facebook-icon Twitter-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : บทที่ 17

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 4.3k

ความคิดเห็น : 14

ปรับปรุงล่าสุด : 28 พ.ค. 2563 21:23 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 17
แบบอักษร

ปากดีนัก ต้องโดนจัดซะให้เข็ด 

บทที่ 17 

 

ดิฐายิ้มปลาบปลื้มอยู่ที่ร้านอาหารเล็กๆ หลังมหาวิทยาลัยกับนัดเดทครั้งแรกของเขา สาวคณะบัญชีปีสองชื่อจริงว่ากันทิมา ชื่อเล่นมาร์กี้ที่บังเอิญได้พบกันเมื่อไม่กี่วันมานี้ ดิฐาตื่นเต้นมากเพราะเขาไม่เคยมีแฟนมาก่อน ตั้งแต่เรียนมัธยมก็อยู่แต่โรงเรียนชายล้วน พอเข้ามหาวิทยาลัยก็ยุ่งแต่กิจกรรมคณะ ถ้าเขาจีบกันทิมาสำเร็จเขาก็จะได้มีแฟนเป็นสาวสวยไปอวดเพื่อนสักที

นั่งกระสับกระส่ายรออยู่พักใหญ่ สายตาเหลือบแลนาฬิกาที่บอกว่าเลยเวลานัดมาเกือบครึ่งชั่วโมงแล้ว ท้องของดิฐาร้องประท้วงจนต้องใช้มือลูบและดื่มน้ำจากแก้วจนเกือบหมด

“ทำไมไม่มาสักทีวะ หิวจะตายห่ะ อ้าว มาแล้ว”

รอยยิ้มกระปรี้กระเป่าปรากฏบนใบหน้าทันทีเมื่อเห็นกันทิมาเดินหน้าเชิดเข้ามาในร้าน ดิฐารีบยืนรอให้กันทิมานั่งลงตรงข้ามกับเขาแล้วค่อยนั่งลงตาม

“นึกว่ากี้จะไม่มาแล้ว”

“กี้นัดแล้วก็ต้องมาสิ พอดีมีธุระเลยมาช้าไปนิดนึง ดิวคงไม่ว่ากี้ใช่ไหมคะ”

ยิ้มหวานที่กันทิมาโปรยใส่ทำให้ดิฐารีบส่ายหน้า ทั้งที่ความจริงแล้วเขาไม่ชอบคนที่ไม่ตรงต่อเวลา แต่เพราะเป็นกันทิมาที่กำลังจีบอยู่ดิฐาจำเป็นต้องวางความไม่ชอบนั้นไว้ก่อน

“ไม่เป็นไรครับกี้ เราไม่ว่ากี้หรอก แต่รีบสั่งอาหารเถอะเราหิวอะ”

ดิฐาส่งเมนูให้กันทิมารับไป

“ร้านนี้อาหารอร่อยมากนะ เรามากับเพื่อนบ่อยๆ สั่งกะเพราหมูกรอบไหม เมนูเด็ดเลยนะ”

“ไม่ดีกว่าดิว กี้ลดความอ้วนอยู่ กินหมูกรอบมันหนักไปนะ”

“งั้นนี่ก็ได้ กุ้งอบวุ้นเส้น เมนูแนะนำ”

 “เราแพ้กุ้ง”                  

“อันนี้ก็น่าอร่อยนะ ปลาหมึกนึ่งมะนาว”

“ปลาหมึกไฮแคลอรี่นะ”

“ถ้าอย่างนั้น กี้อยากกินอะไรก็เลือกเลย”

ดิฐายิ้มแห้งเมื่อแนะนำอะไรไปดูเหมือนไม่ถูกใจกันทิมาสักอย่าง หญิงสาวกวาดสายตามองเมนูอยู่ครู่หนึ่งจึงสั่งอาหารมาสามอย่างซึ่งล้วนแล้วแต่เป็นเมนูผักที่ดิฐาไม่ชอบนัก แต่เขาก็จำเป็นต้องกินพร้อมกับกันทิมา

“ดิวกินน้อยจัง”

กันทิมามองด้วยความแปลกใจ ดิฐาตอบเสียงอ่อย

“เราไม่ค่อยชอบกินผัก”

“อ้าวเหรอ มิน่าล่ะเห็นจะสั่งแต่พวกมันๆเลี่ยนๆ ดิวต้องลดอาหารพวกนั้นลงบ้างนะเพราะมันทำให้มีไขมันสะสมเยอะเดี๋ยวก็อ้วนหรอก กี้ไม่ชอบคนอ้วนชอบผู้ชายหุ่นลีนๆหน่อย ถ้าดิวมีเวลาก็ต้องไปยิมออกกำลังกายบ้าง แล้วเดี๋ยวกี้จะแนะนำยิมให้นะ”

ดิฐาได้แต่พยักหน้าหงึกหงักจ้องมองปากของกันทิมาพูดไปเรื่อยๆ ในหัวมีแต่กะเพราหมูกรอบล่องลอยอยู่เต็มไปหมด เขาวางแผนไว้ว่ารอไปส่งกันทิมาแล้วจะกลับไปสั่งอาหารที่ใต้หอพักไปกินเพื่อให้อิ่มท้อง

 

 

 

เมื่อกลับไปถึงห้องพักรูมเมทของดิฐาชื่อกันกับเบิร์ดกำลังนั่งเล่นเกมกันอยู่ ทั้งคู่เรียนคณะวิศวกรรมเช่นเดียวกับดิฐา เพื่อนหันมามองด้วยความแปลกใจเมื่อดิฐาวางกล่องข้าวลงบนโต๊ะแล้วตักเข้าปากเคี้ยวตุ้ยๆ ทั้งที่เพิ่งกลับเข้ามา เบิร์ดเป็นคนเอ่ยถาม

“เดี๋ยวนะ เหี้ยดิว มึงไปเดทกับสาวมาไม่ใช่เหรอ แล้วทำไมถึงหิ้วข้าวกล่องกลับมาแดกที่ห้องได้เนี่ย”

“ไม่คุ้นกับอาหารที่กี้สั่งมาว่ะ สั่งมาแต่ผัก ผัก แล้วก็ผัก กูแม่งกินได้ไม่กี่คำทั้งที่ท้องร้องยังกับฟ้าผ่า ก็เลยต้องแวะซื้อข้าวมาแดกต่อที่หอนี่แหละ”

สายตาของกันบ่งบอกว่าเขาเข้าใจเพื่อนร่วมห้องเป็นอย่างดี

“เอาใจสาวสินะ อยากให้สาวประทับใจ ทำไงได้เสือกไปชอบระดับตัวท็อปคณะบัญชี กูเห็นสับรางยิ่งกว่าชุมทางรถไฟอีก”

เมื่อข้าวในกล่องหมดแล้วดิฐาจึงยกขวดน้ำอัดลมขึ้นดื่มตามจนหมดขวดค่อยกลับมาคุยกับเพื่อนต่อ

“มึงว่าใครสับรางนะ กี้น่ะเหรอ”

“เออสิ” กันพยักหน้าหงึกหงัก “เมื่อตอนบ่ายกูยังเห็นยัยมาร์กี้อะไรนี่ไปเดินควงกับเด็กคณะนิติอยู่เลย คงก่อนหน้าจะไปหามึงที่ร้านอาหารล่ะมั้ง”

มิน่าล่ะถึงมาไม่ตรงเวลานัด

ดิฐายกมือเกาหัวแกรกๆ พยายามปัดความรู้สึกไม่ดีออกไป

“กี้เขาเป็นคนสวย ก็ต้องมีคนมาชอบเยอะเป็นธรรมดาน่าไอ้กัน แล้วกูก็ยังไม่ใช่แฟนกี้ เขาก็ยังมีสิทธิ์เลือกอยู่มึงอะคิดมาก”

“ทำไมมึงไม่หาคนที่เข้าใจมึงมาเป็นแฟนวะ เสือกไปมองคนที่เขามองมึงเป็นทางเลือก”

เบิร์ดที่ใจจดใจจ่ออยู่กับเกมถึงกับยอมหยุดแล้วหันมามองเพื่อน ดิฐาเลิกคิ้วเมื่อได้ฟังคำพูดของเบิร์ด

“มึงหมายถึงใครวะเบิร์ด ทุกวันนี้กูแม่งไม่มีใครเลย เดินไปหน้าหอหมายังหลบสายตากูอะ”

“โอ๊ย ไอ้โง่ดิว ที่มึงเรียนได้เกรดสามกว่าๆ นี่เพราะมึงสอยดาวเลือกคำตอบมาเหรอถึงได้โง่ขนาดนี้”

“เบาได้เบาโว้ยเบิร์ด” กันยกมือห้ามทัพ “มึงด่าไอ้ดิวซะจนกูเห็นด้วยไม่ทันเลย”

เบิร์ดกลอกตามองบนเบะปากเป็นสระอิ เขาส่ายหน้าเมื่อคิดถึงความซื่อบื้อของเพื่อน

“มึงคิดว่าพวกกูที่เป็นรูมเมทมึงนี่โง่มากหรือวะ ถึงไม่รู้ว่ามึงกับไอ้คิมเด็กเกษตรเป็นอะไรกัน”

ดิฐาสะดุ้งโหยง เขาฝืนความตกใจมองเบิร์ดก่อนจะพูดเสียงอ่อย

“กูกับมันเป็นเพื่อนกันตั้งแต่ม.ปลาย ก็ต้องสนิทกันเป็นธรรมดาสิวะ”

เบิร์ดกับกันมองหน้ากันแล้วยกมือปิดปากหัวเราะคิกคัก ถ้าเป็นช่วงเวลาปกติดิฐาคงจะหมั่นไส้จนลุกไปถีบเพื่อนไปแล้ว แต่ตอนนี้เขาทำได้แค่นั่งหน้าแห้งมองรูมเมทกล่าวถึงตัวเขา

“อ๋อ เหรอ แล้วเวลาที่มึงกับมันทำตัวลับๆล่อๆ นัดกันมาห้องตอนพวกกูไม่อยู่คือมึงชวนกันมาซ้อมร้องเพลงเชียร์กันไง้ มิน่าล่ะ มีเสียงโดนซ่อมลอดออกมาให้พวกกูได้ยินด้วยว่ะดิว อู้ อู้ อ้า อ้า ฟังแล้วแม่งเสียวยับ”

สัส! ไอ้เหี้ยคิม กูบอกแล้วว่าอย่าครางเสียงดัง 

เอ๊ะ! หรือว่าเสียงตัวกูเองวะ 

“บ้าน่า พวกกูนวดกล้ามเนื้อผ่อนคลายกัน พวกมึงอะคิดมากอีกแล้ว”

ดิฐายิ้มแหยเมื่อเริ่มจะจนมุม กันกอดอกมองเขาอย่างระอาใจ

“สาบานต่อหน้าหลอดไฟนีออนบนเพดานไหม ว่ามึงกับไอ้คิมไม่ได้เอากันในห้อง”

ใครจะกล้าสาบานวะ หลอดไฟเห็น หลอดไฟรู้ทุกเรื่อง 

“อะ เอ่อ ถะ ถึงเอากันจริง แต่กูกับมันก็ไม่ได้คิดอะไรเกินคำว่าเพื่อนโว้ย สโลแกนเพื่อนช่วยเพื่อน พวกมึงไม่เคยได้ยินกันเหรอวะ”

กันและเบิร์ดได้แต่มองเพื่อนที่เถียงจนสีข้างถลอก

“ถามจริงว่ะดิว มึงอายเรื่องที่มึงเอากับเพื่อนผู้ชายก็เลยไม่อยากยอมรับความจริงเหรอ ปีนี้สองพันยี่สิบแล้วมึง โลกเขาไปไหนต่อไหนกันแล้ว ละครผู้ชายกับผู้ชายรักกันเขาฉายกันโครมๆ ดังไปทั่วโลก แม่กูยังดูเลย”

กันเตือนสติเพื่อน เบิร์ดสำทับตาม

“ใช่ จนเขารณรงค์เรื่องความหลากหลายทางเพศกันไปทั่วโลกแล้ว ทำตัวให้มันเข้ากับโลกสิวะ ไม่ใช่ให้เจ้าโลกมุดถ้ำอย่างเดียว อีกอย่างนะ กูเห็นนะไอ้คิมอะไรนั่นมันก็ดูแลมึงดีออก กูจำได้ว่าตอนที่มึงไม่สบายมันก็ซื้อโจ๊กมาให้มึงด้วย”

“ตอนที่คณะเรากับคณะมันตีกัน ถ้ามันเห็นพวกเรามันก็ออมตีนให้ด้วย ดูจากดาวอังคารยังรู้เลยว่าไอ้คิมน่ะคิดกับมึงเกินเพื่อนแน่ มีแต่คนโง่อย่างมึงอะที่ไม่รู้”

มันมาถึงจุดนี้ได้ยังไงวะ? 

ดิฐายกมือกุมหัว บทสนทนาที่เริ่มต้นจากเรื่องที่เขาไปจีบกันทิมา แต่กลับดำเนินมาถึงเรื่องที่ความลับของเขาแตกละเอียดและรูมเมทกำลังยุให้เขายอมรับความสัมพันธ์กับคิมหันต์

“เออ กูยอมรับก็ได้ กูกับมันเอากันจริงๆ แล้วยังไงล่ะ ก็แค่เพื่อนกันนั่นแหละ ไอคิมมันเป็นเพื่อนที่ดี กูก็แค่ไม่อยากเสียความสัมพันธ์ที่ดีกับมัน พวกมึงฟังไว้นะ กูไม่เอาไอ้คิมเป็นแฟนหรอก ให้กูกับมันเป็นเพื่อนกันไปแบบนี้น่ะดีแล้ว”

ดิฐาลุกขึ้นยืนประกาศกร้าว เกิดเป็นชายเสียชีพอย่าเสียสัตย์ เสียเข็มขัดอย่าเสียกางเกงในถึงจะเป็นคนถอดออกเองก็เถอะ

“พวกมึงพูดมากกันฉิบหาย กูไปเซเว่นดีกว่า จะฝากซื้ออะไรไหม”

รูมเมททั้งสองส่ายหน้า ไม่รู้ว่าส่ายปฏิเสธการฝากซื้อหรือส่ายเพราะระอาเพื่อนกันแน่ ดิฐาจึงรีบเดินไปที่ประตู เขายังไม่อยากเผชิญหน้ากับเพื่อนให้โดนด่ามากไปกว่านี้ ก็เลยทำทีปลีกตัวไปร้านสะดวกซื้อเพื่อหนีหน้า แต่ใครจะคาดคิดว่าเมื่อประตูเปิดออกเขากลับต้องเผชิญหน้ากับคนที่เขายังไม่อยากเจอในตอนนี้มากที่สุด ดิฐาตะลึงงันใจหล่นไปอยู่ที่ตาตุ่ม เขาเอ่ยถามเสียงตะกุกตะกักหน้าเจื่อน

“อะ เอ่อ คะ ไอ้คิม มึงมาตั้งแต่เมื่อไหร่วะ”

เบิร์ดกับกันหันขวับมามองเมื่อเห็นว่าคิมหันต์ยืนหน้าซีดเผือดอยู่ตรงประตูห้องทั้งคู่ก็ถึงกับหน้าเหวอ

“เฮ้ย ฉิบหายแล้ว นินทาแม่งไปตั้งเยอะ ได้ยินหรือเปล่าวะ” กันกระซิบถามเบิร์ด

“พวกเราน่ะไม่เท่าไหร่ แต่ที่ไอ้ดิวประกาศว่าไม่เอามันเป็นแฟนน่ะ มึงว่ามันได้ยินไหมวะ” เบิร์ดกระซิบถามกันอีกที ทั้งคู่ได้แต่ยิ้มแห้งแอบมองสถานการณ์น่าสะพรึงในตอนนี้

“มาสักพักแล้ว” คิมหันต์ตอบเสียงสั่น เขาพยายามรักษาสีหน้าให้เป็นปกติ “มึงปิดประตูห้องไม่สนิทน่ะ เห็นมึงกับเพื่อนคุยกันก็เลยยังไม่ทันได้เรียก”

“อ้าว เอ่อ แล้วมึงมาทำไมล่ะ”

ไม่รู้ว่าทำไมเมื่อเห็นสีหน้าของคิมหันต์แล้วดิฐาต้องรู้สึกใจไม่ดีด้วย อยากจะถามออกไปเหลือเกินว่าคิมหันต์มานานพอที่จะได้ยินบทสนทนาของเขากับเพื่อนหรือไม่แต่ดิฐาก็ไม่กล้า

“นิยายวายของพี่คะนิ้งได้เซ็นสัญญาเอาไปทำซีรีส์ ก็เลยจะเลี้ยงฉลองพร้อมวันเกิดที่บ้านวันเสาร์นี้ พี่คะนิ้งบอกให้พามึงไปด้วยกูก็เลยว่าจะชวนมึงไปหาซื้อของขวัญพรุ่งนี้ ลืมไปเลยว่าช่วงนี้มึงกำลังทำคะแนนกับสาวอยู่ งั้นเดี๋ยวกูไปซื้อเองก็ได้”

คิมหันต์ฝืนยิ้ม เขาหันหลังให้ดิฐาและกำลังจะก้าวเดินแต่แขนของเขากลับถูกดิฐาคว้าไว้ก่อน

“กูไปได้คิม เดี๋ยวกูไปซื้อของขวัญให้พี่คะนิ้งกับมึงเอง พรุ่งนี้ใช่ไหม งั้นเดี๋ยวกูไป...”

“ไม่ต้องหรอก กูไปกับไอ้ทิวไอ้บัฟก็ได้”

 เป็นครั้งแรกที่ดิฐารู้สึกถึงความหมางเมินจากคนตรงหน้า และยิ่งคิมหันต์ดึงมือของเขาที่จับยึดแขนไว้ให้หลุดออกดิฐาก็ยิ่งรู้สึกถึงความห่างเหิน ให้ตายสิ! เขาไม่ชอบบรรยากาศแบบนี้เลย

“อ้อ แล้วถ้ามึงจะไปกินข้าวกับสาว มึงก็บอกเขาไปตรงๆ สิว่ามึงไม่ชอบกินผัก”

คิมหันต์พูดพร้อมรอยยิ้มสุดท้ายก่อนที่จะเดินจากไป ดิฐายืนมองจนคิมหันต์เดินหายเข้าไปในลิฟต์ เขาก้าวกลับเข้ามาในห้องด้วยสีหน้าไม่ดีนักจนเบิร์ดกับกันมองอย่างเป็นห่วง

“โอเครึเปล่าไอ้ดิว”

“คิมมันพูดแบบนั้น แสดงว่ามันมานานแล้ว มันคงได้ยินที่กูพูดทั้งหมดใช่ไหมวะ”

ดิฐาเอ่ยถามเสียงเบาคล้ายรำพึงกับตัวเองมากกว่า

“ก็ถ้ามันได้ยินทั้งหมดแล้วมึงจะคิดมากทำไม ในเมื่อมึงก็บอกเองว่ายังไงมันก็เป็นแค่เพื่อนไม่มีทางเป็นอย่างอื่นไปได้ ปากเก่งนักมึงก็ต้องรับผิดชอบที่พูดด้วย คราวหลังถ้าใจมึงกากก็อย่าทำปากเก่งแบบนี้อีก”

เบิร์ดอดต่อว่าไม่ได้แม้จะเห็นใจหน้าจ๋อยของเพื่อน แต่ก็สมน้ำหน้าที่คิมหันต์เดินหนี คราวนี้ดิฐาอาจจะมีเวลาได้พิจารณาแล้วว่าอะไรที่เหมาะสมกับตัวเอง

ดิฐาทิ้งกายลงไปบนเตียงตัวเอง เขาถอนหายใจเพราะไม่รู้ว่าทำไมความคิดของเขาถึงได้สับสนไปหมด ดิฐาไม่เคยคิดมาก่อนว่าคิมหันต์คิดกับเขาเกินเพื่อน แต่เหตุการณ์ในวันนี้เขาไม่ได้โง่จนมองไม่ออก และที่ดิฐาแปลกใจก็คือตัวเองกลับมีปฏิกิริยาต่อความรู้สึกของคิมหันต์ เมื่อเห็นสีหน้าน้อยใจของคิมหันต์แล้วดิฐาว้าวุ่นไปหมด คล้ายกับว่าเขากำลังจะสูญเสียคิมหันต์ไป และนั่นเป็นสิ่งที่ดิฐาไม่อยากให้เกิดขึ้น

ความรู้สึกเหล่านี้มันคืออะไร ดิฐาก็ไม่เข้าใจเหมือนกัน

 

 

 

ทิวไม้กับวศินต่างก็ตกใจเมื่อมองเห็นคิมหันต์เดินคอตกกลับเข้ามาในห้อง และพอเขาทรุดตัวลงนั่งได้ก็ปล่อยโฮออกมา

“ไอ้ดิว ไอ้เหี้ย ไอ้หน้าหมา”

“เฮ้ยเกิดอะไรขึ้นวะ”

ทิวไม้เอ่ยถามด้วยความเป็นห่วง คิมหันต์เล่าไปสะอึกสะอื้นไปจนเพื่อนต้องตบบ่าปลอบโยน

“มันแม่งบอกว่ายังไงกูก็เป็นได้แค่เพื่อนมัน สุดท้ายกูก็คงไม่มีค่าอะไรในสายตามันสินะ”

“ใจเย็นก่อนโว้ยไอ้สมเสร็จ มันไม่เห็นค่าเรา เราก็อย่าไปเสียใจเพราะมัน เอางี้ เดี๋ยวพรุ่งนี้หลังเลิกเรียนตอนเย็นกูกับไอ้บัฟไปซื้อของขวัญให้พี่คะนิ้งกับมึงเอง แล้วพอค่ำๆ เราไปตะลุยราตรีละลายความเศร้ากันดีกว่า กูจะนัดพี่แบงค์ให้พาพวกเราไป”

“งั้นเดี๋ยวกูนัดเมียจ๋าให้ไปด้วย ไปกันเยอะๆ สนุกดี”

วศินรีบสำทับจนคิมหันต์พอจะหยุดเศร้าได้บ้าง แต่ว่าตลอดทั้งคืนเขานอนไม่หลับเพราะคำพูดของดิฐาที่แอบได้ยินกลับมาวนเวียนอยู่ในหัว

“กูต้องเลิกสนใจมัน ถ้าอยากเป็นแค่เพื่อนกูก็จะให้สิทธิ์มึงแค่นั้นไอ้ดิว ต่อจากนี้กูจะไม่ยอมเปลืองจู๋เปลืองตูดให้มึงอีกต่อไป”

คิมหันต์บอกตัวเอง เขาพยายามจะไม่คิดถึงดิฐาจนเวลาผ่านไปถึงวันรุ่งขึ้นที่เขาไม่มีสติจะตั้งใจเรียนเท่าใดนัก ดีที่มีทิวไม้กับวศินช่วยปลอบใจอยู่ พอถึงตอนเย็นพวกเขาทั้งสามจึงแวะหาซื้อของขวัญให้พี่สาว เมื่อเรียบร้อยแล้วทิวไม้จึงโทรหาธนดลมารับ

“ไปกินข้าวกันก่อนแล้วค่อยไปกินเหล้ากัน ไอ้หมอกจะตามไปที่ผับทีหลัง มันบอกว่าเคลียร์งานให้เสร็จก่อน”

เมื่ออิ่มท้องแล้วธนดลจึงพาทั้งหมดไปผับที่เขากับทิวไม้พบกันครั้งแรก คิมหันต์เทเหล้าใส่แก้วตนเองและเพื่อนฝูงทันที

“มา วันนี้ไม่เมาไม่เลิกโว้ย”

วันนี้คิมหันต์ตัดสินใจว่าเขาจะเลิกรักดิฐา แม้เหล้าจะแก้ปัญหาไม่ได้แต่เขาก็จะพยายามตัดใจ ทิวไม้กับวศินเองก็ดื่มเป็นเพื่อน ธนดลนั่งมองพลางจิบเหล้าไม่มากนัก

“ทิวสนุกกับเพื่อนเถอะครับ ไม่ได้มาเที่ยวกันนานแล้วนี่ เดี๋ยวพี่นั่งเป็นเพื่อนแล้วจะได้ขับรถไปส่งที่หอ”

ธนดลยิ้มให้คนรัก ทิวไม้ยิ้มหวานก่อนจะหอมแก้มธนดลดังฟอด

“แฟนใครนะน่ารักจัง อ๋อ แฟนเรานี่เอง นั่งเฉยๆห้ามมองใครนะครับ ทิวหวง”

ดื่มกันสักพักอวัศว์ก็เดินเข้ามา เขามาพร้อมเพื่อนสาวในคณะคนหนึ่ง

“มาแล้ว ขอโทษทีนะที่มาช้า ทำงานอยู่กับหญิงเพิ่งจะเสร็จก็เลยชวนมาด้วยกัน”

เพื่อนในคณะของอวัศย์และธนดลชื่อธิติยา หญิงสาวหันไปมองคนในโต๊ะ

“โอ้โห วันนี้ฉันเด่นเลยนะเพราะโต๊ะนี้มีฉันเป็นผู้หญิงอยู่คนเดียว”

“เมียจ๋า มัวแต่ทำงาน ผัวคิดถึงจังเลย”

วศินคว้าร่างเพรียวของอวัศย์มากอด อวัศย์ถึงกับยกมือดันหน้าให้ห่างแทบไม่ทัน

“จะบ้าหรือไง เพิ่งจะเจอกันเมื่อวานยังมาบ่นคิดถึงอีก”

คิมหันต์มองเพื่อนที่มีความสุขอยู่กับคนรักแล้วก็นึกอิจฉา เขาถอนหายใจพลางกระดกแก้วเหล้าเข้าปาก

“น้องชื่ออะไรคะ พี่ชื่อหญิงนะเป็นเพื่อนของแบงค์กับหมอก คุยเป็นเพื่อนพี่หน่อย หันไปทางไหนเขาก็มีคู่กันทั้งนั้น”

ธิติยาชวนคุย คิมหันต์เองก็ไม่ได้ปฏิเสธ เขาชงเหล้าให้ธิติยาพร้อมกับสนทนาไปด้วย

“ได้เลยครับพี่หญิง ผมชื่อคิมหันต์ ชื่อเล่นว่าคิม หรือพี่จะเรียกว่าคิมย้วยก็ได้ โสดสนิทมากๆ เรามาคุยกันตามประสาคนโสดนะพี่ มาพี่หญิงชนแก้วกัน เอาให้เมากันไปเล้ยย”

 

 

ดิฐาเดินเล่นอยู่ในห้างสรรพสินค้าไม่ไกลจากมหาวิทยาลัยจนใกล้เวลาห้างปิด เมื่อตอนเย็นไปกินข้าวกับกันทิมาด้วยสถานการณ์เดิมเพิ่มเติมคืออาการเหม่อลอยของเขาจนกันทิมาหงุดหงิด ดิฐาว้าวุ่นใจตั้งแต่เมื่อวานจนถึงวันนี้ ในหัวมีแต่คิมหันต์ตลอดทั้งวันและเขาเองก็ไม่กล้าโทรศัพท์ไปหาอีกฝ่าย รุ่มร้อนอยู่ในใจจนไม่อยากกลับหอพักต้องมาเดินตากแอร์เล่นในห้าง

เสียงโทรศัพท์ดังขึ้น ดิฐาดึงจากกระเป๋ากางเกงมารับ

“ว่าไงไอ้กัน”

“มึงอยู่หอหรือเปล่าดิว”

“เปล่า อยู่ห้าง แต่กำลังจะกลับแล้ว”

“เออ อย่าเพิ่งกลับ มึงมาที่ผับที่เรามากันบ่อยๆตอนนี้เลย ไอ้คิมของมึงน่ะกำลังแดกเหล้าจนเมาแล้วน้วยกับสาวสวยอยู่เลย แนบชิดสนิทสนมกันมาก มึงลองมาดูแล้วตัดสินใจว่าจะทำยังไงกับเรื่องของมึง”

พูดจบกันก็วางหูและส่งรูปของคิมหันต์กับผู้หญิงคนหนึ่งมาทางไลน์ เมื่อเห็นแล้วดิฐาถึงกับหัวร้อน

ก็ได้ เขายอมรับว่าอาการนี้คืออาการหึง

และเขาก็หวงคิมหันต์เกินกว่าจะให้ไปกอดกับคนอื่นแนบชิดขนาดนี้

“เหี้ย รักกูแล้วทำไมตัดใจจากกูได้เร็วจังวะ คิดว่ากูจะยอมให้มึงตัดใจจากกูหรือไงไอ้เหี้ยคิม”

ดิฐาร้อนรน เขารีบเดินไปที่ลานจอดรถยนต์ เขาก้าวขึ้นรถยนต์ของเขาก่อนจะเหยียบคันเร่งไปยังจุดหมายอย่างรวดเร็ว

TBC 

ยังไงว้า ตกลงพวกเขาจะได้กันไหมคะเนี่ย ท่านผู้ชม 

 

อย่าลืมกดไลก์ กดดาวนะคะ  

ความคิดเห็น