เอริณ
email-icon facebook-icon Line-icon

คุณวินมาล้าววววววววว

บทที่ 6 อุบัติเหตุ (50%)

ชื่อตอน : บทที่ 6 อุบัติเหตุ (50%)

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย ชีวิต/ดราม่า

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.2k

ความคิดเห็น : 12

ปรับปรุงล่าสุด : 27 พ.ค. 2563 21:54 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 6 อุบัติเหตุ (50%)
แบบอักษร

บทที่ 6 อุบัติเหตุ 

 

คืนนั้นหลังกลับจากบ้านวรโชติพงศ์ มาวินก็หอบความรู้สึกมากมายที่อัดแน่นอยู่ข้างในไปยังบาร์แห่งหนึ่ง นั่งดื่มจนเกือบสว่าง จึงหอบร่างโซซัดโซเซเรียกแท็กซี่เจ้าประจำมารับ กลับมาถึงบ้านด้วยสภาพ ‘เมาเหมือนหมา’ ที่พนักงานรักษาความปลอดภัยของบ้านผู้ทำหน้าที่เปิดประตูยังต้องผงะไปไกล กลิ่นแอลกอฮอล์ฟุ้งจนต้องกลั้นหายใจเวลาพยุงกายปวกเปียกของผู้เป็นนายขึ้นยืน 

“คุณวินดื่มหนักไปแล้วนะครับ” 

มาวินยกศีรษะขึ้น หยัดกายเล็กน้อยแล้วยิ้มตอบ 

“โธ่ น้าแสวง นานๆ ทีผมดื่มนี่ครับ” 

แสวงขมวดคิ้ว จำได้ว่าไม่กี่วันก่อนมาวินก็เมาเละเทะกลับมาแบบนี้ไม่มีผิด ด้วยความที่เห็นกันมาตั้งแต่เล็กย่อมต้องแปลกใจกับพฤติกรรมที่เปลี่ยนแปลงไปของเจ้านายไม่น้อย อดถอนหายใจเบาๆ แล้วเอ่ยถามไม่ได้ 

“คุณวินมีอะไรเล่าให้ผมฟังได้นะครับ ผมเห็นคุณวินเป็นแบบนี้แล้วเป็นห่วงจริงๆ” 

มาวินไม่ได้ตอบ ยิ้มแล้วพยักหน้ารับความห่วงใยตอบ ก่อนหยัดกายขึ้นอีกครั้ง พยายามก้าวขาไปข้างหน้า ทว่าร่างกายไม่ให้ความร่วมมือ เขาเซจนทิ้งน้ำหนักไปข้างหน้าแทบจะล้มคว่ำลงไป ลุงแสวงเห็นว่าตนแบกเจ้านายกลับไม่ไหว ด้วยวัยที่ต่างกันมากจึงค่อยๆ พยุงคนเมาไปนั่งที่เก้าอี้ในห้องทำงานของตน 

“คุณวินรอผมตรงนี้นะครับ ผมจะไปตามไอ้มีมาช่วยแบกกลับห้อง” ร่างผอมของชายวัยกลางคนวิ่งหายไปในความมืดทันที  

มาวินแค่นหัวเราะ ส่ายหน้าแรงๆ เรียกสติ ก่อนพยุงกายขึ้นยืนอีกครั้ง เดินโซซัดโซเซไปข้างหน้าด้วยสายตาพร่าเบลอ ครองสติได้บ้างไม่ได้บ้าง แต่ก็ลากสังขารอ่อนระโหยของตนมาจนถึงบ้านหลังหนึ่ง 

เขาเพ่งสายตามอง ก่อนหรี่เล็กลงยามขบคิดด้วยสติไม่เต็มร้อย 

“บ้านเราเหรอวะ ทำไมมันหลังเล็กๆ” เขาถามตนเองพลางสะบัดแรงๆ อีกที เห็นบานประตูใกล้เพียงเอื้อมถึง ความนึกคิดที่พยายามเค้นก็เลอะเลือนไปบ้าง ก่อนพาร่างโซเซไปที่บ้านประตู หมุนลูกบิดแรงๆ สองครั้ง เห็นว่าข้างล็อกเอาไว้จึงขมวดคิ้วมุ่น 

“นมแม้นล็อกบ้านแล้วเหรอวะ” ปกติถ้าเขากลับบ้านช้า จะมีคนคอยรอเปิดประตูให้ หรือเขาต้องกลับไปหาลุงแสวง แต่ตอนนี้แค่หันหลังเขาก็ยังทรงตัวไม่ไหวแล้ว ขืนลากสังขารกลับไปอีกรอบมีหวังล้มหัวทิ่มบ่อน้ำพุตายคาที่แหงๆ 

สุดท้ายหลังจากใคร่ครวญพักนึงจึงตัดสินใจได้ 

“หรือต้องเคาะเรียกวะ” เขายื่นมือสั่นเทาไปที่บานประตู ออกแรงที่มีทั้งหมดเคาะออกไป 

ก๊อก ก๊อก ก๊อก 

เคาะเสร็จ ร่างสูงก็ทรุดลงไปกองกับพื้น จนต้องขยับกายเอนหลังพิงบานประตูเอาไว้ ด้วยลุกขึ้นไม่ไหวอีกต่อไป แรงเฮือกสุดท้ายเขาใช้เคาะประตูไปหมดแล้วจึงไม่เหลือแม้กระทั่งพลังในการลืมตา 

แอ๊ด 

อัก! 

ทว่า… ตอนที่สติเลือนราง เขาเห็นร่างเล็กของใครสักคนก้มลงมอง ร่างปวกเปียกเอนราบลงนอนตอนที่บานประตูสีขาวเปิดแง้ม คนตัวน้อยที่ยืนก้มเขาหรี่ตา พร้อมเบ้ปากเล็กๆ แล้วทำเสียงฮึกฮัดขัดใจเบาๆ  

“มาโผล่ที่นี่ได้ไงเนี่ย!” เสียงกังวานใสบ่มพึมพำ ก่อนก้าวข้ามร่างสูงที่นอนขวางประตูออกไป มองซ้ายมองขวามีแต่ความเงียบงัน และมืดสนิทจึงหันกลับมามองร่างใหญ่โตของคนเมาอีกครั้ง จำได้ตั้งแต่วินาทีที่เขาเอนล้มลงไปตอนเธอเปิดประตูแล้วว่า ‘ชายแปลก’ หน้าคนนี้คือใคร 

แม้จะไม่ชอบใจ และ ‘ไม่ชอบเขา’ เท่าไหร่นัก แต่ก็ไม่ใจร้ายพอจะปล่อยให้คนเมาที่เป็นถึงลูกชายเจ้าของบ้านนอนขวางหน้าประตูบ้านหลังน้อยของตนก็ไม่ได้จึงกัดฟันสอดมือเข้าใต้รักแร้คนเมา กึ่งลากกึ่งถูเข้าไปในตัวบ้านโดยไม่ปิดประตู ตั้งใจว่าเมื่อนำเขาไปนอนดีๆ แล้วจึงจะเดินไปปลุกนมแม้น  

ทว่าเพียงทิ้งร่างคนเมาลงตรงพรมหน้าทีวีเท่านั้นแหละ ร่างที่เหมือนจะไม่มีสติกับคว้ามือสะเปะสะปะมาทางเธอ 

“อย่ามาแตะนะ!” เสียงตวาดแว้ดกังวานใสพร้อมใบหน้าไม่ชอบใจส่งผลให้คนเมาสะดุ้งเล็กน้อย หากตอนปรือตามองก็เห็นเพียงเงาเลือนรางของยัยตัวจ้อย ไม่ทันคิดด้วยซ้ำว่าคนที่ออกแรงเท่ามดงานลากเขาเข้ามาในบ้านคือใคร 

ด้วยความที่พอจะหลงเหลือสติอยู่บ้าง ชายหนุ่มจึงพยุงกายลุกขึ้นนั่ง เงยหน้ามองพร้อมเพ่งสายตามองหาเจ้าของเสียง พบว่าคนที่แว้ดใส่เขาเมื่อครู่ ยืนเท้าสะเอวอยู่เบื้องหน้าตรงนี้ 

“เมาเหมือนหมา” มาวินขมวดคิ้ว ได้ยินชัดเจนว่าคนตัวน้อยที่ยืนเท้าสะเอวมองมากล่าววาจาเช่นไร แม้ตัวเขาจะเมาเหมือนหมาจริงๆ แต่ก็อดขุ่นใจในคำพูดตรงไปตรงมาที่บอกชัดถึงความไม่ชอบใจของอีกฝ่ายได้ 

เขาคว้ามับเข้าไปในข้อเท้าเล็ก บีบแรงๆ แล้วออกแรงคนเมาที่อย่างไรก็มากกว่าเด็กหญิงจนร่างน้อยโถมทับลงมาเพราะไม่ทันตั้งตัว  

“ว้าย” เสียงวีดร้องไม่เบานัก ส่งผลให้มาวินต้องขมวดคิ้ว  

“ตาเฒ่าบ้ากาม” ยิ่งได้ยินคำบริภาษต่อมาหัวคิ้วยังขมวดคิ้ว มาวินรวบร่างน้อยที่เล็กจนเขาเริ่มสงสัย ผลักเพียงเล็กน้อย คนบนร่างก็กลายเป็นคนใต้ร่าง 

เขาใช้มือหนาตึงข้อมือน้อยทั้งสองข้างเอาไว้ สะบัดใบหน้าแรงๆ เพื่อเรียกสติ และเพ่งมองคนใต้ร่างอย่างพิจารณา อยากรู้นักว่าใครในบ้านหลังนี้บังอาจเรียกเขาว่า ‘ตาเฒ่า’ เต็มปากเต็มคำขนาดนั้น กลิ่นกายหอมละมุนผ่อนคลายที่มาจากคนถูกตรึงส่งผลให้หัวคิ้วผูกแน่นกว่าเดิม คล้ายกับว่าคนที่เขาทาบทับเอาไว้มีอะไรบางอย่างเป็นแรงดึงดูดที่มองไม่เห็น เขาหรี่ตาลงอีกครั้งอย่างนึกสงสัย

“ธะ เธอ” เขาขยับปากเอ่ยได้เพียงเท่านั้น เสียงบานประตูสักบานก็แง้มเปิด ตามมาด้วยเสียงฝีเท้า และ…

“กรี๊ด คุณวินทำอะไรหนูอัยย์ของนม กรี๊ด!”

เสียงกรีดร้องที่เรียกคนทั้งบ้านมามุงเขาเป็นตาเดียว

ผลัก!

เสียงร่างสองร่างชนกันดังอักจนใบหน้าที่ก้มลงจนแทบชิดใบหน้าบิดเบ้ของคนใต้ร่างต้องเงยขึ้นมอง เห็นเงาเลือนร่างคุ้นตากว่าคนที่เขาทาบทับเอาไว้จึงขมวดคิ้ว

“คะ คุณวิน เอ่อ ปล่อยหนูอัยย์เถอะครับ เธอ เอ่อ เธอเพิ่งอยู่ประถมเองนะครับ”

มาวินเมาจนครองสติได้เพียงนิดหน่อย เขาไม่ทันฉุกใจกับคำว่า ‘อยู่ประถม’ เพราะฟังผ่านหูไปเท่านั้น กระทั่งร่างสูงถูกคนมาใหม่ ‘ทั้งหมด’ แบกขึ้นจึงทิ้งกายลงไปบนร่างสูงใกล้เคียงตน ไม่เอ่ยอะไรอีก สิ้นเรี่ยวแรงอย่างสมบูรณ์

หากก่อนที่สติของคนเมาจะเลือนหายไปนั้น เขาได้ยินเสียงคุ้นเคยของใครสักคนดังแทรกเข้ามา

“มาวินรังแกหนูอัยย์ค่ะคุณหนู!”

เขาว่าตัวเองหูฝาด เพราะได้ยินชัดบ้างไม่ชัดบ้าง หลังจากนั้นก็มีเสียงฮือฮาของคนหลายคนดังตามมาติดๆ สุดท้ายก่อนสติจะดับวูบไปเขาได้ยินกังวานใสตวาดแว้ดขึ้นมาด้วย

“ใช่ค่ะ ตาเฒ่าลามกคนนั้นรังแกหนูค่ะ!”

ให้ตายเถอะ คนอื่นพูดอะไรเขาได้ยินไม่ชัดนัก แต่เสียงกังวานใสที่ได้ยินเพียงครั้งเดียวก็ติดหูนี่กลับชัดเจนทุกถ้อยคำ โดยเฉพาะคำว่าตาเฒ่าลามาก

ทว่าชายหนุ่มไม่ได้คิดมากอีก ด้วยเมาจนแทบครองสติไม่อยู่แล้ว เขาถูกแบกกลับไปยังบ้านอีกหลัง และถูกส่งเข้านอนบนเตียงหนานุ่มกลิ่นคุ้นเคยแล้วผล็อยหลับไปทันที ไม่ได้คาดคิดเลยว่าทันทีที่ลืมตาตื่นขึ้นมาอีกครั้ง ตนเองจะตกเป็น ‘จำเลย’ ของคนทั้งบ้านในเช้าวันต่อมา

“มีอะไรทานบ้างครับ” ร่างสูงที่ก้าวเข้ามาในห้องรับประทานอาหารพร้อมเสียงแหบแห้งถามหาอะไรสักอย่างเรียกความสดชื่นของตนส่งผลให้ทุกคนที่อยู่ในห้องหันมามองเขาเป็นจุดเดียว

นมแม้นที่ยืนใกล้คุณหญิงวารีปรี่เข้าไปกระซิบบางอย่างพร้อมใช้สายตาตำหนิแกมหมั่นไส้อย่างชัดเจนมาให้ชายหนุ่ม

มาวินมึนงงเล็กน้อย หากก็เดินไปนั่งลงที่เก้าอี้ตัวประจำที่ตนเองนั่งเสมอ พร้อมหันไปสั่งร่างเล็กที่กำลังถือถาดใส่เครื่องสมุนไพรของคุณหญิงวารีเดินเข้ามาเสียงเข้ม

“เธอ” เขาชี้ไปที่ร่างเล็กจ้อยซึ่งชะงักทันทีที่ได้ยินเสียงแข็งๆ ของเขา “ขอกาแฟเข้มให้ฉันด้วย

ชายหนุ่มสั่งเสร็จก็ทิ้งกายพิงพนักเก้าอี้ ยกมือลูบใบหน้าแรงๆ โดยไม่ทันได้สังเกตสีหน้าที่เปลี่ยนไปของสมาชิกในห้อง กระทั่ง…

“มาวิน!” เสียงเรียกชื่อเต็มของเขาพร้อมน้ำเสียงแข็งกร้าวจากมารดาส่งผลให้ชายหนุ่มต้องต้องหยัดกายขึ้นนั่งหลังตรง เลิกคิ้วยามมองใบหน้าทะมึงถึงของผู้เป็นใหญ่ในบ้านอย่างมึนงง หากก็คาดเดาไปว่าท่านคงไม่พอใจที่เมื่อคืนเขาเมาหัวราน้ำกลับมาบ้านจึงอ้าปากเตรียมแก้ตัว

“อะ เอ่อ ผมจะพยายามไม่ทำอีกครับ”

ทว่าการแก้ตัวของเขานั้น มันมีความหมายคนละอย่างกับความเข้าใจของทุกคน

“คุณวิน!” คราวนี้นมแม้นร้องขึ้นมาเสียงหลง ถลาเข้าไปหาสาวน้อยที่มาวินเพิ่งสั่งให้ไปชงกาแฟมาให้ โอบกอดร่างน้อยของเด็กหญิงเอาไว้แน่น แถมส่งสายตามาดร้ายมาให้เขาอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน

มาวินงงหนักกว่าเดิม จากเลิกคิ้วกลายเป็นขมวดคิ้วแทน “อะไรกันครับนม ทำไมต้องร้องเสียงดังขนาดนั้น ผมสัญญาครับวันหลังจะไม่ทำอีก ถ้าทำจะเบามือกว่านี้ครับ”

เบามือของเขาหมายถึงเรื่องแอลกอฮอล์ แต่คนฟังกลับคิดไปอีกทาง…

นมแม้นเม้มปาก มือที่กอดร่างน้อยสั่นเทา ก่อนใบหน้าเหี่ยวย่นจะเชิดขึ้นสูงพร้อมเอ่ยด้วยน้ำเสียงกระเง้ากระงอดต่อคุณหญิง

“คุณหญิงต้องจัดการให้เรานะคะ เมื่อคืนเราถูกรังแก” กล่าวจบก็แย่งถาดในมือของอัยรินไปถือเอาไว้ มองส่งสายตาจิกกัดให้มาวินอีกครั้งแล้วสะบัดใบหน้าไปหาคุณหญิง วางแก้วน้ำมะตูมหอมละมุนลงให้คุณหญิงวารีอย่างอ่อนโยนพร้อมกล่าวสำทับอีก

“นมจะพาหนูอัยย์ออกไปก่อน คุณหญิงต้องคืนความเป็นธรรมให้เรานะคะ”

คุณหญิงวารีสีหน้าไม่สู้ดีนัก หากก็พยักหน้ารับสองสามที

“ไปเถอะ”

นมแม้นพาร่างน้อยออกไปจากห้องรับประทานอาหารของบ้าน ทว่ายังก้าวไปได้ไม่กี่ก้าวเสียงคนตัวโตก็ร้องขึ้นมาอย่างออกคำสั่ง

“เดี๋ยวครับ แล้วกาแฟผมละ”

**** เนื้อหายังมีติดขัดต้องขออภัยนะคะ 

 

ฝากหนูอัยย์กับมาวินด้วยนะคะ  

เนื้อหาที่ลงยังไม่มีการปรับแก้ ตรวจคำผิด  

อาจมีบางส่วนผิดพลาดต้องขออภัยด้วยนะคะ 

ขอบคุณที่ติดตามกันมาตลอด ทุกๆ เรื่องเลยนะคะ 

 

 

รัก... เอริณ 

ความคิดเห็น