แดนดิไลออนต้องลม

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ป่าหมอกอสูรหมื่นพิษ

ชื่อตอน : ป่าหมอกอสูรหมื่นพิษ

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 23

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 24 พ.ค. 2563 00:09 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ป่าหมอกอสูรหมื่นพิษ
แบบอักษร

ป่าหมอกอสูรหมื่นพิษ 

แนวป่าเขียวขจีมีต้นไม้สูงใหญ่หลากหลายพันธุ์ทั้งมีพิษและไม่มีพิษขึ้นเต็มอย่างหนาแน่น หุบเขาที่ถูกปกคลุมไปด้วยหมอกขาวบางเบาทั่วบริเวณป่าชั้นนอกและหนาแน่นในบริเวณป่าชั้นใน ภายในป่าเต็มไปด้วยเหล่าสัตว์อสูรมากมายมีตั้งแต่ระดับต่ำไปจนถึงระดับสูง เส้นทางอันตรายนี้ถูกใช้เป็นเส้นทางลัดที่ขบวนรถม้าของฮูหยินใหญ่ไป๋หนิงเซียนใช้เพื่อเดินทางไปบำเพ็ญภาวนาที่วัดประจำตระกูล แต่ไม่คาดคิดว่าในขณะที่ขบวนรถม้ากำลังเคลื่อนตัวผ่านเข้าสู่ทางเข้าป่าหมอกอสูรหมื่นพิษ ก็ถูกลอบโจมตีจากกลุ่มนักฆ่าชุดดำที่ปลดปล่อยจิตสังหารออกมาอย่างชัดเจน ทำให้องครักษ์เงาหนึ่งเดียวที่เร้นกายค่อยดูแลความปลอดภัยอยู่บริเวณใกล้เคียงสัมผัสถึงจิตสังหารเหล่านั้นได้อย่างรวดเร็วก่อนที่พวกมันจะเข้ามาใกล้บริเวณที่ขบวนรถม้าจอดอยู่เสียอีก 

“ปกป้องฮูหยินและคุณหนู!” องครักษ์เงาหนึ่งเดียว กงฉื่อไค ที่เร้นกายอยู่บริเวณรอบๆ เคลื่อนกายมาอยู่ด้านหน้ารถม้าด้วยวิชาตัวเบาอย่างรวดเร็วก่อนเอ่ยสั่งการกับบ่าวรับใช้ที่อยู่ดูแลขบวนทุกคนให้เตรียมระวังภัย 

“ฮูหยินเจ้าค่ะ” สาวใช้คนสนิทของฮูหยินใหญ่ไป๋หนิงเซียนที่เป็นผู้ฝึกยุทธ์ถึงแม้จะไม่ได้เก่งกาจมากมายแต่ก็สามารถรับรู้ได้ว่ามีกลุ่มคนที่มีปลดปล่อยจิตสังหารออกมากำลังมุ่งหน้ามาทางนี้เอ่ยเตือนออกมา

เจ้าของใบหน้างดงามหวานล้ำอย่างฮูหยินใหญ่ไป๋หนิงเซียนหันมองบุตรสาวที่พึ่งตื่นจากการหลับใหลเพราะเสียงเอะอะโวยวายจากข้างนอกด้วยแววตาที่สั่นไหวเล็กน้อย “กี่คน” น้ำเสียงหวานที่แฝงไปด้วยความกังวลดังลอดผ่านหน้าต่างของรถม้าออกมา

“50 คนขอรับ” องครักษ์หนุ่มรีบเอ่ยตอบทันที จากที่สัมผัสได้ว่ากลุ่มนักฆ่าคงจะมีรวมกันราวๆ 50 คนได้ เมื่อเทียบกันแล้วฝ่ายฮูหยินใหญ่ไป๋หนิงเซียนมีจำนวนคนน้อยกว่าครึ่งหนึ่ง ซึ่งอาจจะทำให้เสียเปรียบได้

“เหลียนฮวา ส่งสัญญาณซะ” ฮูหยินใหญ่ไป๋หนิงเซียนไม่รอช้ารีบเอ่ยสั่งการสาวใช้คนสนิททันที

“เจ้าค่ะ ฮูหยิน” เหลียนฮวารับคำสั่ง แล้วจุดพลุส่งสัญญาณถึงคนสกุลไป๋ทันที แม้ที่นี่จะห่างไกลจากจวนสกุลไป๋อยู่มากโข แต่กลับใกล้เขตทางเข้าลับของสกุลไป๋ที่อยู่ภายในเขตระหว่างป่าชั้นนอกและป่าชั้นในของป่าหมอกอสูรหมื่นพิษพอดี

“ฉื่อไค รับคำสั่งข้า” ฮูหยินไป๋หนิงเซียนตั้งสติเพื่อคิดหาหนทางที่จะลดความสูญเสียที่จะเกิดขึ้นให้น้อยที่สุดก่อนเอ่ยสั่งองครักษ์เงาหนึ่งเดียวที่รอรับคำสั่งอยู่ ในใจก็เต็มไปด้วยความกังวลเป็นอย่างมาก เนื่องจากการเดินทางครั้งนี้เป็นการเดินทางส่วนตัวและนางไม่ต้องการให้ผู้ใดทราบถึงเหตุผลที่แท้จริงของการเดินทางเพราะเหตุผลที่แท้จริงในการเดินทางครั้งนี้หาใช่แค่เพียงการไปบำเพ็ญภาวนาที่วัดประจำตระกูลอย่างเช่นทุกครั้งไม่ เนื่องจากเมื่อหลายวันก่อนนางได้รับข่าวจากสารเร็วที่ท่านพ่อส่งมาให้เกี่ยวกับพี่สาวและพี่เขย นางจึงตัดสินใจออกเดินทางเพื่อกลับตระกูลไป๋โดยใช้ข้ออ้างว่าต้องการเดินทางกลับไปบำเพ็ญภาวนาเฉกเช่นทุกปี ทำให้ทั้งขบวนมีเพียงฮูหยินใหญ่ไป๋หนิงเซียน บุตรสาวคนเล็กเซียวเสวี่ยเหมยวัย 6 ปี สาวใช้คนสนิทเหลียนฮวา รวมข้ารับใช้บ่าวไพร่คนอื่นๆ ที่มีทั้งเป็นวรยุทธ์และไม่เป็นวรยุทธ์อีกไม่มากนัก จึงทำให้เกิดช่องโหว่ด้วยจำนวนคนที่น้อยและง่ายต่อการจัดการ ทำให้พวกที่คิดจะอยากจะกำจัดนาง เลือกที่จะลงมือในระหว่างการเดินทางและโยนความผิดให้โจรป่าเป็นแน่

การที่ขบวนถูกรอบโจมตีครั้งนี้มันจึงไม่ใช่เหตุบังเอิญ คาดว่าคงจะมีหนอนที่ปะปนมากับขบวนคอยแอบส่งข่าวเป็นแน่ เพราะเส้นทางที่นางเลือกใช้หาใช่เส้นทางเดิมที่เคยใช้ เพราะฉะนั้นคนที่จวนสกุลเซี่ยวจึงไม่มีทางที่จะรู้ได้ว่านางเปลี่ยนเส้นทางการเดินทางกะทันหัน

นางเป็นเพียงสตรีในห้องหอหาใช่ผู้ฝึกยุทธ์ไม่ นางถนัดปรุงยามากกว่าจับอาวุธ และถนัดใช้สติปัญญามากกว่าใช้กำลัง และด้วยกำลังคนที่มีคงไม่อาจต้านทานเหล่ามือสังหารได้นานหนัก จากจุดที่ขบวนรถม้าของนางอยู่กว่าคนจากสกุลไป๋จะมาถึงคงใช้เวลาถึงครึ่งชั่วยามเป็นแน่ นั่นอาจจะทำให้บุตรสาวพลอยได้รับอันตรายไปด้วย หากเป็นเช่นนั้นคงไม่ดี

“ขอรับฮูหยิน” องครักษ์เงา กงฉื่อไค ที่ยืนตั้งรับรออยู่ด้านหน้ารถม้ารีบเอ่ยรับคำพร้อมกับเคลื่อนกายออกมาคุกเข่าลงข้างรถม้าของฮูหยินไป๋หนิงเซียนทันที 

"ฉื่อไค เจ้าจงรีบพาคุณหนูหนีเข้าไปในป่าหมอกอสูรหมื่นพิษเดี๋ยวนี้ จงจดจำไว้ ไม่ว่าจะเกิดสิ่งใดขึ้นจงปกป้องนาง เข้าใจที่ข้ากล่าวหรือไม่" ฮูหยินใหญ่กล่าวด้วยน้ำเสียงจริงจังกับองครักษ์เงา กงฉื่อไค องครักษ์คนสนิทหนึ่งในสององครักษ์เงาแห่งจวนสกุลไป๋ ที่นางไว้วางใจและได้ติดตามนางมาตั้งแต่อยู่ที่จวนตระกูลไป๋ตระกูลเดิมของนางก่อนจะกลายมาเป็นฮูหยินใหญ่แห่งตระกูลเซียวเช่นปัจจุบัน 

"ขอรับฮูหยิน ข้าจะปกป้องคุณหนูด้วยชีวิตขอรับ"

ภายในป่าหมอกอสูรหมื่นพิษเป็น เส้นทางอันตรายที่คร่าชีวิตและสร้างความน่าสะพรึงกลัวให้กับผู้คนมากมายที่หวังจะเข้ามาตามล่าและครอบครองสัตว์อสูรระดับสูงรวมถึงอาวุธศักดิ์สิทธิ์ในตำนานแต่กลับต้องมาทิ้งชีวิตไว้ที่นี่แทน แม้จะเป็นเพียงป่าชั้นนอกแต่เมื่อขึ้นชื่อว่ามีพิษย่อมต้องสร้างความหวาดกลัวกับผู้คนไม่น้อยแต่ใครเล่าจะรู้ว่าในป่าหมอกอสูรหมื่นพิษที่ขึ้นชื่อในป่าแถบนี้นั้นจะมีเส้นทางลับที่ถูกสร้างขึ้นโดยบรรพบุรุษจากตระกูลไป๋ มีเพียงไม่เพียงไม่กี่คนเท่านั้นที่จะทราบเส้นทางลับแห่งนี้ และเขาก็รู้เส้นทางลับนี้จากการติดตามนายหญิงเมื่อนานมาแล้วเช่นเดียวกัน

"ดี ครานี้คงต้องลำบากเจ้าแล้ว จงรักษาตัวด้วย" นางมั่นใจว่าฉื่อไคจะต้องดูแลเซี่ยวเสวี่ยเหมยบุตรสาวคนเดียวของนางได้เป็นอย่างดี ขอแค่ให้ทั้งคู่ไปถึงทางเข้าทางลับแค่นั้นก็เพียงพอแล้ว เซี่ยวเสวี่ยเหม่ยจะได้อันตรายไม่ได้เป็นอันขาด

หลังจากกล่าวสั่งการกับกงฉื่อไคเสร็จนางจึงหันไปบอกกับบุตรสาวคนเดียวผู้เป็นดั่งแก้วตาดวงใจของนาง "เหมยเออร์น้อยของแม่ เจ้าจงเชื่อฟังและอย่าดื้อกับกงฉือไคเข้าใจแม่หรือไม่ และจงเก็บสิ่งนี้ไว้ข้างกาย ติดตัวเจ้าไว้อย่าได้ทำหายเป็นอันขาด มันจะช่วยเจ้าได้ยามจำเป็น" ใจนางอยากจะตามไปดูแลบุตรสาวใจจะขาดแต่ด้วยสถานการณ์ยามนี้ไม่เป็นใจให้ทำเช่นนั้นได้

เป้าหมายของกลุ่มนักฆ่าชุดดำเหล่านี้คงจะหนีไม่พ้นตำแหน่งฮูหยินใหญ่เช่นนางเป็นแน่ หากบุตรสาวยังคงอยู่ใกล้นางเกรงว่าจะเป็นอันตรายต่อเหมยเออร์มากกว่า และนางคงจะรับมือกับเหตุการณ์เช่นนั้นไม่ไหว คนของนางที่เหลืออยู่ที่นี่ก็คงจะถูกสังหารจนสิ้นแน่ เพื่อไม่ให้ใครหลุดรอดออกไปแจ้งข่าวต่อตระกูลเซี่ยวได้นั่นเอง และคนตระกูลไป๋เช่นนางก็มิได้มีนิสัยเอาตัวรอดแต่เพียงผู้เดียวเฉกเช่นคนขลาดเป็นแน่ เพราะฉะนั้นพวกที่กล้าทำคนของนางและครอบครัวของนางก็จงใช้ชีวิตอยู่ก็มิได้ ตายก็มิได้เสียเถอะ

"เจ้าค่ะ ท่านแม่ " เด็กน้อยเสวี่ยเหมยรับคำ พร้อมกับเก็บแหวนและปิ่นหยกสลักเข้าไว้ในอกเสื้ออย่างดี ฮูหยินใหญ่ไป๋หนิงเซียนเห็นแบบนี้ก็เบาใจลงเล็กน้อยกับบุตรสาวที่แสนซุกซนคนนี้

"ไม่มีเวลาแล้วเจ้าจงรีบไปซะ ข้าจะจัดการทางนี้เอง" ฮูหยินใหญ่ไป๋หนิงเซียนสั่งอย่างรีบร้อนเมื่อหางตาหันไปเห็นเงาหลายสายพุ่งผ่านไปมาบริเวณชายป่าใกล้รถม้าและมีเงาสายหนึ่งที่พุ่งเข้ามาทางรถม้าคันที่นางนั่งอยู่อย่างรวดเร็ว

"ขอรับฮูหยิน" กงฉื่อไครับคำ “ขออภัยนะขอรับคุณหนู” และรีบโผล่เข้ามาในรถม้าอุ้มคุณหนูเข้ามาแนบอก ใช้วิชาเร้นกายและวิชาตัวเบารีบมุ่งหน้าเข้าไปในป่าหมอกอสูรหมื่นพิษทันที

 

ฮูหยินใหญ่ไป๋หนิงเซียนหันมาเอ่ยเสียงเย็นกับสาวใช้คนสนิท "เหลียงฮวาสกัดพวกมันให้ข้าที"

"เจ้าค่ะ" สาวใช้คนสนิท เหลียงฮวา รับคำแล้วรีบออกไปจัดการใช้กระบี่คู่สกัดกั้นผู้บุกรุกทันที แล้วปาขวดแก้วกระเบื้องเคลือบลงพื้นในทิศทางที่กงฉื่อไคไป เกิดเป็นละอองสีขาวขึ้นปกคลุมปิดบังสายตาของเหล่านักฆ่าชุดดำถ่วงเวลาไม่ให้ตามองครักษ์เงาและคุณหนูไปได้ทัน 

ฮูหยินใหญ่ไป๋หนิงเซียนหยิบถุงผ้าที่บรรจุผงยาพิษจากเกสรดอกยี่โถเพลิง ที่มีสรรพคุณทำให้ผู้ที่ถูกพิษของเกสรดอกยี่โถเพลิง ปวดแสบปวดร้อนตามร่างกาย และหากไม่รีบเดินพลังปราณเพื่อมายับยั้งพิษก่อนจะกระจายไปจนทั่วร่างกาย ผู้ที่ถูกพิษก็จะค่อยๆ มีอาการผิวหนังพุพองคล้ายโดนของร้อนและเกิดอาการประสาทหลอนตามมาแต่ก็ไม่ถึงกับตาย จึงส่งผลให้ผู้ที่ถูกพิษสูญเสียพลังปรานณค่อนข้างมาก แต่พิษชนิดนี้ก็มีข้อเสียก็คือจะไม่มีผลกับคนที่ใช้พลังธาตุไฟนั้นเอง การต่อสู้เป็นไปอย่างชุลมุนวุ่นวาย เหลียนฮวาพลาดท่าบาดเจ็บหนักจากการเข้ารับการจู่โจมจากชายชุดดำที่จะเข้ามาทำร้ายฮูหยินใหญ่ไป๋หนิงเซียน ฝ่ายฮูหยินใหญ่ไป๋หนิงเซียนเองก็ได้รับบาดเจ็บจากคมกระบี่ของมือสังหารที่โจมตีเข้ามาพร้อมกันจนกระอักเลือดออกมา แค่ก แค่ก 

“ต้านพวกมันไว้” ช่วยอดทนอีกสักหน่อยเถิด อดทนรอจนกว่าคนจากตระกูลไป๋จะมาถึง 

แม้จะมีพิษที่ช่วยจัดการพวกกลุ่มนักฆ่าไปได้บางแต่ด้วยจำนวนที่มีมากกว่าจึงทำให้เกินกำลังของฝ่ายฮูหยินใหญ่ไป๋หนิงเซียนอยู่ดี ยามนี้ขวดพิษที่มีก็เหลือไม่มากแล้ว บ่าวรับใช้ที่เป็นวรยุทธ์ก็ได้รับบาดเจ็บไปไม่น้อย ผู้ที่ไร้พลังลมปราณตกตายไปก็มี หากจะให้ยื้อเวลาให้นานกว่านี้แม้แต่ชีวิตนางก็อาจจะรักษาไว้ไม่ได้เป็นแน่ แต่ในระหว่างที่ฝ่ายของฮูหยินใหญ่ไป๋หนิงเซียนเกือบจะต้องพลาดท่า 

“จับพวกมันกลับตระกูล! ใครขัดขืนฆ่าให้หมด!!” เสียงสั่งการจากบุรุษชุดดำดังก้องไปทั่วบริเวณ “คุ้มกันคุณหนูรอง!” คนจากตระกูลไป๋นั่นเอง 

. 

. 

. 

. 

. 

ด้านกงฉื่อไคที่พยายามเร่งฝีเท้าเข้ามาในป่าหมอกอสูรหมื่นพิษด้วยความเร็วมากขึ้นอีกเท่าตัวมากเพียงใด ก็ยังถูกไล่ตามมาจากมือสังหารอีก 3 คนที่ไม่รู้โผล่มาจากไหนเช่นเดิม เขาต้องหาทางสลัดพวกมันให้หลุดก่อนที่จะเข้าเขตค่ายกลที่เป็นทางไปสู่ทางเข้าลับของตระกูลไป๋ จะให้เขาหลบการโจมตีจากนักฆ่าทั้งสามคนไปพร้อมกันไปตลอดทางคงไม่ดีแน่ แต่จะให้หยุดแล้วเผชิญหน้าตรงนี้ก็คงจะไม่ได้อีก เนื่องจากไม่สามารถปะทะกันในยามนี้ได้เพราะพื้นที่แถวนี้ไม่เหมาะต่อการสู้หากพลาดพลั้งคุณหนูอาจได้รับบาดเจ็บได้ อีกหนึ่งชีวิตที่ตัวเขาต้องดูแลจะให้เป็นอันตรายมิได้เป็นอันขาด 

"คุณหนู ช่วยอดทนอีกนิดนะขอรับ" เขาเอ่ยบอกกับดรุณีตัวน้อยในอ้อมแขนเขา แม้ดรุณีน้อยในอ้อมแขนจะตัวนิดเดียว แต่เขาก็ใช้พลังไปค่อนข้างมากที่จะนำพาร่างของคนสองคนให้เดินทางในเส้นทางเป็นเขาชันได้เร็วถึงเพียงนี้เช่นกันแล้วยังต้องค่อยหลบหลีกการโจมตีมาตลอดทางอีก หากสัตว์อสูรในพันธสัญญาของเขาไม่ไปเก็บตัวเพื่อเลื่อนระดับพลังก็คงจะช่วยเขาได้มากในยามนี้ เป็นที่รู้ดีว่าสัตว์อสูรในพันธสัญญาของเจ้านาย คุณหนู คุณชาย และคนตระกูลไป๋จะไปเก็บตัวเพื่อเลื่อนระดับพลังในหุบเขา อสุรา สถานที่ที่เป็นอาณาเขตในการดูแลของนายหญิง ไป๋ซินหนี๋ย์ และนายท่าน ฉิ่นมั่ว ที่จะปล่อยไอปราณบริสุทธิ์ออกมามากที่สุดในช่วงเวลานี้ ซึ่งช่วยให้การเลื่อนระดับพลังของเหล่าสัตว์อสูรที่เดินทางมาถึงคอขวดเช่นเดียวกันกับมนุษย์สามารถทะลุทะลวงขีดจำกัดนั้นได้เร็วมากขึ้นและจะช่วยฟื้นฟูพลังกายให้ทนต่อการต่อสู้แม้จะมีพลังอยู่ในระดับที่ต่ำก็ตาม และแน่นอนว่าเรื่องนี้ก็เป็นความลับเฉพาะคนตระกูลเช่นเดิม ตอนนี้กงฉื่อไคเริ่มอ่อนแรงลงเต็มทีแล้ว อีกแค่ไม่เกินหนึ่งเค่อก็จะถึงอาณาเขตค่ายกลเพื่อเข้าทางเข้าลับที่มีผู้คุ้มกันของตระกูลไป๋เฝ้าอยู่แล้ว ต้องสลัดพวกที่ตามมาให้หลุด จะให้พวกมันเข้าใกล้เขตมากกว่านี้ไม่ได้ 

"อืม อะ ท่านฉือไค ระวังเจ้าค่ะ!! " เด็กน้อยเสวี่ยเหมยตอบรับ ก่อนมองเลยบ่าของฉือไคไปเห็นชายชุดดำ 1 ใน 3 คนนั้นกำลังซัดพลังปราณสายหนึ่งพร้อมกับมีดสั้นมาทางนี้พอดี

กงฉือไคพลิกตัวหลบพลังลูกใหญ่นั้นได้อย่างฉิวเฉียดและใช้มืออีกข้างซัดเข็มอาบยาพิษที่ซ่อนไว้กลับไป

"คุณหนู ไม่บาดเจ็บนะขอรับ"

"อืม ข้าไม่เป็นไร" เด็กน้อยเสวี่ยเหมยเอ่ยตอบและหันไปสังเกตเห็นเหงื่อที่ไหลซึมบนใบหน้าส่วนที่โผล่พ้นผ้าออกมาของฉือไค ไหล่ซ้ายของเสื้อชื้นไปด้วยของเหลวสีเข้ม

กงฉือไคยังคงเร่งฝีเท้าไปข้างต่อไปไม่มีหยุดเพียงแต่ช้าลงบ้างจากอาการบาดเจ็บ ระหว่างทางเขาถูกสัตว์อสูรระดับก่อเกิด ขั้นสูง โจมตี หลายครั้ง การเข้าสู่เขตระหว่างป่าชั้นนอกและป่าชั้นในเริ่มอันตรายมากขึ้น สัตว์อสูรที่พบเจอระหว่างทางก็มีระดับพลังที่เพิ่มมากขึ้นตามไปด้วย ระหว่างที่ถูกโจมตีจากแมงมุมยักษ์ขี้โมโห กงฉือไคจึงใช้จังหวะนี้หลีกหนีออกมา โดยเบี่ยงเบนความสนใจของเจ้าแมงมุมยักษ์ไปทางกลุ่มมือสังหารที่ตามมาแทน พ้นต้นไม้ใหญ่ข้างหน้าก็ถึงเขตค่ายกลแล้ว สภาพเขาตอนนี้ก็เริ่มจะถึงขีดจำกัดแล้วเช่นกัน

ขณะนั้นเองมือสังหารคนหนึ่งก็โจมตีใส่บุรุษชุดดำและเด็กน้อย หวังต้อนให้ไปอีกทางเพื่อหลีกเลี่ยงการเข้าไปในเขตป่าชั้นในซึ่งเป็นที่เดียวกันกับเขตค่ายกลพอดีโดยที่พวกมันไม่รู้เลย พวกมันก็ไม่ได้อยากเข้าไปลึกมากกว่านี้เช่นกัน ใครจะไม่รู้ว่าป่าแถบนี้อันตรายแค่ไหน มันเคยมาล่าสัตว์อสูรที่ป่าแห่งนี้ก็จริงแต่ก็เป็นเพียงป่าชั้นนอกและล่าแต่พวกอสูรระดับต่ำเท่านั้น ครั้งนี้ถือว่ามันเข้ามาลึกมากสุดกว่าทุกครั้งที่มันเข้ามาแล้ว และมันคงจะไม่ยอมปล่อยให้อีกสองชีวิตที่มันอุตส่าห์ไล่ตามมาหลุดรอดไปได้หรอก แม้จะเสี่ยงมากก็ตาม หากแต่มันทำภารกิจไม่สำเร็จก็เท่ากับชีวิตของพวกมันเช่นกัน มันจึงตัดสินใจโยนระเบิดอักขระ ระดับฝึกตน ขั้นกลาง ที่มันหาซื้อมาอยากยากลำบากออกไป เพื่อเบนทิศทางของบุรุษชุดดำหอบเด็กข้างหน้า แล้วพุ่งทะยานพร้อมกับปล่อยเปลวเพลิงลูกใหญ่เข้าใส่คนทั้งคู่ทันที

“ย้ากกกก” เสียงดังไล่มาจากข้างหลัง พร้อมกับเปลวเพลิงลูกใหญ่พุ่งเข้าใส่

“บ้าเอ้ย” กงฉือไคเผลอสบถออกมา เนื่องจากไม่มีที่ให้หลบหลีกได้เลยหลังจากที่ถูกต้อนให้ออกนอกเส้นทาง เพราะข้างหน้าเป็นหน้าผาที่ถูกปกคุ้มไปด้วยหมอกจนมองไม่เห็นด้านล่างเลย อาจจะดูเสี่ยงไปหน่อย แต่ทางเดียวที่ทำได้ในตอนนี้คือโดดเท่านั้น “คุณหนูจับข้าไว้ให้แน่นนะขอรับ” กงฉือไคไม่รอช้ากระโดดลงไปล่างหน้าผาทันทีพร้อมกับกอดดรุณีตัวน้อยไว้แน่น

ตู้มมมมมมม เสียงร่างทั้งสองตกลงกระทบพื้นน้ำสีฟ้ามรกต หลังจากโผล่พ้นม่านหมอกออกมา จมลงใต้พื้นน้ำตามแรงโน้มทวงของโลก

 

 

 

 

................................................................................................................................

ฮัลโลลลลลล มาต่ออีกตอนแล้วจ้า >< อย่าพึ่งทิ้งกันไหนน่าาาาาทุกคนนนนนน กลับมาอยู่เป็นเพื่อนกันก่อนนนนนนน

ความคิดเห็น