เอริณ
email-icon facebook-icon Line-icon

คุณวินมาล้าววววววววว

บทที่ 6 อุบัติเหตุ (100%)

ชื่อตอน : บทที่ 6 อุบัติเหตุ (100%)

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย ชีวิต/ดราม่า

คนเข้าชมทั้งหมด : 1k

ความคิดเห็น : 9

ปรับปรุงล่าสุด : 04 มิ.ย. 2563 00:26 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 6 อุบัติเหตุ (100%)
แบบอักษร

(ต่อ) 

 

“เดี๋ยวครับ แล้วกาแฟผมละ” 

นมแม้นสิ้นความอดทน หันขวับกลับไปหาคนยังไม่สร่างเมาพร้อมส่งเสียงตอบอย่างไม่พอใจนัก 

“รบกวนคุณมาวินไปชงเองในครัวนะคะ เราสองคนขอตัว!” 

น้ำเสียงช่วงท้ายแข็งอย่างที่มาวินไม่เคยได้ยิน ชายหนุ่มขมวดคิ้วจนแทบผูกเป็นปม มองหญิงชราแสนรักของตนสลับกับสาวน้อยข้างกายอีกฝ่ายด้วยสายตาตั้งคำถาม ทว่าเพียงเหลือบสายตายังไม่ทันมองเต็มที่ ร่างอวบของหญิงสูงวัยก็ถลาเข้ามาบดบังร่างน้อยจากสายตาของเขาทันที 

“อย่ามองนะคะ!” กล่าวอย่างหวงแหนแล้วลากตัวสาวน้อยจากไปทันที ทิ้งให้มาวินนั่งงงอยู่บนเก้าอี้ต่อไปเพียงลำพัง กระทั่งเขาหันหน้ากลับมาหามารดา… สายตาเย็นชาของผู้ให้กำเนิดยิ่งส่งผลให้เขาไม่เข้าใจหนักขึ้นไปอีก 

“แม่ว่าเรามีเรื่องต้องคุยกันยาว” 

 

ใบหน้าของมาวินซีดเผือดลงทีละนิด ดวงตาคมกล้าเบิกโตขึ้นเรื่อยๆ กระทั่งริมฝีปากหนาก็อ้าค้างเอาไว้ตลอดเวลา 

“ผะ ผมเนี่ยนะ ปล้ำเด็กประถม” เขายังมึนงง ริมฝีปากสั่นระริกยามขยับเอ่ยถามมารดาอย่างไม่เชื่อในสิ่งที่ได้ยิน 

เขาชั่ว แต่ไม่ได้ชั่วขนาดนั้นนะ! 

ต่อให้เมาแทบตาย หัวราน้ำจนแทบโงไม่ขึ้น แต่ก็ไม่น่าจะตามัวขนาดปล้ำเด็กตัวนิดเดียวได้ 

ดะ เด็ก… อย่าบอกนะว่า… 

“เด็กคนนั้นคงไม่ใช่…” 

“ใช่” มารดาของเขาตอบกลับมาโดยไม่มองหน้า แถมยังยกแก้วน้ำสมุนไพรขึ้นจิบหน้าตาเฉย  

มาวินกลืนน้ำลายลงคออึกใหญ่ ใช้สมิงที่นานๆ จะใช้งานขบคิดอย่างหนักหน่วง  

“คะ คือว่า แม่หมายถึงผมกำลังคร่อมตัวเด็กคนนั้นเหรอ” 

คราวนี้หัวคิ้วของคุณหญิงวารีขมวดคิ้วจนผูกเป็นปม วางแก้วน้ำสมุนไพรฝีมือของ ‘เด็กคนนั้น’ ลงแล้วตวัดสายตาคมกริบมาหา “น้องชื่ออัยริน เรียกหนูอัยย์เหมือนคนทั้งบ้านก็ได้ มาเด็กนั่นเด็กนี่ อย่าให้แม่ได้ยินอีกนะ” 

แม้น้ำเสียงห้วนแข็งของมารดาจะดังชัด แต่กลับไม่เข้าหูมาวินสักนิดเดียว เพราะตอนนี้สมองส่วนผิดชอบชั่วดีของเขากำลังทำงานอย่างหนัก 

“นะ นี่ผม ผะ ผมเมาจนชั่วขนาดนั้นเลยเหรอ” 

เขาละเมอถามตัวเอง แต่คนที่นั่งเหลือบหางตาคมกริบมามองจากหัวโต๊ะก็ตอบรับทันที 

“ใช่” 

คราวนี้สติที่เลอะเลือนของบุตรชายคนโปรดเริ่มจะกลับมา เขาหันขวับไปมองมารดา แล้วเอ่ยถาม 

“แต่เมื่อคืนผมมั่นใจว่าลุงแสวงเป็นคนพามานอน แล้วจะได้ปล้ำเด็กคนนั้นได้ยังไงครับ” 

คราวนี้แววตาของคุณหญิงวารีวาววับอีกเท่าตัว ตวัดมองอย่างเชือดเฉือนพร้อมเค้นเสียงเอ่ย 

“บอกให้เรียกน้องว่าหนูอัยย์” 

“อะ เอ่อ นะ หนูอัยย์ก็หนูอัยย์ครับ เมาขนาดไหนผมก็ไม่น่าจะเสียสติ” พูดได้แค่นั้นก็ต้องลอบกลืนน้ำลายเมื่อแววตาของมารดาเทียบจะกลายเป็นไฟลุกท่วมจนต้องเค้นหาคำที่ความหมายไพเราะกว่านั้นออกมา  

“เอ่อ ผมหมายถึงว่าผมรู้ผิดชอบชั่วดีมากกว่านั้นนะครับ หรือคุณแม่ไม่เชื่อใจผม” 

มารดาของเขาเก็บสายตาคมกริบกลับไป ยกแก้มน้ำสมุนไพรขึ้นจิบ ก่อนวางลงอย่างแผ่วเบา แล้วจึงหันมาเอ่ย 

“ตั้งแต่ลูกกลับมา แม่ก็ไม่เชื่อใจใครทั้งนั้นนอกจากตัวเอง” 

ประโยคนี้จะว่าดีก็ดี จะว่าไม่ดีก็ไม่ดี มาวินขมวดคิ้วแน่น สังหรณ์ใจแปลกๆ ว่าเหตุการณ์ความเข้าใจผิดครั้งนี้จะส่งผลต่อเขาจนไม่อาจรับมือคำสั่งของท่านได้  

“เพื่อไม่ให้หนูอัยย์ถูกครหา ไม่ว่าจะจากใครทั้งนั้น ที่สำคัญเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุซ้ำครั้งที่สอง แม่จะส่งหนูอัยย์ไปอยู่เชียงใหม่กับเพื่อนของแม่ คุณวาดจันทร์ไม่ครอบครัว ตอนครั้งที่ได้พบหนูอัยย์ก็ชมชอบมากมายทีเดียว เปรยว่าอยากให้ไปเที่ยว แต่ครั้งนี้แม่จะไม่ส่งไปเที่ยว แต่ส่งไปอยู่ที่นั้นจนกว่าจะปลอดภัย” 

ท้ายประโยคดวงตาคมกริบตวัดมามองเขาอีกครั้ง แล้วหรี่ตาลงมองพลางเอ่ย “เพราะที่นี่ไม่ปลอดภัยอีกต่อ มีเสือสิงกระทิงแรดเกลื่อน!” 

มาวินรู้สึกราวกับมารดายกแก้วน้ำสมุนไพรที่ท่านจิบไปจิบมาขึ้นสาดใส่ใบหน้าเต็มแรง ชายหนุ่มถอนหายใจ จนปัญญาจะแก้ไขความเข้าใจผิดของทุกคน ด้วยเขาเองก็จำไม่ได้ว่าตกลงเหตุการณ์เมื่อคืนมันเกิดอะไรขึ้นบ้าง 

“หรือเราจะหน้ามืดปล้ำเด็กประถมจริงๆ” คำรำพึงของมาวินดังเบามาก หากก็ไม่มากจนคนที่นั่งอยู่หัวโต๊ะจะไม่ได้ยิน คุณหญิงวารีเม้มปากแน่น ตวาดบุตรชายเสียงดังลั่น! 

“มาวิน!” 

มาวินสะดุ้งโหยง ละล่ำละลักโบกมือปฏิเสธเป็นพัลวัน หากอารมณ์ที่พุ่งสูงของมารดาก็ยากจะกลับมาสงบได้อีกครั้ง ท่านจึงยกมือชี้ไปยังทางออกห้องอาหารแล้วเชิดหน้าเอ่ย 

“จะไปกินข้าวที่ไหนกับใครก็ไปตอนนี้เลย ช้ากว่านี้แม่อาจจะความดันขึ้นหรือหัวใจวายตายไปก่อน!” 

คนมีความผิดไม่คิดอยู่ต่อ ลุกพรวดขึ้นแล้วพุ่งออกจากห้องอาหารไปทันที 

ทว่า… อนิจจาบ้านหลังใหญ่แห่งนี้ มีหูตามากมายนัก เพียงก้าวออกมายังไม่ทันถึงไหน สายตาที่สอดส่องมาตามซอกตามมุมของบ้านพร้อมเสียงซุบซิบกระทบโสตประสาท คนหูดีถอนหายใจทิ้ง กรอกตาไปมาแล้วยกมือขึ้นนวดขมับตัวเองแรงๆ ปวดหัวเรื่องตัวเองยังไม่พอ นี่ยังต้องมาปวดหัวเรื่องของยัยเด็กประถมนั่นอีก! 

ชายหนุ่มพ่นลมหายใจออกทางปากแรงๆ เดินลงส้นเท้าออกไปที่โรงรถ ก่อนพาเจ้าสี่ล้อสีแดงเพลิงคันหรูพุ่งทะยานออกไปสู่ท้องถนนที่คร่าคร่ำไปด้วยบรรยากาศที่คุ้นเคย 

เขาหงุดหงิดเช่นทุกวัน หากความหงุดหงิดในครั้งนี้ต่างออกไปจากวันอื่นๆ มากทีเดียว 

เพียงชั่วขณะหนึ่ง เขาครุ่นคิดถึง ‘เด็กประถม’ ที่ตนเองถูกกล่าวหาว่าบุกไปปลุกปล้ำอีกฝ่ายถึงบ้านนั้น สมองที่หนักอึ้ง หัวใจที่ดำมืดกลับผ่อนคลายอย่างที่ไม่เคยเป็น ชายหนุ่มขับรถออกจากบ้านด้วยอารมณ์ที่แตกต่าง

วันนี้เขาไม่ได้อยากไปไหนไกล แต่เขาอยากไปไหนก็ได้ที่ใกล้พอจะให้นั่งทบทวนตนเอง และทวนคำถามที่ค้างคาใจ…

หรือเราจะมีกลายเป็นโลลิค่อน… แต่เขาก็ยังสงสัยเป็นโลลิค่อนจริงๆ หรือเป็นโรคจิตคิดกินเด็กกันแน่!

อัยรินได้รับข่าวสำคัญหลังมื้อเที่ยงของคุณหญิงเสร็จสิ้นลง ท่านเรียกเด็กหญิงไปที่ห้องนั่งเล่น ยิ้มแย้มกวักมือเรียกทันทีที่คนตัวน้อยคลานเข่าเข้าไปหา

“มานี่มา มาหาแม่”

ร่างน้อยค่อยๆ เข้าไปใกล้ บรรจงกราบลงบนตักผู้มีพระคุณเช่นที่ชอบทำเสมอ คุณหญิงวารียิ้มแย้มเต็มดวงหน้า รักใคร่คนตัวน้อยเหลือคณา ปลาบปลื้ม และภาคภูมิใจในตัวเด็กหญิงยิ่งนัก

“ปีนี้ก็โตขึ้นอีกแล้ว กำลังจะเป็นสาวเต็มตัวแล้วซิเนี่ย”

อัยรินยิ้มตอบ “ปีนี้สิบสองแล้วค่ะคุณหญิง”

รอยยิ้มของคุณหญิงวารียิ่งกระจ่างใสกว่าเดิม “จะเข้ามอหนึ่งแล้ว นมแม้นเล่าว่ายังไม่มีที่เรียนที่สนใจใช่ไหม”

เด็กหญิงพยักหน้าพร้อมตอบ “ยังเลยค่ะ แต่หนูเรียนที่ไหนก็ได้ แล้วแต่คุณหญิงค่ะ”

คุณหญิงวารียิ้มกว้างขึ้น ทั้งใบหน้าทั้งดวงตาเปล่งประกายแห่งความสุข ตั้งแต่รับอัยรินมาอยู่ด้วย ค่ำคืนแห่งฝันร้ายของท่านก็จางหายไปมากแล้ว แม้กระทั่งความเหนื่อยล้าจากการทำงานหนักที่บริษัท พอกลับบ้านก็มีรอยยิ้มอ่อนโยน แววตาซื่อใสมองมา และรอคอยอยู่เสมอ พอต้องจากกัน ท่านก็ใจหาย ไม่อยากส่งคนตัวน้อยไปไกล หากก็ไม่อาจปล่อยเนื้อชิ้นหวานไว้ใกล้เสือได้เช่นกัน

ท่านไม่แน่ใจเรื่องเมื่อคืนนัก แต่ก็ไม่วางใจในตัวบุตรชายเช่นกัน เหตุการณ์ในอดีต และความประพฤติตอนอยู่ที่อเมริกานั้นยากจะสร้างความเชื่อมั่นให้ท่านได้ แม้จะอายุยังน้อย แต่อัยรินก็ใบหน้าหวานละมุน งดงามตั้งแต่ยังไม่โตเป็นสาวเช่นนี้ ท่านหวง ห่วง และกังวลว่ามาวินจะทำเรื่องไม่ดีต่อน้อง หรือก่อเรื่องเช่นวันวานอีก

“หนูอัยย์”

อัยรินได้ยินน้ำเสียงของผู้มีพระคุณเบาลงก็คลี่ยิ้มกว้างขึ้น เข้าใจในความคิดของท่านทันที เพียงแค่มองสบตา

คุณหญิงวารีเอื้อมมือไปแตะแก้มนุ่มเบาๆ ลูบอย่างอ่อนโยนพร้อมส่งแววตาอบอุ่นมอบให้

ท่านไม่ได้รังเกียจเด็กที่ท่านชุบเลี้ยงมาเองกับมือ แม้ชาติกำเนิดของเด็กหญิงจะไม่ได้สูงส่ง หากจิตใจนั้นยากจะหาคนเทียบเคียง เมื่อแรกที่ได้พบกัน กำแพงน้ำแข็งแสนเย็นชาจากหัวใจดวงน้อยยังหนาแน่นสูงใหญ่ หากพอได้อยู่ด้วยกันนานวันเข้า หัวใจดวงน้อยของเด็กหญิงกลับอ่อนหวาน และอบอุ่นยิ่งนัก

ทว่า… ส่วนลึกแล้วท่านก็ยังปรารถนาให้ความหวังในวันวานเป็นความจริง ไม่ใช่เพียงเพื่อหน้าตาทางสังคม หากครอบครัววรโชติพงศ์ยังเป็นกำลังสำคัญให้แอลเอ็นกรุ๊ปที่ยังไม่แข็งแรงได้ก้าวเดินต่อไป

แม้คุณเตชินจะกล่าวไว้ว่าวาคินสามารถดูแลที่นี่ได้อย่างมั่นคง หากคนที่ท่านต้องการให้ดำรงตำแหน่งประธานกรรมการบริหารแอลเอ็นกรุ๊ปตามพินัยกรรมของบิดาก็คือมาวิน บุตรชายคนโตของท่าน

หากมาวินจะขึ้นนั่งตำแหน่งนั้นอย่างมั่นคง ครอบครัวทางฝั่งภรรยาก็ย่อมต้องยิ่งใหญ่พอให้เป็นปีกคอยหนุนหลังได้

อย่างไรวาคินก็ได้รับมรดกในฐานะ ‘บุตรบุญธรรม’ ของบิดาอยู่แล้ว ท่านจึงไม่ห่วงใยนัก อีกอย่างบุตรชายคนเล็กนิสัยใจคอสุขุม หัวไว การเรียนก็ดี เป็นคนฉลาด ทันคน และเป็นที่พึ่งพิงของผู้อื่นได้

ในขณะที่มาวินนั้น… ยังไม่สามารถแม้กระทั่งเดินด้วยสองขาของตัวเองด้วยซ้ำ ไม่ว่าจะเป็นบิดาที่คอยประคองแอลเอ็นกรุ๊ปไว้ให้ มารดาที่โอบอุ้มอยู่เบื้องหลังทุกเรื่องเช่นท่าน

ดังนั้นท่านจึงต้องจัดการทุกอย่างให้ถูกต้องตามสมควร มากกว่าตามใจตน…

“ไปอยู่เชียงใหม่กับคุณวาดจันทร์ดีไหมคะ”

อัยรินชะงักไปเล็กน้อย หากรอยยิ้มยังคงประดับเต็มดวงหน้า ตอบรับทันทีโยไม่ต้องคิด

“ได้ค่ะ”

แม้จะตกใจ และใจหาย เพราะการไปครั้งนี้มีต้นเหตุมาจากคนอื่น แต่เด็กหญิงก็ไม่อยากทำให้ผู้มีพระคุณต้องทุกข์ใจ อีกอย่างการอยู่ร่วมกับเฒ่าหัวงูเช่นนั้น ก็น่าหวาดหวั่นใจเช่นกัน

แม้จะยังเด็ก แต่ก็ไม่เด็กจนไม่รู้ความอะไรเลย คนตัวน้อยทดความรู้สึกไว้ในใจเพื่อรอเวลา ถือคติที่ว่าแก้แค้นสิบปีก็ไม่มีวันสาย!

อัยรินยิ้มกว้างขึ้น โผเข้าสวมกอดมือที่ยื่นออกมาทันที แนบใบหน้าหาอกอุ่นคุ้นเคยแล้วพึมพำบอก

“หนูจะตั้งใจเรียน เป็นเด็กดี ไม่ทำให้คุณหญิงขายหน้าค่ะ”

คุณหญิงวารีลูบแผ่นหลังบางอย่างอ่อนโยน ก่อนจรดปลายจมูกลงบนขมับซ้ายของเด็กหญิงแรงๆ หนึ่งครั้งอย่างรักใคร่

“ไว้แม่จะไปเยี่ยมบ่อยๆ นะคะ ลูกรัก”

 

**** เนื้อหายังมีติดขัดต้องขออภัยนะคะ 

 

ฝากหนูอัยย์กับมาวินด้วยนะคะ  

เนื้อหาที่ลงยังไม่มีการปรับแก้ ตรวจคำผิด  

อาจมีบางส่วนผิดพลาดต้องขออภัยด้วยนะคะ 

ขอบคุณที่ติดตามกันมาตลอด ทุกๆ เรื่องเลยนะคะ 

 

 

รัก... เอริณ 

ความคิดเห็น