รดามณี-ไหมขวัญ

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตอนที่ 6 ปากแข็ง (5)

ชื่อตอน : ตอนที่ 6 ปากแข็ง (5)

คำค้น : จ้างรัก, เล่ห์รักลวง, นิยายรัก, โรแมนติก, รดามณี, ไหมขวัญ, มายา

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 1k

ความคิดเห็น : 1

ปรับปรุงล่าสุด : 29 พ.ค. 2563 06:55 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 6 ปากแข็ง (5)
แบบอักษร

Ebook ตามลิ้งด้านล่างนะคะ 

Ebook : https://bit.ly/3efrmgf 

เคเลอร์ไม่ตอบ แต่เขาปล่อยมือข้างหนึ่งออกจากเอวคอดมาประคองที่ท้ายทอยของหญิงสาวเพื่อบังคับไม่ให้เธอเบือนหน้าหนี แล้วยื่นหน้าไปชิดจนหน้าผากแตะหน้าผาก เคเลอร์เปิดยิ้มกว้างมองคนที่หลับตาปี๋ด้วยนัยน์ตาแพรวพราว 

“ผมลืมบอกคุณเรื่องหนึ่ง จำได้ไหม...วันที่เราเจอกันวันแรก คุณพูดว่า ถ้าคุณเป็นแฟนผม คุณจะใช้เสน่ห์ปลายจวักมัดใจผมเอาให้ลืมอาหารกล่องแช่แข็งไปเลย” 

“ละ...แล้วคุณจะพูดถึงเรื่องน่าอายนั่นทำไม เลิกพูดแล้วปล่อยฉันเสียที” อนามิกาแหวเขาทั้งที่ยังคงหลับตาปี๋ 

“ก็ผมจะบอกคุณว่า ไหนๆ ตอนนี้คุณก็อยู่ในฐานะภรรยาของผมแล้ว อย่าลืมไปใช้เสน่ห์ปลายจวักมัดใจสามีคนนี้ด้วยนะครับ แค่นี้แหละ” เอ่ยจบ จมูกโด่งก็หอมเข้าที่แก้มนวลทั้งสองข้างฟอดใหญ่ และมาจบลงที่การจุมพิตริมฝีปากนุ่มนิ่มอย่างอ่อนหวานดูดดื่มเนิ่นนานจนพอใจก่อนจะถอนจูบออกอย่างอ้อยอิ่ง 

“ฝันดีคูณสองครับ เอาไว้พรุ่งนี้ผมโทร.หา และวันหยุดคราวหน้าคุณต้องไปทำอาหารให้ผมกินที่ห้องนะครับ” 

เคเลอร์ผละเดินออกไปด้วยหัวใจที่แช่มชื่น ปล่อยให้อนามิกายืนมองตาปริบๆ และเมื่อความปั่นป่วนชวนวาบหวามเจือจาง สติสตังเริ่มกลับเข้ามา หญิงสาวก็เห็นแค่แผ่นหลังกว้างของเขาไวๆ เท่านั้น 

“อีตาบ้า! หาโอกาสเอาเปรียบฉันทั้งวัน” คนโดนเอาเปรียบหน้าแดงเป็นกุ้งเผาบ่นอุบอิบแล้วหมุนตัวเดินกลับห้องพร้อมกับกุมใบหน้าที่ร้อนผ่าวอยู่ตลอดเวลา 

‘สงสัยคืนนี้กู๊ดไนท์คิสจะทำพิษอีกแล้วสิเรา’ 

 

ร่างสูงเดินผิวปากฮัมเพลงมาตลอดทาง จนกระทั่งเดินเข้าคอนโดฯ หรูที่อยู่ห่างจากคอนโดฯ ที่อนามิกาอาศัยอยู่ไม่มากนัก เคเลอร์ก้าวเข้าลิฟต์แล้วกดไปยังชั้นสิบห้าพลางคิดว่า เมื่อไปถึงห้องจะอาบน้ำแล้วโทร.หาอนามิกา หรือโทร.หาอนามิกาแล้วค่อยอาบน้ำดี โดยไม่รู้เลยว่าทันทีที่ประตูลิฟต์ตัวที่เขาโดยสารปิดลง ประตูลิฟต์อีกตัวได้เปิดออกแล้วร่างสูงโปร่งเพรียวระหงของซาร่าก็ก้าวออกมา จุดหมายของเธออยู่ที่คาสิโนของตระกูลดาเวนพอร์ตเหมือนทุกวัน 

ตั้งแต่มาถึงที่นี่ เธอไปที่นั่นมาแล้วหลายครั้ง ข้อมูลที่ได้จากผู้จัดการคาสิโนบอกว่า เคเลอร์ไม่ได้พักที่นั่น แต่มักจะแวะมาบ่อยครั้ง เธอจึงยังมีความหวังที่จะได้พบผู้ชายที่เธอหลงรักตั้งแต่แรกเห็น และก็โชคดีที่ได้คบเขาในระยะหนึ่ง ก่อนหลายเดือนต่อมาจะโดนบอกเลิกอย่างไร้เยื่อใย 

ถึงอย่างนั้นเธอก็ยังไม่ยอมตัดใจ เฝ้าเพียรพยายามจะสานความสัมพันธ์ฉันคนรักให้กลับมาเหมือนเดิม แม้ตอนนี้อีกฝ่ายจะไม่มีทีท่าว่าสนใจเธออีกตามที แต่เชื่อเถอะ ถ้าได้มีโอกาสได้อยู่ด้วยกันตามลำพังในบรรยากาศดีๆ ถ่านไฟเก่ามันจะต้องคุอย่างแน่นอน และถ้าถึงเวลานั้น เธอจะไม่ยอมปล่อยชายหนุ่มให้หลุดมือเป็นครั้งที่สองเด็ดขาด 

 

ในช่วงพักเบรกหลังจากกินข้าวเสร็จ อรณีที่มาทำงานวันนี้วันสุดท้ายหลังจากยื่นใบลาออก เพราะตั้งท้องก็สังเกตว่าเพื่อนรักอย่างอนามิกาจ้องโทรศัพท์อยู่ตลอดเวลา เหมือนรอคอยใครโทร.หา แต่สุดท้ายก็ไม่โทร. เป็นอยู่อย่างนี้หลายครั้ง บวกกับพักนี้เธอก็สังเกตเห็นอนามิกาซึมๆ เหม่อๆ ไป สุดท้ายก็อดที่จะเดินเข้าไปถามอย่างเป็นห่วงไม่ได้ 

“แกเป็นอะไรยัยน้อง เห็นจ้องโทรศัพท์อยู่ได้ตั้งนานสองนาน จะโทร.ก็ไม่โทร. โทรศัพท์นาทีหมดหรืออย่างไรยืมของฉันก็ได้” 

อนามิกาหันไปมองเพื่อนรักพร้อมกับยิ้มเขินๆ ก่อนจะถอนหายใจแล้วเดินก้มหน้าไปนั่งที่เก้าอี้พลางบ่นอุบอิบ 

“เอ่อ...ฉันเห็นว่าพักนี้เคเลอร์เขาหายหน้าไปหลายวัน ฉันก็คิดว่าจะโทร.หาสักหน่อย แต่ฉันก็ไม่กล้า…ไม่มีอะไรนะ ฉันแค่อยากถามว่า เรื่องการยื่นขอกรีนการ์ดไปถึงไหนแล้ว” 

หญิงสาวรีบหาข้ออ้างอย่างกลัวจะโดนล้อว่า เธอเป็นห่วงสามีกำมะลอที่หายหน้าหายตาไปหลายวันแล้ว ก่อนหน้านี้เขายังขยันโทร.มาหาเธอทุกวัน และวันหยุดที่แล้ว เธอก็ยังได้ไปใช้เสน่ห์ปลายจวักทำอาหารไทยให้เขากินที่ห้องอยู่เลย หรือเขาจะกลับไปเยี่ยมครอบครัวที่นิวยอร์ก แต่ถ้าไปก็น่าจะโทร.บอกกันบ้าง ไม่ใช่เงียบหายไปอย่างนี้ 

คิดแล้วถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ ทำให้อรณีที่สังเกตความสัมพันธ์ของสองสามีภรรยากำมะลอคู่นี้ตลอดอดไม่ได้ที่จะเอ่ยล้อ 

“อ๋อ…ห่วงสามี” 

“บ้า! ก็บอกแล้วอย่างไรว่า จะถามเรื่องกรีนการ์ดเท่านั้นเอง” 

อรณียักไหล่พลางเบะปาก 

‘พวกปากแข็ง ทำไมเธอจะดูไม่ออกว่าไอ้ท่าทางอย่างนี้มันอาการของคนเป็นห่วงกันชัดๆ’ 

“โอเค ถามเรื่องกรีนการ์ดก็ถามเรื่องกรีนการ์ด ถ้าแค่นั้นก็โทร.ถามเขาไปเลยสิ จะมัวมารีรออะไรอีก ไม่ได้โทร.หาเพราะคิดถึงหรือเป็นห่วงสักหน่อยจริงไหม” 

“อะ…เอ่อมันก็จริง แต่ฉันไม่กล้าไม่เคยโทร.ด้วย กลัวว่าถ้าโทร.ไปแล้วมันจะไปรบกวนเวลาเขาหรือเปล่า” อนามิกาบอกอย่างไม่มั่นใจ เพราะรบกวนเวลาของเขานั้นเธอหมายถึงเธออาจจะไปรบกวนเวลาที่เขาอยู่กับผู้หญิงคนอื่น ซึ่งอาจจะเป็นแฟนตัวจริงของเขาก็เป็นได้ คิดแล้วใจก็เจ็บแปลบแปลกๆ 

“รบกงรบกวนอะไร ฉันว่าเขาอยากให้แกรบกวนจะตายไป เชื่อสิ โทร.ไปเลย เขายังโทร.หาแกแทบทุกวันไม่เห็นจะเป็นการรบกวนอะไรเลยจริงไหม ได้ยินเสียงโทรศัพท์ดังทีไร ฉันเห็นแกยิ้มหน้าบานทุกที” 

“ยัยอร!” อนามิกาเรียกชื่อเพื่อนรักเสียงดังด้วยหน้าแดงก่ำราวกับความร้อนจะทะลุร้อยองศา เธอไม่ได้โกรธ ไม่ได้โมโห แต่อายมากต่างหากล่ะ ก็ที่อรณีพูดมามันเรื่องจริงทั้งหมดนี่นา 

“เรียกทำไม โทร.ไปสิ จะอายอะไร นั่นสามีถูกต้องตามกฎหมายของแกเลยนะ” 

อรณีเห็นเพื่อนรักยังมีอาการอายปนลังเล มาตอนนี้เธอรู้ และค่อนข้างแน่ใจแล้วล่ะว่า พักนี้ที่อนามิกาเหม่อลอยและซึมๆ ไปสาเหตุมาจากใคร ขืนปล่อยไว้อย่างนี้ไม่ดีต่อสุขภาพจิตของเพื่อนเธอแน่ 

อรณีคิดก่อนจะตัดสินใจเอ่ยปากยุแรงๆ เสียเลย แม้คนไทยจะถือว่าอย่าเอาเรื่องความเจ็บไข้ได้ป่วยความเป็นความตายมาล้อเล่น แต่ที่นี่คืออเมริกา และเคเลอร์ก็เป็นอเมริกันร้อยเปอร์เซ็นต์ เขาไม่ถือสาหรอก 

“นี่ยัยน้อง อย่าว่าฉันสาปแช่งคุณเคเลอร์เขาเลยนะ อยู่ๆ คนที่ติดต่อมาทุกวันเงียบหายไปดื้อๆ แกคิดไหมว่าจะมีเรื่องร้ายแรงเกิดขึ้นกับเขา เขาอาจจะตาย หรือไม่ก็ป่วยหนักนอนซมอยู่ที่โรงพยาบาล อันนี้ไม่น่าห่วงเท่าไร แต่ถ้าป่วยหนักแล้วนอนซมอยู่ที่ห้องโดยไม่มีใครดูแลล่ะ แกเอ๊ย ฉันไม่อยากจะคิด” 

ใช่ ก่อนพูดไม่อยากจะคิด แต่พอพูดจบอรณีก็ชักจะอยากจะคิดและเริ่มจะคล้อยตามคำพูดของตัวเองแล้วสิว่ามันอาจจะเป็นจริง เธอพูดเองฟังเองยังคิดมากขนาดนี้แล้วเพื่อนรักของเธอล่ะ…อรณีหันไปก็พบว่าตอนนี้อนามิกาหน้าซีดเผือดกดต่อสายหาเคเลอร์ด้วยมือที่สั่นเทาไม่หลงเหลืออาการลังเลอีกต่อไป 

ความคิดเห็น