หมอนข้างขวา

ขอบคุณที่เข้ามาอ่านนะ ><

เล่นรอบที่ 58 แก้แค้น

ชื่อตอน : เล่นรอบที่ 58 แก้แค้น

คำค้น : ของเล่นฆ่าอารมณ์,โชติก้อง,หนึ่งชิน

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 14.7k

ความคิดเห็น : 153

ปรับปรุงล่าสุด : 01 มิ.ย. 2563 21:21 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 700
× 0
× 0
แชร์ :
เล่นรอบที่ 58 แก้แค้น
แบบอักษร

แฟ้มเอกสารที่วางอยู่บนโต๊ะทำงานตัวใหญ่ถูกปิดลง ปากกาแท่งงามถูกวางลงข้างๆก่อนที่ก้องจะหลับตาลงเพื่อพักสายตาหลังจากที่ทำงานมาอยู่พักใหญ่ นาฬิกาข้อมือราคาแพงที่อีกคนมอบให้ถูกยกขึ้นมาดูเวลาก่อนที่ชายหนุ่มจะลุกขึ้นเพื่อไปหาอาหารกลางวันมารับประทาน

 

สายตาของก้องเหล่มองไปยังเก้าอี้ว่างอีกตัวที่ตั้งอยู่ไม่ห่าง ก่อนที่จะออกแรงผลักเบาๆด้วยความรู้สึกที่หลากหลายเมื่อพบว่าคนที่ชอบมานั่งเบียด นั่งกวน นั่งหาโอกาสลวนลามเขามาตลอด ไม่ยอมมาที่บริษัทตามคำสั่งของเขาจริงๆ

 

ถ้าเป็นเมื่อก่อนอีกฝ่ายคงตามเขามาแน่ๆไม่ว่าเขาจะห้ามอย่างไรก็ตาม แต่ว่าตอนนี้กลับเป็นเขาเสียเองที่ต้องอารมณ์เสียนิดๆเมื่อรับรู้แล้วว่าอีกฝ่ายไม่ยอมมาจริงๆ และสิ่งที่เขาจะทำได้ตอนนี้ก็มีเพียงแค่การสูดดมกลิ่นน้ำหอมจางๆของอีกฝ่ายที่ฟุ้งกระจายออกมาจากข้อมือของเขา

 

ช่วงเวลามื้อกลางวันในวันทำงานถือเป็นช่วงเวลาพิเศษสำหรับก้องอยู่ไม่น้อยเพราะช่วงที่ผ่านมาคุณโชติพาเขาตระเวนไปร้านอาหารชื่อดังแทบไม่ซ้ำร้าน แรกๆเขาก็พยายามห้ามเพราะเสียเวลาในการเดินทางแต่ไปๆมาๆตอนนี้กลับกลายเป็นความเคยชินของเขาไปเสียแล้ว

 

ก้องเดินเข้าไปในลิฟต์ก่อนที่จะตัดสินใจไปฝากท้องที่ห้องอาหารของพนักงานที่เขาเองไม่ได้มีโอกาสไปมาพักใหญ่ๆตั้งแต่เขามีคุณโชติคอยตามติดเหมือนเงา

 

ลิฟต์เปิดออกเมื่อถึงชั้นที่ก้องต้องการ ชายหนุ่มเดินผ่านประตูเข้าไปในห้องอาหารก็ต้องเลิกคิ้วขึ้นด้วยความประหลาดใจอยู่ไม่น้อยเพราะภาพของห้องอาหารที่เขาเห็นตอนนี้มันพัฒนาไปจากห้องอาหารของเก่าจนแทบจะไม่เหลือเค้าโครงเดิม การตกแต่งที่เรียบง่ายแต่กลับให้ความรู้สึกผ่อนคลาย กลิ่นอาหารคาวอบอวลไปทั่วบริเวณผสมไปกับกลิ่นขนมปังที่ถูกอบใหม่ๆ กลิ่นกาแฟและกลิ่นของขนมหวาน แค่เพียงได้กลิ่นก็มั่นใจได้แล้วว่ารสชาติก็คงจะดีไม่ต่างกัน

 

“สวัสดีครับคุณก้อง/สวัสดีค่ะคุณก้อง” เสียงทักทายดังขึ้นเป็นระยะเมื่อเขาเดินสำรวจไปทั่วๆ ภาพของพนักงานที่ต่างยิ้มแย้มและมีความสุขในการทานมื้อกลางวันมีให้ได้เห็นไม่ว่าจะมองไปทางมุมไหน

 

ก้องยิ้มออกมานิดๆเมื่อนึกไปถึงชินที่เป็นตัวตั้งตัวตีให้มีการปรับปรุงห้องอาหารของพนักงาน ซึ่งตอนนี้เจ้าของความคิดคงกำลังหัวหมุนและคงบ่นเขาไม่หยุด เพราะก้องได้ทำการชำระความแค้นเรื่องในลิฟต์ตอนเช้าไปเรียบร้อยแล้ว

 

ก้องเดินไปตักอาหารที่จัดเสิร์ฟแบบบุฟเฟ่ต์มาสองสามอย่างก่อนที่จะเดินไปนั่งลงยังโต๊ะที่ว่างอยู่ ช้อนสีเงินตักอาหารคำเล็กๆเข้าปากและทำให้ก้องต้องส่ายศีรษะเบาๆและยิ้มออกมาอีกครั้ง ที่เขาส่ายหน้าไม่ใช่ว่าอาหารไม่อร่อย แต่เป็นเพราะเขาไม่คิดเลยว่าชินจะลงทุนจ้างเชฟฝีมือเยี่ยมขนาดนี้มาทำอาหารกลางวันให้พนักงานกินฟรีแถมยังสามารถนำอาหารกลับบ้านได้ด้วย

 

ตั้งแต่ชินเข้ามาบริหารที่นี้สิ่งแรกๆที่ชินทำคือการพัฒนาสวัสดิการของพนักงานที่เคยดีอยู่แล้วให้ดียิ่งขึ้นไปอีก จนทำให้การแข่งขันเพื่อเขามาทำงานที่นี้มีอัตราการแข่งขันสูงมากและพนักงานก็ทำงานได้อย่างมีความสุขและมีประสิทธิภาพมากขึ้นไปด้วย

 

“ขอโทษนะครับ” เสียงนุ่มๆดังขึ้นทำให้ก้องที่กำลังมีความสุขอยู่ไม่น้อยกับอาหารในจานต้องเงยหน้าขึ้นไปมอง

 

“ผมขอนั่งทานข้าวด้วยคนได้ไหมครับ” ชายหนุ่มร่างสูงที่ยื่นอยู่ตรงหน้าพูดขึ้นพร้อมกับรอยยิ้มที่ทำให้ใบหน้าที่ดูดีอยู่แล้วดูดียิ่งขึ้นไปอีก

 

“ได้สิครับ” ก้องตอบรับไปพร้อมกับยิ้มให้เด็กหนุ่มตรงหน้าตามมารยาท แค่เพียงแวบเดียวก้องก็รู้ได้ทันทีว่าคนๆนี้คงพึ่งเรียนจบและคงเป็นพนักงานใหม่แน่ๆถึงได้ไม่รู้จักว่าเขาเป็นใคร

 

จานอาหารของอีกฝ่ายถูกวางลงบนโต๊ะก่อนที่ชายหนุ่มปริศนาจะนั่งลงตรงข้ามกับเขา

 

“สวัสดีครับผมชื่อต้นนะครับ พึ่งมาทำงานที่นี้ได้หนึ่งอาทิตย์ คุณชื่ออะไรเหรอครับ” เด็กหนุ่มถามพร้อมกับรอยยิ้มทรงเสน่ห์ที่เคยทำให้เขาได้รับรางวัลเดือนมหาลัยเมื่อสมัยที่ยังเรียนอยู่

 

“ผมชื่อก้องครับ” ก้องตอบอย่างปกติพร้อมกับเริ่มสงสัยในรอยยิ้มของอีกฝ่ายที่ส่งหาให้ไม่หยุด

 

“ถ้าคุณไม่ว่าอะไร ผมขอเรียกว่าพี่ก้องได้ไหมครับ”

 

ก้องมองอีกฝ่ายอย่างประเมินอยู่เล็กน้อยก่อนที่จะพยักหน้าเป็นเชิงอนุญาต “ได้ครับ”

 

“พี่ก้องทำงานฝ่ายไหนเหรอครับ ผมไม่เคยเห็นหน้าเลย ผมทำงานอยู่ฝ่ายไอทีนะครับ” เด็กหนุ่มยังคงไม่หุบยิ้มพร้อมกับอาหารในจานที่ไม่ลดลงไปเลยสักนิด

 

“อืม ผมทำงานเป็นผู้ช่วยครับ” ก้องคิดอยู่เล็กน้อยก่อนที่จะตอบออกไปเพราะตำแหน่งจริงๆของเขาตอนนี้ก็เป็นเหมือนกับผู้ช่วยที่กำลังเตรียมความพร้อมและลดภาระงานให้กับชิน

 

“แล้วพี่ก้องมีแฟนหรือยังครับ” คำถามต่อมาของชายหนุ่มทำให้ก้องต้องลอบถอนหายใจออกมาเพราะที่เขาให้อีกฝ่ายนั่งทานอาหารด้วยเป็นเพราะเขาไม่อยากทำตัวแปลกแยกจากพนักงานคนอื่นๆ ไม่อยากให้คนอื่นมองว่าเขาหยิ่ง เขาอยากจะทำความรู้จักและเป็นมิตรกับพนักงานทุกๆคน แต่ดูเหมือนว่าเจตนาของเด็กหนุ่มคนนี้จะไม่ตรงกับเจตนารมณ์ของเขาเสียแล้ว

 

“มีแล้วครับ” ก้องตอบออกไปพร้อมกับใบหน้าที่เริ่มร้อนวูบเมื่อคิดไปถึงชายอีกคนที่ไม่ยอมโผล่หน้ามาเลยจนทำให้เขาต้องคิดถึงอยู่แบบนี้

 

“ผมคงมาช้าไปสินะครับ น่ารักขนาดนี้ไม่มีแฟนก็แปลกแล้ว” เด็กหนุ่มพูดอย่างเสียดายเมื่อมองไปยังใบหน้าหล่อๆที่ขึ้นสีระเรือของก้อง

 

“พี่ก้องอยู่นี้เองผมตามหาตั้งนาน” เสียงๆหนึ่งดังขึ้นก่อนที่ร่างหนาของชินจะลากเก้าอี้นั่งลงตรงข้ามกับก้องข้างๆกับเด็กหนุ่มคนนั้น

 

“มานั่งกินข้าวกับแฟนคนอื่นสองต่อสองแบบนี้คิดดีแล้วใช่ไหม” ชินที่พึ่งมาใหม่หันไปเลิกคิ้วถามชายหนุ่มที่เขาไม่รู้จักพร้อมกับใบหน้านิ่งๆแต่ทว่าดวงตากลับเริ่มฉายแววความไม่พอใจออกมาที่มีคนมายุ่งกับคนของพ่อเขา

 

“ไม่ทราบว่าคุณเป็นใครเหรอครับ” พนักงานหนุ่มถามชินกลับโดยที่ในใจเริ่มคิดแล้วว่าอีกฝ่ายอาจจะเป็นแฟนของก้องซึ่งคนๆนี้ก็น่าจะอายุพอๆกับเขา

 

“ผมชื่อชิน และถ้าอยากรู้ว่าผมเป็นใครคุณก็ลองกลับไปถามหัวหน้าฝ่ายของคุณดูแล้วกัน แต่ผมว่าตอนนี้เพื่อความปลอดภัยของตัวคุณเอง คุณควรรีบลุกไปดีกว่านะ” ชินเตือนอีกฝ่ายเพราะรู้ดีว่าถ้ามีคนไปรายงานพ่อของเขาเรื่องนี้คงจะไม่จบง่ายๆ

 

พนักงานหนุ่มรู้สึกไม่พอใจเล็กน้อยที่โดนอีกฝ่ายขู่แต่เขาเองพึ่งจะมาทำงานที่นี้ซึ่งกว่าจะเข้ามาได้มันก็ไม่ง่ายเลยสักนิดและคนที่นั่งอยู่ข้างๆเขาคงไม่ใช่พนักงานธรรมดาแน่ๆเขาจึงตัดสินใจที่จะยอมแพ้และขอมองหน้ารุ่นพี่ชื่อก้องที่เขาสนใจให้เต็มๆตาอีกสักครั้ง็

 

 

“ครับ ผมเข้าใจแล้วครับ” พนักงานหนุ่มหันไปพูดกับชินก่อนจะหันกลับไปมองใบหน้าของก้องอีกครั้งและกล่าวคำอำลา “ผมขอตัวก่อนนะครับพี่ก้อง” พูดจบพนักงานหนุ่มก็ถือจานอาหารที่ยังคงสภาพเช่นเดิมและเดินจากไปอย่างตัดใจ

 

“เสน่ห์แรงจังเลยนะครับพี่ มีหนุ่มเขามาจีบด้วย หึหึ” ชินเอามือเท้าค้างกับโต๊ะอาหารแล้วหัวเราะออกมาเบาๆอย่างอารมณ์ดี

 

ก้องไม่คิดจะโต้ตอบอีกฝ่ายและตั้งใจจะเปลี่ยนเรื่องสนทนา “เมื่อกี้ชินบอกว่าตามหาพี่มีธุระอะไรเหรอเปล่า”

 

“เปลี่ยนเรื่องเก่งจังเลยนะครับ หึหึ” ชินหัวเราะอีกครั้งก่อนที่จะทำสีหน้าจริงจังและเริ่มเข้าเรื่องสำคัญ

 

“พี่ก้องแก้แค้นผมเรื่องที่ผมแซวพี่ในลิฟต์เมื่อเช้าใช่ไหมครับ”

 

“แก้แค้นอะไร พี่ไม่เข้าใจว่าชินหมายถึงอะไร” ก้องยิ้มออกมานิดๆและยกแก้วน้ำขึ้นมาจิบ

 

“ก็หมายถึงงานที่ผมต้องทำไงครับ มันเพิ่มขึ้นมาตั้งเยอะกว่าผมจะทำเสร็จหมดมีหวังคงตายกันพอดี” ชินบ่นออกมาด้วยความเซง แต่นั้นยิ่งทำให้ก้องอารมณ์ดีมากขึ้น ที่ได้รู้ว่าการแก้แค้นของเขามันได้ผลตามที่คิดเอาไว้

 

“ชินไม่ต้องกังวลนะ เพราะถ้าชินตายไปจริงๆพี่รับรองว่าพี่จะไม่ยอมให้หนึ่งเป็นหม้ายและอยู่คนเดียวแน่ๆ พี่จะหาคนที่เหมะสมกับ”

 

“พอครับพี่ก้อง ไม่ต้องพูดต่อแล้ว ผมขอร้อง” ชินรีบพูดแทรกขึ้นมาทันทีเมื่อคิดว่าคนรักของเขาจะต้องมีแฟนใหม่

 

ใบหน้าของชินที่ดูจริงจังค่อยๆอ่อนลงดวงตาคมค่อยๆเบิกกว้างขึ้นก่อนที่เสียงอ้อนจากชายหนุ่มร่างหนาจะดังออกมา

 

“พี่ก้องครับ ชินขอร้องนะครับ ลดงานให้ชินเถอะนะครับ ชินจะไม่แซวพี่ก้องอีกแล้ว” แผนการอ้อนที่ชินเคยใช้กับพี่ก้องได้ผลตลอดในสมัยเด็กถูกหยิบขึ้นมาใช้อีกครั้งกลางห้องอาหาร พนักงานหลายคนลอบมองมาที่ทั้งคู่พร้อมกับรอยยิ้มที่ได้เห็นผู้ชายตัวโตกำลังพูดอ้อนผู้ชายอีกคนอยู่ และที่ยิ่งน่าสนใจกว่านั้นเพราะผู้ชายหน้าตาดีทั้งสองคนนั้นเป็นผู้บริหารระดับสูงสุดของบริษัท

 

“ฮาๆๆ” ก้องยกมือขึ้นปิดปากเพื่อไม่ให้เสียงหัวเราะของตัวเองที่ออกมามันดังมากจนเกินไป เพราะก้องไม่คิดเลยว่าชินจะมาไม้นี้และเพราะท่าทางสีหน้าและคำพูดของชินตอนนี้จะบอกว่าน่ารักก็คงพูดได้ไม่เต็มปาก จะบอกว่าน่าสงสารก็ไม่ได้เช่นกันเพราะก้องรู้ดีว่าสิ่งที่อีกฝ่ายทำมันเป็นการแสดงที่อีกฝ่ายคงได้รับการถ่ายทอดทางพันธุกรรมมาจากคนเป็นพ่อ เขาจึงทำได้เพียงแค่การหัวเราะเท่านั้น

 

“ตกลงพี่ก้องยอมลดงานให้ผมแล้วใช่ไหม” ชินรีบถามอย่างมีหวังเมื่อก้องหยุดหัวเราะแม้พอจะรู้ดีว่าคำตอบของอีกฝ่ายจะเป็นอย่างไร

 

“ไม่” ก้องตอบสั้นๆพร้อมกับรอยยิ้ม

 

ชินยังจำได้ดีถึงคำที่พี่ก้องเคยสอนเขาไว้ตั้งแต่เด็กๆว่าจะทำอะไรต้องมีแผนสำรองเตรียมรอไว้เสมอในเมื่อไม้อ่อนใช้ไม่ได้ผลก็ถึงคราวที่จะต้องใช้ไม้แข็งกันบ้าง

 

“ผมให้โอกาสพี่ก้องเปลี่ยนใจอีกครั้ง ไม่อย่างนั้นจะหาว่าผมไม่เตือนไม่ได้นะครับ” ชินจ้องตาอีกฝ่ายอย่างเอาจริง ส่วนก้องเองก็จ้องตาอีกฝ่ายอย่างประเมินอยู่เช่นกันเพราะการที่เขาเลี้ยงดูอีกฝ่ายมาทำให้ก้องรู้ดีว่า ชินจะต้องมีแผนการบางอย่างเตรียมเอาไว้แน่ๆ ซึ่งก้องเองก็อยากจะรู้อยู่ไม่น้อย

 

“ไม่” ก้องตอบกลับไป

 

“พี่ก้องกำลังบังคับให้ผมไม่มีทางเลือก” สายตาของทั้งสองจ้องมองกันนิ่งอยู่สักพักก่อนที่ชินจะเริ่มพูดออกมา

 

“ผมจะฟ้องพ่อ” น้ำเสียงของชินพูดออกมาด้วยความจริงจังไม่มีการล้อเล่นแม้แต่น้อย ผิดกับก้องที่ตอนนี้ต้องพยายามกลั้นยิ้มกับเด็กตรงหน้าที่ขู่ว่าจะไปฟ้องพ่อ

 

ก้องรวบช้อนซ้อมยกน้ำขึ้นดื่มก่อนที่จะเริ่มพูดคุยกับเด็กขี้ฟ้องอย่างจริงจัง “แล้วชินจะฟ้องว่าอะไรละ”

 

“ผมจะบอกพ่อว่าพี่ก้องตั้งใจเพิ่มงานให้ผมเพราะจะแกล้งผม”

 

“ถ้าชินฟ้องเรื่องนั้นพี่ว่าคุณโชติคงไม่ว่าอะไรพี่เหรอเพราะคุณโชติเองก็อยากให้ชินทำงานเยอะๆจะได้เก่งๆ” ก้องพูดจบก็ยิ้มให้เด็กน้อยตรงหน้าโดยไม่รู้เลยว่าเด็กน้อยคนนั้นยังมีแผนสำรองที่เตรียมไว้อีก

 

“เรื่องนั้นพ่ออาจจะไม่ว่าอะไรก็จริงแต่ถ้าผมบอกพ่อเรื่องที่พี่ก้องมีหนุ่มมาจีบรับรองว่าพ่อคงไม่อยู่เฉยแน่ๆ” ชินยักคิ้วให้อีกฝ่ายอย่างคนที่ถือไพ่เหนือกว่า

 

“ถ้าผมเป็นพ่อแล้วรู้ว่ามีคนมาจีบแฟนตัวเอง แถมแฟนตัวเองยังยอมให้นั่งกินข้าวด้วยตั้งนาน ผมคงจะลงโทษโดยการจับแฟนขังไว้ในห้องและลงโทษบนเตียงสักสามวันสามคืน ไม่ให้เห็นเดือนเห็นตะวันแน่ หึหึ” ชินรู้สึกลำพองใจขึ้นมาไม่น้อยเพราะหลังจากที่เขาพูดจบก็เห็นสีหน้าพี่ก้องดูเจื่อนลงแถมยังกลืนน้ำลายอึกใหญ่อีกต่างหาก

 

ก้องไม่รู้ว่าสีหน้าของเขาตอนนี้เป็นอย่างไรแต่เขาอดไม่ได้ที่จะต้องกลืนน้ำลายลงคอที่แห้งผากขึ้นมาอย่างทันทีที่ได้ยินสิ่งที่ชินขู่เอาไว้ ซึ่งมันมีแนวโน้นสูงมากที่อาจจะเกิดขึ้นได้ถ้าคุณโชติรู้เรื่องขึ้นมาจริงๆ เขารู้สึกว่าประเมินอีกฝ่ายต่ำเกินไปอีกครั้งเพราะจากแทนที่เขาจะได้แกล้งชินสนุกๆกลับกลายเป็นว่าตอนนี้เขากับติดกับดักที่ตัวเองสร้างไว้ แต่แน่นอนว่ากับดักนี้เขาสร้างขึ้นมาเขาก็รู้ดีว่าต้องปลอดมันออกไปอย่างไร

 

“ถ้าชินฟ้องแล้วเป็นอย่างนั้นจริง สามวันสามคืนที่พี่ไม่ได้เห็นเดือนเห็นตะวัน ชินคงต้องทำงานในส่วนของพี่ด้วย และหลังจากนั้นพี่คงจะลาพักร้อนไปยาวๆ หวังว่าช่วงนั้นชินคงจะสนุกกันการทำงานนะ” ก้องฉีกยิ้มออกมาและหวังว่าคำขู่ของเขาจะทำให้ชินเปลี่ยนใจเพราะแค่นึกไปถึงสิ่งที่จะเกิดขึ้นเขาก็ขนลุกและรู้สึกเย็นวาบที่ต้นคอไปหมด

 

ชินได้แต่นั่งคิดหนักและมองคนตรงหน้าที่เขาเอาอีกฝ่ายไม่ลงจริงๆ เพราะถ้าพี่ก้องไม่อยู่ช่วยงานมีหวังงานที่เขาต้องรับผิดชอบคงมากขึ้นอีกหลายเท่าตัว หรือเขาควรจะยอมรับสภาพในตอนนี้ที่ต้องทำงานเพิ่มขึ้นประมาณสามสิบเปอร์เซ็นต์จากการแก้แค้นแลกกับการไม่ต้องทำงานที่เพิ่มขึ้นอีกหลายเท่าตัว

 

“พี่ก้องครับ ผมขอโทษ ผมผิดไปแล้วครับ ลดงานให้ผมเถอะนะครับ แค่นี้ผมก็จะไม่มีเวลาอยู่กับไอ้หนึ่งอยู่แล้ว นะครับ” ชินกลับไปอ้อนก้องอีกครั้งเมื่อรู้ว่าฝืนต่อไปมีแต่เจ็บหนักกว่าเดิม

 

“พี่เคยสอนแล้วใช่ไหมว่าใช้ไม้แข็งไปแล้วกลับมาใช้ไม้อ่อนอีกครั้ง มันไม่ได้ผลหรอกนะ”

 

“ผมจำได้ครับ แต่ผมรู้ว่าพี่ก้องเป็นพี่ชายที่ใจดีที่สุดยังไงพี่ก้องก็ต้องให้อภัยผม” ชินอ้อนวอนพร้อมความหวังที่ริบหรี่

 

“ไม่ยกโทษให้ เมื่อกี้นี้ชินขู่พี่ เห็นพี่เป็นศัตรูเพราะฉะนั้นพี่จะเพิ่มงานให้ชินอีกยี่สิบเปอร์เซ็นต์ ชินจะได้เรียนรู้ว่าก่อนที่จะใช้ไม้แข็งกับใครต้องคิดถึงผลเสียที่ตามมาด้วยเสมอ” ก้องพูดอย่างจริงๆจังและคิดว่าจะให้ชินทำงานเพิ่มไปอีกสักสามสี่วันเพื่อเป็นการสั่งสอนก่อนที่จะให้กลับมาทำงานเท่าเดิม

 

“โห้...พี่ เยอะขนาดนั้นผมทำไม่ไหวหรอก” ชินโวยออกมาเมื่อคิดไปถึงงานมากมายที่เขาต้องทำและเวลาที่ใช้กับคนรักที่จะลดลงไปด้วย

 

“เยอะแค่ไหนก็ต้องทำ แต่ถ้าไม่อยากทำหรือไม่พอใจก็โทรไปฟ้องพ่อสิ” ก้องหยิบโทรศัพท์มือถือของตัวเองแล้วปลดล็อคก่อนที่จะยื่นไปตรงหน้าอีกฝ่ายอย่างท้าทาย ก่อนที่เขาจะนึกขึ้นได้ว่าภาพพื้นหลังหน้าจอของเขาเป็นรูปของคุณโชติ ก้องกำลังจะดึงมือตัวเองกลับมาแต่ก็ไม่ทันเสียแล้วเพราะชินจับข้อมือของเขาเอาไว้และหยิบมือถือของเขาไปโดยที่ยังไม่ยอมปล่อยข้อมือของเขา

 

“อะไรเนี้ย ภาพพื้นหลังเป็นรูปพ่อซะด้วย” ชินยิ้มก่อนที่จะพูดต่อ “ในเมื่อพี่ก้องท้ามาชินจัดให้ครับ”

 

มือถือถูกกดโทรออกในเวลาไม่กี่วินาทีพร้อมกับการเปิดเสียงออกลำโพง ชินกำลังรอเสียงรับสายไม่ต่างไปจากก้องที่อยากได้ยินเสียงจากปลายสายอยู่เช่นกัน

 

สัญญาณถูกตัดไปโดยไม่มีการรับสายทำให้ชินรู้สึกขัดใจเล็กน้อยแต่สำหรับก้องกลับรู้สึกหน่วงในใจว่าทำไมคุณโชติถึงไม่รับสายจากมือถือของเขา คุณโชติอาจจะงอน คุณโชติอาจจะโกรธ คุณโชติอาจจะไม่ได้พกโทรศัพท์ คุณโชติอาจจะออกไปเที่ยวหรือคุณโชติอาจกำลังหลับนอนกับคนอื่นอยู่

 

ก้องส่ายศีรษะของตัวเองสองสามครั้งเพื่อไล่ความคิดพุ่งซ่านไร้เหตุผลออกไปก่อนที่จะดึงข้อมือของตัวเองที่โดนชินจับเอาไว้ให้เป็นอิสระ

 

ชินยื่นมือถือของก้องกลับคืนก่อนที่จะใช้มือถือของตัวเองโทรออกไปยังเบอร์ของผู้เป็นพ่อ และเพียงไม่กี่วินาทีอีกฝ่ายก็รับสายทำให้ก้องได้แต่คิดในใจว่าเพราะเหตุใดคุณโชติจึงไม่รับสายจากมือถือของเขาแต่รับสายจากชิน เพราะคุณโชติพึ่งได้ยินเสียงโทรศัพท์หรือเพราะคุณโชติไม่พอใจเขาอยู่หรือเปล่า

 

(ฮัลโหล พ่อ)

 

(พ่ออยู่ไหน ว่างไหมครับ มาจัดการพี่ก้องหน่อย)

 

(ครับพ่อ สวัสดีครับ)

 

คำพูดคุยของชินไม่กี่ประโยคดังขึ้นโดยที่ก้องไม่มีโอกาสได้ยินเสียงที่เขาคิดถึงเลยแม้แต่น้อย

 

“หึหึ” ชินหัวเราะในลำคอเบาๆ

 

“พี่ไปทำงานต่อดีกว่า เสียเวลามามากแล้ว” ก้องกำลังจะลุกขึ้นจากโต๊ะแต่สายตาของเขาก็มองไปเห็นใครบางคนที่กำลังเดินผ่านประตูบานใหญ่เข้ามา เขาไม่รู้ว่าอีกฝ่ายมาตั้งแต่เมื่อไร แต่ที่มั่นใจคือคนที่เขาคิดถึงมาอยู่ตรงนี้แล้ว

 

ทุกก้าวที่ชายคนนั้นเดินผ่านพนักงานต่างก้มหน้าก้มตา ผู้บริหารระดับสูงรีบเข้ามาโค้งศีรษะแสดงความเคารพ เสียงพูดคุยที่เคยดังอย่างเป็นธรรมชาติยามกินอาหารกลับเงียบกริบจนได้ยินเพียงเสียงของอาหารที่กำลังถูกทอดด้วยน้ำมัน อากาศในห้องที่เย็นสบายกลับเย็นเฉียบขึ้นมาทันทีเมื่อได้มองไปยังใบหน้าเรียบนิ่งที่ยากจะคาดเดาอารมณ์และดวงตาคมที่ราวกับจะแช่ทุกอย่างที่ได้มองให้กลายเป็นน้ำแข็ง

 

โชติเดินเข้ามายังโต๊ะอาหารที่มีลูกชายคนเล็กและคนรักของเขานั่งอยู่ ก่อนที่เขาจะนั่งลงตรงข้ามกับก้องในตำแหน่งที่เคยมีพนักงานหนุ่มนั่งก่อนหน้านี้

 

เสียงการรับประทานอาหารของพนักงานเริ่มดังขึ้นเป็นปกติอีกครั้งหลังจากที่โชตินั่งลง

 

“พี่ก้องให้งานผมเพิ่ม พ่อจัดการพี่ก้องให้ผมด้วย” ชินรีบหันไปฟ้องอีกฝ่ายทันทีเมื่อได้โอกาส

 

“เดี๋ยวคุยให้” โชติตอบรับอีกฝ่ายด้วยน้ำเสียงนิ่งๆ

 

“ถ้าอย่างนั้นผมไปก่อน ผมฝากความหวังไว้ที่พ่อนะ เสร็จแน่พี่ก้อง สามวันสามคืน หึหึ” ชินหันไปแซวอีกฝ่ายก่อนที่จะลุกและทิ้งให้พ่อและพี่ก้องอยู่กันสองคน

 

“ใครอนุญาตให้คุณโชติมาที่นี้ครับ” ก้องถามอีกฝ่ายโดยที่สายตาของเขายังคงมองไปยังใบหน้าของโชติตลอดเวลาตั้งแต่โชติเดินเข้ามา ทรงผมที่ถูกเซ็ตมาอย่างดี ใบหน้าที่คมเข้ม เสื้อเชิ้ตที่ถูกปลดกระดุมสองเม็ดบนออกเผยให้เห็นแผงอกแน่นๆทำให้อีกฝ่ายดูมีเสน่ห์มากเกินไป

 

“คิดถึง” คำตอบสั้นๆ แต่กลับทำให้หัวใจของก้องเต้นระรัว

 

“ตะ...ตอบไม่ตรงคำถามครับ” ก้องพูดออกมาเสียงตะกุกตะกักเพราะหัวใจของเขามันเต้นแรงเกินไป

 

“คิดถึงเมียมาก” ก้องรู้ดีว่าตอนนี้ใบหน้าของเขาคงจะเปลี่ยนเป็นสีแดงเพราะความร้อนที่มันระอุไปทั่วใบหน้าเมื่อได้เห็นและได้ยินการกระทำของอีกฝ่าย ไม่ใช่เพียงคำพูดที่ชวนใจสั่นเท่านั้นแต่รอยยิ้มกว้างที่ประดับอยู่บนใบหน้าทำให้หัวใจของเขาแทบจะระเบิด

 

ก้องอยากจะหันหน้าหลบ อยากจะก้มหน้าลงแต่ก็ไม่สามารถทำได้ในเมื่อตอนนี้เขาถูกอีกฝ่ายสะกดไว้โดยสมบูรณ์

 

“ไม่ถามต่อแล้วเหรอ” โชติพูดขึ้นพร้อมกับรอยยิ้มมุมปากอย่างพอใจเมื่อเห็นคนตรงหน้ามองเขาตาไม่กระพริบ

 

“คุ...คุณโชติ ทะ...ทานข้าวมาเหรอยังครับ” ก้องรีบหาเรื่องคุยพร้อมกับความสงสัยในใจว่าทำไมเขาต้องพูดติดอ่างอย่างนี้

 

“อยากกินเมีย” ความร้อนบริเวณใบหน้าของก้องที่ลดลงไปเล็กน้อยตอนนี้มันกลับเพิ่มมากขึ้นอีกหลายเท่าเมื่อได้เห็นสายตาที่อีกฝ่ายส่งมาให้อย่างไม่มีปิดบังกลางที่สาธารณะ

 

“ผมถามว่ากินข้าวมาหรือยังไม่ได้ถามว่าอยากกินอะไร” ก้องเริ่มรวบรวมสติของตัวเองกลับมาเพราะไม่อย่างนั้นเขาคงโดนคุณโชติชกอยู่ฝ่ายเดียวแน่ๆ

 

“กินแล้วเมื่อคืน เมื่อเช้าก็เกือบได้กิน แต่ว่าคืนนี้ขอกินได้ไหม” รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ปรากฏขึ้นบนใบหน้าคมพร้อมกับลิ้นที่เลียริมฝีปากหนาเล็กน้อย

 

“ฉ่า” เหมือนก้องจะได้ยินเสียงที่มาจากใบหน้าของตนเองจนต้องฟุบหน้าลงกับโต๊ะ คุณโชติดูเซ็กซี่เกินไป และเขากำลังโดนชกใต้เข็มขัด

 

โชติมองไปยังคนตรงข้ามที่ตอนนี้ซุกหน้าลงกับโต๊ะและยิ้มออกมา พร้อมกับคิดไม่ถึงเลยว่าท่าทางเมื่อครู่ที่เขาทำไปจะได้ผลถึงขนาดนี้ ไม่เสียแรงที่เขาเสียเวลาซ้อมอยู่หน้ากระจกหลายนาที

 

“เงยหน้าได้แล้ว คนอื่นเริ่มมองกันแล้วนะ เดี๋ยวเขาก็หาว่าพี่แกล้งก้องเหรอก” หัวใจของก้องตอนนี้มันรับความน่ารักของคุณโชติแทบไม่ไหวแล้ว ทุกครั้งที่ได้ยินคุณโชติแทนตัวเองว่าพี่หัวใจของก้องก็รู้สึกจั๊กจี้ทุกครั้ง เขาเองก็อยากจะเงยหน้าไปมองคุณโชติเหมือนกันแต่ว่าตอนนี้เขาทนมองไม่ไหวเพราะกลัวว่าหัวใจของเขาจะวายอยู่ตรงนี้

 

“ถ้าอย่างนั้นเดี๋ยวพี่ไปตักอาหารก่อนนะ อย่าหนีไปไหนละเด็กขี้อาย”

 

เสียงนุ่มๆพูดจบก้องก็ได้ยินเสียงเก้าอี้ขยับ เขาเองอยากจะลุกขึ้นเดินหนีแต่คำพูดที่ว่าเขาเป็นเด็กขี้อายกลับทำให้เขาอายจริงๆจนขยับขาแทบไม่ออก

 

ก้องสูดหายใจเข้าปอดลึกๆก่อนที่จะเงยหน้าขึ้นมาพบกับเก้าอี้ตรงข้ามที่ว่างเปล่า พนักงานบางคนมองมาที่เขาอย่างยิ้มๆ ส่วนคนที่สนิทกับเขาหน่อยก็แกล้งทำท่าอายฟุบไปกับโต๊ะจนเขาต้องรีบหันหน้าหนีและจำชื่อไว้เพื่อไปคิดบัญชีที่หลัง

 

สายตาของก้องมองตามไปยังชายร่างสูงที่ดูโดดเด่นที่สุดที่กำลังเลือกตักอาหารใส่จาน ก่อนที่ริมฝีปากบางๆของเขาจะขบกันเล็กน้อยเมื่อมองไปเห็นพนักงานหลายคนกำลังจ้องมองคุณโชติเช่นเดียวกับเขา แต่ในไม่ช้าฝ่ามือทั้งสองข้างก็ถูกกำแน่นเพราะมีสาวสวยคนหนึ่งเดินไปตักอาหารข้างๆกับคุณโชติ ผู้หญิงคนนั้นทั้งสวยทั้งเซ็กซี่เรียกได้ว่าเป็นผู้หญิงแบบที่ผู้ชายส่วนใหญ่ชอบ ทั้งๆที่ทั้งสองไม่ได้คุยอะไรกัน คุณโชติไม่แม้แต่จะมองเธอเลยสักนิดแต่ทว่าในใจของก้องกลับรู้สึกร้อนรนกลัวว่าคุณโชติจะสนใจผู้หญิงคนนั้น หึง เขาหึงคุณโชติ

 

โชติเดินยิ้มกลับมาที่โต๊ะก่อนที่จะวางจานอาหารลงและเริ่มรับประทาน

 

“ทำไมทำหน้างอแบบนั้นละ ไม่พอใจอะไรไหนลองบอกพี่มาสิ” โชติเงยหน้าไปถามอีกฝ่ายที่ตอนนี้ทำหน้าเหมือนมีเรื่องไม่พอใจอะไรบางอย่าง

 

 “เปล่าครับ แล้วคุณโชติก็เลิกแทนตัวเองว่าพี่ด้วยครับ” ก้องตอบกลับด้วยน้ำเสียงนิ่งๆ

 

“ที่ไม่ให้แทนตัวเองว่าพี่เพราะไม่ชอบหรือเพราะว่าเขิน หึหึ” โชติหัวเราะอย่างรู้ทัน

 

“เขินครับ” ก้องตอบกลับไปอย่างอายๆ แต่ก็มานึกขึ้นได้ว่าเขากำลังหึงคุณโชติอยู่

 

“หึหึ” โชติหัวเราะเบาๆที่เดี๋ยวนี้อีกฝ่ายชอบตอบคำถามอย่างตรงไปตรงมาจนทำให้เขาแปลกใจอยู่ตลอด

 

“หัวเราะอะไรครับ เรายังไม่เคลียร์กันนะครับเรื่องที่คุณโชติขัดคำสั่งผม” ก้องเริ่มกลับเข้าสู่โหมดจริงจังแม้ว่าข้างในจะเขินอยู่ไม่น้อย

 

“พี่ยอมรับผิด จะลงโทษพี่ยังไงก็ได้ แค่ให้พี่ได้อยู่ใกล้ๆก้องก็พอ”

 

“ถ้าอย่างนั้นผมขอเวลาคิดก่อนแล้วกันว่าจะลงโทษยังไง” ก้องตอบอีกฝ่ายกลับไปพร้อมกับคิดในใจว่าเขาเองก็อยากจะให้อีกฝ่ายอยู่ใกล้ๆเช่นกัน

 

“ได้สิ พี่ให้เวลาก้องคิดได้ตลอดชีวิตเลย แต่ว่าตอนนี้เรามาพูดถึงเรื่องชินลูกของเรากันดีกว่า” โชติเริ่มเข้าประเด็นหลังจากทำให้ก้องต้องหน้าแดงอีกครั้ง

 

“เรื่องของชิน คุณโชติไม่ต้องมาพูดเกลี้ยกล่อมผมเลยครับ เพราะผมไม่ยอมเปลี่ยนใจลดงานให้แน่” ก้องพูดอย่างเด็ดขาดเพราะถ้าเขายอมสองพ่อลูกเจ้าเล่ห์ไปทุกเรื่องมีหวังคงเป็นตัวเขาเองที่ต้องลำบาก

 

“ไม่ได้ให้ลด แต่ให้เพิ่ม” ก้องพยายามเรียบเรียนคำพูดที่ได้ยินว่าตนเองฟังไม่ผิดก่อนที่จะถามอีกฝ่ายออกไปเพื่อความแน่ใจ

 

“ให้เพิ่มงานชินเหรอครับ”

 

“ใช่ เพิ่มอีกเยอะๆ”

 

“ผมขอฟังเหตุผลได้ไหมครับว่าเพราะอะไร”

 

ข้อมือของก้องถูกอีกฝ่ายจับไว้หลวมๆก่อนที่ริมฝีปากหนาจะฉกลงบนหลังมือของเขาอย่างรวดเร็วจนตั้งตัวไม่ทัน ก้องรีบดึงมือของตัวเองออกและมองคุณโชติด้วยสายตาดุๆ ตอนนี้ก้องไม่กล้ามองไปรอบๆเลยสักนิดเพราะเขามั่นใจว่าพนักงานหลายคนคงได้เห็นฉากเมื่อครู่

 

“เพราะชินจับข้อมือของก้องไง พี่เห็นว่ามันจับอยู่ตั้งนานแล้วก้องก็ยอมให้มันจับด้วย พี่หึง” โชติพูดพร้อมกับเอื้อมมือจะดึงข้อมือของก้องไปจูบอีกครั้งแต่ว่าคราวนี้อีกฝ่ายรู้ทันจึงรีบเก็บมือทั้งสองข้างลงใต้โต๊ะ

 

“จะให้ก้มลงไปจูบใต้โต๊ะก็ไม่บอก” โชติทำท่าจะมุดลงไปแต่ก้องก็รีบพูดขึ้นมา

 

“โรคจิต ทะลึ่ง” ทำพูดของก้องไม่เบาเลยสักนิดและแน่นอนว่าการกระทำเมื่อครู่ทำให้ผู้บริหารระดับสูงและคนที่รู้ว่าคุณโชติเป็นใครถึงกับตกตะลึงว่ามีคนกล่าวพูดคำเหล่านั้นกับคนอย่างคุณโชติ

 

โชติหัวเราะออกมาเบาๆเพราะตอนนี้เขาไม่สนใจอะไรเลยสักนิดนอกจากคนตรงหน้า แต่ทว่าเสียงหัวเราะและรอยยิ้มแห่งความสุขของโชติก็ต้องหยุดลงเมื่อได้เห็นใบหน้าคนที่นั่งตรงข้ามที่กำลังเหมือนคนรู้สึกผิดปนความตกใจ

 

ก้องหน้าเสียและตกใจไม่น้อยที่เผลอว่าคุณโชติต่อหน้าคนอื่น ทั้งๆที่เขาก็รู้ดีว่าอีกฝ่ายอยู่ระดับไหนและอีกฝ่ายต้องรักษาภาพลักษณ์ขนาดไหน เขารู้สึกผิดกับอีกฝ่าย แต่คำพูดที่มันพูดไปแล้วเขาไม่สามารถเอามันกลับมาได้ เขาไม่รู้ว่าต้องทำยังไงกับสิ่งที่เขาทำไปโดยไม่คิด

 

“คุณโชติครับ ผมขอโทษครับ” ชายหนุ่มพูดเสียงเบาๆก่อนที่จะสะดุ้งเมื่อร่างหนาตรงหน้าพูดเสียงดังสนั่นออกมา

 

“เมื่อกี้นี้ไม่ได้ยินอะไรใช่ไหม” เสียงเข้มดังขึ้นพร้อมกับสายตาคมที่กวาดตามองไปรอบๆอย่างช้าๆเล่นเอาคนที่ได้มองถึงกับเกิดความหวาดกลัวและเย็นไปถึงไขสันหลัง

 

“ไม่ได้ยินครับ/ค่ะ” เสียงตอบปฏิเสธและการส่ายศีรษะปรากฏไปทั่วห้อง ด้วยความรู้สึกว่าถ้าตอบว่าได้ยินขึ้นมาคงจะเป็นคำพูดสุดท้ายของชีวิต

 

“ขอโทษด้วยนะครับที่ทำให้เป็นเรื่องใหญ่”

 

“ไม่ต้องขอโทษ พี่ไม่ได้ว่าอะไร แค่ก้องไม่ต้องกังวลใจและคิดมากก็พอแล้ว” โชติยิ้มกว้างให้ก้องอีกครั้งซึ่งก้องเองก็ยิ้มให้อีกฝ่ายกลับไป

 

ก้องขยับใบหน้าเข้าไปใกล้อีกฝ่ายมากขึ้นก่อนจะพูดออกมาเบาๆเพื่อให้ได้ยินกันแค่สองคน “ผมชอบพี่

โชตินะครับ”

 

โชติจ้องตาอีกฝ่ายนิ่งๆพร้อมกับเสยผมตัวเองอย่างพยายามข่มอารมณ์ “อย่าทำตัวน่ารักแบบนี้เพราะไม่อย่างนั้นกูจะทนไม่ไหว” เขาอยากจะจับคนตรงหน้ากินซะตรงนี้เลยเป็นรางวัลที่กล้าบอกชอบเขาต่อหน้าคนอื่นแบบนี้

 

แววตาของโชติที่ส่งมาให้ก้องนั้นทำให้มีคำๆหนึ่งดังขึ้นมาในหัวของก้อง (สามวันสามคืน)

 

“ผะ...ผมไปทำงานก่อนนะครับ หะ..ห้ามตามผมมานะครับ” ก้องกลับมาพูดติดอ่างอีกครั้งก่อนจะรีบลุกขึ้นและเดินหนีไปทิ้งให้อีกคนนั่งข่มอารมณ์อยู่คนเดียว

 

ทันทีที่ไม่มีก้องอยู่ด้วยบรรยากาศอบอุ่นที่เคยแผ่ออกมาจากตัวของโชติกลับแปรเปลี่ยนไปเป็นลมพายุหนาวเหน็บเช่นเดิม พนักงานหลายคนที่ชอบแอบมองและหลงใหลในรอยยิ้มทรงเสน่ห์กลับต้องรีบก้มหน้าหนีเพราะตอนนี้โชติคนเดิมที่ทุกๆคนหวาดกลัวได้กลับมาอีกครั้งเมื่อไม่มีใครบางคนอยู่ข้างๆ

*****โปรดติดตามตอนต่อไป*****

 

ขอบคุณที่เข้ามาอ่านนะครับ

 

ขอบที่ยังไม่ลืมกัน ขอบคุณทุกๆความคิดเห็น

 

ขอบคุณดาวและเหรียญที่ให้มานะครับ

 

ตอนนี้กะว่าจะเขียนสั้นๆไปๆมาๆยาวเฉยเลย

 

พี่ก้องเขาก็เจ้าคิดเจ้าแค้นเหมือนกันนะเนี้ย

 

ส่วนคุณโชตินี้ก็ขยันหยอดน้องเหลือเกินไม่เห็นใจน้องบ้างเลย

 

เนื้อเรื่องไม่ค่อยขยับเลย T.T เพราะอยากให้เขามีมุมหวานๆกันบ้าง

 

เจอกันใหม่ตอนหน้าครับ ><

ความคิดเห็น