一起去自強自褲子看

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

โรงเตื๊ยมกลางป่า

ชื่อตอน : โรงเตื๊ยมกลางป่า

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 9

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 23 พ.ค. 2563 22:34 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
โรงเตื๊ยมกลางป่า
แบบอักษร

 

ตอนที่ 13 โรงเตี๊ยมกลางป่า

 

หยางสูเดินออกมาได้สักพัก ก็ได้รวบรวมลมปราณแล้วส่งไปที่เท้า และใช้ลมปราณ ดันเท้าของตัวเองพุ่งทะยานไปด้านหน้า อย่างรวดเร็ว

 

ผ่านไปครึ่งชั่วยามที่หยางสูวิ่งด้วยความเร็วหนึ่งร้อยหลีต่อชั่วโมงโดยไม่หยุดพัก

 

เขารับรู้ได้ถึงผลึกใสที่หยั่งรากอยู่ติดกับผนังกระเพาะอาหาร แตกออก และตกลงสู่ท้องอีกหนึ่งเม็ด หยางสูรู้สึกถึงความสดชื่ดเหมือนคนที่พึ่งหลับเต็มตื่นมาแล้ว

 

ตอนนี้หยางสูพุ่งไปด้วยความเร็วยิ่งกว่าเดิมใช้ทั้งพลังปราณ และพลังงานในร่างกายผลักดันตัวเองทะยานไปข้างหน้าอย่างรวดเร็วผ่านไปอีกครึ่งชั่วยาม หยางสูก็เจอโรงเตี๊ยมเล็กๆ แห่งหนึ่งจากระยะไกล

 

หยางสูทะยานตัวพุ่งไปด้านหน้า และมาหยุดตรงหน้าโรงเตี๊ยม เล็กๆ แห่งนี้ หยางสูเปิดประตูเข้าไปในร้าน ก็ได้เจอเข้ากับคุณลุงคนหนึ่ง และเสี่ยวเอ้อ(คนที่ค่อยตอนรับแขก)ซึ่งเป็นเด็กหนุ่ม คนหนึ่ง

 

เมื่อหยางสูเดินเข้าไปภายในโรงเตี๊ยม เสี่ยวเอ้อก็เข้ามาทักทาย ด้วยความสุภาพ

"เชิญคุณชาย มานั่งก่อน"

หยางสูกล่าวตอบ พร้อมหัวเราะเบาๆ

"น้องชาย สุภาพเกินไปแล้ว ฮ่าๆๆ"

 

เสี่ยวเอ้อกล่าวถามขึ้น

"คุณชายต้องการอาหาร หรือที่พักก็สามารถบอกข้าได้"

หยางสู ตอบกลับ พร้อม หยิบ เงินหนึ่งร้อยตำลึงเงิน(1000 ตำลึงเงิน = 1 ตำลึงทอง)

"ข้าไม่ต้องการอาหาร และที่พัก ข้าแค่ไม่ได้เจอผู้อื่นมานานข้ามาขอนั่งพักสักครู่ แล้วข้าก็จะจากไป..นี้เป็นสินน้ำใจจากข้าเล็กน้อย"

เมื่อเสี่ยวเอ้อเห็นหยางสูว่างเงินให้หนึ่งร้อยตำลึงเงินก็ตกใจพร้อมหันหน้าไปมองยังเจ้าของร้าน

 

เจ้าของร้านก็เดินแล้วกล่าวขึ้น อย่างสุภาพ

"ถ้าคุณชายแค่มานั่งพัก ท่านก็ไม่จำเป็นต้องจ่ายเงิน โรงเตี๊ยมข้าน้อย เป็นโรงเตี๊ยมเล็กๆ ถ้าท่านแค่จะนั่งพักข้าก็คงไม่คิดเงิน หรือถ้าท่านจะค้างคืนข้าน้อยก็คิดแค่ห้าสิบตำลึงเงิน"

 

หยางสูลุกขึ้นยกสองมือประสานแล้วกล่าว

"ท่านลุงสุภาพกับข้าเกินไปแล้ว ท่านลุงรับไว้เถอะถือว่าข้าช่วยเหลือท่าน"

เจ้าของร้านก็กล่าวตอบ ยกสองมือประสานกัน เช่นกัน

"ขอบคุณคุณชาย"

หยางสูกล่าวถามขึ้นอีกครั้ง

"แล้วท่านลุง กับน้องชาย อยู่กันแค่สองคนหรือ?"

เจ้าของร้านตอบกลับไป

"พวกเราอยู่ด้วยกันทั้งหมดสามคน นี้ลูกชายข้าส่วนภรรยาข้านั้น นอนป่วยอยู่ด้านใน"

หยางสูถามขึ้นอย่างตั้งใจ

"ภรรยาท่านลุงป่วยเป็นโรคอะไร?"

เจ้าของร้านกล่าวตอบอย่างเศร้าใจอย่างมาก

"ภรรยาข้าป่วยเป็นโรคพิษเย็นเข้าสู่หัวใจ เป็นมาจะสิบปีแล้วพวกเราหาหมอดังๆ ทั่วทั้งแดนใต้แต่ไม่มีใครสามารถรักษานางได้เลย ได้แต่ยื้อชีวิตของนางด้วยหินธาตุไฟ ซึ้งราคามันก็แสนแพงหนึ่งก้อน ราคาถึงหนึ่งร้อยตำลึงทอง พวกเราต้องใช้ปีละหนึ่งก้อนเพื่อยื้อชีวิตนางไว้"

 

เมื่อหยางสูได้ฟังเรื่องราวที่เจ้าของร้านได้เล่ามานั้นเขาก็รู้สึก สงสารจับใจพร้อมกล่าวขึ้น

"ท่านลุงพาข้าไปหาท่านป้าหน่อยเถอะ เพื่อข้าจะช่วยได้"

เจ้าของร้านหั่นมามองอย่างมึนงง แต่ก็พาหยางสูไปยังด้านในร้าน และเข้าไปยังห้องของภรรยาของตน

 

ประตูเปิดออกมีกลิ่นของหินธาตุไฟลอยมา พลังงานของหินธาตุ เริ่มโดนดูดโดยหยางสูอย่างไม่ได้ตั้งใจ

 

หยางสูรีบปิดกั้นจุดลมปราณทั่วร่าง และเปลี่ยนเป็นดันเอาลมปราณธาตุไฟจากเส้นลมปราณของตัวเองออกมาแทน

 

หยางสูมองไปยังภรรยาของเจ้าของร้านก็เห็นร่างที่ใกล้ตาย นอนหลับอยู่มีไอของความเย็นระเหยออกมาจากอกข้างซ้าย ของนาง

 

หยางสูเดินเข้าไปใกล้ๆ โดยไม่พูดอะไร แล้วนั่งลงข้างๆ เตียงที่นางนอนอยู่ พร้อมรวบรวมลมปราณ รอบตัวหยางสูลมปราณหมุนวนเป็นคลื่น

 

หยางสูเข้าใจว่าพิษเย็นที่อยู่ในหัวใจถ้าจะรักษาให้หายขาดต้อง สร้างรูปแบบลมปราณธาตุไฟ เข้าไปทำลายรากของพิษเย็น แต่ พิษเย็นนี้ได้เติบโต และต่อต้านหินธาตุไฟ มากว่าเกือบสิบปี

ทำให้พิษเย็นน่ากลัวยิ่งขึ้นอย่างมาก

 

หยางสูหลับตา สร้างลมปราณธาตุไฟเป็นรูปแบบเข็ม แล้วรวมจิตเข้ากับลมปราณรูปแบบเข็มธาตุไฟนั้น และส่งทะลุผ่านหนังตรงหน้าอกข้างซ้ายเข้าไป เจาะทะลุผ่านกล้ามเนื้อเข้าไปยังหัวใจที่มีพิษเย็นอยู่เต็มทั้งอวัยวะ

 

หยางสูเริ่มใช้ลมปราณรูปแบบเข็มธาตุไฟ เจาะผ่านหลอดเลือดขาเข้า และหลอดเลือดขาออกของหัวใจ เพื่อส่งความร้อนเข้าไป

 

ความเย็นภายในหัวใจเริ่มลดลง แต่รูปแบบลมปราณที่สร้างขึ้น มีปราณไม่เพียงพอ หยางสูจึงต้องสร้างลมปราณรูปแบบเข็ม

ธาตุไฟอีกสามเล่มทะลุลงไป และให้มันไหลไปตามเส้นเลือดขาเข้า และขาออกของหัวใจ ผ่านเส้นเลือดทั่วร่างกาย

 

ภรรยาของเจ้าของโรงเตี๊ยมอ้าปากออกมา มีควันไอความร้อน ออกมาจากปาก ผ่านไปสักพักตามรูขุมขนเริ่มมีเหงื่อ และไอความร้อนออกมา

 

ทั้งร่างของภรรยาเจ้าของโรงเตี๊ยม เหงื่อไหลออกมามากมาย ทั่วทั้งร่างกาย นางค่อยๆ ลืมตาขึ้นมาอย่างช้าๆ

 

เมื่อเจ้าของร้านเห็นเช่นนั้น เขาก็ตกใจอย่างมาก เพราะปรกติ แล้วทุกๆ วันเขาเห็นแค่หน้าอกภรรยาของเขากระเพื่อมขึ้นลงตามจังหวะการเต้นของหัวใจแค่นั้น

 

ตลอดเกือบจะสิบปีแล้ว วันนี้ภรรยา เขาได้ลืมตาขึ้นมาจากความทรมาน

 

หยางสูเริ่มรวบรวมวมลมปราณอีกครั้ง แต่ครั้งนี้กลับสร้างรูปแบบเข็มทั้งสี่ธาตุขึ้นมาพร้อมกันอย่างพอเหมาะ พร้อมส่งเข็มทั้งสี่ธาตุลงไปในร่างกายของภรรยาเจ้าของโรงเตี๊ยม แล้วปรับสมดุลธาตุในร่างกายให้นางทั่วทั้งร่างกาย

 

ผ่านไปสักพัก ภาพแห่งปาฏิหาริย์ก็เกิดขึ้น นางลุกขึ้นนั่งได้ด้วยตัวของนางเอง

 

เจ้าของโรงเตี๊ยมมึนงงพยายามจะไม่คิดว่านี้คือความฝันถ้าเป็น ความฝันเขาจะไม่ยอมตื่นแน่นอน

 

เจ้าของโรงเตี๊ยมรีบเข้าไปกอดภรรยาของเขาเองและร้องไห้ ออกมา นางก็ดีใจจนร้องไห้ออกมาเช่นกัน

 

ภาพตอนนี้ที่หยางสูเห็น สามารถสร้างความรู้สึกภูมิใจ และซึ้งใจอย่างเหลือล้นให้ตัวเขาอย่างมาก

 

ทั้งคู่กอดอยู่สักพักเจ้าของโรงเตี๊ยมก็หั่นมาทางหยางสู แล้ว คุกเข่าลง พร้อมก้มลงเอาหัวโขกพื้นไม่หยุด และกล่าวว่า

"ท่านหมอเทวดา ท่านหมอเทวดา ข้าน้อย..ขอบคุณท่านมากจริงๆ ไม่ว่าท่านต้องการสิ่งใด ต้องการเงินทองเท่าไหร่ ข้าน้อยก็จะหามาให้ตลอดทั้งชีวิตข้า"

เจ้าของโรงเตี๊ยมยังคงโขกหัวลงพื้นไม่หยุด ส่วนหยางสูก็รีบจับ เจ้าของโรงเตี๊ยมพยุงขึ้นมา แล้วกล่าวอย่างเร่งรีบ

"ท่านอย่าได้ทำเช่นนี้เลย ข้าเป็นผู้น้อย ท่านไม่ต้องตอบแทนอะไรข้า ท่านโปรดลุกขึ้นเถอะ"

เมื่อเจ้าของร้านได้ยินก็ลุกขึ้นมาทั้งน้ำตา และรู้สึกดีใจ และปลื้มใจอย่างมาก

 

หยางสูเดินออกมานอกร้าน แล้วปล่อยให้ครอบครัวสามีภรรยา และลูกชายได้พูดคุยกัน

 

เมื่อเห็นภาพเช่นนั้นหยางสูก็คิดถึงท่านปู่ของเขา

ท่านพ่อ และท่านแม่ และที่สำคัญที่สุดคือฟางเซียนเช่นหัน

 

หยางสูนั่งลงบนโต๊ะในโรงเตี๊ยม เพื่อรอเจ้าของโรงเตี๊ยมออกมา ก็จะบอกลา และออกเดินทางต่อไป

 

ผ่านสักครู่หยางสูก็เหมือนจะได้ยินเสียงคนสองคนคุยกัน ห่างออกไปไม่ไกลมากประมาณสองร้อยหลา(1หลา=0.9เมตร)

เจ้าคนที่หนึ่งกล่าวขึ้นมา

"วันนี้ท่านอาวุโสต้องการจะกิน หรือจะดื่มสิ่งใดบอกข้าคนนี้มาได้เลย ข้าจะบริการท่านเต็มที"

เจ้าคนที่สองก็กล่าวขึ้น

"ท่านหมองานที่ท่านให้ข้าไปทำ นั้นมันไม่ง่ายเลยถึงพวกมันเป็นตระกูลเล็กๆ มีคนอยู่ไม่ถึงหนึ่งร้อยคน แต่กว่าข้าจะฆ่าล้างตระกูลมันหมด มันก็สิ้นเปลืองพลังปราณของข้าอย่างมาก ข้าต้องการสักห้าตำลึงทองท่านคิดว่าไง? "

เจ้าคนที่หนึ่งตอบกลับ

"ไม่ใช่ปัญหาหรอกท่านอาวุโส เดี๋ยวข้าจะไปเก็บค่ารักษาจากเจ้าของโรงเตี๊ยมด้านหน้านี้สักครู่ท่านก็จะได้ห้าตำลึงทองแล้ว"

เจ้าคนที่สองกล่าวขึ้น อย่างสงสัย

"มันจะง่ายขนาดนั้นเลยเหรอ ท่านหมอไอ้การรักษาคนนี้"

เจ้าคนที่หนึ่ง หยุดเดิน แล้วตอบกลับไป

"ท่านอาวุโสอย่าพึ่งเสียงดัง ข้าจะบอกท่าน เพราะเราทำการค้าด้วยกันมานาน ข้านะผ่าตัดแล้วนำพิษเย็นเข้าไปในหัวใจของภรรยาเจ้าของโรงเตี๊ยมหน้าโง่นั้นยังไงละ และข้าก็ใช่วิชาปลอมหน้ามาหลอกมันอยู่บ่อยๆ จะห้าตำลึงทอง หรือแม้แต่สิบตำลึงทองพวกมันก็ให้ข้าได้ ถ้าข้ารักษาภรรยาของเจ้าหน้าโง่นั้น ฮ่าๆๆๆ"

เจ้าคนที่สองกล่าวขึ้น

"ท่านหมอนี้ก็ร้ายไม่เบาเลยจริงๆ ฮ่าๆๆๆ"

ทั้งสองคนหัวเราะชอบใจ แล้วเดินต่อไป เมื่อมาถึงหน้าร้านก็เปิดประตูเข้ามา

 

หมอเจ้าเล่ห์กำลังจะเอ๋ยปากเรียกเจ้าของโรงเตี๊ยม แต่หยางสู ลุกขึ้นมาดักพวกมันทั้งสองอยู่หน้าประตูโรง

เตี๊ยมพร้อมกล่าวขึ้นมาอย่างรู้สึกโกรธเคือง

"ที่พวกท่านพูดมาทั้งหมดเป็นเรื่องจริงใช่หรือไม่?!!"

พวกมันสองคนเมื่อได้ยินก็แปลกใจ แล้วบ่นพรึบพรับขึ้นว่า

"พูดอะไรของมัน เรื่องจริง เจ้าเด็กนี้มันบ้าหรือป่าว"

ตอนนั้นเจ้าของโรงเตี๊ยมภรรยาของเขา และลูกชายก็ออกมาพอดีแล้วหยางสูก็กล่าวขึ้นเสียงดัง

"ก็คนหนึ่งฆ่าล้างตระกูลไปเกือบร้อยคน ส่วนอีกคนที่เป็นหมอ ปล่อยพิษเย็นเข้าสู่หัวใจภรรยาของเจ้าของโรงเตี๊ยม เพื่อเงินค่ารักษา!"

เมื่อพวกมันสองคนได้ยินก็ตกใจหันไป เจอเจ้าของโรงเตี๊ยม ด้วยเช่นกัน ที่อยู่กับภรรยา และลูกชาย

 

หมอเจ้าเล่ห์มันรู้สึกมึนงงอึ้งไปสักพัก แล้วกล่าวขึ้น อย่างโมโห

"ท่านอาวุโส ข้าว่าถึงพวกเราจะปฏิเสธไป มันก็ไม่ปลอดภัยต่อพวกเราข้าว่าเราต้องฆ่าพวกมันตั้งสี่คนเพื่อตัดไฟตั้งแต่ต้นลม ก่อนดีกว่า..สมบัติในโรงเตี๊ยมทั้งหมดท่านก็เอาไปได้เลย..ข้าขอออกไปรอด้านนอกเชิญท่านอาวุโสจัดการมันได้เลย"

 

หมอเจ้าเล่ห์เดินออกไปจากโรงเตี๊ยมอย่างสงบ หยางสูก็กล่าวขึ้น

"ท่านอาวุโสอย่าพึ่งลงมือเลย ถ้าท่านต้องการเงินข้าพอจะมีอยู่ บ้างแต่อย่าถึงกับต้องฆ่าแกงกันเลย"

เจ้าผู้ฝึกปราณที่มากับหมอเจ้าเล่ห์กล่าวขึ้นอย่างเย็นชา

"ไม่จำเป็น ไว้พวกเจ้าตาย ข้าจะเอาของทั้งหมดจากเจ้า...เตรียมตัวตาย!!"

 

เจ้าผู้ฝึกปราณกล่าวจบแล้วรวบรวมลมปราณอย่างรวดเร็วแล้วหยิบกระบองที่อยู่ด้านหลังออกมาตีไปทีหยางสูอย่างจัง ฟาดหยางสูไปกระแทกทะลุกำแพงโรงเตี๊ยม

 

หยางสูลอยทะลุผนังร้านออกไปกว่าหนึ่งร้อยหลา แต่ก็ไม่ได้ บาดเจ็บอะไร แม้เลือดสักหยดก็ไม่ไหลออกมา

 

หยางสูครุ่นคิด

,ข้าต้องทำยังไงดี ข้าไม่อยากทำร้ายใคร ข้าแค่ต้องการรักษา คน,

แล้วเขาก็นึกถึงคำพูดของอาจารย์ขึ้นมา

{บางครั้ง เจ้าต้องสู้หรือแม้แต่ต้องฆ่าเพื่อปกป้องบางสิ่งที่สำคัญไว้ และอย่าปล่อยให้ความสงสารของเจ้า มาทำลายสิ่งสำคัญของเจ้าไป}

 

หยางสูตัดสินใจหยิบหน้ากากแดงขึ้นมาใส่ แล้วลุกขึ้นยืน รวบรวมลมปราณพุ่งกลับไปที่โรงเตี๊ยม

 

ในโรงเตี๊ยมหลังจากที่หยางสูพุ่งออกไปแล้ว เจ้าผู้ฝึกปราณ หัวเราะ แล้วกล่าวขึ้น

"ฮ่าๆๆๆ ฟาดครั้งเดียวตายไปหนึ่ง ใครจะเป็นรายต่อไป"

เมื่อเจ้าของโรงเตี๊ยมได้ยินที่มันพูดก็โกรธอย่างมาก แล้วกล่าว ขึ้น

"เจ้ามันเดรัจฉาน ฆ่าคนเป็นผักปลาคนที่เจ้าฆ่านั้นเปรียบเสมือน เทพมาจุติ เพื่อช่วยภรรยาข้าแต่เจ้ากลับฆ่าท่านหมอเทวดา อย่างโหดเหี้ยม วันนี้ข้าจะขอสู้ตายกับเจ้า!!"

เจ้าของโรงเตี๊ยมหยิบมีดทำอาหาร วิ่งเข้าไปหามัน ส่วนภรรยาก็กล่าวห้ามสามีของนาง แต่ก็ไม่ทันแล้ว เจ้าของโรงเตี๊ยมวิ่งออกไปโดยไม่ฟังใครแล้วตอนนี้ ส่วนเจ้าผู้ฝึกปราณก็หัวเราะแล้วกล่าวขึ้น

"ฮ่าๆๆๆ คนที่สองคือเจ้า!!"

เจ้าผู้ฝึกปราณยกกระบองขึ้นฟาดใส่เจ้าของโรงเตี๊ยมอย่างแรง เสียงกระดูกเอวแตกดังออกมาเอวของเจ้าของโรงเตี๊ยมดูบิดเบี้ยวอย่างมาก

 

เจ้าของโรงเตี๊ยมกระอักเลือดออกมากองโต นอนร่างกระตุกจมกองเลือดที่ไหลออกมาจากช่วงเอวที่เป็นแผลฉีกขาด แต่ปากก็ยังพรึบพรับออกมาว่า

"ข้าจะฆ่าเจ้า ข้าจะฆ่าเจ้า"

 

เจ้าผู้ฝึกปราณไม่ได้สนใจเดินตรงไปยังภรรยาของมันแล้วลูกชายของนางก็เดินเข้ามาขว้างไว้เจ้าผู้ฝึกปราณโมโห ก็ได้ตบด้วยหลังมือซ้ายกระเด็นไปติดผนังร้าน ถึงเจ้าผู้ฝึกปราณมันจะตบไม่แรงมาก แต่ก็ทำให้เด็กคนนั้นสลบไป

 

เจ้าผู้ฝึกปราณมันเดินมาอยู่ตรงหน้าภรรยาเจ้าของโรงเตี๊ยม และกล่าวขึ้น

"เจ้านี้ก็งามไม่เบา หน้าอกใหญ่โตผิวพรรณดูแล้วข้ามีอารมณ์ จริงๆ ข้าจะจับเจ้าไปขังไว้ และข้าจะพาเจ้าขึ้นสวรรค์ทุกวันเจ้าคิดว่าไง?"

เมื่อเจ้าผู้ฝึกปราณเดินเข้ามาใกล้นาง มันก็สกัดจุดนางไว้ จึงทำให้นางไม่สามารถขยับตัวได้

 

มันก้มลงไปเลียแก้มของภรรยาเจ้าของโรงเตี๊ยม นางร้องไห้ออกมาแต่ก็ไม่สามารถทำอะไรได้

 

เจ้าผู้ฝึกปราณตอนนี้มันกำลังเอื้อมมือไปเพื่อจะฉีกเสื้อของนางออก

 

ไม่ทันที่เจ้าผุ้ฝึกปราณจะฉีกเสื้อของภรรยาเจ้าของโรงเตี๊ยม ก็ไดเมีร่างปริศนาร่างหนึ่งพุ่งเข้ามา แล้วใช้ขาถีบมันอย่างจัง

 

มันกระเด็นไปไม่ไกลมาก และหันมากมองก็เห็นคนประหลาดคนหนึ่ง รูปร่างคุ้นๆ แต่ใส่หน้ากากแดง มันกล่าวถามขึ้น

"เจ้าเป็นใคร?"

หยางสูกล่าวตอบด้วยความโมโหเมื่อเห็นเหตุการณ์เมื่อครู่จากระยะไกลขณะที่ตนเองรีบพุ่งกลับมาด้วยความเร็ว

"ข้าจิวซิน เจ้ามันคนชั่วช้าเลือดเย็นวันนี้ข้าจะทำลายเส้นลมปราณของเจ้า"

เมื่อเจ้าผู้ฝึกปราณได้ยินมันก็หัวเราะขึ้น และกล่าวขึ้น

"จิวซินเหรอ ชั่งเห็นชื่อที่ดูยิ่งใหญ่จริงๆ ทั้งที่พลังปราณของเจ้าแค่ต้นกำเนิดขั้นที่เจ็ด คิดจะมาทำลายเส้นลมปราณของข้า

เจ้ากำลังฝันกลางวันอยู่หรือไง...จงตายส่ะ!! "

 

...................................................................................

จบตอน<3

ความคิดเห็น