facebook-icon Instagram-icon Line-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

15.ความสามารถที่เก็บซ่อน

ชื่อตอน : 15.ความสามารถที่เก็บซ่อน

คำค้น : ตำรวจพลร่ม, ตำรวจ, อรินทราช, ตชด., ค่ายนเรศวร, นเรศวร 261, หน่วยรบพิเศษ, แพทย์ตำรวจ, ทหารพราน, ทหาร, ชายแดนภาคใต้

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 24.9k

ความคิดเห็น : 210

ปรับปรุงล่าสุด : 04 มิ.ย. 2563 15:33 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 200
× 0
× 0
แชร์ :
15.ความสามารถที่เก็บซ่อน
แบบอักษร

15.ความสามารถที่เก็บซ่อน 

  

               แก้วเจ้าจอมวิ่งออกมาจากห้องพยาบาลเมื่อได้ยินเสียงระเบิดที่ดังมาจากทางด้านหน้าฐาน พอออกมาเธอก็เห็นผู้กองพนากระโดดขึ้นมอเตอร์ไซค์แล้วขับออกไปพร้อมกับผู้หมวดเผ่าเทพแล้ว ส่วนเจ้าหน้าที่ตำรวจนายอื่นๆ ก็จัดแบ่งกำลังกันคุ้มกันฐานและอีกส่วนก็ตามผู้กองพนาออกไปเพื่อดูสถานการณ์ เสียงปืนที่ดังตามมาทำให้แก้วเจ้าจอมอดนึกถึงเมื่อคราวที่รถของผู้หมวดมาริษากับน้องชายถูกลอบยิงไม่ได้ ตอนนั้นเสียงปืนมันก็ดังกึกก้องแบบนี้ เรื่องราวที่สามีเล่าให้ฟังเมื่อคืนมันทำให้เธอใจไม่ดีเมื่อคิดไปว่าหรือเสียงระเบิดที่เกิดขึ้นมาจะมาจากเหล่าคนร้ายที่แค้นสามีของเธอ ถ้าพวกมันทำอะไรสามีของเธอไม่ได้พวกมันก็จะทำคนรอบๆ ตัวของเขาแทน 

               “ดาบ ดาบคะแก้วไปด้วย” แก้วเจ้าจอมรีบวิ่งไปดึงแขนของดาบดำรงเอาไว้แน่นเมื่อเห็นดาบดำรงจะนำลูกน้องอีกส่วนออกไปดูสถานการณ์ 

               “ไม่ได้ครับมันอันตราย คุณแก้วไปหลบอยู่ที่บ้านเถอะนะ” 

               “แก้วขอไปด้วย แก้วเป็นห่วงพี่พนา ไหนจะหมวดศิวะอีก ระเบิดที่ดังขึ้นเสียงมันมาจากเส้นทางที่พวกผู้หมวดขับรถออกไปนะคะ” 

               “ไม่ได้ครับ ยังไงก็ไปไม่ได้” ดาบดำรงไม่เข้าใจว่าเธอจะมาขอตามไปด้วยทำไม เธอไม่กลัวเสียงปืนเสียงระเบิดรึยังไงกัน อีกอย่างขืนไปก็มีแต่จะเป็นตัวถ่วง ไม่มีใครเขาจะมีเวลามาดูแลคนความจำเสื่อมในสรภูมิหรอกนะ 

               “แต่ฉันจะไป!” คราวนี้แก้วเจ้าจอมจ้องหน้าดาบดำรงและว่าเสียงแข็งอย่างแน่วแน่ ด้วยอยากจะตามไปด้วยให้ได้และในมือของเธอก็มีกระเป๋าเครื่องมือทางการแพทย์ถือเอาไว้อย่างเตรียมพร้อม ดาบดำรงเห็นว่าถ้าเขาจะห้ามเธอต่ออย่างไรเสียเธอก็คงจะหาทางตามไปให้ได้อีกอยู่ดีดังนั้นเขาก็เลยจำต้องยอมให้เธอไปด้วยพร้อมกับถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ 

               ผู้กองพนากับผู้หมวดเผ่าเทพลงมาจากรถทันทีเมื่อเข้าใกล้ถึงที่เกิดเหตุ ริมถนนลาดยางเกิดหลุมขนาดใหญ่ด้วยแรงระเบิดจนชิ้นส่วนของระเบิด เศษดิน และก้อนกรวดกระจายอยู่ตามพื้น ไม่ห่างกันมากเจ้าหน้าที่ตำรวจทีม รปภ. คุณครูที่ผู้หมวดศิวะนำทีมออกมากำลังก้มตัวหมอบอยู่ที่พื้น รถมอเตอร์ไซค์บางคันยังคงจอดอยู่ในสภาพที่ปลอดภัยและมีสองถึงสามคันที่ล้มและไถลไปตามพื้นถนน ท่ามกลางเสียงปืนที่เจ้าหน้าที่ตำรวจทีม รปภ. คุณครูกำลังยิงตอบโต้กับกลุ่มคนร้ายที่อยู่ในป่าข้างทาง ผู้หมวดเผ่าเทพก็รีบวิ่งไปยังร่างๆ หนึ่งที่นอนจมกองเลือด ผู้หมวดศิวะนอนหมดสติอยู่ที่พงหญ้าข้างถนน ชุดเครื่องแบบของเขาฉ่ำนองไปด้วยเลือดเพราะแรงระเบิดและจากการที่รถมอเตอร์ไซค์คันใหญ่เสียหลักล้ม แต่ก็นับว่ายังดีที่แรงระเบิดไม่ได้ทำให้เขาเป็นอะไรมากเนื่องจากรถมอเตอร์ไซค์ขับมาด้วยความเร็วสูง ซึ่งเป็นปกติอยู่แล้วที่รถของเจ้าหน้าที่จะต้องเคลื่อนที่ด้วยความเร็วเพื่อป้องกันการตกเป็นเป้าโจมตี การบาดเจ็บของผู้หมวดศิวะจึงมาจากสาเหตุรถมอเตอร์ไซค์ล้มเป็นหลัก 

               “ไอ้ศิ...แก...ทำใจดีๆ เอาไว้นะเพื่อน แกต้องห้ามเป็นอะไรนะ” ผู้หมวดเผ่าเทพพยายามจะปฐมพยาบาลให้เพื่อน แต่เขาก็ถูกผู้กองพนาผลักให้หมอบลงไปกับพื้นเมื่อฝ่ายคนร้ายยังคงยิงสวนมาอยู่ และห่างจากผู้หมวดศิวะไปก็มีเจ้าหน้าที่ได้รับบาดเจ็บอยู่อีกสองนาย 

               “พวกไหน ผู้ก่อการณ์ร้ายรึเปล่า" ผู้กองพนาถามลูกน้องนายหนึ่งที่หมอบอยู่กับพื้นขณะยิงตอบโต้กับอีกฝ่าย 

               “คิดว่าไม่น่าจะใช่ครับผู้กอง” ทันทีที่ลูกน้องบอกแบบนี้ผู้กองพนาก็พอจะเข้าใจทันทีว่าอีกฝ่ายน่าจะเป็นพวกไหน ดังนั้นเขาจึงหมอบลงไปกับพื้นบ้างพลางนำปืนออกมาเล็งใส่เป้าหมายที่หลบซ่อนตัวอยู่ในป่า 

               “หมวด อยู่ดูแลคนเจ็บที่นี่แล้วก็ตามรถพยาบาลกับกำลังเสริมมาด่วนเลย เดี๋ยวทางนี้ผมจะจัดการเอง” เขาหันมาบอกทางผู้หมวดเผ่าเทพที่ยังสำรวจอาการของผู้หมวดศิวะอยู่ 

               ปังๆๆๆๆๆ 

ผู้กองพนายิงเข้าไปยังกลุ่มเป้าหมายที่อยู่ในป่าซึ่งเขาพอจะจับทิศทางได้ว่าตอนนี้คนร้ายหลบอยู่ในจุดไหน ดูจากสถานกาณ์เบื้องต้นแล้วเหมือนกับว่าอีกฝ่ายจะมีกำลังคนอยู่หลายคนพอควร แล้วพวกมันก็คงจะไม่ใช่ใครอื่น เขาคิดว่าคงเป็นการเอาคืนจากพวกชารีฟกับกาเซ็ม พวกมันใช้เวลาไม่มากในการรวบรวมพรรคซี่งมีอยู่ก่อนหน้านี้แล้ว พวกมันรู้ว่าเขาคือคนที่ยิงอาซานถึงได้ตามมาตอบโต้เขาคืน ผู้กองพนาคิดตามอย่างเจ็บใจขณะหันกลับไปมองผู้หมวดเผ่าเทพที่กำลังสำรวจอาการบาดเจ็บของผู้หมวดศิวะกับเจ้าหน้าที่ที่ได้รับบาดเจ็บพร้อมทั้งยังยิงสกัดเพื่อไม่ให้คนร้ายเล่นงานคนเจ็บซ้ำได้ ตอนนี้กำลังลูกน้องที่ฐานของเขาเข้ามาสมทบแล้ว และอีกไม่นานกำลังเสริมจากเจ้าหน้าที่หน่วยต่างๆ ที่อยู่ใกล้เคียงกันก็คงจะตามมาสมทบด้วย 

               “ผู้กองครับ” ดาบดำรงวิ่งหมอบหลบกระสุนเข้ามานอนราบอยู่ข้างๆ เขา มือก็เตรียมอาวุธปืนขึ้นเตรียมยิงไปยังทิศที่คนร้ายแอบซุ่มกันอยู่ 

               “พวกนักโทษที่ผมออกตามล่าน่ะดาบ พวกมันคงแค้นผม” 

               “ทำไมล่ะครับผู้กอง ทหารตำรวจมีตั้งหลายคน ทำไมพวกมันถึงมาแค้นผู้กองแค่คนเดียว” ดาบดำรงร้องถามผ่านเสียงปืนที่ยิงปะทะกันอยู่ 

               “ก็เพราะผมไปฆ่าน้องชายของมันตายไง” ผู้กองหนุ่มกล่าวแล้วค่อยๆ ลุกขึ้นก่อนจะวิ่งหลบลูกกระสุนจากพงหญ้าริมถนนไปยังผืนป่าเบื้องหน้า ดาบดำรงเลยไม่ทันได้บอกเขาว่าตอนนี้แก้วเจ้าจอมก็ตามมาที่นี่ด้วย 

               “หมวด!!!” แก้วเจ้าจอมวิ่งเข้ามาหาผู้หมวดเผ่าเทพทันทีเมื่อเห็นว่าเขากำลังจะดึงร่างของผู้หมวดศิวะออกจากดงกระสุนพร้อมกับเจ้าหน้าที่ที่บาดเจ็บอยู่อีกสองนาย “หมวดอย่าเพิ่งขยับตัวคนเจ็บนะ เดี๋ยวขยับผิดท่าหมวดศิวะได้เจ็บหนักกว่านี้แน่” เธอรีบห้าม เพราะการจะขยับหรือเคลื่อนย้ายตัวคนเจ็บจากรถมอเตอร์ไซค์ล้มแบบนี้ต้องระมัดระวังร่างกายส่วนของคอให้มาก เนื่องจากที่คอมีกระดูกสันหลังที่เชื่อมต่อกับไขสันหลังโดยตรง หากเคลื่อนย้ายตัวคนเจ็บไม่ถูกวิธีอาจเสี่ยงต่อการเป็นอัมพฤกษ์ได้ 

               “คุณแก้ว! คุณแก้วมาที่นี่ทำไม มันอันตรายนะ” ผู้หมวดเผ่าเทพรีบผละมือออกจากเพื่อนแล้วหยิบปืนขึ้นมาเตรียมพร้อมเพื่อคอยคุ้มกันเธอ แต่แก้วเจ้าจอมก็ไม่ได้ตอบเขาเมื่อเธอกำลังดูอาการของผู้หมวดศิวะอยู่ ท่ามกลางเสียงปืนที่ดังสนั่นหวั่นไหวแต่แก้วเจ้าจอมกลับมีสมาธิจดจ่ออยู่ที่คนเจ็บราวกับว่าเคยฝึกให้ต้องรักษาคนในสถานการณ์ที่อันตรายแบบนี้ เธอปฐมพยาบาลผู้หมวดศิวะอย่างคล่องแคล่วและรวดเร็วก่อนจะไปดูอาการของเจ้าหน้าที่อีกสองนายที่บาดเจ็บอยู่เช่นกัน 

               “โดนสะเก็ดระเบิดกันนิดหน่อยแต่ไม่ได้เป็นอะไรมาก ที่หมดสติคาดว่าน่าจะเป็นเพราะแรงกระแทกตอนรถล้ม หมวดตามรถพยาบาลมาแล้วใช่มั้ยคะ” แก้วเจ้าจอมร้องถามผู้หมวดเผ่าเทพฝ่าเสียงปืน แต่ผู้หมวดหนุ่มก็ยังอึ้งกับเธออยู่ เธอรักษาอาการเบื้องต้นของคนเจ็บได้สมกับที่เป็นหมอ เธอทำราวกับว่าไม่ได้ยินเสียงปืน เธอทำได้ยังไงกัน เธอไม่กลัวหน่อยหรอในสถานการณ์แบบนี้ 

               “หมวด! ฉันถามว่าเรียกรถพยาบาลกับกำลังเสริมมาแล้วใช่มั้ย!” คราวนี้แก้วเจ้าจอมยื่นมือมาเขย่าแขนเขาทำให้ผู้หมวดเผ่าเทพรีบดึงสติกลับมาแล้วก้มลงมามองมือเล็กๆ ที่กำแขนของเขาอยู่ด้วยหัวใจที่เต้นระรัวและหวั่นไหว แต่สีหน้าเอาจริงเอาจังของเธอในยามนี้มันทำให้เขานึกภาพของแก้วเจ้าจอมที่แสนเรียบร้อยและขี้แยไม่ออก แววตาของเธอมันเหมือนกับของใครอีกคนที่เขาไม่รู้จัก มันดูจริงจัง ดุ แล้วก็ไม่มีความหวาดกลัวเลยแม้แต่น้อย 

               “คะ...ครับ ตามแล้วครับ” 

               “แล้วพี่พนาล่ะคะอยู่ที่ไหน” 

               “เออ...ยิงสกัดคนร้ายอยู่ที่...คุณแก้วอย่าไป!!!” กว่าผู้หมวดเผ่าเทพจะคว้าเธอได้ทันแก้วเจ้าจอมก็วิ่งตรงไปที่ชายป่าตรงจุดที่ผู้กองพนาเพิ่งจะตามเข้าไปจัดการกับกลุ่มคนร้ายแล้ว แม้แต่ดาบดำรงที่ยิงสกัดกลุ่มคนร้ายให้ผู้กองพนาก็ยังได้แต่มองเธออย่างอึ้งๆ ที่เธอไม่ได้ดูกลัวกับเหตุการณ์ตรงหน้านี้เลย 

               แก้วเจ้าจอมไม่รู้ตัวเลยสักนิดว่าตัวเองกำลังทำอะไรอยู่ เธอรู้แค่เพียงว่าเธอเป็นห่วงสามี เธออยากไปหาเขา เธอกลัวเขาจะบาดเจ็บ ถ้าเขาบาดเจ็บเธอจะได้ช่วยรักษาเขาได้ เสียงปืนแต่ละครั้งที่ดังขึ้นทำให้เธอต้องคอยก้มหลบ ภาพความทรงจำต่างๆ แล่นเข้าสู้การรับรู้ของเธอ เสียงปืนที่ได้ยินคือเสียงของปืน M16 นี่คือความเข้าใจของเธอ เสียงปืนดังมาไม่ไกลมากพวกคนร้ายคงอยู่กันไม่ไกลจากนี้ 

               “แก้ว!!!” ผู้กองพนาที่เห็นเธอหลบอยู่ด้านหลังต้นไม้ต้นหนึ่งก็รีบวิ่งเข้ามาหา ด้านหลังของเขาก็มีเจ้าหน้าที่ตำรวจที่กำลังตามเข้ามาจัดการกับคนร้ายอยู่ด้วย ทุกคนตกใจกันมากที่เห็นเธอมาอยู่ที่นี่ด้วย ไม่รู้ว่าเธอวิ่งฝ่าดงกระสุนเข้ามาหาพวกเขาได้อย่างไรโดยไม่โดนลูกหลงเลย 

               “มาที่นี่ทำไม มันอันตรายมากนะ” ผู้กองพนาว่าแล้วรีบถอดเสื้อเกราะของเขามาใส่ให้เธอก่อนจะดันตัวเธอไปหลบอยู่หลังต้นไม้แล้วหันไปยิงกับคนร้ายที่ยังคงยิงสวนเข้าใส่เจ้าหน้าที่ ผู้กองพนาดูๆ แล้วเหมือนคนร้ายกลุ่มนี้จะเป็นเพียงแค่พวกลูกน้องของชารีฟกับกาเซ็มเท่านั้น เหมือนเหตุการณ์ครั้งนี้ทั้งสองคนจะไม่ได้ลงมือเองแต่เป็นการส่งลูกน้องมาลอบเล่นงานพวกเขา 

               “ดาบ! อ้อมไปจัดการพวกมันทางด้านนู้น ทางนี้ผมจะจัดการเอง” ผู้กองพนาหันไปสั่งดาบดำรง นายดาบผู้มากด้วยประสบการณ์จึงนำกำลังลูกน้องไปจัดการกับคนร้ายตามที่เขาสั่ง แต่เพราะผู้กองพนายังคงห่วงมองแต่ลูกน้องอยู่จึงไม่ทันได้สังเกตว่ามีคนร้ายอีกคนแอบซุ่มอยู่ใกล้ๆ และมันกำลังเล็งปืนมาที่เขาอยู่ ปืน M16 ล็อกเป้าหมายอยู่ที่ตำแหน่งหัวใจของผู้กองพนาที่ตอนนี้ไม่ได้ใส่เสื้อเกราะกันกระสุนแล้ว 

               “พี่พนา!” แก้วเจ้าจอมที่เห็นคนร้ายแอบซุ่มอยู่รีบร้องเรียกสามีในทันที แต่กว่าเขาจะหันกลับมามองเธอแล้วเห็นคนร้ายแก้วเจ้าจอมก็กลัวว่าจะไม่ทันการจึงดึงมีดพกที่ผู้กองพนาเคยให้เธอพกติดตัวเอาไว้ออกมาแล้วปามีดเข้าใส่คนร้ายในทันที 

               ฉึก!!!  

มีดพกคมกริบฝังเข้าที่กลางอกของคนร้ายอย่างพอดิบพอดีจนคนร้ายล้มหงายหลังท่ามกลางความตกใจของผู้กองพนาและเจ้าหน้าที่ตำรวจนายอื่นๆ ที่เห็นเหตุการณ์ แก้วเจ้าจอมยังคงยืนนิ่งอยู่กับที่ แววตาของเธอไม่ได้มีความหวาดหวั่นกับการกระทำของตัวเองเลยแม้แต่น้อย 

               “...แก้ว” ผู้กองพนามองเธออย่างไม่อยากจะเชื่อสายตา เขาอยากจะอึ้งเธอให้นานกว่านี้แต่ก็ดูเหมือนจะไม่มีเวลามากนัก ส่วนทางฝ่ายคนร้ายเมื่อเห็นว่าเพื่อนในกลุ่มตนถูกปามีดเข้าใส่กลางอกจนล้มลงไปต่อหน้าต่อตาพวกมันก็ยิ่งกระหน่ำยิงเข้าใส่เจ้าหน้าที่ วันนี้หากยังไม่มีเจ้าหน้าที่นายไหนต้องจบชีวิตลงพวกมันจะไม่หยุดเด็ดขาด 

               ผู้กองพนาผลักแก้วเจ้าจอมไปหลบอยู่ด้านหลังต้นไม้ตามเดิมแล้วเข้าไปจัดการกับเหล่าคนร้ายต่อ เมื่อเข้ามาใกล้กลุ่มคนร้ายก็ยิ่งทำให้เห็นเป้าหมายชัดเจนผู้กองพนาจึงสามารถเก็บคนร้ายได้ทีละคนๆ แก้วเจ้าจอมที่หลบอยู่ด้านหลังต้นไม้ทรุดกายลงไปหมอบอยู่กับพื้นเมื่ออาการปวดศีรษะเกิดกำเริบขึ้นมาอีก ทุกๆ ครั้งที่ความทรงจำในอดีตของเธอค่อยๆ กลับคืนมาเธอมักจะปวดศีรษะเสมออย่างเช่นคราวนี้ก็ด้วย 

               เห็นเจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถจัดการกับคนร้ายได้และเริ่มคุมสถานการณ์ได้แล้วแก้วเจ้าจอมก็ดีใจนัก แต่ภาพทุกอย่างเบื้องหน้าเธอก็ดูจะเลือนลางไปทุกทีเมื่ออาการปวดศีรษะเริ่มรุนแรงขึ้น จนทำให้เธอมองไม่เห็นใครคนหนึ่งที่กำลังเดินเข้ามาหา ตอนแรกเธอคิดว่าคงเป็นสามีหรือไม่ก็เจ้าหน้าที่สักนาย แต่ทว่าปืนที่ถูกจ่อเข้ามาที่ตัวเธอมันก็ทำให้แก้วเจ้าจอมรู้ทันทีว่าคงจะเป็นคนร้าย คนร้ายที่รอดพ้นสายตาจากเจ้าหน้าที่เห็นว่าเธอแอบอยู่ตรงนี้จึงได้เข้ามาหา คิดว่าเป็นหญิงสาวน่าจะใช้เป็นตัวประกันได้หรืออาจจะฆ่าเธอเพื่อบั่นทอนกำลังใจจากเจ้าหน้าที่ทุกนาย พอมันมาถึงตัวเธอ มันจะจับเธอล็อกคอเอาไว้แต่เรื่องก็ไม่ได้เป็นอย่างที่ใจมันคิดเมื่อผู้กองพนาหันมาเห็นเข้าจึงรีบวิ่งเข้ามาแล้วถีบคนร้ายออกห่างจากเธอ 

               ผลัวะ!!! 

               คนร้ายโซซัดโซเซถอยหลังไปหลายก้าวแล้วจะเข้ามาเล่นงานผู้กองพนาคืน ทันที่ที่คนร้ายเหวี่ยงหมัดมาผู้กองพนาก็เอียงตัวหลบพร้อมกับปล่อยเข่าหนักๆ เข้าที่กลางลำตัวของคนร้ายอย่างจัง 

               ผลัวะ!!!  

               คนร้ายไม่ยอมทรุดลงไปง่ายๆ มันพยายามที่จะต่อสู้ต่อแล้วปาดเท้าเข้าใส่ผู้กองพนาอีกจนเขาต้อใช้ปืนในมือขึ้นตั้งรับ ทำให้ปืนในมือของผู้กองพนาถูกคนร้ายเตะจนกระเด็นไปไกล แค่นั้นยังไม่พอคนร้ายยังถีบเขาซ้ำจนผู้กองหนุ่มเซล้มลงไปกับพื้นข้างๆ แก้วเจ้าจอมที่หมอบหลบอยู่กับต้นไม้ ซึ่งการที่คนร้ายเล่นงานผู้กองพนาได้ขนาดนี้ก็คาดว่าน่าจะเป็นคนที่มีฝีมืออยู่ไม่ใช่น้อย เมื่อมันเห็นว่าจัดการกับผู้กองหนุ่มได้ก็เลยเล็งปืนขึ้นเพื่อจะยิงเขาซ้ำ ทำให้แก้วเจ้ารีบพุ่งตัวเข้าไปหาผู้กองพนาแล้วกอดเขาเอาไว้ อย่างน้อยที่ตัวของเธอก็ยังมีเสื้อเกราะที่เขาถอดออกมาสวมให้ 

               ผู้กองพนารู้แน่ว่าเจ้าจอมจะถูกยิงแทนเขา ดังนั้นเขาจึงกอดเธอเอาไว้แล้วพลิกตัวกลิ้งไปกับพื้นเพื่อหลบกระสุนปืนจากคนร้าย โดยที่เขาไม่รู้ว่าเหตุการณ์ในครั้งนี้มันจะทำให้ความทรงจำบางอย่างของแก้วเจ้าจอมกลับคืนมา 

ปังๆๆ  

กระสุนปืนทั้งสามนัดของคนร้ายพลาดเป้าหมายไปอย่างเฉียดฉิว แต่ก่อนที่คนร้ายจะทันได้ลั่นไกปืนขึ้นมาอีก แก้วเจ้าจอมก็พลิกตัวขึ้นมานั่งคร่อมที่กลางลำตัวของผู้กองพนาแล้วดึงปืนพกสั้นที่เหน็บอยู่ข้างเอวของเขาออกมาจัดการปลดเซฟปืนแล้วลั่นไกเข้าใส่คนร้ายโดยที่ยังนั่งคร่อมอยู่บนตัวของสามีในทันที 

               ปังๆๆๆ 

               กระสุนทั้งสี่นัดถูกยิงเข้าจุดตายทุกนัด ผู้กองพนาที่นอนอยู่ใต้ร่างเธอถึงกับเบิกตากว้างอย่างไม่อยากจะเชื่อสายตากับช็อตเด็ดรอบที่สอง เมื่อกี้นี้เป็นมีด พอมาคราวนี้เธอยังมานั่งคร่อมบนตัวเขาแล้วยิงคนร้ายอีก แววตาของเธอเต็มไปด้วยความโกรธแค้นและดุดัน ไม่มีความเรียบร้อยหรืออ่อนโยนอย่างที่เคยเป็น สองแขนเล็กๆ ก็ถือปืนอย่างมั่นคง ลำแขนเหยียดตรงแม้แต่แรงถีบของปืนที่ยิงก็ไม่ได้ทำให้เธอหวั่นแม้แต่น้อยและที่สำคัญ...เธอปลดเซฟปืนเป็นได้ยังไงกัน 

               ไม่ใช่เพียงแค่ผู้กองพนาที่ตกใจกับเหตุการณ์ในครั้งนี้แต่ยังเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจนายอื่นๆ ที่กำลังจะวิ่งเข้ามาช่วยด้วยที่ตกใจกับภาพที่เห็น ตอนเธอปามีดใส่คนร้ายยังพอจะเดาได้ว่าเป็นเพราะความฟลุค แต่นี่...ไม่ นี่มันไม่ใช่ความฟลุคแล้วเล่นยิงเข้าที่จุดตายทุกจุดได้อย่างแม่นยำขนาดนี้ 

               “ผู้กอง...เข้าจุดตายทุกนัดเลยครับ” ดาบดำรงบอกเมื่อดูจากสภาพศพของคนร้ายที่แก้วเจ้าจอมเพิ่งจะยิงไป ผู้กองพนารีบลุกขึ้นนั่งในทันทีแล้วค่อยๆ ดึงปืนออกจากมือของเธออย่างระวัง แก้วเจ้าจอมยังคงถือปืนนิ่งอยู่ตอนที่เขาดึงปืนออกจากมือเธอ เธอเองก็ดูเหมือนกับจะช็อกกับสิ่งที่ตัวเองเพิ่งจะทำลงไปเช่นกัน 

               “แก้ว...แก้ว!” ผู้กองพนาเรียกสติของเธอกลับคืนมาจนเธอสะดุ้งตกใจ ครั้นพอมองไปรอบๆ ตัวก็เห็นเจ้าหน้าที่ตำรวจทุกนายกำลังมองมาทางเธออย่างไม่อยากจะเชื่อสายตาตัวเอง คนร้ายถูกวิสามัญจนเกือบหมด ส่วนที่รอดก็ถูกควบคุมตัวเอาไว้อย่างแน่นหนา เธอมองทุกคนอย่างตื่นๆ ก่อนจะมองเลยไปยังศพของคนร้ายที่ตัวเองเพิ่งจะยิงไป...เธอฆ่าคนตาย... 

               “ดาบ คุมตัวคนร้ายเอาไว้ให้ดี ส่งกำลังเข้าเคลียร์พื้นที่แล้วก็รอเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานเข้ามาตรวจสอบที่เกิดเหตุต่อ เรียกหน่วย EOD มาตรวจสอบด้วยเผื่อมียังระเบิดหลงเหลืออยู่” ผู้กองพนาสั่งการกับดาบดำรงเมื่อตอนนี้สิ้นเสียงปืนจากการปะทะกันแล้ว เขาลุกขึ้นยืนพร้อมกับประคองแก้วเจ้าจอมให้ลุกตาม จากนั้นก็หยิบผ้าเช็ดหน้าที่เธอชอบปักให้เขามาเช็ดที่กระบอกปืนเพื่อลบรอยนิ้วมือของเธอออก แล้วก็เข้าไปดึงมีดออกจากร่างคนร้ายที่เธอปามีดใส่มาถือเอาไว้เอง ดาบดำรงมองแล้วก็เข้าใจทันทีว่าเขาต้องการจะทำอะไร เขากำลังจะเป็นคนรับผิดชอบเรื่องนี้เอง คนร้ายที่แก้วเจ้าจอมจัดการเขาจะรับว่าเขาเป็นคนทำเอง เพราะเขาเป็นเจ้าหน้าที่ สถานการณ์คับขับแบบนี้มันจำเป็นที่จะต้องวิสามัญคนร้าย เขาไม่อยากจะให้มีเรื่องสืบสาวไปถึงเธอ 

               “แก้ว กลับไปรอพี่ที่ฐานก่อน ไว้เสร็จเรื่องทางนี้แล้วเราค่อยคุยกัน” เขาบอกเธอพร้อมกับเรียกให้ลูกน้องนายหนึ่งมาพาเธอกลับไปที่ฐาน แก้วเจ้าจอมยังพูดอะไรไม่ออก เธอไม่รู้ตัวว่าตัวเองทำอะไรลงไป เธอแค่เป็นห่วงเขา เธออยากมาหาเขาแล้ว...เธอก็เผลอฆ่าคนร้ายตายไปตั้งสองคน ตอนนี้เธอไม่รู้ว่าเขาคิดยังไงกับเรื่องที่เธอทำลงไป เขาจะโกรธหรือเกลียดเธอรึเปล่า 

               “...พี่พนา” แก้วเจ้าจอมเดินเข้าไปกอดเขา เธอกลัว...ทุกคนเห็นกันหมดว่าเธอทำอะไรลงไป แล้วเรื่องมันจะยังไงต่อ เขาจะว่าอะไรเธอหรือโกรธที่เธอทำแบบนี้มั้ย 

               “กลับฐานไปก่อนแก้ว พี่มีเรื่องต้องจัดการต่อ” ผู้กองพนาผละเธอออกจากตัวแล้วพยักหน้าบอกให้ลูกน้องของเขามาพาเธอกลับฐาน พอส่งตัวเธอให้ลูกน้องแล้วเขาก็เดินจากไปเพื่อเคลียร์พื้นที่ร่วมกับทุกคนแล้วก็ไม่ได้สนใจเธออีกทำให้แก้วเจ้าจอมอดรู้สึกน้อยใจไม่ได้สุดท้ายก็จำต้องยอมกลับฐานไปแต่โดยดี 

  

 

 

               พอแก้วเจ้าจอมเดินออกไปจากที่เกิดเหตุผู้กองพนาก็แอบหันไปมองตามหลังเธอ เขามองเธอด้วยความสงสัยและเป็นห่วง การที่เธอฆ่าคนร้ายไปสองคนมันไม่ใช่เรื่องผิดอะไร เธอทำเพื่อป้องกันตัวและคนร้ายเกือบทั้งหมดอย่างไรเสียถ้าไม่ถูกจับก็ต้องถูกเจ้าหน้าที่วิสามัญอยู่แล้วเพราะพวกมันเป็นมือสังหารมาเพื่อฆ่าพวกเขา ถ้าพวกเขาไม่ฆ่า คนร้ายก็จะเป็นฝ่ายฆ่าพวกเขาแทน เพื่อเป็นการไม่ดึงเอาเธอเข้ามายุ่งเกี่ยวกับเหตุการณ์คราวนี้ เขาจะรับว่าเป็นคนจัดการกับคนร้ายเอง เพราะฉะนั้นเรื่องที่เธอฆ่าคนร้ายเขาไม่ติดใจอะไรหรอก แต่ที่เขาติดใจสงสัยก็คือ...ทำไมเธอถึงได้ยิงปืนแม่นขนาดนั้น เธอรู้จักวิธีการใช้ปืนได้อย่างไรในเมื่อเขาไม่เคยสอน ไหนจะมีดอีก เธอใช้มีดพกเล่มนี้ได้อย่างชำนาญ แววตาของเธอตอนที่จัดการกับคนร้ายมันไม่เหมือนแววตาของเมียเขาคนเดิม แต่แววตาของเธอมันกลับเหมือนตัวตนของเธอเมื่อหนึ่งปีก่อน แววตาที่เอาจริง ไม่ยอมคนแล้วก็ไม่สนไม่แคร์ใครทั้งสิ้น นอกจากเธอจะเป็นหมอแล้วเธอยังเป็นใครอีก ทำไมนับวันเธอถึงได้ดูลึกลับซับซ้อนเหมือนกับมีเรื่องราวอีกมากมายเกี่ยวกับตัวเธอที่เขายังไม่รู้ ความจริงแล้วเธอเป็นใคร เธอกำลังจะจำทุกอย่างได้ใช่มั้ย... 

               “ผู้กองครับ” ดาบดำรงเดินเข้ามาหาเขาเมื่อเห็นว่าผู้กองพนายืนมองแก้วเจ้าจอมจนเธอลับสายตาไป 

               “ผมว่าเรื่องนี้มันชักแปลกๆ แล้วนะครับ คุณแก้วเธอต้องไม่ใช่หมอธรรมดาๆ แน่” ดาบดำรงยืนยันอีกคนว่าเธอต้องไม่ใช่เพียงแค่หมอธรรมดาๆ ที่ความจำเสื่อม เขาเองก็สงสัยว่าก่อนที่เธอจะความจำเสื่อมเธอเป็นใครกันแน่ แต่ที่แน่ๆ เธอไม่ได้เป็นภรรยาของผู้กองพนาจริงๆ อย่างที่เขาเคยบอกหรอก 

               หลังจากที่แก้วเจ้าจอมกลับฐานไปได้ไม่นานเจ้าหน้าที่จากหน่วยต่างๆ ก็เข้ามาถึงที่เกิดเหตุ เจ้าหน้าที่เข้าเคลียร์พื้นที่และตรวจสอบหาร่องรอยคนร้ายเพิ่มเติมรวมถึงอาวุธหรือระเบิดที่อาจตกหล่น มีการนำศพคนร้ายออกไปจากพื้นที่และคนร้ายที่จับกุมได้ก็ถูกนำตัวไปดำเนินคดีตามกระบวนการ หลังจากที่ให้ปากคำเบื้องต้นกับเจ้าหน้าที่ส่วนอื่นๆ แล้วผู้กองพนาก็รีบเข้ามาดูอาการลูกน้องที่บาดเจ็บ เจ้าหน้าที่จากโรงพยาบาลสงสัยกันใหญ่ว่าใครเป็นผู้ปฐมพยาบาลคนเจ็บทั้งผู้หมวดศิวะแล้วก็เจ้าหน้าที่ตำรวจอีกสองนาย ลำพังแค่ตำรวจที่ต้องปะทะกับกลุ่มคนร้ายก็ไม่น่าจะปฐมพยาบาลคนเจ็บได้ดีขนาดนี้ แต่ฝีมือขนาดนี้เหมือนกับเป็นฝีมือของหมอตัวจริงมาช่วยปฐมพยาบาลให้เลย เรื่องนี้ดาบดำรงก็เลยบอกว่าเขาเป็นคนจัดการทุกอย่างเองเพราะเคยได้รับการอบรมเรื่องการปฐมพยาบาลเบื้องต้นมาก่อน 

  

 

 

               “ผู้กอง ผมพลาดอะไรไปรึเปล่าครับ” ผู้หมวดเผ่าเทพถามหลังจากวันที่เกิดเรื่องผ่านมาสามสี่วันแล้ว เพราะตอนที่เกิดเหตุเขาต้องอยู่ดูแลผู้หมวดศิวะกับลูกน้องที่บาดเจ็บเลยไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นในป่า เขาเห็นเพียงลูกน้องคนหนึ่งพาแก้วเจ้าจอมกลับมาที่ฐาน สีหน้าของเธอดูหงอยๆ แล้วจากนั้นเขาก็ไม่รู้อะไรอีกเลย แต่ก็ได้ยินลูกน้องพูดกันแว่วๆ มาว่าแก้วเจ้าจอมเป็นคนจัดการกับคนร้ายถึงสองคน ได้ยินแบบนี้เขาก็ไม่ค่อยอยากจะเชื่อนักจึงต้องมาถามผู้กองพนาอีกที 

               “คุณแก้วเธอจัดการกับคนร้ายได้จริงๆ หรอครับ” ผู้กองพนาหันมามองเขาตอบทันที เรื่องนี้มันคงจะรอดหูรอดตาของผู้หมวดเผ่าเทพไปไม่ได้จริงๆ 

               “ก็ตามที่หมวดได้ยินมานั่นแหละ” 

               “ผู้กอง” ผู้หมวดหนุ่มไม่อยากจะเชื่อว่ามันจะเป็นเรื่องจริง แต่พอลองนึกๆ ดูแล้วมันก็มีส่วนจริงอยู่บ้างเพราะตั้งแต่ที่เขารู้จักกับแก้วเจ้าจอมมาเธอมีเรื่องให้พวกเขาต้องเซอร์ไพรส์อยู่ตลอดเวลา ทั้งคุ้นเคยกับป่า แกะรอยเท้าสัตว์ป่าได้ เป็นหมอ จับงูด้วยมือเปล่า มีทักษะการใช้มีดแล้วก็การยิงปืน จากความสามารถของเธอมันทำให้เขาอดนึกถึงอาชีพอีกอาชีพหนึ่งขึ้นมาไม่ได้ 

               “ผู้กอง อย่าบอกนะครับว่าความจริงแล้วคุณแก้วเธออาจจะเป็น...” 

               “แพทย์ทหารหรือแพทย์ตำรวจอย่างนั้นหรอ” ผู้กองพนาถามกลับเพราะเขาเองก็คิดแบบนี้เหมือนกัน จากที่เขาเคยไปสืบมาว่ามีแพทย์ที่จังหวัดตากแล้วก็จังหวัดใกล้เคียงหายตัวไปบ้านรึเปล่า ผลที่ได้คือไม่มี เขาคิดว่าเขาคงจะหาผิดที่ไป ถ้าเธอเป็นแพทย์ทหารหรือแพทย์ตำรวจ ถ้าหาในโรงพยาบาลทั่วไปมันจะไปเจอได้อย่างไร เขาต้องไปค้นหาเธอตามโรงพยาบาลค่ายทหารหรือค่ายของตำรวจสิ หรืออาจจะเป็นหน่วยงานของทหารตำรวจ ดังนั้นตลอดสองสามวันมานี้เขาก็เลยลองตามหาเธอจากหน่วยงานของเจ้าหน้าที่ตามหน่วยต่างๆ ที่จังหวัดตากและจังหวัดใกล้เคียงดูอีกครั้ง แต่ผลที่ได้ก็เป็นเหมือนเดิม เขาไม่พบร่องรอยของเธอแต่อย่างใด 

               “ผมสืบมาแล้ว ไม่มีแพทย์ทหารหรือแพทย์ตำรวจคนไหนหายสาบสูญไปทั้งนั้น" ผู้กองพนาตอบ เขาคิดว่าบางทีการที่เธอจะใช้อาวุธคล่องนั้นหรืออาจจะเป็นเพราะมีคนสอนให้ สมัยนี้บุคคลธรรมดาก็สามารถเรียนยิงปืน เรียนศิลปะการป้องกันตัวได้ง่ายๆ อยู่แล้ว เธอดูบอบบางซะขนาดนั้น มือก็นุ่มนิ่มดูไม่เห็นจะเหมือนเจ้าหน้าที่อย่างพวกเขาเลย ถ้าเป็นอย่างผู้หมวดมาริษาก็ว่าไปอย่างที่อย่างน้อยก็ดูเข้มแข็ง ดูแข็งแรง แต่แก้วเจ้าจอมกลับเหมือนพวกลูกคุณหนูที่ไม่เคยออกมาเจอกับแสงแดดด้วยซ้ำ ยิ่งเป็นหมอ เขาว่าคนเป็นหมอนั้นจะเรียนหนักมาก วันๆ ก็อยู่แต่กับหนังสือ แล้วเธอจะมาเป็นเจ้าหน้าที่เหมือนกับเขาได้อย่างไร 

               “เรื่องของแก้วเดี๋ยวผมจะสืบต่อเองว่าจะยังไงต่อ ว่าแต่หมวดเถอะ เรื่องฝึกซ้อมไปถึงไหนแล้ว” ผู้กองพนาเปลี่ยนเรื่อง เพราะตอนนี้เขาคิดว่าฐานของเขากำลังตกเป็นเป้าหมายของพวกชารีฟแล้วก็กาเซ็ม เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมเขาจึงสั่งให้ลูกน้องทุกนายทบทวนยุทธวิธีในการรับมือกับคนร้ายให้ได้ทุกรูปแบบนี้ จากเหตุปะทะกันและการลอบสังหารทีม รปภ. คุณครูของผู้หมวดศิวะหลายวันก่อนมันเป็นเสมือนกับการแจ้งเปิดศึกจากฝ่ายของชารีฟ คนร้ายที่จับกุมได้ในวันนั้นเจ้าหน้าที่ยังไม่ทันจะได้สอบสวนอะไรเลยก็ชิงฆ่าตัวตายในห้องขังไปก่อนแล้ว ซึ่งการกระทำแบบนี้ของคนร้ายยิ่งทำให้ผู้กองพนาแน่ใจว่าคนร้ายกลุ่มนี้เป็นคนของชารีฟจริงๆ เพราะจากที่เขาสืบเรื่องราวของพวกมันมา หากสมาชิกคนไหนในกลุ่มถูกทางการจับได้พวกมันก็จะฆ่าตัวตายเพื่อเป็นการปิดปากตัวเองไม่ให้ทางการสืบเรื่องต่อได้ เรื่องความใจเด็ดนี้ผู้กองพนาขอมอบให้พวกมันเลย 

               “เดี๋ยวบ่ายนี้จะมีการฝึกซ้อมอาวุธปืนครับผู้กอง ผู้กองจะลงไปดูที่สนามซ้อมมั้ยครับ” 

               “เอาสิ” เขาพยักหน้าตอบก่อนจะหันไปมองทางห้องพยาบาลของฐานเมื่อยังคิดถึงแก้วเจ้าจอมอยู่ ป่านนี้เธอก็คงจะดูแลคนไข้ของเธออยู่สินะ 

ตอนนี้อาการของผู้หมวดศิวะไม่ได้มีอะไรน่าห่วงมากนอกจากฟกช้ำ เคล็ดขัดยอกและช้ำใน หมอจึงต้องให้พักดูอาการที่โรงพยาบาลต่ออีก แต่เพราะคนไข้รายนี้ค่อนข้างดื้อและห่วงงานที่ฐานจึงขอหมอออกมาพักฟื้นที่ฐานแทน แม้แรกๆ หมอจะไม่อนุญาตแต่ผู้หมวดหนุ่มก็พยายามจะหนีออกจากโรงพยาบาลมาให้ได้ หมอคงทนความดื้อของเขาไม่ไหวจึงยอมให้เขากลับมารักษาตัวต่อที่ฐานแต่มีข้อแม้ว่าต้องเดินทางไปตรวจร่างกายตามที่หมอนัดทุกครั้ง ดังนั้นวันนี้ผู้หมวดหนุ่มจึงได้กลับมาที่ฐานพร้อมกับลูกน้องที่บาดเจ็บเหมือนกันอีกสองนาย แก้วเจ้าจอมจึงต้องคอยดูแลคนไข้จอมดื้อรั้นทั้งสาม แต่ด้วยเพราะเธอเป็นหมออยู่แล้ว คนไข้ทั้งสามของเธอก็เลยได้รับการดูแลอย่างถูกวิธีทางการแพทย์ 

พอคิดถึงเธอแล้วผู้กองพนาก็ยังอดห่วงเธอไม่ได้อยู่ดี วันนั้นหลังจากที่เขาเคลียร์เรื่องคดีเหตุการณ์ลอบสังหารเจ้าหน้าที่เสร็จเขาก็กลับมาหาเธอที่บ้านพัก เขาพยายามจะถามว่าเธอใช้อาวุธเป็นได้อย่างไร เธอจำอะไรได้บ้าง แต่แก้วเจ้าจอมก็ไม่ยอมตอบอะไรเขา เธอเอาแต่ร้องไห้แล้วก็กอดเขา เอาแต่ถามเขาว่าเขาโกรธเธอรึเปล่าที่เธอทำแบบนี้ เขาจะเกลียดเธอมั้ย เหมือนที่เธอฆ่าคนร้ายตายไปสองรายเธอจะไม่รู้ตัวเลยด้วยซ้ำว่าเผลอทำอะไรลงไป เธอดูช็อกมากๆ จนเขาไม่กล้าถามอะไรออกมาอีก แต่เขาก็ได้แต่จับตาดูเธอ เขาไม่รู้ว่าความทรงจำของเธอมันจะกลับมาตอนไหนอีกเพราะเธอเริ่มเหมือนคนสองบุคลิกเข้าไปทุกทีแล้ว บางครั้งก็อ่อนโยน เรียบร้อยและขี้แย แต่บางครั้งแววตาของเธอก็ดูดุดันพร้อมที่จะฟาดฟันกับใครก็ได้ที่ทำให้เธอไม่พอใจ เขาจึงต้องแอบจับตามองเธอด้วยความกังวลใจด้วยไม่อยากจะให้เธอจดจำอะไรได้อีกแล้วทั้งนั้น เขายังไม่พร้อมกับการสูญเสียเธอไป 

  

 

 

ในช่วงบ่ายผู้กองพนากับผู้หมวดเผ่าเทพเดินมาที่สนามซ้อมยิงปืนของทางฐานที่เอาไว้ใช้ฝึกมือเพื่อให้มีความคล่องในการปฏิบัติงานจริง เสมือนมีดที่ต้องลับเป็นประจำจึงจะคมกริบอยู่เสมอ ซึ่งตอนนี้ดาบดำรงกำลังคุมลูกน้องฝึกซ้อมยิงปืนกันอยู่ และผลงานของเจ้าหน้าที่แต่ละนายก็อยู่ในเกณฑ์ที่น่าพอใจมาก สนามฝึกซ้อมยิงปืนเป็นลานดินขนาดกว้าง ด้านหลังจุดวางเป้ายิงเป็นกระสอบทรายวางซ้อนกันเป็นแถวสูง และด้านหลังกระสอบทรายก็เป็นเนินดินลาดชันเหมาะกับใช้เป็นสนามซ้อมเพราะหากกระสุนพลาดเป้า กระสุนก็จะฝังอยู่ที่กระสอบทรายหรือไม่ก็เนินดินแทน แล้วสนามซ้อมยิงปืนก็จะมีสแลนสีดำกั้นเพื่ออำพรางไม่ให้บุคคลภายนอกมองเห็น นอกจากจะเป็นสนามซ้อมยิงปืนแล้ว พื้นที่โดยรอบก็ยังเป็นลานกว้างที่ใช้สำหรับฝึกยุทธวิธีต่างๆ ในการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่อีกด้วย 

ผู้กองพนากับผู้หมวดเผ่าเทพเข้ามาประจำการที่จุดยิงเพื่อจะฝึกซ้อมบ้าง อาวุธปืนทุกชนิดที่วางอยู่บนโต๊ะทั้งสองสามารถใช้ได้อย่างคล่องแคล่วและสับเปลี่ยนอาวุธได้อย่างว่องไว โดยเฉพาะผู้กองพนาที่กระสุนปืนของเขาทุกนัดนั้นถูกยิงเข้าที่กึ่งกลางเป้าได้ทุกนัดแม้ว่าเป้านั้นจะอยู่ไกล ทั้งเป้านิ่งหรือเป่าเคลื่อนไหวเขาก็ยิงได้ไม่มีพลาดเลยซักนัดจนเหล่าลูกน้องรู้สึกชื่นชมและมีขวัญกำลังใจกันมากขึ้นเมื่อมีผู้นำที่เก่งกาจขนาดนี้ 

               “แม่นอย่างกับจับวางทุกนัด ผมล่ะนับถือผู้กองจริงๆ” ผู้หมวดเผ่าเทพว่าเพราะแม้ว่าผลงานของเขาจะออกมาดีเยี่ยมแต่ก็ยังด้อยกว่าผู้กองพนาอยู่มาก 

               “ฝึกบ่อยๆ หมวด เดี๋ยวก็ได้เอง” ผู้กองพนาบอกแล้วหยิบปืนพกสั้นขนาด 9 มม. Sig Sauer p320 ขึ้นมาแล้วเล็งยิงที่เป้าเคลื่อนไหวอีกครั้งสลับกับปืน M4A1 งานนี้เหล่าเจ้าหน้าที่ตำรวจนายอื่นๆ เลยได้ชมฝีมือการยิงปืนขั้นเทพของผู้กองพนาเป็นขวัญตา 

               แก้วเจ้าจอมที่กำลังเดินหาต้นไม้ใหญ่เพื่อปล่อยสิ่งมีชีวิตชนิดหนึ่งในมือได้ยินเสียงปืนเข้าก็อดสงสัยไม่ได้ว่าเป็นเสียงปืนอะไร มาจากไหน ครั้นพอถามจากเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ประจำอยู่ที่ฐาน เจ้าหน้าที่ตำรวจนายนั้นก็บอกว่าเป็นเสียงการฝึกซ้อมยิงปืนอยู่ที่สนาม ดังนั้นเธอจึงเดินตามเสียงปืนมาโดยที่ยังมีสิ่งมีชีวิตชนิดนั้นติดมือมาด้วย 

               พอมาถึงเธอก็เห็นผู้กองพนากำลังฝึกซ้อมยิงปืนอยู่กับเหล่าลูกน้อง ทันทีที่เห็นอาวุธปืนจำนวนมากหลายชนิดวางอยู่บนโต๊ะและได้ยินเสียงปืนที่ดังสนั่นแก้วเจ้าจอมก็เกิดอะไรมึนและปวดศีรษะขึ้นมาอีกครั้ง แต่แทนที่เธอจะเดินหนีเธอกลับรีบเดินเข้าไปที่โต๊ะวางอาวุธปืน การได้เห็นอาวุธปืนที่มากมายเต็มโต๊ะแบบนั้นมันทำให้เธอรู้สึกดีใจอย่างประหลาดและรู้สึกชอบราวกับได้อยู่ท่ามกลางสินค้าแบรนด์เนมที่สาวๆ หลายคนปรารถนา 

               “คุณแก้ว...เย้ย!!! ตุ๊กแก!!!” เจ้าหน้าที่ตำรวจนายหนึ่งร้องลั่นทำให้คนอื่นๆ หันมามองตาม พวกเขาไม่ได้ตกใจที่เห็นเธอมาอยู่ที่นี่ แต่พวกเขาตกใจสิ่งมีชีวิตที่เธอถือมาด้วยต่างหาก ตุ๊กแกตัวเขื่องขนาดเกือบเท่าลำแขนตัวลายพร้อยด้วยจุดสีส้มดูน่ากลัวและน่าขยะแขยงสำหรับใครหลายคน แต่แก้วเจ้าจอมกลับจับมันเอาไว้ราวกับมันคือกระต่ายน้อยแสนน่ารักที่ชอบมาเล่นอยู่กับเธอบ่อยๆ ที่ฐาน 

               “แก้ว” ผู้กองพนารีบวางปืนลงแล้วเข้าไปหาเธอในทันที ถ้าขนาดงูเห่ายังจับได้ด้วยมือเปล่า พอเขามาเห็นตุ๊กแกอยู่ในมือเธอแบบนี้เขาก็ไม่แปลกใจอะไรแล้วล่ะ แต่แค่สงสัยเท่านั้นว่าเธอจะจับตุ๊กแกเดินไปนั่นมานี่ทำไม ปกติเธอชอบเล่นกับกระต่ายป่าไม่ใช่หรอ หรือว่าตอนนี้เบื่อกระต่ายแล้วก็เลยจะหันมาเลี้ยงตุ๊กแกแทน 

               “เอาตุ๊กแกมาทำไม” 

               “อ๋อ” แก้วเจ้าจอมก้มลงมามองตุ๊กแกในมือที่กำลังดิ้นเพราะมันตกใจเสียงปืน “ตุ๊กแกจากห้องพยาบาลค่ะ ผู้หมวดศิวะกลัวมันมากร้องโวยวายไม่หยุดจนแทบจะตกจากเตียงคนไข้แก้วก็เลยช่วยจับออกมาจากห้องพยาบาลให้ กำลังจะหาต้นไม้เอามันไปปล่อยค่ะแต่ว่าได้ยินเสียงปืนพอดีแก้วก็เลยเดินมาดู พี่พนาดูสิคะ มันน่ารักดีนะ ยิ้มหวานก็เป็นด้วย” ไม่ว่าเปล่าแต่แก้วเจ้าจอมยังยื่นตุ๊กตาตัวใหญ่ให้เขาดูด้วย ผู้กองพนาจึงรีบดึงตุ๊กแกออกมาจากมือเธอ ให้ตายสิ ตั้งแต่เกิดมาเขายังไม่เคยเห็นใครชมตุ๊กแกว่าน่ารักมาก่อนเลย ยิ่งผู้หมวดศิวะนี่ยิ่งแล้วใหญ่ รายนั้นกลัวตุ๊กแกอย่างกับอะไรดี แม้แต่ผู้หมวดธนากรน้องชายของเขาก็ยังกลัวตุ๊กแกแทบตัวสั่น 

               “ดาบ เอาไปปล่อยแทนที” ผู้กองพนาส่งตุ๊กแกตัวใหญ่ให้ดาบดำรงเอาไปปล่อย ทำให้แก้วเจ้าจอมต้องมองตามว่าตุ๊กแกของเธอถูกเอาไปปล่อยที่ไหนด้วยความเป็นห่วงมัน 

               “เริ่มทำตัวเป็นสโนว์ไวท์เข้าไปทุกทีแล้วนะ พี่รู้สึกว่าแก้วจะเป็นมิตรกับสัตว์ป่ามากไปรึเปล่า” 

               “ก็แก้วเป็นนางไม้นี่คะ นางไม้ก็ต้องเป็นมิตรกับสัตว์ป่าสิ” แก้วเจ้าจอมยิ้มบอกเขาอย่างน่ารักก่อนจะหันมาสนใจอาวุธปืนมากมายหลายชนิดตรงโต๊ะด้านหน้า ผู้กองพนากับผู้หมวดเผ่าเทพมองหน้ากันทันทีอย่างจับสังเกตเธอ ดูท่าทางเธอจะชอบอาวุธปืนพวกนี้มาก 

               “อยากลองยิงมั้ย เดี๋ยวพี่ให้หมวดเทพเขาสอนให้” 

               “แก้วยิงได้หรอคะ” แก้วเจ้าจอมถามอย่างไม่แน่ใจ อย่างคราวก่อนตอนที่เธอเผลอฆ่าคนร้ายไปเธอก็ไม่รู้สึกตัวเลย เธอเพียงแค๋รู้สึกชอบอาวุธปืน เธอแค่อยากมาดูเท่านั้นไม่ได้คาดหวังว่าจะต้องได้ยิงด้วย อีกอย่าง...เธอก็กลัวว่าหากเห็นเธอจับปืนขึ้นมายิงแล้วผู้กองพนาอาจจะไม่ชอบใจก็ได้ เธออยากเป็นแก้วเจ้าจอมที่ว่านอนสอนง่ายของเขา อยากเรียบร้อยและอ่อนโยนเพื่อให้เขารักเอ็นดู ไม่ได้อยากจะเป็นผู้หญิงแกร่งที่แข็งกระด้าง 

               “ยิงได้ ลองดูเผื่อในอนาคตเกิดเรื่องอะไรขึ้นแก้วจะได้ป้องกันตัวเองได้” ผู้กองพนาบอกอีก อยากจะทดสอบดูให้แน่ใจว่าที่สิ่งที่เขาเห็นในวันนั้นมันฟลุคจริงๆ หรือว่าเธอยิงปืนเป็นอยู่แล้วกันแน่ 

               พอผู้กองพนาอนุญาตให้เธอยิงปืนได้ แก้วเจ้าจอมก็หยิบปืนพกสั้นขนาด 9 มม. Sig Sauer p320 ขึ้นมาด้วยความรู้สึกคุ้นเคยกับปืนชนิดนี้มากที่สุดเพราะเป็นปืนที่ทางหน่วยงานตำรวจนำมาใช้เป็นอาวุธประจำกายของเจ้าหน้าที่ ทันทีที่ได้จับปืนความคุ้นเคยก็ยิ่งมีมากขึ้น แก้วเจ้าจอมรู้จักปืนชนิดนี้ทุกสัดส่วน รู้วิธีการใช้งานและกลไกการทำงานของมันด้วย ปืนกระบอกนี้เหมือนกับของรักของหวงที่เธอเคยทำหายแล้ววันนี้เธอได้กลับมาเจอมันอีกครั้ง หัวใจของเธอเต้นแรงระรัวด้วยความดีใจจนไม่อาจกลั้นรอยยิ้มได้ 

               “คุณแก้วอยากลองยิงตัวนี้หรอครับ” ผู้หมวดเผ่าเทพถามเมื่อเห็นเธอมองปืนกระบอกนี้อยู่นาน  

               “ค่ะ” เธอตอบโดยที่ยังมองปืนในมืออยู่ ผู้กองพนาจึงพยักหน้าบอกให้ผู้หมวดเผ่าเทพสอนเธอได้ ผู้หมวดหนุ่มจึงหยิบปืนชนิดเดียวกันอีกกระบอกขึ้นมาให้เธอดู 

               “นี่เป็นปืนที่ทางตำรวจใช้กันอยู่ครับ เป็นปืนชนิดใหม่ที่นำมาใช้แทนปืนลูกโม่ตัวเก่า เป็นปืนพกสั้นขนาด 9 มม. เรียกว่า Sig Sauer p320 สามารถบรรจุกระสุนได้...” 

               “17 นัด” แก้วเจ้าจอมตอบก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองเขา “เป็นปืนแบบสไลท์ ใช้กันมากในหมู่เจ้าหน้าที่ของสหรัฐฯ” 

               “ชะ...ใช่ครับ” ผู้หมวดเผ่าเทพแอบหันมามองหน้ากันกับผู้กองพนา เธอไปรู้เรื่องพวกนี้มาได้อย่างไรกัน 

               “งั้นผมจะสอนคุณแก้วใส่กระสุนกับแม็กกาซีนนะครับ” คราวนี้พอผู้หมวดเผ่าเทพจะสอนเธอใส่กระสุนปืนที่แม็กกาซีน แก้วเจ้าจอมกลับหยิบกระสุนปืนมาใส่ที่แม็กกาซีนเองโดยที่เขายังไม่ได้เริ่มสอน ตอนนี้แก้วเจ้าจอมกำลังมีความสุขและรู้สึกสนุกที่ได้จับปืน มันสนุกมากกว่าการปักผ้าอยู่ที่บ้านเช่นทุกวันเสียอีก เธอไม่รู้ตัวด้วยว่าตอนนี้ทุกคนกำลังจับตามองเธออยู่ เธอรู้แค่ว่าเธอชอบปืน ชอบมากๆ 

               ทันทีที่ใส่กระสุนปืนเสร็จเธอก็ใส่แม็กกาซีนที่ตัวปืน ทำการปลดล็อกปืน สไลท์ลำปืนขึ้นลำกล้องอย่างชำนาญแล้วยกขึ้นเล็งไปที่เป้ายิง ซึ่งเป้ายิงนี้เป็นเป้ายิงของผู้กองพนาซึ่งมีระยะการยิงที่ไกลมากกว่าของเจ้าหน้าที่นายอื่นๆ เธอใช้เวลาเล็งเป้าหมายเพียงเสี้ยวนาทีก่อนจะลั่นไกปืนออกมา 

               ปังๆๆ 

               แรงถีบของปืนไม่ได้ส่งผลอะไรต่อตัวเธอแม้แต่น้อย มือของเธอยังคงนิ่ง ลำแขนเหยียดตรง และท่ายืนที่เธอยิงนั้นก็เป็นท่ายืนที่ถูกต้องด้วย 

               “เข้าเป้าทับรอยที่ผู้กองยิงทุกนัดเลยครับ” ดาบดำรงที่เอาตุ๊กแกไปปล่อยแล้วกลับมาเห็นเข้าพอดีจึงเอากล้องส่องทางไกลขึ้นมาส่องดูเป้ายิง เขาแทบไม่อยากจะเชื่อว่าเธอจะยิงปืนได้แม่นขนาดนี้จนผู้กองพนาถึงกับหายใจติดขัด ไม่ว่าเธอจะเป็นใครก็ตามแต่ แต่ตอนนี้ความทรงจำของเธอกำลังกลับคืนมา 

               แก้วเจ้าจอมยิงปืน Sig Sauer p320 จนหมดแม็กกาซีน ทั้งเป้านิ่ง เป้าเคลื่อนไหวเธอก็ยิงได้อย่างแม่นยำ ฝีมือไม่ได้ต่างจากผู้กองพนาจนผู้หมวดเผ่าเทพเริ่มจะอายแล้วที่ฝีมือของเธอนั้นแซงหน้าเขาไปจนเทียบชั้นกับผู้กองได้ และไม่เพียงแต่ปืนพกสั้น Sig Sauer p320 เท่านั้น แต่อาวุธปืนทุกชนิดที่วางอยู่บนโต๊ะ ไม่ว่าจะเป็นปืนพกสั้นหรือปืนเล็กยาวจู่โจมเธอก็สามารถยิงได้ รู้แม้กระทั่งการกระกอบปืนแต่ละชนิด ผู้กองพนาเห็นเป้ายิงผลงานของเธอแล้วก็ยิ่งต้องคิดหนัก สิ่งที่เขาเห็นเมื่อวันก่อนมันไม่ใช่การฟลุค แต่เธอยิงปืนได้จริงๆ ซ้ำยังยิงได้เก่งกว่าผู้หมวดเผ่าเทพอีก แล้วฝีมือขนาดนี้ก็ไม่ใช่มือสมัครเล่นด้วย นี่มันเป็นฝีมือของพวกมืออาชีพ 

               “ฝีมือขนาดนี้...ถ้าคุณแก้วบอกผมว่าเป็นทหารหรือตำรวจเหมือนกันผมก็เชื่อนะครับเนี่ย” ดาบดำรงบอกเมื่อแก้วเจ้าจอมวางปืนลงก่อนที่เธอจะหันมายิ้มให้สามี หวังจะได้ฟังคำชมจากเขาบ้าง แต่ทว่าพอหันกลับมามองเขา เขากลับมีสีหน้าที่เรียบเฉย สายตาที่เขามองเธอมันไม่ต่างอะไรกับการมองคนแปลกหน้าเลยแม้แต่น้อย 

               ผู้กองพนาพูดอะไรไม่ออก ความเจ็บปวดแล่นเข้าสู้หัวใจเมื่อคิดว่าเวลาที่เขากับเธอจะได้อยู่ด้วยกันนั้นกำลังน้อยลงทุกที ตอนนี้เธอกำลังจะกลายเป็นคนอื่นไปแล้วสำหรับเขา เธอจะไม่ได้เป็นแก้วเจ้าจอมเมียรักของเขาอีกต่อไปแล้ว ดอกแก้วเจ้าจอมดอกนี้เขาเก็บได้จากในป่า เขาเฝ้าทะนุถนอมรักปานแก้วตาดวงใจ พยายามปกป้องไม้ให้กลีบช้ำ ได้แต่เฝ้ามองชื่นชมความงดงามอย่างไม่กล้าแตะต้องให้แก้วเจ้าจอมดอกนี้ต้องช้ำมือ เขายกให้เธอเป็นดอกไม้ประจำตัวประจำใจของเขา เป็นชีวิตของเขาโดยที่เขาก็ลืมเผื่อใจเอาไว้ว่าสักวันเขาจะต้องสูญเสียแก้วเจ้าจอมดอกนี้ไป เขาควรจะทำยังไงดี ถึงเขาจะเคยคิดอยากส่งเธอกลับบ้านแต่พอถึงเวลาจริงๆ เขาก็ยังไม่พร้อมที่จะปล่อยเธอไป เขาเสียเธอไปไม่ได้ 

               “ทุกคนซ้อมกันต่อเลยนะ ผมขอตัวก่อน” ว่าจบเขาก็เดินออกมาจากสนามซ้อมยิงปืนทันทีทำให้แก้วเจ้าจอมต้องรีบตามเขาไปด้วยกลัวว่าเขาจะโกรธ เขาต้องไม่ชอบเธอแน่ๆ เขาต้องไม่ชอบผู้หญิงที่ทำตัวเหมือนผู้ชายแน่ๆ 

                 

 

 

               ผู้กองพนาไม่ได้เดินกลับไปที่ฐานแต่เขาเดินไปยังชายป่าที่อยู่อีกด้านซึ่งแก้วเจ้าจอมก็รีบตามเขาไปอย่างไม่ลดละด้วยความรู้สึกใจไม่ดี ความกลัวที่สุดสำหรับเธอก็คือการถูกเขาเกลียดและทอดทิ้ง 

               “พี่พนา พี่พนารอแก้วด้วย” เธอรีบวิ่งตามเขาไปจนทันแล้วคว้ามือของเขาเอาไว้ พอเขาหันกลับมามองเธอคิดว่าเขาจะผลักเธอออกห่างแต่เปล่าเลย เขากลับผลักเธอเข้าไปหาต้นไม้ใหญ่ก่อนที่จะตามเข้ามาเบียดร่างเธอเอาไว้แล้วก้มลงมาประทับจูบอย่างเร่าร้อนรุนแรง ริมฝีปากของเขาบดขยี้จูบอย่างแรง จับมือทั้งสองข้างของเธอตรึงเอาไว้เหนือศีรษะด้วยมือของเขาเพียงข้างเดียว ส่วนอีกมือก็จับประคองเชยคางของเธอขึ้นเพื่อให้รับจูบจากเขาได้อย่างถนัด แก้วเจ้าจอมไม่ทันได้ตั้งตัวกับการถูกจู่โจม แต่รสจูบแสนเร่าร้อนของเขามันก็ทำให้เธอไม่อยากดิ้นหนีไปไหนเพราะเธอชอบและอยากให้เขาสัมผัสเธออยู่แล้ว เธอจูบเขาตอบด้วยความเสน่หาแม้จะไม่เข้าใจว่าเขานึกอะไรขึ้นมาถึงได้อยากจะจูบเธอเช่นนี้ เขากัดและดูดเม้มที่ริมฝีปากของเธอ ลูบลิ้มชิมจูบราวกับจะกลืนกินเธอลงท้อง มือข้างที่เชยคางเธออยู่ลูบไล้มาตามร่างบาง บีบขย้ำหน้าอกจนแก้วเจ้าจอมครางเสียงเบาๆ ออกมา 

               “...พี่พนา...” แก้วเจ้าจอมเรียกแล้วก็มองเขาตาหวานเชื่อมอย่างหลงในไอรัก เอียงคอให้เขาซุกไซ้อย่างวาบหวามจนนึกอยากจะกลับบ้านแล้วให้เขากลืนกินเธอ แต่...จู่ๆ ผู้กองพนากลับหยุดการกระทำทุกอย่างเอาไว้เพียงเท่านี้ เขาค่อยๆ คลายมือที่จับข้อมือทั้งสองข้างของเธอเอาไว้ออก ริมฝีปากยังคงแนบชิดอยู่ที่ข้างแก้มนุ่ม เสียงหอบกระเส่าของเขาทำให้แก้วเจ้าจอมต้องหลับตาลงแล้วเอียงแก้มเข้าหาเขาอีก มือที่เป็นอิสระแล้วเอื้อมขึ้นมาโอบกอดรอบคอของเขาเพื่อโน้มเขาลงมาจูบ 

               “พี่พนา...ทำต่อสิคะ” เธอบอกเขาเสียงหวานแล้วเบียดตัวเข้าไปหาเขาอีก ผู้กองพนาที่หลงเคลิ้มไปกับเธอกำลังจะก้มลงมาจูบเธออีก แต่เขาก็ต้องรีบเปลี่ยนใจแล้วกอดเธอเอาไว้แทน หยดน้ำตาของเขาถูกเก็บซ่อนเอาไว้ไม่ให้เธอได้เห็น แค่คิดว่าเธอกำลังจะจำทุกอย่างได้แล้วก็จะทิ้งเขาไปเขาก็ร้าวรานแล้ว ชีวิตของเขายังจะต้องสูญเสียอะไรอีก แค่นี้เขายังสูญเสียไม่พอรึยังไง สวรรค์ฟ้าดินเกลียดชังเขา พรากพ่อกับแม่ไปจากเขา พรากน้องชาย พรากครอบครัวไปจากเขาแล้วยังจะมาพรากเมียรักของเขาไปอีกหรอ 

               “พี่รักแก้ว...พี่รักแก้วได้ยินมั้ย” สองแขนแกร่งสวมกอดเธอเอาไว้ให้แน่น กลัวว่าเธอจะหนีจากเขาไปเสียตอนนี้ 

               “โธ่พี่พนา” แก้วเจ้าจอมยิ้มออกมาอย่างดีใจกับคำบอกรักของเขา “แก้วก็รักพี่พนาเหมือนกันนะคะ รักที่สุดในโลกเลยแล้วแก้วก็จะอยู่กับพี่พนาไปตลอดชีวิตเลยนะ” 

               “ทั้งๆ ที่ตอนนี้แก้วกำลังจะจำทุกอย่างได้อย่างนั้นหรอ” เขาว่า “แก้วรู้มั้ยว่าฝีมือการยิงปืนของแก้วมันไม่ธรรมดาเลย มันไม่ใช่ฝีมือของคนธรรมดาๆ ที่จะทำได้ พอพี่เห็นแก้วยิงปืนมันก็ทำให้พี่รู้ว่าแก้วกำลังจะจำเรื่องราวทุกอย่างได้ พอแก้วจำได้แก้วก็จะทิ้งพี่ไป...แก้ว...แก้วเป็นใครกันแน่ แก้วเป็นใคร...” 

               “ทำไมถึงถามแก้วแบบนี้ล่ะคะ...แก้วก็เป็นเมีของพี่ไง” แก้วเจ้าจอมน้ำตาคลอเมื่อเห็นเขาเองก็ตาแดงๆ เช่นกัน 

               “ไม่ว่าแก้วจะจำอะไรได้ แต่แก้วก็ยังเป็นเมียของพี่อยู่ไม่ใช่หรอคะ ก่อนที่แก้วจะความจำเสื่อมแก้วก็เป็นเมียของพี่ ไม่ว่าจะจำอะไรได้แก้วก็ยังเป็นเมียของพี่อยู่ แล้วพี่พนาจะแปลกใจทำไมคะว่าแก้วยิงปืนได้ ถ้าแก้วยิงปืนได้มันก็ควรเป็นเรื่องที่พี่พนาต้องจะรู้อยู่แต่แรกสิ แก้วเป็นเมียของพี่ พี่จะไม่รู้ได้ยังไงว่าแก้วยิงปืนเป็น” 

               “ไม่...” ผู้กองพนาส่ายหน้าอย่างเจ็บปวด เขาจะไปรู้ได้ยังไงว่าเธอยิงปืนได้ ลำพังแค่ชื่อจริงๆ ของเธอเขาก็ยังไม่รู้เลย เขาไม่รู้ว่าเธอเป็นใคร ยิ่งตอนนี้เขายิ่งรู้สึกว่าเธอไม่ใช่แก้วเจ้าจอมคนเดิมของเขา 

               “ไม่...คุณไม่ใช่เมียของผม” 

  

*********************************************************** 

อ้าว! ทำไมพี่พูดงี้อ่ะ ทำไมพูดงี้!!!! 

************ื 

nc ใกล้มาแล้วทุกคน 

ความคิดเห็น