saimai

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

บทที่ 2 พบพานรู้จัก (100%)

ชื่อตอน : บทที่ 2 พบพานรู้จัก (100%)

คำค้น : สายไหม, ความรัก, หวานซึ้ง, โรแมนติก

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 79

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 28 พ.ค. 2563 09:56 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 2 พบพานรู้จัก (100%)
แบบอักษร

เมื่อหลายเดือนก่อนอักษราภัคเพิ่งจะเดินทางกลับมาถึงที่เมืองไทยหลังจากที่ไปร่ำเรียนอยู่ที่เมืองนอกทางด้านประวัติศาสตร์ยุโรปอยู่เป็นเวลานาน เมื่อมาถึงก็พบว่าบ้านเมืองในกรุงเทพฯ เปลี่ยนไปหลายอย่าง หญิงสาวแทบจะจำถนนหนทางไม่ได้ถ้าไม่ได้คนขับรถคนเก่าแก่ประจำบ้านไปรับกลับมาเธอก็คงจะมาเองไม่ถูกเป็นแน่ แต่สิ่งหนึ่งที่ไม่เคยเปลี่ยนแปลงไปเลยก็คือ ความสัมพันธ์ระหว่างเธอกับบิดาอย่างดนัย ความห่างเหินที่มียังคงเหมือนเดิมไม่มีอะไรที่พัฒนาไปในทางที่ดีขึ้นแม้แต่น้อย

       อักษราภัคยังจำได้ดีถึงตอนไปที่สนามบินเพื่อเตรียมตัวเดินทางไปต่างประเทศ จากบ้านจากเมืองเป็นครั้งแรกไปอยู่คนเดียวข้ามน้ำข้ามทะเลไปยังอีกซีกโลกหนึ่ง แต่คนที่มาส่งเธอที่สนามบินนั้นกลับกลายเป็นจันทร์ แม่บ้านคนเก่าแก่ประจำบ้านและเด็กในบ้านอีกหลายคนพร้อมทั้งแช่ม ลุงคนขับรถที่ตอนนี้เริ่มมีผมขาวแซมประปรายไม่น้อย แต่คนที่เธออยากให้มายืนตรงนั้นมาเอ่ยร่ำลากันมากที่สุดกลับไม่เห็นแม้แต่วี่แววของท่านเลยนั่นก็คือบิดาบังเกิดเกล้าของเธอเองอย่างดนัย ทำให้อักษราภัคอดน้อยใจไม่ได้ แต่ก็เก็บความรู้สึกนั้นเอาไว้ในอกคนเดียวไม่ได้ปริปากเอ่ยอะไรออกมาได้แต่ยิ้มให้กับทุกคนขึ้นเครื่องจากไปศึกษาต่อ

       ตลอดเวลาที่ศึกษาต่ออยู่ที่โน่น หญิงสาวพยายามติดต่อกลับเมืองไทยมาเป็นระยะ แต่ก็ไม่เคยมีครั้งไหนที่จะได้คุยกับดนัยส่วนใหญ่แล้วเป็นจันทร์ที่เป็นคนรับสายโทรศัพท์ หรือไม่ก็เป็นคนที่เขียนจดหมายตอบกลับมาพร้อมกับข้าวของเครื่องใช้ที่ส่งมาให้จากเมืองไทย ทำให้เธอพยายามอย่างที่สุดไม่คิดถึงปมด้อยที่เกิดขึ้น ทำตัวไปตามปกติให้มากที่สุดเท่าที่ทำได้ ถึงแม้ว่าหัวใจข้างในลึกๆ จะเจ็บช้ำแค่ไหนก็ตาม

       พอมาถึงตอนนี้เป็นวันแรกที่หญิงสาวได้กลับมาที่บ้านแต่เมื่อก้าวขาลงมาจากรถคันโตราคาแพงหูฉี่ ก้าวเข้าไปในบ้านที่หรูหรากลับพบแต่ความว่างเปล่า บ้านหลังใหญ่โตสวยงามไปทุกจุด ตกแต่งด้วยประติมากรรมและการออกแบบอย่างพิถีพิถัน แต่อักษราภัคกลับไม่รู้สึกเป็นสุขอย่างที่ควรจะเป็น

       หลังจากที่จัดการเอกสารใบปริญญาและอย่างอื่นที่เกี่ยวข้องทุกอย่างให้เรียบร้อยอยู่ได้ไม่นาน อักษราภัคก็เดินทางไปที่มหาวิทยาลัยเพื่อสอนหนังสือในภาควิชาประวัติศาสตร์ การงานของเธอดำเนินไปด้วยดีไม่มีปัญหาอะไร แต่หญิงสาวทราบดีว่าดนัยคงไม่พอใจสักเท่าไหร่ เพราะเขาอยากให้เธอออกมาช่วยกันดูแลการทำธุรกิจของครอบครัวมากกว่า แต่ในเมื่อดนัยไม่เอ่ยขึ้นมาทำให้บรรยากาศที่โต๊ะอาหารเต็มไปด้วยความอึมครึม อักษราภัคทนไม่ได้ในที่สุดตัดสินใจเป็นคนหยิบยกเรื่องนี้ขึ้นมาพูดกับบิดาในเย็นวันหนึ่ง

       “คุณพ่อคะ ไม่ทราบว่าพอจะมีเวลาให้ภัคไหม ภัคมีเรื่องอยากจะปรึกษากับคุณพ่อ” คำพูดคำจาและกิริยาท่าทีของอักษราภัคเต็มไปด้วยความลังเลใจ มีไม่กี่ครั้งตั้งแต่เล็กจนโตที่เธอเอ่ยปากขอท่านให้คุยด้วย นอกจากนั้นแล้วส่วนใหญ่ก็คือนั่งฟังเฉยๆ ถ้าไม่อย่างนั้นก็แค่เอ่ยทักทายตามปกติก่อนที่ท่านจะเดินจากไปโดยที่ไม่ได้เอ่ยอะไรออกมามากนัก

       “มีอะไรเหรอภัค?” ดนัยเลิกคิ้วขึ้นด้วยความแปลกใจ เพราะปกติเขากับอักษราภัคไม่ได้พูดอะไรกันมากนัก บางทีไม่ได้เอ่ยทักทายกันเป็นอาทิตย์ก็มี

       “ภัคมีเรื่องอยากจะคุยกับคุณพ่อเกี่ยวกับเรื่องธุรกิจของบริษัทนะคะ”

       “มีอะไรว่าไปสิ กำลังฟังอยู่”

       “ภัคทราบดีว่าตัวเองเป็นลูกคนเดียว สักวันหนึ่งก็ต้องเข้ามาดูแลกิจการของที่บ้าน ถึงแม้ว่าภัคจะเรียนจบมาทางด้านประวัติศาสตร์ แต่ถ้าเป็นความจำเป็นและความต้องการของคุณพ่อ ภัคก็ยินดีเข้าไปศึกษางานที่บริษัทบ้าง แต่ขอให้เป็นวันว่างที่ไม่มีสอนจะได้มั้ยคะ?” อักษราภัคพยายามหาทางออกที่ดีที่สุดเพื่อรักษาน้ำใจของทุกฝ่ายและไม่ทำร้ายจิตใจของตัวเธอเองจนเกินไปนัก เพราะทราบดีว่าการทำอะไรที่ต้องฝืนใจนั้นไม่มีผลดีแน่นอน

       “ไม่จำเป็นหรอก” ดนัยตอบกลับมาด้วยน้ำเสียงขรึมๆ

       “คุณพ่อโกรธภัคที่ไม่เอาไหนในเรื่องธุรกิจเหรอคะ?” อักษราภัคหน้าเสียทันที รู้สึกว่าตัวเองเป็นคนผิดที่ทำให้ดนัยผิดหวังในตัวของเธอ

       “ไม่ใช่หรอก ถ้ามันไม่ใช่ความถนัดทำไปก็ไม่มีประโยชน์รังแต่จะสู้คนอื่นเขาไม่ได้ คิดว่าถ้าหาคนช่วยที่มีความสามารถมาช่วยดูแลแทนคงจะแก้ไขปัญหานี้ไปได้” ดนัยตอบกลับมานิ่งๆ สบตากับอักษราภัคที่กำลังมองมาที่เขาด้วยความตกตะลึงและสับสนปะปนอยู่ในแววตาคู่สวยหวานซึ้ง เหมือนกับว่าเธอยังไม่ค่อยเข้าใจในสิ่งที่ผู้เป็นบิดากล่าวออกมา

       “คุณพ่อหมายความว่าอย่างไรเหรอคะ? ภัคไม่เข้าใจ”

       “ก็เป็นผู้หญิงถ้าทำไม่ได้เรื่องนี้เรื่องของธุรกิจก็ต้องหาผู้ชายมาช่วยทำแทนให้ มันเป็นเรื่องปกติอยู่แล้ว”

       “ภัคยังไม่เข้าใจอยู่ดีค่ะ” อักษราภัคถามซ้ำ ภาวนาในใจว่าขออย่าให้เป็นสิ่งที่เธอกำลังคาดคิดเลยเถอะ ไม่อย่างนั้นคงลำบากใจกันน่าดู

       “พ่อคิดว่าภัคโตมากแล้วควรแต่งงานให้เป็นฝั่งเป็นฝาสักที”

       “คุณพ่อว่าอะไรนะคะ?”

       “พ่อหาคนไว้ให้แล้ว จะจัดการให้ได้พบกันจะได้รู้จักกับเขาเอาไว้” ดนัยพูดจบก็เดินจากไปปล่อยให้อักษราภัคยืนตะลึงกับข้อมูลที่เพิ่งได้รับสดๆ ร้อนๆ อยู่คนเดียว แข้งขาอ่อนแรงแทบทรุดยวบลงไปตรงนั้น มีความรู้สึกว่าเธอแทบไม่ได้เอ่ยปากออกความเห็นอะไรทั้งนั้น ตกลงแล้วชีวิตนี้เป็นของเธอหรือเปล่า? หรือว่าเกิดมาในบ้านหลังนี้มีหน้าที่เป็นเพียงแค่หุ่นกระบอกให้บิดาเชิดไปทางไหนก็ได้ แลกกับการที่ท่านจะเสียสละเวลาพูดกับเธอบ้างในฐานะบุตรสาวสักคำสองคำ

       ผ่านจากเหตุการณ์วันนั้นเพียงแค่ไม่กี่วันอักษราภัคก็ต้องเดินทางไปที่โรงแรมหรูหราแห่งหนึ่งเพื่อไปพบปะกับว่าที่คู่หมั้นของเธอเป็นครั้งแรกตามความต้องการของดนัย เมื่อไปถึงแล้วหญิงสาวก็นั่งอยู่ตรงนั้นคนเดียวเป็นเวลานาน มองนาฬิกาที่ข้อมือครั้งแล้วครั้งเล่าก็ยังไม่เห็นวี่แววของเขา แต่ก็ไม่กล้าลุกไปไหนเพราะกลัวว่าถ้าเขามาแล้วไม่เจอเธอจะหาว่าเธอเสียมารยาทที่กลับไปก่อนไม่ยอมรอ อักษราภัคตัดสินใจสั่งน้ำดื่มและของเบาๆ บางอย่างมารอแก้เก้อ เพราะไม่อยากให้พนักงานเห็นว่าเธอมานั่งอยู่เฉยๆ ไม่ได้รับประทานอะไร แต่จนแล้วจนรอดเขาคนนั้นก็ไม่ปรากฏตัว จนกระทั่งในที่สุดใกล้เวลาที่พวกเขาจะปิดแล้ว อักษราภัคจึงต้องจ่ายเงินและลุกขึ้นเดินจากไปด้วยความสับสน ไม่เข้าใจว่าทำไมเขาถึงไม่มาตามนัด หารู้ไม่เลยว่าตลอดเวลาที่เธอนั่งอยู่ที่นั่นนั้น มีสายตาคู่คมคู่หนึ่งจับจ้องอยู่ตลอดเวลาไม่ให้คลาดสายตา แม้กระทั่งตอนที่เธอลุกขึ้นเดินออกไป เขาก็ยังตามเธอไปห่างๆ

       “กลับมาแล้วอย่างนั้นเหรอภัค” ดนัยเอ่ยถามทันทีเมื่อเห็นอักษราภัคก้าวเข้ามาในบ้าน รับไหว้บุตรสาวคนเดียวด้วยสีหน้าที่เรียบเฉย

       “กลับมาแล้วค่ะ คุณพ่อยังไม่เข้านอนเหรอคะ?” อักษราภัครู้สึกแปลกใจที่เวลานี้แล้วแต่ดนัยยังอยู่แถวนี้ เธอนึกว่าท่านจะเข้านอนพักผ่อนไปแล้วเสียอีก เนื่องจากผิดเวลาไม่น้อย

       “ยังกำลังรอภัคกลับมา จะถามว่าไปเจอกันแล้วเป็นอย่างไรบ้าง ทุกอย่างราบรื่นดีไหม?”

       “ไม่ได้เจอค่ะ ภัคไปรอแล้วแต่ว่าไม่มีใครไปที่นั่นเลย รอจนเลิกรอถึงได้กลับมาที่นี่” อักษราภัคตอบไปตามความเป็นจริงโดยที่ไม่ได้บิดเบือน เธอตอบบิดาไม่ได้เช่นกันว่าเป็นอย่างไร ก็ในเมื่อเธอยังไม่เห็นหน้าของว่าที่คู่หมั้นเสียด้วยซ้ำจะให้เอาอะไรไปตอบท่านได้?

       “อะไรนะ? แน่ใจเหรอว่าไปรอถูกที่ ไปทำอะไรหรือเปล่าถึงได้เป็นอย่างนี้” ดนัยเสียงดังลั่นทันทีจนเกือบเหมือนตวาดขู่เข็ญคาดคั้นอักษราภัค จนแม้กระทั่งจันทร์ที่เดินเอายามาให้ตกใจเกือบทำยาและแก้วน้ำหลุดมือ

       “ไปถูกค่ะ ภัคไม่ได้โง่ถึงขนาดไปผิดที่ และภัคก็มั่นใจว่าตัวเองยังไม่ได้ทำอะไรเลย จะให้ไปทำผิดต่อใครได้ในเมื่อหน้าตาของเขาเป็นอย่างไร สูงต่ำดำขาวภัคยังไม่ทราบ จะให้ภัคโทรไปนัดเขาออกมาใหม่มั้ยคะ คุณพ่อจะได้สบายใจ หรือคุณพ่อจะส่งภัคไปที่บ้านของเขาเลยก็ได้”

       “ยัยภัค! นี่ย้อนกันอย่างนั้นเหรอ?”

       “ไม่ได้ย้อนค่ะ ภัคพูดจากใจ ถ้าคุณพ่อส่งไปที่บ้านของเขา เขาคงหายไปไหนไม่ได้หรอกจริงมั้ยคะ ยังไงก็ต้องอยู่ในบ้าน ไม่ใช่ขอมจะได้ดำดินหายตัว”

       “อักษราภัค!”

       “คุณท่านคะ กินยาเสียหน่อยดีกว่าค่ะเลยเวลายาไปมากแล้ว คุณหนูภัคคะ ดิฉันเตรียมของว่างให้รับประทานเล่นๆ แล้วเผื่อคุณหนูภัคจะหิว เดี๋ยวจันทร์จะพาไปนะคะ” จันทร์รีบเข้ามาห้ามศึกก่อนที่เรื่องราวจะบานปลายเพราะเห็นท่าทางแล้วไม่น่าจะรอดก่อนที่จะเกิดเรื่อง

 

       พระยาพิชิตพลไชยชาญเดชะชาติเขย่าตัวของหญิงสาวที่ลงไปช่วยขึ้นมาจากน้ำไปมา ใช้ปลายแขนเสื้อซับที่ปากเมื่อนางคายน้ำออกมา แต่ทันทีที่นางเริ่มลืมตาบ่าวไพร่ผู้หญิงที่ติดตามก็รีบคลานหมอบเรียบมากับพื้นมาดึงชายผ้านุ่งเพื่อเอาตัวนางกลับคืนไปอย่างหวงแหน ไม่กล้าแม้แต่จะสบตากับพระยาพิชิตพลไชยชาญเดชะชาติที่กำลังจับจ้อง

       “พวกมึงบังอาจเยี่ยงนัก มิกลัวถูกกุดหัวหรือเยี่ยงไร กล้าทำเยี่ยงนี้ต่อหน้าท่านพระยาเชียวหรือ ช่างมิกลัวอาญาบ้านเมืองเสียเลย”

       “เงียบ ถอยไป ข้าจัดการเอง” พระยาพิชิตพลไชยชาญรีบยกมือขึ้นห้าม เดินย่างสามขุมเข้าไปหาผู้หญิงที่เขาเพิ่งช่วยไว้จากลำคลอง เป็นครั้งแรกที่ได้สบกับดวงตาคู่นั้นซึ่งเหมือนมีแรงดึงดูดบางอย่างให้เขาจ้องมองและก้าวเข้าไปหา จนกระทั่งเกือบหยุดตัวเองเอาไว้ไม่ทัน ถ้าไม่ได้บ่าวไพร่ของนางที่ออกมาก้มกราบกันตัวของนายหญิงเอาไว้ก็เลยทำให้เขารู้สึกตัว

       “ข้าจักขอบน้ำใจท่านพระยาที่ช่วยชีวิตของข้าเอาไว้”

       “มิเป็นไร ข้าเต็มใจ ออเจ้าชื่อกระไร ข้าขอถามไถ่จะได้ฤๅไม่?”

       “ข้าต่ำต้อยไม่สมควรให้ท่านพระยาจดจำ ไว้มีวาสนาข้าจักขอตอบแทน” หญิงสาวนิรนามรีบก้มศีรษะทำการคารวะอย่างนอบน้อม ทำท่าเหมือนจะจากไปพร้อมกับบ่าวไพร่ของนาง แต่ทว่า...

       “ออเจ้าจักตอบแทนตอนนี้จะได้ฤๅไม่ ข้าชอบน้ำปรุงที่ออเจ้าเอามาอบร่ำผ้า ถ้ายิ่งได้ดอกที่ออเจ้าทัดคงจะยิ่งชื่นใจ”

       “สายมากแล้วจักต้องรีบไป ข้ากับบ่าวไพร่ขอลาก่อน” หญิงสาวนิรนามรีบก้มศรีษะทำการคารวะอีกครั้งไม่ได้เอ่ยปากตกลงรับปากคำขอของพระยาพิชิตพลไชยชาญเดชะชาติแต่อย่างใด แต่ก็มิได้เอ่ยปฏิเสธเช่นกัน

       “ท่านเจ้าคุณขอรับ ท่านเจ้าคุณ” บ่าวไพร่ของพระยาพิชิตพลไชยชาญเดชะชาติเอ่ยเรียกเจ้านายซ้ำไปซ้ำมา เมื่อเห็นว่าเจ้านายของพวกเขายังมองตามขบวนของหญิงสาวนิรนามไปจนลับสายตา เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อกี้นี้ล้วนมีประจักษ์พยานมากมาย เกรงว่าถ้าปล่อยให้พระยาพิชิตพลไชยชาญเดชะชาติยืนอยู่ตรงนี้นานอีกสักครู่เดียวอาจจะมีเรื่องใหญ่เกิดขึ้นได้โดยเฉพาะเรื่องที่แหวกขนบธรรมเนียมแบบนี้

 

“สุมาลีช่องามส่องแสงฟ้อนจีบ

ปลายริ้วระบัดระบำฟ้อนกลีบพลิ้วไหว

อโณทัยโลมเลียหวานละมุนอุ่นละไม

รำพึงรำพันในหัวใจถึงเจ้าโกสุมงาม”

สายไหม

 

 

 

Copyright © All rights reserved. ห้ามคัดลอกดัดแปลงเนื้อหาในนิยายเรื่องนี้โดยไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของผลงานและบ้านเลิฟ การ์เด้นนะคะ ไม่เช่นนั้นจะถือว่าเป็นการละเมิดลิขสิทธิ์ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 

ผลงานอีบุ๊กของไหมทุกเรื่องดาวน์โหลดที่เว็บเมพได้เลยค่ะ  

ความคิดเห็น