Minep

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

คำร้องขอและความสงสัยที่เคยลืมเลือน(1)

ชื่อตอน : คำร้องขอและความสงสัยที่เคยลืมเลือน(1)

คำค้น : หมู่บ้านคนบาป ลึกลับ สอบสวน

หมวดหมู่ : นิยาย ลึกลับ,สืบสวน สอบสวน

คนเข้าชมทั้งหมด : 14

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 23 พ.ค. 2563 21:43 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
คำร้องขอและความสงสัยที่เคยลืมเลือน(1)
แบบอักษร

กลิ่นอายของสายฝนพัดโชยมาตามลมในยามสายแสงแดดอ่อนถูกแทนที่โดยกลุ่มหมู่เมฆสีดำทะมึนซึ่งลอยตระหง่านอยู่เบื้องบนปกคลุมทุกสรรพสิ่งที่อยู่ด้านล่าง 

พายุกำลังจะเข้า!

หลังจากร้อนอบอ้าวมาหลายวันติดต่อกันท้ายที่สุดพายุก็กำลังจะพัดพาเอาความร้อนนั้นออกไปขณะที่ใครคนหนึ่งก้าวเดินออกจากรถทำจมูกฟุดฟิดดมกลิ่นของไอฝนแล้วยิ้มกริ่มออกมาด้วยความดีใจ 

แต่ไหนแต่ไรพิทักษ์พงศ์ชอบฝนตกนายตำรวจหนุ่มถือคติอยู่เสมอว่าฟ้าหลังฝนย่อมสวยงามเสมอเมื่อพายุร้ายได้ผ่านพ้นไปควันหลงของพายุคือความเย็นสบายก็จะคงหลงเหลืออยู่เช่นเดียวกับครั้งนี้เมื่อพายุลูกนี้สงบลงตอนเย็นๆก็จะมีบรรยากาศดีๆและก็จะมีเรื่องราวดีๆเข้ามาในชีวิต. 

พิทักษ์พงษ์ล้วงหยิบกล่องแหวนกำมะยี่สีแดงออกมาจากกระเป๋าสัปดาห์ก่อนเขาได้ใช้สิทธิ์ในการลาเพื่อเดินทางขึ้นไปเยี่ยมบุพการีในเมืองหลวงพร้อมกับนำข่าวสำคัญบางอย่างที่ยิ่งใหญ่ไปฝากให้คนเป็นแม่เกือบจะหงายหลังโครมด้วยความตกใจ 

“ผมจะแต่งงานครับ” 

ชาบหนุ่มยืนยันคำขาดเขาใช้เวลาโต้เถียงกับแม่อยู่ไม่น้อยในเมื่อคนเป็นแม่เล่นถามซักประวัติตั้งแต่ลูกหลานเหลนโหลนหล่อนจนเขาชักจะรำคาญเสีย 

“เขาเป็นใครทำงานอะไรพ่อแม่เป็นใครอยู่ที่ไหนที่บ้านทำอาชีพอะไร“ 

“แม่ครับเขาเป็นใครไม่สำคัญเท่ากับว่าลูกชายแม่รักเขาไม่ใช่หรือครับและอีกไม่นานเขาก็อาจจะกลายเป็นแม่ของหลานนะครับผมเลือกแล้ว

ที่ผ่านมาผมทำตามที่แม่บอกตลอดแต่ขออย่างนึงได้มั้ยครับเรื่องของหัวใจขอให้ผมได้เป็นคนเลือกบ้าง” 

ผู้เป็นแม่ถอนหายใจอย่างเหนื่อยอ่อนที่จะเถียงกับลูกเมื่อไม่สามารถรั้งบุตรชายหัวแก้วหัวแหวนเอาไว้ได้ทิพย์นารีจึงเดินไปหยิบกล่องกำมะยี่สีแดงมาเปิดให้ลูกชายคนเดียวดู 

“แหวนอันนี้พ่อเขาเคยบอกว่าจะให้กับคนที่เขาต้องการจะฝากชีวิตไว้ด้วยไว้พ่อกับมาเราลองไปคุยกับพ่อดูนะถ้าลูกคิดว่าเขาคนนั้นคือคนที่ลูกจะฝากทั้งกายและใจไว้ด้วยแม่ก็ยินดีที่จะต้อนรับสะใภ้คนนี้เข้าบ้านเช่นกันแต่ลูกจะต้องมาเขามารู้จักกับพ่อแม่ด้วยและลูกจะต้องพาพ่อแม่ไปพบกับพ่อแม่ของเธอด้วยเขาเป็นผู้หญิงไม่งั้นเขาจะว่าเอาได้” 

และวันนั้นชายหนุ่มก็เข้าห้องนอนด้วยความสุขใจหลังจากบทสนทนาบนโต๊ะอาหารของครอบครัวสุขสันต์เริ่มต้นขึ้นพ่อของเขาก็เพียงแต่ยิ้มกริ่มและเอ่ยแซวเล่นๆเท่านั้น

“ไอ้เสือน้อยพร้อมจะถอดเขี้ยวถอดเล็บแล้วหรือ”

พิทักษ์พงษ์ก็ได้แต่ยิ้มแหย่ออกไปไม่มีใครแม้กระทั่งตัวเขาจะคาดคิดมาก่อนว่าหนุ่มเจ้าสำราญจะเจอหญิงสาวที่ต้องใจมากเสียจนยอมสลัดคราบเสือร้าย

กลายเป็นแมวน้อยขี้อ้อนในกำมือได้ 

“ไว้วันไหนถ้าพ่อกับแม่ว่างเราจะลงไปดูว่าที่ลูกสะใภ้คนใหม่กันฝากบอกด้วยนะว่าให้เก็บเขี้ยวเก็บเล็บของแกเอาไว้ดีๆ” แล้วสองพ่อลูกก็หัวเราะครืนอย่างหรรษามีเพียงมารดาที่ยังดูมีสีหน้าและแววตาแห่งความหนักใจอยู่บ้างซึ่งชายหนุ่มก็เข้าใจดี 

‘จากบ้านไม่เท่าไหร่มีเมียเสียแล้วคบกันยังไม่ทันได้เห็นกำพรืดของกันและกันด้วยซ้ำ

ไม่แคล้วจะได้เลิกรากัน’ นายตำรวจหนุ่มยศร้อยตำรวจเอกอ่านใจมารดาออกแต่ถึงเช่นนั้นเขาก็มั่นใจแน่ว่าเมื่อแม่ของเขาพบกับหมู่ดาวแม่จะต้องชอบหญิงสาวเป็นแน่

เสียงฟ้าร้องครืนดังสนั่นเรียกสติของคนที่กำลังยืนเหม่อให้กลับสู่โลกแห่งความเป็นอีกครั้งฝนตั้งท่าว่าจะลงเม็ดเต็มแก่เสียแล้วขืนไม่รีบเข้าไปมีหวังได้เปียกโชกแน่ขณะที่พิทักษ์พงษ์กำลังเดินจ้ำอ้าวเข้าไปในตึกทำการอันเป็นสถานีพลันสายตาก็เหลือบไปเห็นชายคนหนึ่งซึ่งคุ้นหน้าเหลือเกินยืนทำลับๆล้อๆอยู่ตรงกำแพงด้านหลังตึก 

ชายคนนั้น! 

อดีตที่เคยสงสัยเคลือบแคลงใจต่อชายแปลกหน้าหวนกลับมาอีกครั้งเขาไม่รอช้าที่จะเดินจ้ำอ้าวไปยังคนที่ยังไม่รู้สึกตัวและคว้าเอาข้อมือเอาไว้อีกฝ่ายรู้สึกตัวแต่กลับไม่กลัวต่อสิ่งที่กำลังเผชิญหนำซ้ำยังถามกลับด้วยเสียงเย็นอย่างยียวนกวนประสาท 

“เท่าที่ผมทราบผมยังไม่ได้ทำอะไรผิดเลยนะครับคุณตำรวจ” 

ความคิดเห็น