รดามณี-ไหมขวัญ

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตอนที่ 7 เพราะห่วงและคิดถึงจึงมาหา (4)

ชื่อตอน : ตอนที่ 7 เพราะห่วงและคิดถึงจึงมาหา (4)

คำค้น : จ้างรัก, เล่ห์รักลวง, นิยายรัก, โรแมนติก, รดามณี, ไหมขวัญ, มายา

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.1k

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 03 มิ.ย. 2563 09:32 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 7 เพราะห่วงและคิดถึงจึงมาหา (4)
แบบอักษร

Ebook ตามลิ้งด้านล่างนะคะ 

Ebook : https://bit.ly/3efrmgf 

‘เขากำลังตื่นเต้นไม่ต่างกับเธอ’ อนามิกาคิดและกำลังจะขยับตัวออกจากอ้อมกอด ที่นับวันเธอรู้สึกว่ามันชักจะอบอุ่นขึ้นทุกที แต่เธอพลาดที่ช้อนสายตาขึ้นสบกับนัยน์ตาสีน้ำตาล แม้ทั้งห้องจะตกอยู่ในความมืด แต่เธอก็สามารถสัมผัสได้ถึงเสน่ห์อันล้ำลึก จ้องคราใดใจพานจะละลาย 

“น้องนาง” 

“คะ” 

อนามิกาขานรับราวกับต้องมนต์ แลบลิ้นเลียริมฝีปากที่แห้งผากอย่างไม่ตั้งใจ แต่มันก็ทำให้เคเลอร์เห็นแล้วถึงกับตาพร่าแล้วโน้มใบหน้าคมคายเข้าหา ไม่รู้ว่าเป็นเพราะบรรยากาศเป็นใจ หรือในใจลึกๆ ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าแอบยกให้ชายหนุ่มเป็นคนพิเศษไปแล้ว ทำให้อนามิกาหลับตาพริ้มรอคอยให้ริมฝีปากร้อนผ่าวแนบลงบนริมฝีปากอิ่มแน่นสนิท 

เคเลอร์ละเลียดจูบอย่างอ่อนหวาน นำพาร่างบางให้สั่นสะท้านราวกับจับไข้ สติแตกกระเจิงหลงระเริงไปกับสัมผัสวาบหวาม อนามิกาวาดเรียวแขนเล็กโอบรอบคอแกร่งโน้มให้แนบชิดยิ่งขึ้น พลางจูบตอบอย่างที่เคยเรียนรู้จากเขาในครั้งที่ผ่านๆ มาแม้จะไม่ประสีประสานัก แต่ก็สามารถทำให้ไฟพิศวาสของเขาลุกโหม จูบอ่อนหวานจึงกลายเป็นจูบเร่าร้อน และเรียกร้องความปรารถนาอันลึกล้ำ 

เคเลอร์ค่อยๆ ผ่อนร่างหญิงสาวลงบนเตียงกว้างโดยไม่ผละออกแม้แต่วินาทีเดียว ชายหนุ่มใช้ประสบการณ์ และชั้นเชิงที่เหนือกว่าปลุกเร้าชักจูงให้คนใต้ร่างคล้อยตามจนลืมทุกอย่าง แม้กระทั่งว่าตอนนี้ตัวเองนอนให้มือใหญ่ลูบไล้ฟอนเฟ้นไปทั่วร่างงามอย่างตะกละตะกลาม และในเวลาต่อมาปราการทุกอย่างก็ถูกชายหนุ่มจัดการให้พ้นทางรัก 

“น้องนาง” 

เคเลอร์ครางเรียกอย่างหลงใหล ชายหนุ่มจุมพิตตีตราจองไปทุกตารางนิ้วบนเรือนร่างขาวเนียนหอมกรุ่นที่เขารู้สึกถวิลหาอยู่ทุกเมื่อเชื่อวันตั้งแต่ครั้งแรกที่ได้สัมผัส ไม่ต่างกับหญิงสาวที่ใช้มือลูบไล้สำรวจไปทั่วร่างกำยำก่อนจะวกมาแทรกนิ้วเรียวที่กลุ่มผมนุ่มสีน้ำตาลพร้อมกับบิดเร้าเบียดกายเข้าหาร่างใหญ่เมื่อโดนชายหนุ่มรุกเร้ากระตุ้นอย่างหนัก 

“คะ…เคเลอร์” 

เสียงหอบกระเส่าเบาหวิว เมื่อความรู้สึกวาบหวามซาบซ่านรัญจวนใจจู่โจมแบบไม่หยุดพักทำเอาหญิงสาวแทบขาดใจ แล้วเธอก็แทบขาดใจจริงๆ เมื่อกายหนุ่มแนบเข้าหา แม้เขาพยายามอ่อนโยน แต่กายสาวที่ไม่เคยผ่านมือชายใดมาก่อนทำเธอต้องกรีดร้องด้วยความเจ็บ 

เคเลอร์นิ่งให้หญิงสาวปรับตัวกับความแปลกใหม่ก่อนจะเริ่มขยับกายอย่างนุ่มนวลพร้อมกับจูบปลอบประโลม และปลุกเร้าให้ร่างบางเริ่มผ่อนคลายแล้วเรียนรู้ที่จะตอบสนองตามแรงอารมณ์พิศวาสที่ลุกฮือ 

“เคเลอร์” 

“ที่รัก เรียกผมว่าเค” เคเลอร์บอกเสียงขาดห้วง เมื่อเขาและเธอเร่งเดินทางเพื่อให้ไปเยือนดินแดนหฤหรรษ์ เสียงครวญครางอ่อนหวานดังขึ้นพร้อมกับเสียงทุ้มลึกดังลั่นห้องแทบแยกไม่ออกว่าเสียงใครเป็นเสียงใคร เมื่อพวกเขาเดินทางสู่จุดหมายปลายรุ้งพร้อมๆ กัน 

ร่างสูงพลิกตัวลงบนที่นอนพลางหายใจหอบก่อนจะคว้าร่างบางที่ตอนนี้ผล็อยหลับไปมาบรรจงจูบหน้าผากมนชื้นไปด้วยเหงื่ออย่างหวงแหน วงแขนใหญ่กอดกระชับ รู้สึกถึงความเป็นเจ้าข้าวเจ้าของ ตอนนี้อนามิกาเป็นของเขาทั้งทางนิตินัย และพฤตินัย หรือเรียกได้ว่าเป็นภรรยาของเขาโดยสมบูรณ์ ที่สำคัญเขาเป็นผู้ชายคนแรกของเธอ 

ความสุขใจความภูมิใจหลั่งไหลเข้ามาจนกลั้นยิ้มเอาไว้ไม่อยู่ ไม่คิดไม่ฝันว่าจะมีผู้หญิงบริสุทธิ์ไร้เดียงสาหลุดมาถึงมือคนอย่างเขาได้ สวรรค์ทรงโปรด...หลังจากนี้เขาต้องพูดคุยกับอนามิกาให้รู้เรื่องเกี่ยวกับข้อตกลงที่เขาและเธอจะจดทะเบียนหย่าทันทีที่เธอเก็บเงินได้มากพอจะกลับไปอยู่เมืองไทยแบบถาวร เขาจะเลิกล้มสัญญานั่น และจะไม่ยอมปล่อยมือจากคนที่โชคชะตาประทานมาให้เด็ดขาด 

ขณะตกอยู่ในห้วงความคิดก็มีเสียงโทรศัพท์ดังขึ้น ร่างสูงก็ขยับยกศีรษะขึ้นมองซ้ายมองขวาหาที่มาของเสียง แล้วก็พบว่ามันดังมาจากห้องนั่งเล่นด้านนอก เคเลอร์ก้มลงประทับจูบที่หน้าผากมนครั้งหนึ่งก่อนจะค่อยๆ ลุกจากเตียงเพื่อเดินไปรับโทรศัพท์แทนเจ้าของที่ยังคงหลับสนิท มือหนารีบหยิบโทรศัพท์ที่วางอยู่บนโซฟาซึ่งปรากฏชื่อของอรณีขึ้นมากดรับแล้วกรอกเสียงทักทายปลายสายพร้อมกับเดินไปเปิดไฟให้ห้องทั้งห้องที่ตกอยู่ในความมืดสว่างจ้า 

“สวัสดีครับคุณอร” 

อ้าว! สวัสดีค่ะคุณเคเลอร์ เอ่อ...ยัยน้องล่ะคะ” 

ดวงตาคมทอดมองไปยังห้องนอนอย่างชั่งใจว่า จะบอกกับเพื่อนสนิทของผู้หญิงที่ได้ชื่อว่าเป็นเมียเขาอย่างสมบูรณ์แล้วว่าอย่างไร ยอมรับไปเลยดีไหม หรือว่ารอคุยกับคนที่หลับอยู่ก่อน แต่เคเลอร์ไม่มีเวลาใช้ความคิดมากนัก เมื่อเสียงถามย้ำจากอรณีดังขึ้นอีกครั้ง 

“ว่าอย่างไรคะ ยัยน้องล่ะคะ” 

“น้องนางหลับอยู่ครับ เมื่อเช้าผมไม่สบาย เธอเลยวิ่งรอกดูแลผมตั้งแต่เช้ายันเย็น ตอนนี้ผมดีขึ้นมาก แต่เธอคงเพลียแล้วเผลอหลับไป คุณอรมีอะไรหรือเปล่าครับ” เคเลอร์เลี่ยงที่จะเอ่ยถึงสาเหตุจริงๆ ที่ทำให้หญิงสาวหลับเป็นตาย เพราะคิดว่า จะรอพูดคุยกับอนามิกาก่อน หลังจากนั้นค่อยตัดสินใจว่า จะเอาอย่างไรต่อไปดี 

“อ๋อ...ไม่มีอะไรหรอกค่ะ แค่จะถามยัยน้องว่า มีของจะฝากกลับเมืองไทยไหม ถ้าไม่มีอรจะได้เก็บกระเป๋า ที่จริงไม่อยากให้ซื้อของอะไรมากมายหรอกค่ะ เพราะเงินยัยนั่นก็ฝากกลับอยู่แล้ว ไม่รู้จะเหลือไว้ให้ตัวเองใช้กี่เหรียญ เอาเป็นว่า ถ้ายัยน้องยังไม่ซื้ออะไรก็บอกแล้วกันว่า ไม่ต้องซื้อ เพราะอรซื้อไปเผื่ออยู่แล้ว” อรณีบ่นไปตามเรื่องอย่างรู้สึกเป็นห่วงเพื่อนรัก แต่คนฟังเก็บทุกรายละเอียดที่เกี่ยวกับอนามิกาเอาไว้ในสมอง ก่อนจะตัดสินใจถาม เพราะเขายังไม่ทราบเรื่องนี้มาก่อน เธอก็ยังไม่เคยพูดให้ได้ยิน 

“คุณอรจะกลับเมืองไทยหรือครับ แล้วจะเดินทางวันไหนครับเนี่ย” 

“เดินทางวันมะรืนนี้ ไม่ได้กลับเมืองไทยนานมากแล้ว เลยว่าจะไปเที่ยว และจะแวะกลับบ้านด้วย ถ้าอย่างไรช่วงหนึ่งเดือนที่อรกับคุณหมอไม่อยู่ก็ฝากคุณดูแลยัยน้องแทนด้วยแล้วกันนะคะ” ได้ทีอรณีก็ถือโอกาสฝากฝังเพื่อนรักไว้กับชายหนุ่มเสียเลย และคำตอบที่ได้รับก็ไม่พลาดจากที่คาดหวังไว้ ทำเอาคนฝากอมยิ้มกริ่ม 

“เต็มใจครับ แต่วันนี้น้องนางอาจจะกลับดึก ไม่ต้องเป็นห่วงนะครับ เพราะผมจะไปส่งถึงห้อง และเมื่อไปถึง ผมจะขอคุยอะไรบางอย่างกับคุณอรหน่อยนะครับ” 

“ได้ค่ะ แค่นี้ก่อนนะคะ อรขอไปทำกับข้าวต่อ ไว้คุยกันค่ะ” 

ความคิดเห็น