แทคฮยองจี
email-icon facebook-icon Twitter-icon Line-icon

ช่วยใจดีกับเราด้วยนะคะ

น่านฟ้าล่ารัก 13 | Rewrite

ชื่อตอน : น่านฟ้าล่ารัก 13 | Rewrite

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 3.3k

ความคิดเห็น : 17

ปรับปรุงล่าสุด : 02 มิ.ย. 2563 22:15 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
น่านฟ้าล่ารัก 13 | Rewrite
แบบอักษร

น่านฟ้าล่ารัก

13

วันนี้เป็นสุดท้ายที่ที่อยู่ที่ทะเลผมไม่อยากจะคิดเลยว่าถ้ากลับไปทำงานจะโดนเพ่งเล็งไหมเพราะลานานเหลือเกิน แต่ทั้งชีวิตการทำงานผมแทบไม่เคยจะแตะวันลาเลยถ้าไม่ฉุกเฉินจริงๆอย่างเช่นเจ้าอ้วนป่วยนั่นแหละผมถึงได้ลาหยุด

"วันนี้วันสุดท้ายแล้วนะ อยากทำอะไรไหม"

"อะไรครับ" ผมถามคนที่สวมกอดผมไว้ในอ้อมแขนในตอนที่กำลังทำกับข้าว 

"พี่หมายถึงอยากทำอะไรเป็นพิเศษไหมก่อนกลับ” 

“อืม...” ผมยืนนิ่งๆให้เขากอดพลางคิดว่าอยากทำอะไร 

“นั่งเรือไปเที่ยวเกาะดีไหมครับ” 

ผมได้ยินคนที่ตลาดพูดว่าที่ใกล้ๆแถวนี้มีเกาะที่นักท่องเที่ยวไปดำน้ำอยู่ห่างจากที่นี่ประมาณ 1 ชั่วโมง ผมว่าเราไปปิกนิกกันง่ายๆที่นั่นก็น่าจะดีเปลี่ยนบรรยากาศให้เจ้าอ้วนได้เปลี่ยนที่เล่นน้ำด้วย

"เกาะหรอ อืม...ก็ดีนะแถวนี้มีเกาะที่นักท่องเที่ยวไปดำน้ำด้วย หนูอยากดำน้ำหรือเปล่า" 

"ไม่เอาอะ ผมดำน้ำไม่เป็น" ผมตอบแล้วยิ้มแห้งๆ 

ตอนนี้ในหม้อข้าวต้ม (อีกแล้ว) กำลังเดือดปุดๆส่งกลิ่นหอมไปทั้งบ้าน ผมขืนตัวออกจากอ้อมแขนที่รัดแน่นเพื่อปิดเตาแก๊สเตรียมกินข้าวเช้า

"ข้าวเสร็จแล้วไปเรียกลูกเถอะครับ กินร้อนๆถึงจะอร่อย"

ฟอด

คุณน่านฟ้ากดจมูกที่แก้มจนยุบแล้วเดินออกไปตามเจ้าอ้วนที่น่าจะดูการ์ตูนอยู่เพราะผมก็ได้ยินเสียงทีวีแผ่วๆมาสักแล้วก่อนที่คุณน่านฟ้าจะเข้ามา ผมตัดข้าวต้มใส่ชามสามใบแล้วตั้งไว้ที่โต๊ะอาหารรอแค่ให้พ่อกับลูกเข้ามากินพร้อมกันเท่านั้น

"หอม!!!"

เสียงใสของเจ้าอ้วนดังมาแต่ไกลพร้อมกับร่างกลมๆวิ่งดุ๊กๆเข้ามาเกาะขอโต๊ะกินข้าวชะเง้อคอมอง ผมยิ้มลูบหัวลูกชายทีหนึ่งด้วยความเอ็นดู แล้วอุ้มขึ้นนั่งที่เก้าอี้ คุณน่านฟ้าก็เข้ามาเลื่อนเก้าอี้นั่งอีกฝั่งแล้วเรียบร้อย

"ใส่ซอสไหมครับ" ผมถามหลังจากที่ใส่ผ้ากันเปื้อนให้เจ้าสกายแล้ว

"ใส่ครับ " ผมเหยาะซอสถั่วเหลืองใส่ไข่ลวกที่อยู่บนหน้าข้าวต้มให้ลูกชายเล็กน้อยแล้วไปนั่งลงมือกินของตัวเองบ้าง

"พอกินได้ไหมครับ"

"พี่ว่าอร่อยเลยแหละ" คุณน่านตอบยิ้มๆแล้วกินข้าวต้มในชามจนหมดอย่างรวดเร็ว "เดี๋ยวพี่เช่าเรือก่อน หนูกับลูกเตรียมขอรอโอเคไหม"

"ได้ครับ"

ผมให้เจ้าสกายไปนั่งดูทีวีรอข้างนอกส่วนตัวเองก็เก็บโต๊ะอาหารล้างถ้วยชามที่ใช้แล้ว และเตรียมของว่างสำหรับไปปิกนิกกันด้วย โชคดีที่วันก่อนผมซึ่งขนมปังมาด้วยเลยทำแซนด์วิชแบบง่ายๆไปสองสักสองสามคู่พอรองท้องได้ จากนั้นก็ไปเก็บเสื้อผ้าสำหรับเล่นน้ำทั้งสองคุณน่านฟ้า และของเจ้าอ้วนด้วย คุณน่านฟ้าก็กลับเข้ามาและบอกว่าได้เรือแล้วอีก 1 ชั่วโมงให้ไปรอที่หน้าหาดได้เลย

เดินทางประมาณหนึ่งชั่วโมงเราทั้งสามคนก็มาถึงเกาะที่เป็นสถานที่ที่นักท่องเที่ยวมาดำน้ำ เรืออ้อมเข้าไปจอดอีกด้านของเกาะที่เป็นหาดทรายกว้างสีขาว มีนักท่องเที่ยวอยู่บ้างแต่ไม่มากเท่าอีกด้านของเหาะที่เป็นจุดดำน้ำ

"นั่งตรงนี้ก็ได้ คุณกับลูกไปเล่นกันเถอะครับ"

"ทางกันแดดให้ด้วยสิ"

"มาครับ หันหลัง"

ผมบีบครีมกันแดดใส่มือและทาไปที่หลังกว้างของคุณน่านฟ้า เจ้าสกายเห็นเราสองคนกำลังท่าครีมก็วิ่งเข้ามานั่งแหมะลงตรงหน้าของคุณน่านฟ้าและบอกให้พ่อเขาทาครีมให้ ตอนนี้เลยกลายเป็นว่าเราทาครีมต่อกันเป็นรถไฟเลย มีนักท่องเที่ยวที่เดินผ่านมายิ้มให้ด้วยแล้วก็เดินจากไป

"หนูเอาแขนมาพี่ทาให้"

"เดี๋ยวผมทางเองก็ได้ครับ"

"ตามใจ สกายไปเล่นน้ำตรงนั้นกับพ่อกัน"

ผมมองคุณน่านฟ้าที่วิ่งนำลูกชายตัวน้อยลงไปในน้ำแล้วรอรับเจ้าสกายที่วิ่งตามไปกระโดดใส่เข้าเต็มแรงจนหงายหลังลงไปในน้ำทั้งคู่ ผมนั่งมองทั้งสองคนเล่นน้ำสักพักคุณน่านฟ้าก็เดินขึ้นมาพร้อมกับเจ้าอ้วนที่เดินร้องไห้ตาแดงตามมา

"เป็นอะไรครับ ลูกร้องไห้ทำไม" ผมถามคุณน่านฟ้านั่งลงและเปิดเอาน้ำในขวดราดลงบนฝ่าเท้าของตัวเอง 

"หม่าม๊า คุณพ่อเจ็บ" เจ้าอ้วนเบะเดินมาทิ้งตัวใส่ผมทั้งที่ยังตัวเปียกๆ บอกแต่คุณพ่อเจ็บๆ

"มีอะไรครับ แล้วเท้าไปโดนอะไรมาเลือดออกเยอะเลย"

"สงสัยหอยจะบาดเท้าน่ะ เจ็บเลย"

"ไม่รู้ที่เรือไม่ยาไหม หรือว่าจะกลับเลยครับ" ผมถามอย่างเป็นห่วงเจ้าอ้วนก็งอแงร้องไห้จนตาแดงซุกตัวอยู่กับผมไม่ห่าง 

"พึ่งมาเองนะ"

"ผมว่ากลับเถอะครับ แผลคุณก็ลึกด้วยอีกอย่างเจ้าอ้วนก็คงไม่สนุกแล้ว" ผมมองลูกที่เอาแต่กอดคอผมไม่ปล่อยร้องไห้หนักจนขนตาชุ่มไปหมด นี่คงจะกลัวว่าคุณพ่อจะเป็นอะไรแน่ๆถึงได้งอแงแบบนี้

"ก็ได้"

"เดินไหวไหมครับ"

"ไหว หนูดูลูกเถอะเดี๋ยวตะกร้าของกินพี่ถือเอง"

"ครับ"

สุดท้ายทริปเที่ยวเกาะของเราก็เป็นอันต้องล่มไปเพราะคุณน่านฟ้าโดนหอยบาดเท้าเป็นแผลลึกโชคดีที่ไม่ต้องเย็บแต่ก็ยังลึกมากอยู่ดี พอกลับมาถึงบ้านพักผมก็รีบหาของมาทำแผลให้แล้วพรุ่งนี้ก็ต้องขับรถกลับด้วยเขาจะไหวหรือเปล่า แต่ถ้าจะให้ผมขับก็คือเลิกคิดไปได้เลยผมขับรถไม่แข็งและผมจะไม่เสี่ยงกับชีวิตใครทั้งนั้น

"ซี้ดดด หนูพี่เจ็บเบาๆครับ"

"แค่นี่เอง" ผมว่าแล้วใช้สำลีเช็ดทำความสะอาดรอบๆแผลให้ก่อนจะใช้ผ้าก๊อซพันทับอีกรอบจริงๆถ้าแผลไม่ลึกมากก็ไม่อยากพันหรอกแผลจะได้แห้งเร็วๆ ไว้กลางคืนค่อยแกะออกแล้วกัน

ดังนั้นวันนี้ทั้งวันเลยจบที่การนอนดูหนังที่ห้องกันสามคน เจ้าสกายนั่นแหละตัวตั้งตัวตีที่อยากดูผมก็เลยต้องนั่งดูเป็นเห็น จนกระทั่งตอนนี้ก็ยังไม่หลับส่วนคุณน่านฟ้าหลับไปตั้งแต่หนังเล่นไม่ถึงครึ่งเรื่องเพราะผมให้กินยาแก้วปวดไป 

"สกายอยู่กับคุณพ่อนะ เดี๋ยวหม่าม๊าจะไปทำกับข้าว"

"ครับ"

ผมหอมแก้มเจ้าอ้วนแล้วแยกออกไปทำอาหารเย็นที่พอจะทำได้จากวัตถุดิบที่พอมีอยู่ในตู้เย็น เลยได้อาหารง่ายๆอย่างข้าวผัดกุ้งคนละจานกับแกงจืดหมึกยัดไส้ 

หลังอาหารเย็นผมจับเจ้าสกายมาอาบน้ำเปลี่ยนชุดเข้านอน แล้วมานั่งทำแผลให้กับคุณน่านฟ้าที่โซฟา 

“มองอะไรครับ” 

“มองว่าที่ภรรยา” 

“พูดอะไรก็ไม่รู้” ผมก้มหน้าบ่นอุบอิบ “ใส่ยาเสร็จแล้วครับ ยังปวดอยู่ไหมจะขับรถได้หรือเปล่า” 

“ขับได้เป็นข้างซ้ายไม่ใช่ข้างขวาสักหน่อย” คุณน่านฟ้าบอกแล้วยื่นมือมาลูบหัวผมเบาๆ 

“ก็เป็นห่วง” 

“ไปนอนได้แล้วพรุ่งนี้เดินทางจะเพลียเอา” 

“มาครับช่วย”

ผมเข้าประคองคุณน่านฟ้าเข้าไปนอนในห้องโดยที่เราทั้งสองคนนอนขนาบทั้งสองข้างของเจ้าสกาย แล้วหลับไปกันทั้งคู่

 

 

 

“หลานปู่มาแล้ว” 

พ่อของคุณน่านฟ้าพูดขึ้นตอนที่เห็นเจ้าอ้วนวิ่งเข้าไปกอด ผมยกมือไหว้ท่านแล้วขอตัวไปช่วยพวกแม่บ้านเอาของลงจากรถแม้ว่าจะถูกห้ามก็ตาม 

“อันนี้ของฝากทุกคนนะครับ” ผมแบ่งถุงของฝากถึงหนึ่งให้แม่บ้าน คนขับรถ และคนสวนเอาไปแบ่งให้ 

“ขอบคุณค่ะคุณแสง คุณแสงเนี่ยน่ารักจังเลยนะคะ” 

“ชมเกินไปแล้วครับ ฮ่าๆ” 

แล้วก็หัวเราะกับเสียงดังจนคุณน่านฟ้าออกมากวักมือเรียกให้เข้าไปข้างใน ผมนั่งลงที่เก้าอี้ข้างคุณน่านฟ้ามองพ่อของเขานิดหน่อยเหมือนอีกคนจะมีอะไรพูด 

“หนูแสงเหนือเจ้าน่านบอกพ่อว่าหนูยอมตกลงแต่งงานกับเขาแล้วจริงหรือเปล่า” 

“ครับ” ผมตอบแล้วเม้มปากจนเป็นเส้นตรง ไม่คิดว่าคุณน่านฟ้าจะรีบร้อนบอกพ่อเขาแบบนี้ แต่ก็เข้าใจได้คงจะตื่นเต้นแหละ 

“ฮ่าๆ แกไปทำอิท่าไหนล่ะน้องเขาถึงยอมใจอ่อนให้” 

“ยังไม่ได้ทำสักท่าเลยพ่อ”

เพี๊ยะ!

ผมตีแขนคนข้างๆด้วยใบหน้าแดงจัดโถ่เอ๊ย!!! คนบ้าไม่อายคุณพ่อบางเลยหรือไงเนี่ย ลูกก็นั่งอยู่ด้วยถึงจะไม่รู้เรื่องแต่ผมก็อายเป็นนะ 

“ว่าไงล่ะเรา ทำไมถึงยอมใจอ่อนให้ลูกชายพ่อ” 

“ไม่รู้เหมือนกันครับ แต่คิดว่าเป็นคุณน่านก็น่าจะดีแล้ว”

จริงๆนะผมไม่รู้ว่าเพราะอะไรแค่คิดว่าเป็นเขาก็น่าจะพอแล้ว ตลอดหลายเดือนคุณน่านฟ้าทำหน้าที่ของพ่อได้ดี ไม่เคยนอกลู่นอกทางแต่อันนี้ขอทดไว้ในใจก่อนแบบว่ามันอาจจะเป็นช่วงโปรโมชั่นต้องดูกันไปนานๆ แต่ที่เหลือก็คือดี นี่แหละคุณสมบัติแบบพระเอกของพระเอกที่ละครไทยไม่ค่อยจะมี 

“เจ้าน่าน แล้วคุยกับทางพ่อแม่ของน้องเขาหรือยัง” 

“ยังครับว่าจะคุยกับพ่อก่อนแล้วค่อยจะคุยกับทางนั้น” คุณน่านฟ้าบอกแล้วหันมามองผมเล็กน้อยแล้วพูดต่อ “ไม่รู้ว่าทางนั้นเขาจะยอมไหมนะครับ ทำลูกเขาท้องแล้วหายไปตั้งห้าหกปี” 

“ป๊าซ้อมยิงปืนที่หลังบ้านทุกวันเลยครับ” 

“ป...ปืนหรอ” 

ก๊ากกก สีหน้าคุณน่านฟ้าตลกมากที่ได้ยินผมพูดแบบนั้นหน้าก็ซีดลงไปถนัดตา สงสัยกลัวจริงแต่เรื่องที่พ่อซ้อมปืนที่หลังบ้านเนี่ยผมพูดเล่นนะ แต่ก็ไม่คอนเฟิร์มนะว่าถ้าป๊าเจอหน้าคุณน่านฟ้าจะทำยังไง ถึงตอนที่คุยกับพ่อคุณน่านฟ้าดูจะถูกคอกันดีเพราะชอบดูมวย แต่ถ้าเจอหน้าจริงๆก็ไม่รู้เหมือนกัน 

“ผมล้อเล่นครับ” 

“หนูอย่าล้อเล่นแบบนี้สิ หัวใจพี่อยู่ตาตุ่มแล้วเนี่ย” คุณน่านยกมือลูบหน้าออกตัวเองปลอบใจปอยๆ 

“งั้นอย่างนี้ก็หนูแสงจะย้ายไปอยู่ห้องกับเจ้าน่านหรือเปล่าเดี๋ยวพ่อให้คนจัดการให้” 

“ไม่เป็นไร เดี๋ยวผมจัดการเองดีกว่า” 

“หนูจะย้ายมานอนห้องกับพี่หรอ” 

“ครับ เจ้าอ้วนก็โตแล้วน่าจะให้ลองนอนคนเดียว” ผมเม้มปากกลั้นยิ้ม 

“ข้ออ้างหรือเปล่า” 

“อื้อออ อายคุณพ่อครับ” ผมขืนตัวออกจากอ้อมกอดจากคนข้างๆที่ยกแขนข้ามพนักวางแขนมารัดตัวผมจนแน่น 

“เอาๆตามสบาย เดี๋ยวพ่อจะเอาเจ้าอ้วนไปเล่นที่ห้องดูทีวี” 

“อ่า ครับ” 

พ่อคุณน่านฟ้าเรียกเจ้าอ้วนไปเล่นของเล่นที่ห้องดูทีวี เหลือแค่ผมกับคุณน่านฟ้าแค่สองคน ร่างสูงหันมามองหน้าผมแล้วยิ้มเจ้าเล่ห์ 

รู้สึกไม่ปลอดภัยเลยว่ะ 

“อ๊ากกก ไม่~” ผมลุกขึ้นวิ่งเมื่ออีกคนทำหน้าหื่นเข้ามาใกล้ 

“แสงเหนือระวังตกบันได” 

คุณน่านฟ้าตะโกนตามหลังเมื่อผมวิ่งขึ้นบันไดไป เขาก็เดินตามมาแบบไม่รีบร้อนแล้วเมื่อกี้เขาเกิดคิดอะไรขึ้นมาทำไมมาทำหน้าหื่นเหมือนจะจับผมกิน ผมวิ่งเข้าไปในห้องของเจ้าอ้วนยืนหอบอยู่ปลายเตียง 

“วิ่งทำไมเนี่ย” 

“ก็คุณไม่น่าไว้ใจอะ” ผมหันไปบอกแล้วเดินไปนั่งที่เตียง “คุณเปิดแอร์หน่อยร้อนมาก” 

“เก็บของเลยไหมพี่ช่วยเก็บ” 

“เก็บเลยครับ แต่ขอผมพักก่อนเหนื่อยอะ” 

“พักก่อนก็ได้ เดี๋ยวเก็บรอ” เขาบอก

คุณน่านฟ้าน่ะเขารู้ว่าอันไหนของผมและอันไหนของลูกไม่ต้องดูกับเขาหรอกเขาจัดการได้ แต่ลมเย็นๆจากเครื่องปรับอากาศนี่เย็นดีจัง ผมหลับตาหายใจพักเหนื่อยอยู่สักพักจนเผลอหลับไปจริงๆ ตื่นมาอีกทีพบว่าตนเองนอนอยู่ในห้องของคุณน่านฟ้าแถมข้างๆยังมีร่างสูงนอนซุกหน้าที่คอของผมแขนข้างหนึ่งสอดอยู่ใต้หัวผมอีกข้างพาดอยู่ที่เอว 

“คนฉวยโอกาส” ผมแตะนิ้วลงบนปลายจมูกของเขาเบาๆ 

หมับ 

“อือ อย่ากวน”

มือใหญ่รวบมือของผมไปซุกไว้กับหน้าของตนเอง อุณหภูมิของร่างกายรู้สึกว่าจะร้อนกว่าปกติ ผมเลยดึงมือออกมาอังหน้าผาก

“ตัวรุม ๆ นะเนี่ย หรือแผลจะอักเสบ” นี่ผมลืมไปเลยนะเนี่ยว่าเท้าเขาเป็นแผล 

ผมลุกขึ้นขยับไปดูเท้าที่ถูกพันผ้าก๊อซเอาไว้หลวม ผมค่อย ๆ แกะออกอย่างเบามือแผลที่โดนหอยบาดรอบ ๆ ปากแผลมีอาการบวมแดงเหมือนแผลอักเสบ 

“สงสัยทำแผลไม่ดีแน่ๆ” ผมบ่นงึมงำแล้วรีบลงไปขออุปกรณ์ทำแผลจากแม่บ้าน 

“คุณแสงจะเอากล่องพยาบาลไปทำไมคะ” 

“คุณน่านแผลอักเสบน่ะครับ เลยจะทำแผลให้ใหม่ ไม่หายคงต้องไปหาหมอแล้ว” 

“ตายจริง ไปทำอะไรมาคะ” 

“เมื่อวานไปเล่นน้ำกับสกายโดนหอยบาดเท้าครับ สงสัยเดินมากแน่ๆ” 

“งั้นป้าทำข้าวต้มไว้ให้นะคะ” 

“ขอบคุณครับ” 

ผมขึ้นมาบนห้องพร้อมกับกล่องพยาบาล เห็นคุณน่านฟ้านั่งพิงหัวเตียงมองมาที่ผมพอดี 

“ไปไหนมา” 

“เอากล่องยาครับ” ผมนั่งลงแล้วจับเท้าของอีกคนมาพาดที่หน้าตัก “แผลอักเสบจนไม่สบายแล้วนะครับ เดี๋ยวผมทำแผลให้ใหม่” 

“อือ”

ผมนั่งทำแผลให้กับคุณน่านฟ้าเรียบร้อยพอดีกับที่ป้าแม่บ้านยกข้าวต้มขึ้นมาให้ ผมยกชามขึ้นมาถือไว้ตัดข้าวต้มเป่าเบาๆ แล้วเอาไปจ่อที่ปากของเขา

"อร่อย" คุณน่านฟ้ากินข้าวต้มในช้อนโดยที่เอาแต่มองหน้าผมสายตาหวานเยิ้ม 

"กินเองเลยครับ ไม่ป้อนแล้ว"

"อ้าว?" 

"ผมลงไปดูลูกดีกว่าทิ้งให้คุณพ่อดูนานแล้วนะ"

"อือ"

 

 

 

คืนนี้เป็นคืนแรกที่ผมเข้ามานอนที่ห้องกับคุณน่านฟ้าแบบจริงจัง เพราะปกติก็มาบ้างเป็นครั้งคราวเวลาที่ลูกอยากนอนกับคุณน่านฟ้าด้วย ผมเข้ามาในห้องหลังจากที่เรากินข้าวอิ่มแล้วคุณน่านฟ้าสวมเสื้อคลุมกำลังจะอาบน้ำผมจึงรีบเข้าไปช่วย ไม่อยากให้อาบน้ำเท่าไหร่กลัวแผลจะถูกน้ำแล้วจะไปกันใหญ่

"เดี๋ยวผมช่วยอาบดีไหม"

"ได้หรอ" คุณน่านฟ้ามองอย่างมีเลศนัย

เพี๊ยะ!

ผมฟาดไปที่ไหล่ของเขาไม่แรงที่หนึ่งแล้วพาเข้าไปในห้องน้ำโดยให้เขานั่งที่ชักโครก โชคดีที่ฝักบัวสายยาวพอที่จะลากมาถึงตรงนี้

"เดี๋ยวผมไปเอาเก้าอี้ที่ห้องลูกมาให้วางเท้า" ผมบอกและกลับออกไปเอาเก้าอี้ที่ห้องของสกาย ซึ่งปกติผมก็ใช้เป็นประจำอยู่แล้วในการช่วยเจ้าอ้วนสระผมหรือใช้ซักผ้าเล็ก ๆ น้อย ๆ ในห้องเท่านั้น

ผมเข้ามาในห้องของลูกชายที่ตอนนี้นอนอ่านหนังสือนิทานเล่นอยู่บนเตียงก็เข้าไปหอมแก้มแล้วลูบหัวเบาๆ เจ้าอ้วนหันมายิ้มแล้วถามเสียงใส

"หม่าม๊าไปไหน"

"ไปดูแลคุณพ่อครับ คุณพ่อไม่สบาย"

"หนูไปด้วยได้ไหม" เจ้าอ้วนลงมาจากเตียงพร้อมกับหอบนิทานเต็มแทนทั้งสองข้าง รวมทั้งตุ๊กตาพี่กระต่ายเน่า "นะๆ หนูอยากไปหาคุณพ่อ"

"ตามใจ"

สุดท้ายเราสามคนก็มานอนรวมกันที่ห้องของคุณน่านฟ้าเหมือนเดิม แต่แปลกที่ตำแหน่งที่นอนเพราะเจ้าอ้วนนอนริมใน ผมนอนตรงกลาง และมีคุณน่านฟ้านอนซ้อนกอดผมที่ด้านหลัง ที่ต้องนอนแบบนี้เพราะคุณน่านฟ้าตัวรุมๆกลัวจะเอาไข้ไปติดลูกผมเลยต้องเอาตัวเองมากั้นตรงกลาง แม้ว่าจะรู้สึกว่าเบียดไปหน่อยแต่มันก็มีความสุขดี ในความมืดผมนอนอมยิ้มกับแขนใหญ่ๆที่กอดจากทางด้านหลัง ลมหายใจเข้าออกสม่ำเสมอนั้นอุ่นร้อนจากพิษไข้ 

"หัวร้อนจังเลยครับ" ผมขยับพลิกตัวไปอังหน้าผากของคุณน่านฟ้าเบาๆ

"อือ" 

"ปล่อยก่อนๆ เดี๋ยวไปเอาผ้าชุบน้ำมาเช็ดตัวให้ดีกว่า" ผมแกะมือเขาออกจากเอวและรีบเข้าไปเอาผ้าชุบน้ำเย็นมาเช็ดตามตัวตามแขนให้ 

คุณน่านฟ้าก็นอนให้ผมจัดการเช็ดตัวให้ผมเช็ดตั้งแต่คอ แขน ถลกเสื้อนอนขึ้นเช็ดตามเนื้อตัวให้ด้วยไม่ได้รู้สึกเขินอายอะไรกับกล้ามหน้าท้องสมบูรณ์แบบ แต่รู้สึกอิจฉามากกว่าผิดกันกลับผมที่มีแต่พุงกะทิ ผมเช็ดจนทั่วตัวรวมทั้งด้านหลังด้วย จนถึงส่วนล่างที่อยู่ใต้กางเกงนอน

"ให้ผมเช็ดไหม"

"ไม่ต้องก็ได้" เขาตอบเสียงแผ่ว

"งั้นเดี๋ยวผมลงไปเอายามาให้กินดีกว่านะจะได้นอนสบาย"

"อือ"

ในตอนรุ่งสางผมตื่นขึ้นมาตามปกติปลุกเจ้าอ้วนขึ้นมาเตรียมตัวไปโรงเรียนส่วนพ่อของเขาก็ปล่อยให้นอนไปก่อนแล้วกัน ผมยังไม่อยากปลุกไม่รู้ว่าเขามีไฟลต์บินหรือเปล่าแต่ถ้ามีจริงๆผมคงไม่ให้เขาไปทำงานแน่ๆ ก่อนออกไปจากห้องก็เอามือไปอังหน้าผากวัดไข้อีกสักหน่อยพบว่าไข้ลดลงไปแล้วก็เบาใจ

จัดการแต่งตัวอาบน้ำให้เจ้าอ้วนเรียบร้อยผมก็ไปฝากไว้ที่พี่แม่บ้านให้ช่วยหาข้าวให้กินก่อนไปเรียน ส่วนผมที่ลางานบริษัทหลายวันก็ต้องรีบอาบน้ำเพื่อกลับไปทำงานเช่นกัน ก่อนหน้านี้เช็คมือถือแล้วมีแต่ไลน์เรื่องงานเต็มไปหมด ใครมันเป็นคนคิดให้ติดต่องานในไลน์นะ ดึกๆก็ยังไลน์มาทั้งที่ด่วนฉิบหายแต่ก๋ไลน์มาจนผมเบื่อที่จะบอกว่าถ้ารีบให้โทรไม่อย่างนั้นก็คงจะไลน์รบกวนเวลาส่วนตัวของผมไม่เลิก

"จะไปทำงานหรอ"

"ครับ วันนี้มีบินไหม" ผมเดินเข้าไปนั่งลงข้างคนที่พึ่งตื่นแล้ววัดไข้อีกรอบ "ตัวไม่ค่อยร้อนแล้ว จะไปทำงานไหมครับ"

"ไม่ไป" เขาตอบเสียงเอื่อย ๆแล้วเอนมาซบที่ไหล่ของผม

"ดีแล้วครับ เพราะยังไงผมก็ไม่ให้คุณไปหรอกนะแล้วลางานหรือยัง"

"ลาแล้ว เป็นห่วงพี่ขนาดนี้ลางานมาเฝ้าพี่เลยไหมครับ หืม" คุณน่านฟ้ารวบตัวผมเข้าไปกอดแล้วกดจมูกหอมแก้มของผมไปทีหนึ่ง "ลูกไปไหนแล้ว"

"อยู่ข้างล่างครับ กินข้าวอยู่"

"อือ"

"คุณลงไปพร้อมผมเลยไหมครับ" ผมถาม

"อือ"

 

 

TBC

คุณคะฉันจะไม่อ้อมค้อมนะคะ ขอไกด์ ขอไอเดียหน่อยค่ะ ไม่รู้จะไปทางไหนแล้ว 555555 เรื่องมันเรื่อยเปื่อยมากค่ะ แต่ฉันชอบตอนนี้จังเลยค่ะ มันดีงามมันอบอุ่น มีความสุข ตอนหน้าไม่หาพ่อตาแม่ยายดีไหมคะ 5555 เผื่อคุณน่านได้กินลูกปืนคุณพ่อตา 5555 

คำผิดก็แก้แค่ตัวที่เห็ฯอะตัวไหนตกก็ติดไว้ก่อนนะจ้ะ

ความคิดเห็น