รดามณี-ไหมขวัญ

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตอนที่ 8 ใครคือคนในใจ (7)

ชื่อตอน : ตอนที่ 8 ใครคือคนในใจ (7)

คำค้น : จ้างรัก, เล่ห์รักลวง, นิยายรัก, โรแมนติก, รดามณี, ไหมขวัญ, มายา

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.5k

ความคิดเห็น : 1

ปรับปรุงล่าสุด : 10 มิ.ย. 2563 10:06 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 8 ใครคือคนในใจ (7)
แบบอักษร

ดาวโหลด Ebook ได้ที่เวบ Meb, hytexts , ebook นะคะ 

“มั้ง แต่เสียใจด้วย เพราะไอ้เคมันไหวตัวได้ทันเสียก่อน สามารถหลบพ้นจากแม่เสือสาวอย่างเพื่อนรักของคุณได้ไปอย่างฉิวเฉียด” 

ลูคัสบอกเสียงหยันรู้สึกสะใจเล็กน้อยที่เห็นสีหน้าคล้ายผิดหวังระคนเสียดายแทนเพื่อนรักของหญิงสาว ผู้หญิงคนนั้นก็เหมือนกัน ไม่รู้หลงอะไรเพื่อนเขานักหนา เคเลอร์แสดงออกชัดเจนว่า ไม่สน ยังจะตามอยู่ได้ ส่วนผู้หญิงตรงหน้าเขาก็เหมือนกัน ไม่รู้จะรักเพื่อนอะไรนักหนา เพื่อนว่าอะไรก็เออออไม่เคยขัดใจ ถ้าเขาบอกเอลีเนอร์ว่าดูอย่างไร ซาร่าก็เอาความเป็นเพื่อนมาใช้ประโยชน์เพื่อให้ตัวหล่อนเองสมหวังมีหวังโดนด่ายับแน่ๆ 

“พี่เคเจอยัยซาร่าที่ไหนล่ะคะ” เอลีเนอร์หวังจะตะล่อมถามโดยที่ไม่ให้ชายหนุ่มรู้ตัวว่า โดนหลอกถาม แต่ลูคัสก็ไม่ใช่คนโง่ที่จะไม่รู้ทันว่า อีกฝ่ายคิดจะทำอะไร 

“บอกก็โง่น่ะสิ เดี๋ยวคุณรู้ได้เป็นโทร.บอกแม่เพื่อนบังเกิดเกล้าหมด” ชายหนุ่มแอบประชดประชัน 

“ฉันรู้ ฉันโทร.บอกแน่ และจะไม่ยอมให้เพื่อนของฉันโดนคุณหลอกให้ไปไกลถึงเมืองไทยอีก ที่จริงฉันว่า เรื่องนี้คุณเลิกยุ่งจะดีกว่านะ เพราะมันไม่เกี่ยวข้องกับคุณเลย” เอลีเนอร์หยุดพูดนิดหนึ่ง ก่อนจะพูดในสิ่งที่เธอเคยคิดมานาน “แต่เท่าที่สังเกตดูเหมือนคุณจะเดือดร้อนเหลือเกินเวลาที่เห็นยัยซาร่าไปยุ่งกับพี่เค และไม่ใช่แค่ครั้งนี้ครั้งเดียวแต่มันทุกครั้ง” 

ร่างสูงโปร่งไม่ต่างกับนางแบบยืดตัวลุกขึ้นเดินออกจากเก้าอี้พลางหรี่ตามองเพื่อนรักของพี่ชายอย่างจับผิด ซึ่งลูคัสเองก็ไม่ได้สะทกสะท้านอะไร ชายหนุ่มทำเพียงเลิกคิ้วมอง แล้วตอบกลับอย่างไม่ยอมแพ้เหมือนกัน 

“ต้องเดือดร้อนสิคุณ ก็คนถูกไอ้เคด่าเสียยับคือผมนี่ และในความคิดของผมนะ คนที่ควรเลิกยุ่งกับชีวิตไอ้เคคือคุณกับแม่นางแบบนั่นมากกว่า คุณไม่ใช่เจ้าชีวิตมันที่จะไปบังคับให้ไปรักใครชอบใครตามใจชอบได้ แม้แต่คุณพ่อคุณแม่ของคุณ พวกท่านยังไม่ยุ่งเลย ส่วนแม่นางแบบนั่น ผมรู้นะ ที่ตื๊อไม่เลิก ไม่ใช่เพราะยังรักไอ้เคหรอก แต่เพราะกลัวเสียหน้ามากกว่าที่ไอ้เคไม่เล่นด้วย ทั้งๆ ที่ไปโกหกคนอื่นเอาไว้ทั่วว่า ยังเป็นแฟนกับไอ้เค ก็เลยต้องมาคอยทำเรื่องไร้สาระก่อความรำคาญให้กับคนอื่น” 

“ฉันว่าคนที่ไร้สาระคือคุณมากกว่า ฉันสังเกตมานานแล้ว และกล้าพูดได้เต็มปากเลยว่าคุณน่ะหลงรักเพื่อนฉันแน่ๆ แต่ยัยซาร่าไม่เคยสนใจคุณเลย ดังนั้นคุณจึงพยายามขัดขวางซาร่ากับพี่เคใช่ไหมล่ะ เข้าตำราที่ว่าตัวเองไม่ได้ก็อย่าหวังว่าคนอื่นจะได้ หรือที่ฉันพูดมามันไม่จริง” 

เอลีเนอร์สวนขึ้นทันควันพลางส่งยิ้มเยาะให้กับลูคัสที่ทำหน้าตกใจ และหญิงสาวก็ตีความหมายของสีหน้านั้นไปเองว่าชายหนุ่มคงตกใจที่เธอไปพูดจี้ใจดำ ทั้งๆ ที่พูดออกไปนั้นเธอรู้สึกเจ็บในอกนิดๆ เธอไม่รู้หรอกว่ามันคือความรู้สึกอะไร แต่เป็นครั้งแรกที่รู้สึกไม่ดีเอาเสียเลยที่รู้ว่าลูคัสมีใจให้ซาร่า 

“ถามจริงเถอะ คุณรู้จักผมดีแค่ไหนกันถึงมาตัดสินว่า สิ่งที่ผมแสดงออก หรือทำลงไปมันเป็นอย่างที่คุณคิดและเข้าใจ” ลูคัสถามอย่างไม่เข้าใจว่าทำไมเอลีเนอร์ถึงมองการแสดงออกของเขาไปในรูปแบบนั้นไปได้ เขาเคยแสดงออกหรือว่ารักชอบยัยนางแบบนั่น หน้าแทบไม่อยากจะมอง พูดกันก็แทบนับคำได้ 

“เรื่องอื่นฉันอาจจะไม่รู้จักคุณดีเท่าไร แต่สำหรับเรื่งนี้ฉันคิดว่าฉันมองไม่ผิด เลิกเสียเถอะ ซาร่าไม่ได้รักคุณ เธอรักพี่เค และสองคนนี้ก็เหมาะสมกันที่สุด” เอลีเนอร์ยังยืนยันความคิดของตัวเองอย่างหนักแน่น 

“ฟังนะ ผมไม่ได้รู้สึกพิศวาสยัยนางแบบหลงตัวเองนั่นเลยสักนิด ไม่แม้แต่จะชายตามองถ้ายัยนั่นไม่มาเกี่ยวข้องกับคนๆ หนึ่ง” 

“คนๆ หนึ่ง คุณหมายถึงใคร!” 

ท่าทางอ้ำอึ้งของลูคัสทำให้เอลีเนอร์คิดไปไกล เธอมองใบหน้าอันหล่อเหลาของเพื่อนพี่ชายแล้วส่ายหน้าอย่างไม่อยากจะเชื่อในความคิดที่เพิ่งผุดขึ้นมา 

“ยะ…อย่าบอกนะว่า คุณไม่ได้รักซาร่าตะ…แต่คุณรักพี่เค…ใช่แน่ๆ” 

“จะบ้าหรือ! คุณเอาสมองส่วนไหนคิด” ลูคัสรีบปฏิเสธเสียงหลง หน้าแดงก่ำด้วยความโมโห แต่เอลีเนอร์กลับคิดไปว่า ชายหนุ่มหน้าแดง เพราะความเขินอาย ร่างเพรียวระหงต่อว่าทุบตีเขาอย่างบ้าคลั่ง ไม่แม้แต่สนใจคำปฏิเสธที่แสนจะหนักแน่นของเขา 

“คุณไม่ต้องมาเสแสร้ง คนบ้า! คุณรักพี่เคได้อย่างไร พี่เคเป็นเพื่อนคุณนะ ถ้าพี่เครู้ต้องรู้สึกแย่แน่ๆ และฉันเองก็รู้สึกแย่ไม่ต่างกันที่คุณเป็นคนเห็นแก่ตัว เมื่อตัวเองรักกับพี่เคไม่ได้ยังพยายามขัดขวางทางรักของพี่เคกับผู้หญิงอื่น คุณมันน่ารังเกียจ อื้อ!” 

เสียงต่อว่าที่ดังฉอดๆ ขาดหาย เมื่อลูคัสดึงร่างเพรียวระหงเข้าหาแล้วประกบปากมอบจูบแสนจะดุดันสั่งสอนให้คนคิดเองเออเอง ยัดเยียดความคิดตัวเองให้คนอื่นอย่างไม่ยอมรับฟังอะไรทั้งนั้น แม้ตอนแรกหญิงสาวจะขัดขืนต่อต้าน แต่เมื่อจูบดุดันค่อยๆ เปลี่ยนเป็นอ่อนหวาน ร่างเพรียวระหงก็อ่อนเป็นขี้ผึ้งลนไฟ เผลอไผลโอนอ่อนผ่อนตามจูบเชิญชวนเรียกร้องของชายหนุ่มไปอย่างง่ายดาย 

ความรู้สึกที่เก็บกักมานานทำให้ลูคัสไม่คิดจะปล่อยร่างสั่นเทาที่ตอนนี้ถูกดันไปนั่งเกยอยู่บนโต๊ะทำงาน ชายหนุ่มยังจูบแบบเอาเป็นเอาตาย ลิ้มลองความหอมหวานให้สมกับที่รอคอยมานาน แม้กระทั่งเสียงโทรศัพท์บนโต๊ะดังชายหนุ่มก็รีบตัดความรำคาญโดยการยกหูโทรศัพท์ออกอย่างไม่สนใจ หวังจะไม่ให้มีสิ่งใดมาขัดขวางการตักตวงความสุข แต่แล้วเสียงเคาะประตูหน้าห้องก็ดังขึ้นพร้อมกับเสียงร้องเตือนจากเลขาหน้าห้อง 

“คุณเอลีนคะ จะได้เวลาประชุมแล้วนะคะ” เสียงนั้นทำให้อารมณ์ที่กำลังจะเตลิดไปไกลของคนทั้งคู่ถูกดึงกลับมา ลูคัสค่อยๆ ถอนจูบออกอย่างอ้อยอิ่งก่อนจะประคองกอดร่างอ่อนระทวยที่หายใจหอบกระเส่าไม่ต่างกับตัวเองไว้แนบอก 

“ฟังนะเอลีน ผมจะพูดครั้งนี้ครั้งเดียว ผมไม่ได้รักซาร่า ไม่ได้เป็นพวกรักร่วมเพศ ไม่ได้รักไอ้เคแบบที่คุณเข้าใจ แต่ผมรักใครนั้น ตอนนี้ผมคิดว่าคุณคงรู้ แล้วเจอกันที่ห้องประชุม” เอ่ยจบ จมูกโด่งก็ฝังลงแก้มนวลแดงปลั่งก่อนจะก้มลงเก็บของที่ตกบนพื้นจากการโรมรันเมื่อครู่ไปไว้บนโต๊ะแบบลวกๆ แล้วออกจากห้องไป ปล่อยให้คนที่โดนจู่โจมจนมึนงงมองตามแผ่นหลังกว้างตาปริบๆ 

ความคิดเห็น