Jewelryy
email-icon facebook-icon

ฝากติดตามด้วยคร้า

ชื่อตอน : บทที่สิบ

คำค้น : สะคราญสังหาร

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 16

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 23 พ.ค. 2563 21:49 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่สิบ
แบบอักษร

  

  

บทที่สิบ... 

  

  

กว่าแต่ละวันจะผ่านไปได้นั้นช่างเอื่อยเฉื่อยเชื่องช้า หลี่หรงเซียนที่นั่งบนหินมือกุมตำราพิษไว้อยู่กำลังสัปหงกอีกคราแล้ว เมื่อไหร่นางจะจำชื่อตำรับยาทั้งหมดนี้ได้กันนะ นางอ่านจนตาจะถลนออกจากเบ้าอยู่แล้วก็ยังอ่านไม่จบเสียที 

  

ตงฟางเยว่ที่กลับมาจากการเก็บสมุนไพรมองเห็นลูกศิษย์ตัวน้อยกำลังจะเข้าเฝ้าพระอินทร์ก็ปาแท่งไม้เขกศีรษะไปหนึ่งที หลี่หรงเซียนสะดุ้งตื่นพลางร้องโอดโอย เมื่อไหร่นางจะผ่านช่วงเวลานี้ไปได้กัน 

  

“จำไปถึงไหนแล้ว” ตงฟางเยว่รินชาดื่มแก้กระหาย สายตาแลไปยังกระดาษที่ให้นางคัดชื่อสมุนไพรต่าง ๆ 

  

“จำถึงชิงเร่อจี้* แล้ว ไม่สิ ชวีซือจี้** ต่างหาก” โฉมสะคราญไล่เปิดกระดาษที่นางคัดมา ท่าทางเงอะงะของนางทำเอาชายชราอย่างเขากลัดกลุ้มนัก 

  

“ช้าเกินไปแล้ว เหลืออีกแค่ห้าเดือนเจ้าจะทันหรือ ไหนจะต้องเรียนพิษอีก” หลี่หรงเซียนมีแรงอ่านตำราขึ้นมาทันที นางต้องเข้าสำนักเฟยหลางให้ได้ เพื่อฐานะลูกศิษย์ของตงฟางเยว่ เพื่อสำนักเฟยหลาง เพื่อฉวีหลัน และเพื่อตัวนางเอง! 

  

ตกเย็นมาหลี่หรงเซียนรีบกินอาหารอย่างตะกละเพราะความหิว กว่านางจะได้กินนั้นช่างยากเย็นนัก หากจำตำราได้ไม่หมดก็ไม่สามารถกินข้าวได้ ดังนั้นทั้งวันนี้ไม่มีอะไรตกถึงท้องนางเลย ปกตินางผอมอยู่แล้ว ยามนี้ยิ่งเหมือนโครงกระดูกเดินได้ไปใหญ่ ไม่ได้การ! นางต้องกินมื้อนี้ให้มาก ๆ หน่อย มิเช่นนั้นจะขาดสารอาหารตายได้ 

  

“อุ้บ อาจารย์... อาหารเป็นพิษหรือ” หลี่หรงเซียนอาเจียนไม่หยุดหลังจากมื้ออาหารค่ำ หรือนางจะกินมากจนอาหารเป็นพิษกัน ตงฟางเยว่เพียงชายตามองไม่พูดอะไร ส่งเสียง‘หึ’ เบา ๆ ให้นางได้ยิน หลี่หรงเซียนพลันคิดได้ทันที 

  

“นี่ท่านกล้าวางยาผู้น้อย ไม่ใจร้ายไปหน่อยหรือ” โฉมสะคราญอาเจียนจนหมดแรงก่อนจะได้รับยาถอนพิษ นางมองอาจารย์ของตนอย่างน้อยใจ 

  

“หึ ข้าแค่จะเตือนเจ้าว่าอย่าแตะต้องอะไรที่ใครให้มาง่าย ๆ ” 

  

“เอ๋... ท่านเป็นอาจารย์ของผู้น้อยนะ ใครจะคิดว่าท่านวางยาเล่า” 

  

“คนเรารู้หน้าไม่รู้ใจ ยุทธภพอันตรายรอบด้าน เจ้าอยู่รอดมาได้เพราะว่ามีอาจารย์อย่างข้า” ตงฟางเยว่ขยิบตาพลางลูบหนวดเครา นางหมดคำจะพูดแล้วจึงเอ่ยเอาใจไปอย่างไม่จริงจังนัก 

  

“เจ้าค่ะ อาจารย์ดีที่สุด ใจดีที่สุดด้วย” 

  

“พรุ่งนี้ข้าจะสอนวิชาพิษ เจ้าต้องพึงจำไว้เสมอว่าพิษนั้นฆ่าคนได้แล้วยังรักษาคนได้เหมือนกัน เจ้าควรตัดสินใจให้ดีว่าจะใช้ช่วยคน... หรือฆ่าคน” หลี่หรงเซียนพยักหน้ารับแม้จะไม่เข้าใจเท่าไหร่นักว่าคนอย่างนางน่ะหรือจะไปฆ่าใครได้ แต่ในอนาคตมันก็ไม่แน่ 

  

  

แม้นหลี่หรงเซียนคิดว่าเวลาผ่านไปช้านัก ทว่าความจริงแล้วเวลาเหมือนดั่งสายน้ำ ไหลไปเรื่อย ๆ อย่างรวดเร็วและไม่มีวันสิ้นสุด ไม่มีวันย้อนกลับมา แค่พริบตาเดียวก็จะใกล้ถึงวันที่สำนักเฟยหลางเปิดคัดเลือกลูกศิษย์แล้ว เหลือเพียงอีกไม่กี่วันนางก็ต้องจากอาจารย์เพื่อไปทำตามเป้าหมายของตน 

  

ตลอดระยะเวลาที่อยู่ถ้ำเซียงชุนนั้นฝีมือของนางก้าวหน้าขึ้นมาก รวมถึงนิสัยบางอย่างของนางด้วย หลี่หรงเซียนที่ได้รับการชี้แนะจากฉวีหลันในห้วงจิตมาเริ่มจะซึมซับนิสัยของฉวีหลันมาเกือบครึ่ง ตัวอย่างเช่น... 

  

“ผลชางกั๋วหน้าตาเป็นอย่างไรไม่เคยมีใครเห็น หากข้าปลอมมันขึ้นมาใครจะกล้ามาแย้งกันว่ามันไม่ใช่ของจริง” โฉมสะคราญแกะกินเมล็ดทานตะวันอย่างสบายใจ นางว่างเช่นนี้มาหลายวันแล้วน่าเบื่อยิ่งนัก เมื่อไหร่อาจารย์จะกลับมากัน 

  

“เด็กโง่ เรื่องแค่นี้เจ้าพึ่งคิดได้หรือ ป่านนี้คนที่จะเข้าสำนักต่างเตรียมการเสร็จกันหมดแล้ว” ตงฟางเยว่ที่โผล่มาจากไหนไม่ทราบได้เอ่ยขึ้น ทำนางลุกขึ้นนั่งแทบไม่ทัน 

  

“อาจารย์มาไม่บอกข้าล่ะ” หลี่หรงเซียนรินชาชั้นดีที่ชงไว้ได้ไม่นานให้อาจารย์ของนางที่ช่วงนี้มักจะมา ๆ หาย ๆ บ่อยครั้ง 

  

“เจ้าควรจะสัมผัสได้เองสิ” 

  

“ข้ามิได้ฝึกวรยุทธ์เสียหน่อย อีกอย่างท่านมาเงียบเชียบขนาดนั้นข้าจะได้ยินได้อย่างไร คนที่ได้ยินต้องไม่ใช่มนุษย์แน่แล้ว” 

  

‘แต่ข้าได้ยิน’ ฉวีหลันที่เงียบมานานเอ่ยแย้ง แน่นอนว่ามีเพียงนางเท่านั้นที่ได้ยินฉวีหลันพูด หลี่หรงเซียนทำหน้าเหม็นเบื่อ ฉวีหลันอยู่ในร่างของนางยังได้ยินเสียงฝีเท้าของตงฟางเยว่ นางจึงกล่าวประชดไป “คนที่ได้ยินเสียงฝีเท้าอาจารย์ได้คงมีแต่นางมาร” 

  

ตงฟางเยว่ไม่ได้รับรู้เรื่องของฉวีหลัน เขามองลูกศิษย์ตัวดีด้วยสายตาว่างเปล่า “ไม่ได้ฝึกวรยุทธ์ก็จริงแต่การมีประสาทสัมผัสที่ดีเป็นคุณสมบัติของคนที่จะฝึกวิชาการแพทย์ ช่างเถิด ในใต้หล้ามีเพียงไม่กี่คนที่ได้ยินเสียงฝีเท้าข้า หนึ่งในนั้นมีนางมารอยู่ด้วย” 

  

“แล้วคราวนี้อาจารย์ไปที่ไหนมา ข้าท่องจำทุกอย่างจนครบแล้ว จำได้ทุกอย่างด้วย” ตงฟางเยว่เหมือนนึกขึ้นได้ เขาหยิบกล่องเล็กลวดลายแปลกตาออกมาเปิดให้ดู ภายในนั้นเป็นสิ่งใดนางก็ยากที่จะรู้ได้ 

  

โฉมสะคราญมองอย่างไม่เข้าใจ ของสิ่งนี้คืออะไรกัน สุดท้ายชายชราถอนหายใจอย่างเหนื่อยหน่ายพลางกล่าวอธิบาย 

  

“ผลชางกั๋วที่คนในยุทธภพต่างพากันตามหาไงเล่า” หลี่หรงเซียนคว้ากล่องไปดูให้ถี่ถ้วน ผลชางกั๋วที่ว่าหายากหาเย็นนักกลับมาอยู่ในมือของนางแล้วหรือ 

  

“อาจารย์เอามาจากไหน จ่ายไปเท่าไหร่หรือเจ้าคะ” แววตาใสสะอาดของนางทำเอาชายชราถอนหายใจอีกครา 

  

“ของจริงที่ไหนกันเล่า ข้าสั่งทำพิเศษเพื่อให้เจ้ามีสิทธิได้คัดเลือกเข้าสำนักต่างหาก” โฉมสะคราญถึงบางอ้อ คืนกล่องผลชางกั๋วกลับไป 

  

“อย่างนี้นี่เอง อาจารย์มากินข้าวเถอะ ข้าเตรียมรอไว้นานแล้ว” หลี่หรงเซียนผายมือเชื้อเชิญอาจารย์ อาหารมื้อนี้นับว่าสิ้นเปลืองไปมากเกินปกติ ตงฟางเยว่ที่สังเกตอย่างเงียบ ๆ ไม่กล่าวอะไร เพียงนิ่งเงียบรอดูสถานการณ์ต่อไป 

  

“ซุปพระกระโดดกำแพง*** หอมมาก อาจารย์ลองชิมดู” ตงฟางเยว่รับชามที่มีซุปหอมกรุ่นมาดม เมื่อเห็นว่าไม่พบความผิดปกติอันใดจึงกินเข้าไป แต่... 

  

พรืด ! เลือดสีแดงฉานของชายชราพ่นออกมากระจายเต็มพื้นโดยมีโฉมสะคราญนั่งหัวเราะร่วนอยู่ด้านข้าง ก่อนจะหยิบยื่นยาถอนพิษมาให้เขาอย่างรวดเร็ว เจ้าศิษย์คนนี้วางยาพิษเขาเข้าแล้ว แถมเขายังไม่สามารถจับสังเกตได้ด้วย นางวางยาตอนไหนกัน 

  

เหมือนหลี่หรงเซียนจะรู้ถึงคำถามในใจของเขา นางหยุดหัวเราะก่อนจะปรับอารมณ์ให้เป็นนิ่งขรึมพลางกล่าวอย่างจริงจัง “ตั้งแต่อาจารย์รับกล่องผลชางกั๋วไป ขาท่านก็ก้าวเข้าปรโลกไปครึ่งหนึ่งแล้ว” 

  

ตงฟางเยว่พิจารณาลูกศิษย์ตัวน้อยคนนี้อีกครั้ง เขาเงียบไปนานเสียจนหลี่หรงเซียนเริ่มจะกลัวว่านางลงมือหนักเกินไปหรือไม่ แต่ชายชรากลับหัวเราะลั่น ลูบหัวนางอย่างเอ็นดู 

  

“เจ้าผ่านการทดสอบแล้ว ไปเถอะ” 

  

“อาจารย์ไม่ไปหรือเจ้าคะ” หลี่หรงเซียนสีหน้าหมองลงอย่างเห็นได้ชัด หากมีอาจารย์อยู่นางต้องอุ่นใจแน่ ต่อให้มีอันตรายขวางหน้านางก็ไม่กลัว 

  

“การปรากฏตัวของข้า เกรงว่ายุทธภพจะสะเทือนได้ แค่เจ้าที่ได้ชื่อว่าเป็นศิษย์ของข้าไปก็มากเกินพอแล้ว” 

  

“ขนาดนั้นเชียวหรือเจ้าคะ” นางอยู่กับอาจารย์คนนี้มานานครึ่งปียังไม่เห็นความพิเศษอันใดเลยนอกจากวิชาพิษ ชื่อเสียงเรียงนามของอาจารย์น่ากลัวขนาดนั้นหรือ 

  

“ใช่ ไว้วันหลังข้าจะไปหาเจ้าที่แคว้นเทียนแล้วกัน ไปงานแต่งของเจ้าน่ะ” ตงฟางเยว่ใช้ลมปราณเหาะหายไปอย่างรวดเร็ว โฉมสะคราญที่พึ่งได้ทวนคำพูดของชายชราได้ก็แย้งยกใหญ่ 

  

“งานแต่งอันใดเล่า บ้าบอที่สุด! ” 

  

. 

. 

  

หลี่หรงเซียนออกจากถ้ำเซียงชุนมาแล้ว ขณะนี้นางกำลังหาที่พักในโรงเตี๊ยมสักแห่งที่ใกล้กับสำนักเฟยหลางอยู่ เพราะถ้าหากนางเข้าไปอาศัยก่อนคัดเลือกศิษย์จะเป็นที่ครหาเอาได้ เพื่อป้องกันปัญหายุ่งยากเหล่านี้นางจึงตัดสินใจนอนโรงเตี๊ยมสักคืนสองคืน โฉมสะคราญเลือกโรงเตี๊ยมระดับกลางเพื่อพักอาศัย เงินติดตัวนางมีไม่มากนักมิอาจใช้จ่ายสุรุ่ยสุร่ายได้ แต่อาหารที่ฉวีหลันอยากกินล้วนเกินราคาระดับกลางทั้งสิ้น ดังนั้นตอนนี้นางจึงอยู่อีกโรงเตี๊ยมที่มีแต่คนรวยเพื่อมากินอาหารมื้อหนึ่งเท่านั้น 

  

“ปกติท่านเป็นคนเลือกกินหรือไงกัน” โฉมสะคราญบ่นอุบอิบ หากไม่เห็นว่าฉวีหลันเป็นถึงเจ้าสำนักที่ยิ่งใหญ่นางคงไม่พาตัวเองมายังที่แห่งนี้ทั้งที่นางมีเงินเหลือเพียงน้อยนิด 

  

คนในโรงเตี๊ยมเยอะมากเกินปกติจนนางรู้สึกอึดอัด อาจเป็นเพราะมีคนมากมายรวมถึงคนต่างแคว้นหมายจะมาคัดเลือกเข้าสำนักเฟยหลางกระมัง สำนักเฟยหลางนั้นไม่จำกัดใด ๆ ทั้งสิ้น ขอเพียงแต่มีความสามารถล้วนมีสิทธิ์ได้เข้าศึกษา เช่นนี้เองถึงมีคนมากมายกล้าจะมาลองของ 

  

ใช่ ได้ยินไม่ผิดหรอก มีคนมากมายอยากมาลองของ ท้าสู้กับผู้คุมกฎซึ่งเป็นด่านสุดท้ายในการคัดเลือกเข้าสำนัก ใครที่สามารถล้มผู้คุมกฎได้หรือแค่เพียงได้แตะถึงตัวก็ได้รับการขนานนามแล้วว่าเป็นคนเก่ง มากความสามารถ โอกาสทองเช่นนี้ใครจะพลาดกันเล่า 

  

‘เจ้าแนบหูไว้ตรงกำแพงห้องนี้หน่อย’ ฉวีหลันกล่าว หลี่หรงเซียนจึงทำตามอย่างว่าง่าย แม้จะไม่ได้ยินอันใดเลยก็เถอะ 

  

ฉวีหลันรับรู้ถึงการมาของเขานานแล้ว ห้องข้างนี้เป็นห้องที่เขาคนนั้นมักจะใช้เป็นประจำเวลามีภารกิจ ดังนั้นตอนนี้นางล้วนได้ยินบทสนทนาของห้องข้างได้อย่างเต็มที่ 

  

“หลี่หรงเซียน ชื่อนี้ไพเราะนัก น่าเสียดายที่นางสามารถใช้ชื่อนี้ได้เพราะแลกมากับความตายของลูกเมียข้า เวลานี้เหมาะสมที่สุดแล้วที่จะช่วงชิงคืนมา” น้ำเสียงอันเหนื่อยล้าเต็มทนกล่าว ตั้งแต่ภรรยาและลูกสาวเสียไปนั้นเขาเหมือนคนป่วย กินไม่ได้นอนไม่หลับมานานหลายปี 

  

“นายท่านจะลงมือกับนางในวันคัดเลือกเลยหรือไม่” เสียงคนที่สองในห้องเอ่ยขึ้น 

  

“ไม่ ที่นั่นมีคนมากมายพร้อมจะลงมือกับคนที่ครอบครองผลชางกั๋วอยู่แล้ว นางต้องโดนลูกหลงแน่ไม่มากก็น้อย” 

  

“นางไม่มีวรยุทธ์หรือ” 

  

“มันเป็นผลข้างเคียงจากการใช้ยา นางไม่สามารถฝึกวรยุทธ์ได้... ตั้งแต่นางเข้าสำนักเฟยหลางไปก็ไม่มีข่าวของนางอีก ทำข้าแปลกใจนัก” ผู้พูดเปลี่ยนประเด็น 

  

“ให้คุณชายส่งข่าวในสำนักมาดีไหมขอรับ” เสียงคนที่สองในห้องนั้นเหมือนจะเป็นบ่าวรับใช้ถามอย่างเป็นห่วงเป็นใย ทว่าเสียงถอนหายใจของเจ้านายรุนแรงมาก 

  

“ข้าผิดต่อซานเอ๋อร์มากแล้ว อย่าไปรบกวนเขาจะดีกว่า” 

  

หลังจากฉวีหลันได้ยินบทสนทนาพลันคิดหนัก ข่าวที่หลี่หรงเซียนมาแคว้นเหลียงนั้นยากที่จะปิดเขาไว้ได้จริง ๆ เขายังปล่อยวางไม่ได้อีกทั้งยังจับตาดูตระกูลหลี่จากแคว้นเทียนเสียไม่ห่าง หากไม่มีกฎหมายขวางไว้เกรงว่าตระกูลหลี่คงสิ้นชื่อไปนานแล้ว ยังดีที่ครั้งนี้เขาตัดสินใจไม่ลงมือ แต่ก็ควรจะระวังความปลอดภัยของหลี่หรงเซียนเอาไว้ก่อน หากนางบาดเจ็บขึ้นมาฉวีหลันคงไม่มีหน้าไปพบหลี่เจียงหมินแล้ว 

  

‘จำไว้ว่าอย่าทำตัวเด่นนัก คนที่ไปทุกคนล้วนมีผลชางกั๋วอยู่ หากจะมีคนโดนลงมือคนนั้นย่อมไม่ใช่เจ้าแน่นอน’ 

  

“ข้าจะพยายาม” หลี่หรงเซียนได้ยินน้ำเสียงที่จริงจังผิดสังเกตของฉวีหลันแอบกลัวอยู่ในใจ การคัดเลือกครั้งนี้จะนองไปด้วยเลือดเช่นนั้นหรือ 

  

__________________________ 

*ตำรับยาระบายความร้อน (清热剂) (ชิงเร่อจี้) หมายถึงตำรับยาที่ใช้รักษากลุ่มอาการร้อนภายในร่างกาย ประกอบด้วยตัวยาซึ่งมีสรรพคุณระบายความร้อน ช่วยให้เลือดเย็น และแก้พิษ 

**ตำรับยาสลายความชื้น (祛湿剂) (ชฺวีซือจี้) หมายถึงตำรับยาที่ใช้รักษาโรคหรือกลุ่มอาการเจ็บป่วยที่เกิดจากความชื้น ประกอบด้วยตัวยาที่มีสรรพคุณขจัดความชื้นด้วยการขับน้ำ สลายชื้น ระบายน้ำที่มีลักษณะขุ่นเป็นตะกอนเพื่อให้เกิดสภาพคล่อง 

ที่มา: https://www.kornnikarthewie.com/content/6062/%E0%B8%95%E0%B8%B3%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B8%9A%E0%B8%A2%E0%B8%B2%E0%B8%88%E0%B8%B5%E0%B8%99-%E5%8C%BB%E5%AD%A6%E6%95%99%E4%B9%A6%E7%9A%84%E7%A7%8D%E7%B1%BB-chinese-herb-and-medicine 

***ซุปพระกระโดดกำแพงเป็นอาหารจีนในแบบกวางตุ้งและฝูเจี้ยนราคาแพงชนิดหนึ่งได้ชื่อว่าเป็นอาหารที่รวมวัตถุดิบในราคาที่มีการซื้อขายแพงมากไว้มากที่สุด เมื่อรวมราคาวัตถุดิบทั้งหมดแล้วอาจถึงขั้นหลักแสนบาท ในอดีตถือเป็นอาหารที่มีที่มาจากราชสำนักจีน 

ที่มา:https://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B9%82%E0%B8%94%E0%B8%94%E0%B8%81%E0%B8%B3%E0%B9%81%E0%B8%9E%E0%B8%87 

  

  

  

ความคิดเห็น