Storytellers
email-icon facebook-icon Twitter-icon

ยินดีต้อนรับสู่อาณาจักร Storytellers ค่ะ ขอบคุณที่เข้ามาอ่านนิยายของไรท์นะคะ

Phantom ร้ายก็รัก ตอนที่ 4

ชื่อตอน : Phantom ร้ายก็รัก ตอนที่ 4

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.1k

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 31 พ.ค. 2563 00:21 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
Phantom ร้ายก็รัก ตอนที่ 4
แบบอักษร

Phantom ร้ายก็รัก ตอนที่ 4 

 

วันอาทิตย์ที่ผ่านมาผมก็ใช้ชีวิตของผมตามปกติไม่ได้คิดถึงเรื่องอะไรหรือคิดถึงใครเลยจริงๆ ผมตื่นนอนตอนเจ็ดโมงเช้าอาบน้ำแต่งตัวลงมาช่วยยายทำนั่นทำนี่ตามปกติโชคดีหน่อยที่คืนนั้นปาแป้งน้องสาวผมไม่เกิดอยากกินขนมอะไรขึ้นมาอีก แต่คืนนั้นกว่าจะได้นอนผมก็โดนน้องสาวตัวดีถามนั่นถามนี่พอไม่ตอบก็ไม่ยอมออกไปจากห้องผมสุดท้ายผมก็ยอมแพ้เล่าให้น้องฟังอย่างละเอียด 

น้องสาวผมก็นั่งตาแป๋วฟังด้วยความตั้งใจพร้อมยิ้มเล็กยิ้มน้อยเมื่อเห็นผมซึ่งเป็นคนเล่ายิ้มและยิ่งพอเล่ามาถึงตอนที่ผมเกือบเป็นลมเพราะถูกปริมลากขึ้นไปเล่นสกายโคสเตอร์แล้วลงมาอ้วกแตกปาแป้งแทบจะปาหมอนในมือทิ้งเพราะน้องโมโหแทนผม ผมเองก็ได้แต่บอกน้องไปว่าไม่เป็นอะไรแล้ว แต่น้องก็ยืนยันหนักแน่นว่าต่อไปนี้ถ้าไอ้หินมาชวนไปสวนสนุกหรือไปเที่ยวที่ไหนที่มีปริมไปด้วยน้องให้บอกเพราะปาแป้งจะตามไปเป็นบอดี้การ์ดให้ผม 

ผมก็ได้แต่งงและสงสัยว่าตัวเองควรเป็นคนที่ต้องปกป้องน้องมากกว่าไม่ใช่เหรอ ผมเป็นพี่นะจะให้น้องปกป้องได้ยังไงผมต้องเป็นคนปกป้องน้องสิถึงจะถูก 

หลังจากที่ไปเที่ยวสวนสนุกมานี่ก็ผ่านมาจนถึงกลางสัปดาห์แล้ว ไอ้หินบอกผมว่าพี่ดินกับปริมกลับบ้านในเช้าวันอาทิตย์ บอกผมทำไมก็ไม่รู้ผมไม่ได้อยากจะรู้สักหน่อย 

“ฝุ่น” หันไปตามเสียงเรียกก็เห็นว่าเป็นไอ้ลูกหินผมจึงหยุดรอ 

“วันนี้มาเช้านะ” ที่ทักแบบนี้ก็เพราะว่าโดยปกติแล้วถ้าไม่เกือบเคารพธงชาติก็ยังไม่เห็นหัวมันนะสิครับ 

“เอ่อ พอดีวันนี้กูตื่นเช้า”  

“กูว่ามึงยังไม่ได้นอนมากกว่า” ผมว่าพร้อมส่ายหัวให้กับสภาพของไอ้หินก่อนจะเป็นฝ่ายออกเดินเพราะไม่อยากยืนคุยตรงนี้ ยืนคุยข้างถนนมันอันตรายนะครับ 

“มึงรู้ได้ไงวะ” น้ำเสียงประหลาดใจของไอ้หินทำให้ผมหันกลับไปมองคนที่เดินตามอยู่ข้างหลัง มองหน้ามันแล้วชี้ที่ใต้ตาตัวเองให้มันดูเป็นท่าประกอบคำตอบของผม “แหะๆ มึงนี่เหมาะที่จะเป็นเพื่อนกับกูจริงๆ” มันว่าแล้วเดินเร็วๆ มากอดคอผม 

“ขอบตามึงดำยิ่งกว่าหมีแพนด้า ดำยิ่งกว่าขอบตาน้องสาวกูเวลาติดซีรี่ส์แล้วดูมันยันเช้า”  

“เมื่อคืนกูเล่นเกมส์ยันตีสี่” ไอ้หินบอกพร้อมกับลากผมไปโรงอาหาร เราได้โต๊ะว่างแถวๆ ร้านขายน้ำ 

“การบ้านเสร็จแล้ว?” ผมนั่งลงพร้อมเอ่ยถามแล้วอีกฝ่ายก็ยิ้มแป้นแล้วยื่นหน้าเข้ามาใกล้ 

“…ขอลอกหน่อยดิ”  

“ว่าละ มึงต้องมามุกนี้” แม้ปากจะบ่นแต่ผมก็ยินดีที่หยิบสมุดการบ้านของตัวเองส่งให้มัน “ปกติถ้าไม่ใกล้ถึงเวลาเข้าแถวก็ไม่เห็นหัว นี่มาเช้าเพื่อมาลอกการบ้าน?”  

“ถูกต้องนะครับ แล้วนี่มึงกินอะไรยังกูหิ๊วหิว” มันว่าทั้งที่ก้มหน้าก้มตาลอกการบ้านผมและประโยคที่มันพูดหลังจากนั้นมันคือประโยคบอกเล่าไม่ใช่ประโยคคำถาม แค่นี้ก็รู้แล้วว่ามันต้องการอะไร 

“จะกินอะไร” คำถามของผมทำให้คนลอกการบ้านเงยหน้าขึ้นมายิ้มเผล่ 

“ข้าวผัดหมูก็ได้ง่ายดี แล้วก็ขอชาเขียวด้วยนะ” 

“เงิน” ผมไม่ได้ตอบรับหรือปฏิเสธแต่แบมือขอเงินจากไอ้หินแทนซึ่งมันก็รีบควักออกมาวางใส่มือผมด้วยความเต็มใจ 

ผมไม่ใช่ทาสหรือเบ้ของไอ้หินหรอกนะครับแต่เพราะเห็นว่ามันเป็นเพื่อนและมันเองก็กำลังลอกการบ้านอยู่ ผมเลยต้องมายืนรอข้าวผัดให้มันอยู่เนี่ยแล้วผมจะขอบอกอีกครั้งนะครับว่าที่ผมทำผมไม่ได้หวังผลอะไรทั้งนั้น ไม่ได้หวังจะสร้างความประทับใจอะไรสักนิดที่ทำเนี่ยก็เพราะเห็นว่ามันเป็นเพื่อนล้วนๆ เลย 

เออๆ ยอมรับก็ได้ว่ามันก็หวังอยู่นิดหนึ่งก็ผมชอบพี่ชายของมันนี่น่าผมก็ต้องทำตัวดีๆ กับมันหน่อยสิครับ 

“อะ ข้าวผัดกับชาเขียวมึง” ผมว่าแล้ววางจานข้าวกับแก้วน้ำลงตรงหน้าคนที่เพิ่งเก็บสมุดกับปากกาลงกระเป๋า 

“ฝุ่นเพื่อนร้าก กูรักมึงจริงๆ ขอบใจนะที่ให้กูลอกการบ้านแถมยังไปซื้อข้าวซื้อน้ำมาให้กูอีก เอาไว้ถ้ามีโอกาสกูตอบแทนมึงแน่นอน มึงต้องการให้กูช่วยอะไรบอกกูได้เลยนะฝุ่นเพื่อนรัก” มันพูดเหมือนเป็นเรื่องใหญ่เรื่องโต พูดเหมือนผมไปกอบกู้โลกมางั้นแหละ 

“อืม ไว้มีเรื่องให้ช่วยแล้วจะบอก แต่ตอนนี้มึงรีบกินข้าวก่อนเถอะก่อนที่ออดจะดังแล้วต้องไปเข้าแถว” รับคำยิ้มๆ พร้อมส่ายหน้าให้มัน คือตอนนี้ผมไม่มีเรื่องอะไรให้มันช่วยหรือให้มันตอบแทนหรอกครับเพราะเรื่องเรียนมันคงช่วยผมไม่ได้ ไม่ใช่ว่ามันเรียนไม่เก่งนะแต่มันติดเล่นมากกว่าติดเรียนนี่สิ 

“อ้าว แล้วมึงไม่กินอะ” ไอ้หินถามทั้งที่ปากยังเต็มไปด้วยอาหาร 

“กูกินมาจากบ้านแล้ว” ผมตอบมันพร้อมกับเก็บสมุดการบ้านใส่กระเป๋าตัวเองแต่คำพูดของไอ้หินทำให้ผมใจเต้นแรงกว่าเดิม 

“เออ มึงเสาร์นี้พี่ดินให้ชวน…” มันพูดแค่นั้นแล้วดูดชาเขียวอึกใหญ่ให้ผมได้ลุ้นว่าพี่ดินให้ชวนไปทำอะไรแต่ถึงอยากรู้แค่ไหนผมก็จะไม่ถามมันหรอก “นี่มึงจะไม่ถามหน่อยเหรอว่าพี่ดินให้ชวนไปทำอะไร” 

“กูต้องถามด้วยเหรอ” หน้าซื่อใจคด อยากรู้จะตายอยู่แล้วเนี่ย 

“เฮ้อ มึงนี่เหมือนเดิมไม่เคยเปลี่ยน” มันถอนหายใจ 

“มึงน่าจะชิน” ผมตอบมัน 

“เออ กูก็พยายามชินอยู่” มันว่าแล้วตักข้าวผัดเข้าปาก “พี่ดินให้ชวนไปงานวันเกิดเขา”  

“งานวันเกิดพี่ดิน” นี่ไม่ใช่คำถามผมแค่ทวนคำว่าวันเกิดพี่ดินเบาๆ พร้อมกับกะพริบตาปริบๆ สมองนี่ก็กำลังคิดว่าพี่เขาชวนผมทำไม เราไม่ได้สนิทกันขนาดนั้นนี่น่าแล้วอีกอย่างผมจะซื้ออะไรเป็นของขวัญวันเกิดให้พี่เขาดี 

“งานวันเกิดพี่ดิน” นี่ไม่ใช่คำถามผมแค่ทวนคำว่าวันเกิดพี่ดินเบาๆ พร้อมกับกะพริบตาปริบๆ สมองนี่ก็กำลังคิดว่าพี่เขาชวนผมทำไม เราไม่ได้สนิทกันขนาดนั้นนี่น่าแล้วอีกอย่างผมจะซื้ออะไรเป็นของขวัญวันเกิดให้พี่เขาดี 

 “เออ วันเกิดพี่ดิน ตกลงมึงไปนะกูจะได้บอกเขา” 

“ห๊ะ!” ผมขมวดคิ้ว  

“ตกใจอะไรของมึง เขาจะได้นับคนถูกไงว่าใครไปบ้าง จะได้จัดเหล้ายาปลาปิ้งไว้ไม่ให้ขาด” มันว่าก่อนจะทำหน้างงใส่ผม “แต่ส่วนใหญ่ก็ไม่มีใครหรอกนอกนอกจากเพื่อนๆ เขาไม่กี่คนแล้วก็พ่อกับแม่ แต่ก็แปลกนะปกติจัดที่บ้านป้าแต่ปีนี้เสือกอยากมาจัดบ้านกูเฉย” 

“มึงก็พูดเหมือนบ้านมึงไม่ใช่บ้านของพี่เขา”  

“เออ ก็จริงของมึงถึงเขาจะไปเป็นลูกป้ากูแล้วแต่เขาก็ยังเป็นลูกพ่อกับแม่กูอยู่ยังเป็นพี่กูเหมือนเดิมเนอะ”  

“อืม พี่เขาก็เป็นพี่มึงเหมือนเดิม” ผมส่ายหน้ายิ้มๆ กับความคิดแปลกๆ ของไอ้หินแต่ก็นั่นแหละตัวตนของไอ้ลูกหินที่ผมรู้จัก 

วันทั้งวันของผมหมดไปกับการเรียนเพราะวันนี้ตารางเรียนของเด็กม.1 อย่างผมค่อนข้างแน่น แต่ถึงจะแน่นแต่เราก็มีเวลาไปกินข้าวกินน้ำ มีคาบว่างให้หยุดพักผ่อนและคาบว่างสำหรับผมกับไอ้หินก็คือการวิ่งมาข้างสนามฟุตบอลและทันทีที่พี่กอล์ฟเห็นพวกเราพี่กอล์ฟก็กวักมือเรียกทันที 

“พวกมึงมาก็ดีละ กูกำลังมองหาคนร่วมทีมอยู่พอดี” พี่กอล์ฟว่าพร้อมยิ้มให้พวกเรา 

“วันนี้เท่าไหร่พี่” ไอ้หินถามพร้อมกับดึงชายเสื้อออกจากกางเกง ผมเองก็ด้วย 

“สองพัน” พี่กอล์ฟตอบก่อนจะกระดกกินน้ำจากขวด “ครึ่งชั่วโมง” 

ผมกับไอ้หินพยักหน้ารับเพราะเข้าใจเป็นอย่างดี คนอื่นมองมาอาจจะเห็นแค่เด็กพวกนี้มันเตะบอลเล่นกีฬากันเอาสนุกแต่ความจริงแล้วพวกพี่มันเตะบอลพนันกินเงินกันต่างหากและแน่นอนว่าเรื่องนี้ครูที่โรงเรียนไม่รู้เพราะถ้ารู้โดนเรียกตัวเข้าห้องปกครองแน่ 

สนามฟุตบอลขนาดใหญ่ถูกปรับให้เล็กลงมาครึ่งสนามพร้อมกับโกลขนาดย่อมที่ถูกตั้งสองฝั่งทีมผมมีกันหกคนทีมตรงข้ามก็เช่นเดียวกัน การแข่งขันเริ่มต้นขึ้นเมื่อทุกอย่างพร้อมและนักกีฬาพร้อมและกองเชียร์ข้างสนามที่ว่างจากการเรียนก็มาช่วยเป็นกองเชียร์ให้กำลังนักกีฬาจำเป็นอย่างพวกผม 

ถึงแม้ว่าพวกเขาหรือเธอไม่ได้มาเชียร์ผมแต่การที่มีเสียงกรี๊ดกร๊าดข้างสนามมันก็กระตุ้นขาให้วิ่งไล่แย่งลูกฟุตบอลไม่หยุดได้นะครับ เสียงกรี๊ดแม้ไม่ได้ทำให้หายเหนื่อยแต่มันก็กระตุ้นขาผมได้ดี 

พี่กอล์ฟที่อยู่กองหน้ากับพี่บอลคอยสกัดลูกจากฝั่งตรงข้าม ไอ้หินอยู่กองกลางคุมเดี่ยวๆ กันไปเลยเพราะไอ้นี่มันเก่ง ส่วนผมอยู่กองหลังกับพี่ต้องคอยระวังไม่ให้ฝั่งตรงข้ามผ่านเข้าไปหาพี่ธีร์ที่ยืนทำหน้าเครียดอยู่หน้าประตูได้ แต่พอเวลาที่มีฝั่งตรงข้ามเขี่ยลูกบอลเข้าไปใกล้พี่ธีร์แกปัดป้องเอาไว้ได้ตลอด ผมอยากจะบอกว่าพี่ธีร์โคตรเท่สุดยอดของไอดอลผมเลยนะคนนี้ 

“เหนื่อยฉิบหาย” พี่บอลว่าพลางทิ้งตัวลงนั่งข้างผม 

“เลิกเรียนไปแดกหมูกระทะกัน” พี่กอล์ฟว่าพร้อมชูแบงค์พันสองใบขึ้นโชว์ 

ทีมพวกผมชนะ 3-1 ในเวลาเพียงครึ่งชั่วโมง เพราะพี่กอล์ฟกับพี่บอลบุกโหดมาก 

“ไปครับ ผมไป” ไม่ต้องรอให้ใครชวนหรอกครับไอ้หินมันเสนอตัวคนแรกเลย 

“ผมขอตัวนะพี่ต้องรีบกลับบ้านครับ”  

“เฮ้ย ได้ไงไปด้วยกันสิจะรีบไปไหน บ้านมันไม่วิ่งหนีเราไปไหนหรอก”  

ผมเงยหน้าขึ้นมองคนพูดก็เห็นพี่ธีร์ที่เดินมาหยุดอยู่ตรงหน้าผมแล้วก็ต้องเจอกับสายตาแปลกๆ ที่ผมไม่อยากจะคิดเข้าข้างตัวเอง แต่ผมก็ไม่กล้าพอที่จะสบตากับพี่เขาเพื่อแปลความหมายของสายตานั้นเลยต้องก้มหน้าเสมองไปทางคนอื่นๆ  

ความคิดเห็น