมแตกฟองจนเต็มปาก 

“ครับพี่เซียน” ผมยิ้มให้พี่เขาแล้วเราก็เขย่ามือกันเบาๆ ก่อนที่พี่เขาจะปล่อยมือจากมือผม 

“ไม่ทักหน่อยเหรอ” 

“ครับ?” 

“ก็ชื่อพี่ไง” 

“อ่า...” ผมไม่เข้าใจทำไมต้องทัก ก็แค่ชื่อพี่เขาแปลกนิดหน่อยเอง 

“ตอนหนุ่มๆ พ่อพี่เป็นเซียนมวย พอมีลูกเลยตั้งชื่อลูกว่าเซียน” พี่เขาเล่าให้ผมได้พยักหน้าตาม “แต่เพื่อนพี่มันชอบเรียกพี่ว่าเซี่ยน” 

“ทำไมอะครับ” ผมถามซื่อๆ 

“มันบอกว่าพี่...” พี่เขาหยุดแล้วหันมามองหน้าผม  

“บอกว่า...” ผมทวนคำพี่เขา 

“พี่พูดได้ใช่มั้ย” 

“ได้สิครับ ทำไมครับ” ผมเองก็อยากจะรู้เลยตอบพี่เขาไปแบบนั้น 

“มันบอกว่าพี่หื่น” พูดจบพี่เขาก็หน้าแดง และผมที่เพิ่งจะเข้าใจก็หน้าแดงไปด้วย 

ถึงผมจะยังเด็กแต่ผมก็ไม่ได้ซื่อบื้อขนาดที่ไม่รู้อะไรเลยนะครับ 

“อ่า...มะ เอ่อ พี่เซียนดูไม่เป็นคนแบบนั้นเลยนะครับ” พี่เขาจ้องหน้าผมด้วยแววตาวิบวับผมเลยต้องพูดตะกุกตะกัก 

เขินเหรอ? ก็คงใช่มั้ง ผมเองก็ไม่เคยโดนจ้องด้วยสายตาแบบนี้นี่น่าแถมคนที่จ้องยังหล่อมากอีกด้วยถ้าผมจะเขินก็ไม่แปลก แต่ถ้าผมไม่เขินนี่สิถึงต้องบอกว่าแปลก 

ผมชอบผู้ชายและการที่มีผู้ชายมาจ้องแบบนี้มันก็เขินเหมือนกันนะแถมเขายังมาบอกความในใจกับเราอีก ถึงผมไม่ได้ชอบเขาตอบแต่มันก็ เขิน...อะครับ 

“คุยอะไรกันอยู่เหรอ” 

เสียงเข้มๆ ของใครบางคนทำให้ผมกับพี่เซียนหันไปมองต้นเสียงพร้อมันและพอเห็นว่าเป็นใครผมถึงกับทำตาหลุกหลิก ปากมันเม้มเข้าหากันอัตโนมัติ หัวใจมันก็เริ่มเต้นแรงขึ้นเรื่อยๆ เมื่อพี่เขาเดินมานั่งลงข้างผมอีกด้าน 

“เหอะ ต้องตามมาเฝ้าขนาดนั้นเลยเหรอครับคุณสัสดิน” 

“กูชื่อษัษดินทร์ ไม่ใช่สัสดินครับไอ้คุณเซี่ยน” 

“กูชื่อเซียนโว้ย ไม่ได้ชื่อเซี่ยน” 

“มึงยังเรียกกูสัสดิน” 

“มึงก็เรียกกูเซี่ยน” 

“เอ่อ พี่ๆ ครับ ผมว่าใจเย็นๆ กันก่อนดีกว่ามั้ยครับ” ผมเอ่ยปากห้ามเมื่อคนสองคนที่นั่งขนาบข้างและตัวใหญ่กว่าผมเริ่มลงไม้ลงมือผลักกันข้ามหัวผมไปมา 

“ดีนะน้องฝุ่นห้ามไม่งั้นมึงโดนกูเตะลงน้ำไปแล้ว” พี่เซียนว่า 

“กูหรือมึงที่จะโดนเตะลงน้ำ” พี่ดินเถียงกลับ 

“…” ผมที่นั่งอยู่ตรงกลางระหว่างพวกเขาสองคนกลอกตามองบนก่อนจะหลับตาลงและผ่อนลมหายใจออกมาช้าๆ 

“กูไปก็ได้” พี่เซียนว่าแล้วลุกขึ้นเดินอ้อมไปด้านหลังผมก่อนจะ… 

ตู้มมมม 

“พี่เซียน!” ผมร้องตกใจ 

“ไอ้เซี่ยน! ไอ้เพื่อนเวร!!” คนที่ถูกถีบลงน้ำด่ากราด 

“ฮ่าๆ ไม่เจ็บโว้ย แค่นี้กูไม่เจ็บเท่าที่มึงบอกว่าน้องฝุ่นเป็นแฟนมึงหรอก” พี่เซียนว่าพร้อมทำท่าล้อเลียน 

“…” ผมเอ๋อแดก ใบ้กินไปเป็นที่เรียบร้อย 

พี่เซียนเดินหัวเราะไปหากลุ่มเพื่อนหลังจากพอใจแล้วที่ได้แก้แค้นคนที่เป็นมารหัวใจ (?) ส่วนพี่ดินหลังขึ้นมาจากน้ำก็ขอตัวไปเปลี่ยนเสื้อผ้าตอนนี้ผมเลยอยู่คนเดียวเหมือนเดิม ล้วงมือเข้าไปในกระเป๋าแล้วก็สะดุดกับกล่องของขวัญ ยังไม่ได้พี่ดินเลย หยิบโทรศัพท์มือถือออกมาดูก็พบว่ามันใกล้จะสองทุ่มแล้วมองไปที่ไอ้หินก็เห็นมันกำลังสนุก เต้นแร้งเต้นกาอยู่ที่ริมสระฝั่งโน้น 

“เดินไปสะกิดเรียกมันดีมั้ยนะ” พูดกับตัวเองแบบนั้นแต่ใจก็อยากอยู่รอพี่ดินก่อนอยากให้ของขวัญกับมือแทนที่จะฝากไอ้หินที่เมาแหล่มิเมาแหล่ไว้ 

สุดท้าย... 

ผมก็รอพี่ดิน 

รอเพียงแค่ เอ่อ ยี่สิบนาทีได้มั้งพี่ดินก็กลับมาพร้อมเสื้อผ้าชุดใหม่ เสื้อยืดสีเดิมกับแรกกางเกงขาสามส่วนและรองเท้าคู่เดิม ผมชื้นๆ ที่ตกลงมาปรกหน้าผากทำให้พี่เขาดูหล่อมากกว่าเดิมอีก  

ผมตายแน่ๆ ใจมันเต้นผิดจังหวะไปหมดแล้วแค่พี่เขาเดินตรงมาที่ผม คำพูดที่บอกว่าผมเป็นแฟนพี่เขามันก็ผุดขึ้นมาในหัว มันทำให้ผมหน้าเห่อร้อน ท้องไส้มันบิดมวนจนผมต้องกินน้ำอัดลมไปหลายอึกเพื่อดับร้อนและความงุ่นง่านของตัวเอง 

 “กลับกันเลยมั้ย” ผมเอียงคอกับคำถามนั้น “ก็ลูกหินมันบอกไว้ว่าฝุ่นต้องกลับบ้านก่อนสามทุ่มครึ่ง” 

“อ้อ ครับกลับเลยก็ได้ครับ” รับคำเสร็จผมก็ลุกขึ้นแต่สงสัยแช่น้ำนานไปหน่อยขามันเลยชาๆ จนเซเกือบตกน้ำไปอีกคนถ้าไม่ได้มือของใครบางคนฉุดไว้ 

“เฮ้ย! ระวังหน่อย เป็นไรมากมั้ย” พี่ดินถามเสียงดุพร้อมกับก้มลงมองขาผม 

“เอ่อ ผมโอเคครับ ผมไม่เป็นไรมาก ขอบคุณครับ” บอกออกไปทั้งที่ใจมันเต้นตุบ...ตุบ 

ไม่ได้ตกใจที่ตัวเองจะตกน้ำ ไม่ได้ตกใจกับเสียงดุๆ ของคนตรงหน้าที่ดุผม เพราะที่ใจมันเต้นแรงแบบนี้ก็เพราะว่าการที่ได้เห็นพี่เขาเป็นห่วงผมแบบนี้นี่ไง 

ไม่อยากจะคิดเข้าข้างตัวเองหรอก พี่เขาอาจจะแค่ไม่อยากให้ใครมาตกน้ำตายในสระว่ายน้ำบ้านเขาก็ได้ 

“จะกลับเลยมั้ยเดี๋ยวพี่ไปส่ง” พี่เขาไม่ได้ไล่ผมใช่มั้ยครับ 

คงไม่โกรธที่ผมซุ่มซ่ามหรอกใช่มั้ย 

“...กลับ ก็ได้ครับ” ผมรับคำเบาๆ ก่อนจะหันไปมองไอ้หิน ยิ้มให้มันที่กำลังโบกไม้โบกมือหยอยๆ มาให้ หันมาอีกทีพี่ดินก็เดินไปโน่นแล้วครับ ทางที่พาผมเข้ามาในตอนแรก ทางที่ไม่ต้องเดินผ่านเข้าบ้านหลังใหญ่เพื่อที่จะมาที่สวนหลังบ้านมันเป็นทางเฉพาะจากที่จอดรถตรงมายังสวนหลังบ้านได้เลย 

ความคิดเห็น