แทคฮยองจี
email-icon facebook-icon Twitter-icon Line-icon

ช่วยใจดีกับเราด้วยนะคะ

น่านฟ้าล่ารัก 12 | Rewrite

ชื่อตอน : น่านฟ้าล่ารัก 12 | Rewrite

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 3.2k

ความคิดเห็น : 18

ปรับปรุงล่าสุด : 01 มิ.ย. 2563 03:02 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
น่านฟ้าล่ารัก 12 | Rewrite
แบบอักษร

น่านฟ้าล่ารัก

12

“อายุวัณโณ สุขังพลัง” พระให้พรก่อนจะเดินไปบ้านข้างๆ 

ชีวิตผมช่วงนี้มันสุขสงบเกินไปหรือเปล่ามันเรียบง่ายเสียจนดูน่าเบื่อ เช้าตื่นมาใส่บาตแล้วเตรียมออกไปทำงาน เย็นก็สอนการบ้านลูก ผมมาอยู่บ้านคุณน่านฟ้าได้เกือบๆ 2 เดือน ทุกคนในบ้านดีกับผมมากตอนแรกๆไม่ชินที่มีคนคอยทำนู้นทำ ถึงตอนนี้ผมก็ยังไม่ชิน แต่ผมเรียนรู้ที่จะไม่ขัดใจเวลาที่มีคนเสนอตัวทำอะไรให้ อย่างเช่นอาหารใส่บาตรที่พี่ยุพาคนรับใช้อาสาทำให้ทุกเช้า 

“ใส่บาตรหรอคุณ” คุณน่านฟ้าพูดขึ้นหลังจากที่เดินเข้ามาในบ้าน “ครับ ใส่แล้วสบายใจน่ะ”

“อืม ถ้าทำแล้วคุณมีความสุขก็ทำเถอะ วันนี้วันหยุดคุณอยากไปเที่ยวที่ไหนไหม?”

“ไม่รู้สิครับ คุณไม่อยากพักหรอ” 

“อยากพาคุณกับลูกไปเที่ยวมากกว่า ตั้งแต่รู้เรื่องเจ้าอ้วน ผมยังไม่พาลูกกับคุณไปเที่ยวกันแบบครอบครัวเลย” 

“ถ้าอย่างนั้นก็แล้วแต่คุณเลยครับ ผมยังไงก็ได้” ผมบอก

ความจริงผมอยากให้เขาพักผ่อนมากกว่าช่วงนี้บินต่างประเทศบ่อยๆคงจะเหนื่อยแต่ถ้าเขาดื้ออยากจะพาผมกับลูกไปไม่ขัดก็คงจะดีกว่า ดังนั้นในเวลาใกล้เที่ยงแบบนี้ผม คุณน่านฟ้า และสกาย เราท้งสามคนอยู่ที่บ้านพักตากอากาศที่ชายหาดริมทะเล เจ้าสกายตื่นเต้นมาก ตั้งแต่เกิดมายังไม่เคยมาทะเลสักครั้ง 

"ชอบไหม" คุณน่านฟ้าถามผมที่ยืนจับมือสกายอยู่ข้างๆ

"ชอบครับ ไม่ได้มานานมากแล้ว"

"สกายชอบไหมลูก"

"ชอบค้าบ" เจ้าอ้วนของพวกเขาทั้งสองคนยิ้มกว้าง พยายามดึงแขนให้พ่อกับแม่พาลงไปเล่นน้ำ "หม่าม๊าเล่น้ำ คุณพ่อเล่นน้ำ"

"ฮ่าๆ คุณน่านพาลูกไปเล่นน้ำเถอะครับ เดี๋ยวผมเก็บของเข้าบ้านเอง"

"ทำได้ใช่ไหม"

"แค่เก็บของเองครับ สบายมาก" ผมบอกแล้วยิ้มกว้างให้เขา

คุณน่านฟ้าไม่ได้ตื้ออะไรอีก เขาพาสกายไปเล่นน้ำส่วนผมก็ทำหน้าที่ขนกระเป๋าผ้าและของใช้เข้าไปในบ้าน เดิมทีแรกกะจะมาแค่เช้าเย็นกลับ แต่พ่อคุณน่านฟ้าน่ะสิพอรู้ว่าจะพากันมาเที่ยวท่านก็คะยั้นคะยอให้ลาพักผ่อนไปเลยไม่ อยู่ค้างสักสองสามวันจะได้มีเวลาอยู่ด้วยกัน ตอนแรกผมเองก็ไม่อยากจะอยู่นานมากนานดนี้ แต่เพราะก่อนที่จะมาคุณพ่อได้พูดบางอย่างกับผมที่ทำให้ผมเปลี่ยนใจยอมมาเที่ยวค้างคืนในครั้งนี้

'ลองไปใช้ชีวิตแบบครอบครัวพ่อแม่ลูกดูไหมหนูแสง เผื่อว่าจะได้ตัดสินเรื่องเจ้าน่านได้ง่ายขึ้น'

นั่นสินะบางครั้งกายที่ผมและเขาออกมาอยู่กันสองคนอาจจะทำให้ผมมองเห็นอะไรมากขึ้น ถึงเราจะมีเวลาอยู่ด้วยกันสองคนมากขึ้น แต่การใช้ชีวิตอยู่ด้วยกันตามลำพังแบบนี้ยังไม่เคยเลยสักครั้ง

ผมจัดการเก็บเสื้อผ้าของคุณน่านฟ้าและเจ้าสกายไว้ในห้องเดียวกันส่วนของผม... ผมมองกระเป๋ษใบเล็กใส่เสื้อผเาตนเองพลางคิดว่าจะเอายังไงต่อไปดี จะนอนห้องด้วยกันหรือจะแยกนอนคนละห้อง ท้ายที่สุดผมก็ตัดสินใจที่จะนอนในห้องเดียวกันทั้งสามคน ในเมื่อตัดสินใจที่จะลองอยู่กันอย่างสามีภรรยาแล้วผมก็ควรจะลองดูสักครั้งและผมคิดว่าหลังจากกลับไปแล้วผมคงจะมีคำตอบให้คุณน่านฟ้าและพ่อของเขา

 

 

ในตอนเย็น ทั้งน่านฟ้าและแสงเหนือพากันออกมาเดินเล่นที่แพปลาซื้อของสดและของทำอาหารเพื่อกลับไปทำกินกันที่บ้านพัก แม้ว่าฝีมือการทำอาหารของแสงเหนือจะไม่ได้อร่อยมากแต่ก็พอจะกินได้ ดีกว่าการไปนั่งร้านไม่มีความเป็นส่วนตัว สาเหตุก็เพราะเขาไม่อยากให้เจ้าสกายไปป่วนจนคนอื่นต้องรำคาญ 

"วันนี้ทำอะไรกินดี"

"ผมทำไม่เก่งนะ" แสงเหนือออกตัวทันทีไม่อยากให้น่านฟ้าคาดหวังกับรสชาติอาหารของตนเองมากจนเกินไป

"เอาที่ทำง่ายๆก็ได้"

"กุ้ง คุณพ่อกุ้ง"

ไม่ทันจะคุยกันรู้เรื่องเจ้าสกายก็ลากแขนน่านฟ้าไปยังร้านขายอาหารทะเลที่มีกุ้งตัวใหญ๋ว่ายอยู่ในตู้กระจก สกายชอบกินกุ้งมากและแสงเหนือก็คิดเมนูได้หนึ่งอย่าง

"เอากุ้งไปทำไข่เจียวกุ้งก้ได้ครับเจ้าอ้วนชอบกิน" แสงเหนือเสนอ

"ผมอยากกินกุ้งเผา"

"งั้นเอาไปทำทะเลเผาดีไหมครับ เดี๋ยวเปิดยูทูปทำน้ำจิ้มซีฟู้ดแซ่บๆ" แสงเหนือเสนอและเหมือนว่าทั้งสองพ่อลูกก็จะโอเคกับความคิดนี้ไม่น้อย

น่านฟ้าสั่งกุ้งตัวใหญ่หลายกิโล ทั้งปลาหมึกสดๆ หอย ปู ปลา ให้ร้านแพ็คใส่กล่องโฟมเอาไปส่งให้ที่รถ แล้วแวะตลาดของพวกชาวบ้านซื้อผักซื้อของสดอื่นๆสำหรับทำอาหารไปแช่ตู้เย็น และไม่ลืมที่ตะแวะซุปเปอร์มาร์เก็ตด้วย

เมื่อได้ของครบก็กลับมาเข้าครัวเตรียมทำอาหาร แสงเหนือเปิดยูทูปเลือกช่องทำอาหารที่ชอบดูไว้ข้างๆ วันนี้เขาจะลองทำน้ำจิ้มซีฟู้ดดูซักครั้ง ปกติเวลาอยู่ห้องถ้าว่างแสงเหนือก็มักจะเปิดดูแล้วหัดทำอาหารตาม ให้พอทำได้เผื่อเวลาฉุกเฉินอย่างวันฝนตกแล้วร้านขายข้าวไม่ขายก็จะได้ทำอาหารให้เจ้าสกายได้บ้าง 

“เป็นไงบ้าง พอได้ไหม” 

“ได้ครับ แต่ไม่มั่นใจเลย” แสงเหนือยิ้มแห้งแล้วหลบให้น่ารฟ้าได้เข้ามาชิม “ลองชิมดูนะครับ” 

น่านฟ้ารับช้อนที่แสงเหนือตักมาให้ตนเองชิม “เปรี้ยวอีกหน่อย ที่เหลือดีแล้ว” 

“ครับ คุณไปเผากุ้งรอได้เลยเดี๋ยวผมออกไป ต้มยำในหม้อก็สุขพอดี" แสงเหนือบอกแลพเดินไปปิดเตาตัดต้มยำปลาใส่ถ้วยแล้วยกเดินตามออกไป

อาหารบนโต๊ะที่สนามหน้าบ้านติดกับริมทะเลมีทั้งไข่เจียวกุ้งที่ตัวใหญ่ๆเนื้อแน่นๆของเจ้าสกายส่งกลิ่นหอมฉุย กับต้มยำปลาร้อนๆ หอมเครื่องสมุนไพร และอาหารทะเลปิ้งอย่างอีกหลายอย่างบนเตาะถ่านร้อนๆที่น่านฟ้ากำลังพลิกไปมาเพื่อดูความสุก แสงเหนือขยับตัดข้าวใส่จานให้น่านฟ้า กับตัวเอง ส่วนของเจ้าสกายเป็นชามกับช้อนพลาสติกส่วนตัวของเขาเอง

"หม่าม๊ากุ้ง กุ้ง" เจ้าสกายใช้สิ้มจิ้มกุ้งตัวใหญ่ยกขึ้นอวดแสงเหนือ 

"กินเยอะๆครับ" แสงเหนือลูบหัวลูกชายแล้วหั่นกุ้งเป็นคำๆใส่ในชามข้าวของสกาย

น่านฟ้าเดินถือถาดใบใหญ่ที่มีทั้งกุ้งเผา หมึกย่าง หอยย่าง มาจนเต็มถาดวางไว้ที่ตรงกลางโต๊ะ กุ้งเผาสีส้มตัวใหญ่มีควันลอยออกมาแสดงถึงความร้อนที่พึ่งผ่านไฟ น่านฟ้าใช้ที่คีบคีบกุ้งมาใส่จานตนเองแล้วค่อยๆใช้มือแกะอย่างทุลักทุเลก่อนส่งให้แสงเหนือ

"ให้มันเย็นก่อนก็ได้นี่ครับ ค่อยแกะ"

"กินร้อนๆค่อยอร่อย" น่านฟ้าบอกแล้วแกะกุ้งอีกตัวให้ลูกชายด้วย 

ลมเย็นๆกับบรรยากาศกินข้าวเย็นริมทะเลกับครอบครัวเป็นอีกอย่างที่แสงเหนือไม่เคยฝันถึง เขาไม่เคยแม้แต่จะคิดว่าจะมีโอกาสนี้เสียด้วยซ้ำ แต่ในตอนนี้มันเป็นตริงแล้วเขามองน่านฟ้าที่กำลังแกะกุ้งอย่างทุลักลุเลเพราะความร้อน อีกทางเป็นลูกชายคนเดียวของเขาที่กำลังตั้งใจกินข้าวในชามอย่างเอร็ดอร่อย ครอบครัวเป็นแบบนี้นี่เอง

"พอแล้วครับเยอะแล้ว" แสงเหนือบอกเมื่อกุ้งอีกตัววางลงบนจานของตนเอง 

น่านฟ้ามองแสงเหนือที่นั่งกินข้าวแววตามีความสุขอย่างเห็นได้ชัดสลับกับลูกชายที่แม่ของเขากำลังใช้ผ้าเข็ดปากให้ น่านฟ้ามองภาพนั้นแล้วเผลอยิ้มออกมาเขาอยากจะขอขอบคุณอะไรก็ตามที่ทำให้เขาได้มีสกายเป็นลูก และมีแสงเหนือเป็นแม่ของลูกไม่ว่ามันเริ่มต้นมันจะเกิดขึ้นจากความไม่ได้ตั้งใจ หรืออะไรก็แล้วแต่ ในตอนนี้เขาได้มีทุกอย่างแล้วเขาจะรักษาเอาไว้ให้ดีจะประคับประคองมันไปเรื่อยๆ 

“ดื่มเบียร์ไหมครับ” 

“ซื้อมาด้วยหรอ?” 

“ครับ เดี๋ยวผมไปเอาให้นะ” 

เสียงของแสงเหนือทำให้เข้าหลุดออกจากภวังค์ความคิด ใบหน้าหมดจดของคนอายุน้อยกว่ายิ้มกว้างตอบกลับมา 

เบียร์กระป๋องเย็นสองกระป๋องถูกวางลงข้างๆเขา และถูกแสงเหนือคว้าไปเปิดและยื่นให้ 

“คุณก็ดื่มหรอ” 

“ครับ กระป๋องเดียวน่ะเดี๋ยวต้องเก็บของพวกนี้อีกเมาไม่ได้” แสงเหนือมองและยิ้มกว้างให้กับน่านฟ้า 

“คุณพ่อกุ้ง เอากุ้งอีกค้าบ” 

“กุ้งเนาะ เดี๋ยวพ่อแกะให้” น่านฟ้าบอกแล้วแกะกุ้งใส่จานให้ลูกชาย

แสงเหนือเห็นว่าน่านฟ้าเอาแต่แกะนู้นแกะนี่ให้เขากับลูกจึฃแกะกุ้ง แกะปูให้น่านฟ้าบ้าง

เสียงคุยกันเฮฮา หยอกล้อกันของสามคนพ่อแม่ลูกนั้นเป็นเหมือนความฝันของคนทั้งคู่ ในตอนดึกหลังจากที่น่านฟ้าพาสกายเข้านอนไปแล้วก็ออกมาหาแสงเหนือที่ยังนั่งดูดาวอยู่ริมระเบียงบ้าน 

“ห่มไว้หน่อยลมแรง” 

“ขอบคุณครับ” แสงเหนือกระชับผ้าคลุมมาห่มไว้กันลม 

น่านฟ้าแทรกตัวลงนั่งข้างๆมองเสี้ยวใบหน้าของแสงเหนือที่อยู่ห่างไปไม่ไกล 

“แสงเหนือ” น่านฟ้าเรียกให้คนข้างๆหันมามองตนเอง “คุณตัดสินใจได้หรือยังว่าความสัมพันธ์ของเรามันควรเป็นแบบไหน” 

แสงเหนือยิ้มแล้วขยับเข้าไปใกล้ๆทิ้งศีรษะลงบนไหล่ของน่านฟ้า 

“ผมว่าคุณได้คำตอบนานแล้ว แต่คุณยังไม่มั่นใจใช่ไหมครับ” 

“ก็ใช่ ผมคิดว่าผมได้คำตอบแล้วแต่ผมอยากได้ยินจากปากคุณมากกว่า” มือใหญ่วางลงบนศีรษะของอีกคน แล้วลูบเบาๆ

“พูดพร้อมกันนะครับ ว่าเราคิดเหมือนกันหรือเปล่า” 

“อือ” 

“แต่งงานกับผมนะ/เป็นแฟนกันนะครับ” 

ฮ่าๆ ฮ่าๆ

แล้วทั้งสองก็หัวเราะออกมาพร้อมๆกัน 

“ทำไมรีบจังครับ” 

“ผมว่าเราเลยจุดที่จะเป็นแฟนกันแล้วนะ” น่านฟ้ากระชับกอดคนในอ้อมแขนแล้วจูบหน้าผากเบาๆ 

“เป็นแฟนก่อนไม่ได้หรอครับ” 

“ทำไมล่ะ หรือว่าคุณยังไม่มั่นใจ” 

“ไม่ใช่ซะหน่อย” แสงเหนือบนอุบอิบทจะให้บอกได้ยังไงว่าเขาเขินจนแทบทำตัวไมถูกอยู่แล้ว ถ้าไฟตรงระเบียบสว่างกว่านี้น่านฟ้าคงได้เห็นริ้วแดงข้างแก้มทั้งสองข้างแน่ๆ 

“แล้วมันยังไง หืม” น่านฟ้าถามเสียงทุ้ม 

“มันเขินนี่นา” แสงเหนือตอบออกมา 

“งั้น แสงเหนือแต่งงานกับพี่นะครับ” 

น่านฟ้าขยับนั่งดีๆจับมือของคนข้างๆไว้แล้วนำแหวนวงหนึ่งที่แสงเหนือคุ้นเคยกับมันเป็นอย่างดี มันคือแหวนที่ครั้งหนึ่งน่านฟ้าลืมไว้ที่เขาในคืนแรกของเรา เขาบรรจงสวมลงบนนิ้วเรียวแล้วยกมือขึ้นประทับจูบที่หลังมือ 

“พี่ถือว่าหนูตกลงแล้วนะครับ” 

แสงเหนือเม้มปากหัวใจเต้นไม่เป็นจังหวะ ทั้งท่าทางและสรรพนามที่เปลี่ยนไปชวนให้เลือดสูบฉีดจนตัวร้อนไปหมด สายตาที่ทั้งสองคนมองกันนั้นมันเต็มไปด้วยความเชื่อใจและความรัก แม้จะเป็นเวลาสั้นๆที่ได้เรียนรู้กันและกัน แต่ทั้งคู่ก็ได้พิสูจน์แล้วว่าความรักไม่ได้ขึ้นกับระยะเวลา 

ทั้งสองคนเข้ามาในห้องมองลูกชายที่หลับอยู่กลางเตียง ทั้งสองคนมองหน้ากันแล้วเดินเข้าไปนอนขนาบทั้งสองข้างของเด็กชาย 

สกายเหมือนกามเทพตัวน้อยๆที่ทำให้น่านฟ้าและแสงเหนือได้กลับมาพบกันอีกครั้ง ได้รักกัน เป็นเหมือนสร้อยทองคล้องใจของทั้งคู่เข้าด้วยกัน 

น่านฟ้าและแสงเหนือจับมือประสานกันตรงกลางพุงน้อยๆของลูกชายแล้วกลับไปพร้อมกัน 

 

 

ผมตื่นขึ้นมาในเช้าที่สดใส ท้องฟ้าโปร่งไร้เมฆบดบัง แสงอาทิตย์สาดส่องสะท้อนผิวน้ำเป็นประกายระยิบระยับเหมือนทั้งทะเลเต็มไปด้วยเพรชพลอย ผมมองไปข้างกายที่สองพ่อลูกนอนกอดกันแล้วยิ้มออกมา 

สกายนอนรัดรอคุณน่านฟ้ายกขาพากกับอกแกร่ง จนอดที่จะเข้าไปจับเจ้าอ้วนออกมานอนดีๆกว่าจะรัดคอคุณน่านฟ้าแน่นจนหายใจไม่ออก 

ผมออกมารับลมในตอนเช้าชูแขนขึ้นจนสุด แสงสะท้องของบางอย่างในนิ้วมือข้างซ้ายทำให้ยกมือขึ้นมาดู แหวนทองคำขาวที่ครั้งหนึ่งเคยให้ลูกชายติดตัวไว้ตอนนี้มันมาอยู่บนมือของเขา เป็นเครื่องยืนยันว่าเรื่องเมื่อคืนนั้นไม่ได้ฝัน 

“คิดอะไรอยู่” 

แรงโอบกอดจากด้านหลังทำให้ผมขืนตัวเล็กน้อย แต่เหมือนว่าเจ้าของเสียงทุ้มนั้นจะไม่ยอมปล่อย ทั้งยังเองคางมาเกยไหล่ของผมและกดจมูกลงกับซอกคอเบาๆ

“ตื่นแล้วหรอครับ” 

“อือ แล้วหนูคิดอะไรอยู่หืม” 

“แค่คิดเรื่อยเปื่อยครับไม่มีอะไร” ผมปฏิเสธแล้วจับลงเบาๆบนแขนหน้าที่รัดรอบเอวของตนเอง 

“วันนี้อยากกินข้าวผัดปูจัง” 

“ผมทำอาหารไม่เก่งคุณก็รู้” ผมโอดครวญ ผมไม่ใช่คนทำอาหารเก่งอะไรเลย ที่ทำอยู่ก็แค่พอกินได้ 

“ลองทำดูไง” 

“เสียดายปูครับ ไปกินร้านดีกว่า” ผมบอกแล้วยิ้มแห้ง “ล้างหน้าแล้วใช่ไหม เดี๋ยวผมไปชงกาแฟให้ครับ” 

“ขอบใจนะ” 

ฟอด 

จมูกโด่งกดลงที่ข้างเบาๆที่ข้างแก้ม ผมเม้มปากจับหน้าข้างที่ถูกหอมเดินหนีเข้าไปในครัวชงกาแฟมา 2 แก้ว 

“ลูกตื่นหรือยัง” 

“ยังเลยครับ นอนนานเลย” 

“แสงเหนือ กลับไปเราไปบอกพ่อเรื่องแต่งงานดีไหม หนูอยากจัดไหมครับ” คุณน่านฟ้าถาม 

ผมกัดปากใช้ความคิด มันจะเร็วเกินไปไหมถ้าเราจะแต่งงานกันตอนนี้ อีกอย่างเรื่องนี้ก็ไม่ใช่เรื่องเล็กๆที่จะปุ๊บปั๊บได้เลย 

“ปรึกษาผู้ใหญ่ก่อนดีไหมครับ” 

“ได้สิ พี่ตามใจหนูอยู่แล้ว” คุณน่านฟ้าบอกแล้วยื่นมือมาเช็ดคราบขนมที่มุมปากให้ผมเบาๆ “กินเลอะหมดแล้ว” 

“ขอบคุณครับ” ผมก้มหน้างุดซ่อนริ้วแดงที่ใบหน้า 

เราสองคนนั่งดื่มกาแฟจนเวลาเกือบเก้าโมงผมเลยลุกไปทำข้าวต้มกุ้งเป็นอาหารเช้า ถูกใจเจ้าอ้วนเขาล่ะรายนั้นชอบกินกุ้งมากส่วนคุณน่านฟ้าเป็นคนกินง่ายกินอะไรก็ได้ แต่ผมสัญญากับเขาไว้ว่าตอนเย็นจะทำข้าวผัดปูแล้วกัน เพราะเขาอ้อนอยากจะกินเหลือเกิน 

“หม่าม๊า หนูอยากเล่นน้ำ” สกายพูดขึ้นหลังจากที่กินข้าวเช้าอิ่มแล้ว 

“ให้คุณพ่อพาเล่นนะครับ” 

“หนุไม่เล่นกับพี่กับลูกหรอ” คุณน่านฟ้าถาม 

“ไม่ครับ ว่าจะดูวิธีทำข้าวผัดปูน่ะครับเย็นนี้จะได้ทำให้กินกันอร่อยๆ” 

อย่างที่บอกผมทำอาหารไม่เก่ง ดังนั้นยูทูปจึงเป็นเหมือนคราสเรียนทำอาหารของผม ผมมียูทูปเบอร์หลายคนที่ติดตามอยู่ ดังนั้นผมจึงคิดว่าช่วงกลางวันนี้จะดูวิธีทำข้าวผัดปูเสียหน่อย ผมไม่อยากเสี่ยงทำอะไรแปลงๆให้ทั้งสองคนกิน ลำพังผมกับคุณน่านฟ้าถ้าท้องเสียหรือเกิดอะไรขึ้นเราก็ยังเป็นผู้ใหญ่แล้ว แต่ถ้าเกิดขึ้นกับเจ้าอ้วนผมคงรู่สึกผิดมากๆ 

“งั้นพี่ไปเล่นกับลูกสองคน” 

“ครับ”

หลังเก็บโต๊ะอาหารแล้ว ผมก็จัดการเปลี่ยนเสื้อผ้าเป็นชุดว่ายน้ำและมีห่วงยางให้เจ้าอ้วนใส่ไปด้วย ส่วนคุณน่านฟ้าผมเห็นเขาใส่กางเกงว่ายน้ำพอดีตัว ข่วงบนเป็นเสื้อยืดตัวบางสีดำ ทั้งยังสวมแว่นกันแดด ปกติก็ว่าเป็นคนที่ดูดีมากๆ หล่อจนสาวกรี๊ดแต่พอแต่งตัวแบบนี้ยิ่งแซ่บขึ้นไปอีก 

“มองอะไรครับหนู” คุณน่านฟ้ายื่นหน้าเข้ามาใกล้มากๆ จนผมเผลอก้าวถอยหลังไปหนึ่งก้าว 

"พ...พาลูกออกไปเล่นน้ำเถอะครับ" ผมเบี่ยงหน้าหลบและใช้มือดันอกแกร่งออกห่าง คุณน่านฟ้ายกยิ้มมุมปากแล้วฉวยโอกาสนี้หอมแก้มผมเร็วๆที่หนึ่งก่อนรีบอุ้มลูกเดินออกไป

 

เมื่อสองพ่อลูกออกไปแล้วผมก็เก็บข้าวของในบ้าน ทั้งที่นอน ทั้งจานชามที่แช่อยู่ในอ่างให้เรียบร้อย เมื่อทุกอย่างเสร็๗สิ้นผมก็มานั่งตากแอร์เย็นที่ห้องนั่งเล่นต่อยูทูปเข้ากับจอที่วนั่งดูเขาสอนทำข้าวผัดปูอย่างตั้งใจ สลับกับหันไปมองลองพ่อลูกที่เล่นน้ำอยู่ตรงหาดหน้าบ้าน ตอนนี้สกายกำลังนั่งเล่นกองทรายอยู่กับคุณน่านฟ้าอย่าสนุกสนาน มีร่มผ้าใบอันใหญ่กางบังแดดด้วยผมก็เบาใจ ไม่อย่างนั้นแดดแรงขนาดนี้คงทำผิวเจ้าอ้วนของผมไหม้แน่ๆ นั่งไปเรื่อยๆก็เริ่มง่วงเลยปิดทีวีและจัดการถอดอุปกรณ์เชื่อมต่อออกจากมือถือนอนพักที่โซฟา รู้ตัวตื่นขึ้นมาอีกทีก็ตอนเกือบเย็นในห้องนอน 

 

ผมเดินออกมาด้วยท่าทางงัวเงีย ตอนนี้เห็นเจ้าอ้วนนั่งดูทีวีส่วนคุณน่านฟ้าน่าจะทำงานเพราะเห็นเขากำลังนั่งคิ้วขมวดกับไอแพดในมือ

"ทำงานหรือครับ"

"ป่าว มานั่งนี่สิ" คุณน่านฟ้าตบที่ว่างข้างๆให้นั่งลงด้วยกัน

"มีอะไรครับ"

ฟอดดดดด

"ชื่นใจ" คุณน่านรวบตัวผมไปกอดและหอมแก้มผมจนแก้มบี้ 

"พอแล้วครับ อายลูก"

"อายทำไม พ่อแม่รักกันก็ปกติดีไม่ใช่หรอครับ" ว่าแล้วคุณน่านฟ้าก็หอมแก้มผมอีกข้าง "วันนี้ทำอะไรให้พี่กับลูกกินครับ"

"ข้าวผัดปูครับ" ผมตอบเขาก็หอมแก้มผมอีกรอบ "คุณเล่นกับลูกรอก่อนนะครับ เดี๋ยวผมไปทำแป๊บเดียว" บอกแล้วผมก็รวบรวมความกล้ายื่นหน้าไปเข้าไปหอมแก้มเขาต่อ

"หม๊าม๊าหอมแก้มคุณพ่อ!!"

เจ้าอ้วน!! ตอนคุณพ่อหอมทำไมไม่เห็นมาเห็นอะไรตอนนี้ครับลูก!!

 

 

 

TBC

 

มาแล้วค๊าาาาาา ตอนนี้บับหัวใจพองฟูมากเลย เป็นความเรื่อยๆที่มีความสุขมากๆ ครึ่งหลังใครรอเลี้ยงหลานให้ชงนมรอได้เลยนะคะ อีกครึ่งเรื่องก็จะจบแล้วงื้อออออ ขอบคุณทุกคนที่ยังอยู่ด้วยกันจนถึงตอนนี้นะคะ ขอบคุณทุกคนที่ให้เม้นแล้วก็กดเลิฟมาด้วยนะคะ

ขอเม้นเป็นกลจ.กันด้วยนะคะ นี่ว่าตัวเองกินเม้นเป็นแพชั่นแล้วแหละ ใดๆฟีดแบ็คก็เอาไปต่อยอดได้ ตอนหน้าตอนที่ 13 นะคะ เป็นตอนอาถรรพ์ของเรา เป็นกำลังใจให้เราผ่านตอนนี้ไปให้ได้ พอถึงตอนนี้ก็เริ่มคิดแล้วว่าจะไปต่อดีไหม เราแต่งดีพอหรือยัง ความคิดอะไรอย่างๆมันไม่ตกตะกอนค่ะ สุดท้ายถ้าความคิดแง่ลบมันมากเกินไปเราก็อาจจะขอลากันที่ตอนหน้าเลยนะคะ อะไรที่คิดไว้ก็คงไม่ต่อแล้ว

**ส่วนคำผิดของติดไว้ก่อนนะคะ

 

***สอบถาม

เรื่องการรวมเล่มคุณน่านค่ะ

รายละเอียด คร่าวๆ

เนื้อหาหลักประมาณ 25-30 ตอนค่ะ ตอนพิเศษ 3 ตอนยาวไปเลยแม่ (แจ้งอีกที)

มีการเช็คคำแล้วก็พรูฟเล่มอีกทีค่ะ

จำนวนหน้า ประมาณ 400+ หน้า

เนื้อในเป็นกระดาษถนอมสายตา

ยอดขั้นต่ำคือ 32+ เล่ม

ราคาน่าจะประมาณ 400-500 แต่ถ้าสั่งเยอะราคาก็น่าจะถูกลงมั้ง ต้องคุยกับโรงพิพม์อีกทีค่ะ

ถ้ามีคนสนใจเราถึงจะสั่งทำค่ะ และจะมีอีบุ๊คหลังจากส่งหนังสือแบบเล่มแล้วให้อ่านแน่นอนแต่ถ้าไม่มีใครอยากได้เล่มเราก็จะทำแค่อีบุ๊คค่ะ 

 

 

 

 

ความคิดเห็น