เพเนย์

ขอบคุณสำหรับการติดตามผลงาน และให้กำลังใจจากผู้อ่านทุกท่าน 💕

ชื่อตอน : บทที่ 39

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 135

ความคิดเห็น : 2

ปรับปรุงล่าสุด : 23 พ.ค. 2563 21:21 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 39
แบบอักษร

บทที่ 39  

ตีคลี  

 

สายลมเย็นจัดยามสารทหอบเอาใบไม้หลากสีทั้งส้ม เหลือง น้ำตาลแก่ร่วงหล่นจากต้นก่อนปลิวคว้างหมุนวนในอากาศคล้ายกำลังเริงระบำ ในขณะเดียวกันก็หอบกลิ่นหอมอ่อนของดอกเบญจมาศที่ผลิดอกชูช่อเป็นสีสันและความหอมหวานหนึ่งเดียวในยามที่ต้นไม้พากันผลัดใบเหลือเพียงกิ่งก้านโล้นโกร๋น

และสายลมฤดูใบไม้ร่วงยังหอบกลิ่นขี้ม้าเหม็นเขียวหญ้าสดที่มันเพิ่งกินเข้าไปมาปะทะจมูกเป็นระยะอีกด้วย...

ท่านอ๋องน้อยยิ้มกว้างทักทายองค์ชิ่งหยวนที่กำลังประทับในพลับพลาพร้อมเชื้อพระวงศ์องค์หญิงพระองค์อื่น ๆ

อาหารมื้อเดียวซื้อใจคนได้จริง ๆ เกรงว่าหากไม่มีคนอื่น ๆ อยู่ตรงนี้ท่านอ๋องน้อยคงจะโบกไม้โบกมือให้เหมือนกลับมาเจอญาติสมัยเด็กอีกครั้งในวันรวมญาติ

ชิ่งหยวนยิ้มแห้งตอบ สายตาก็เหล่เจ้าม้าตัวโตพันธุ์ดีของเขาที่กำลังขี้แตกทะลักทลายให้บ่าวรับใช้คอยเก็บกวาดอยู่ด้านข้าง

อยู่ห่างขนาดนี้ยังเหม็นขี้ขนาดนี้ โธ่ คนเก็บมูลสัตว์ที่น่าสงสาร...

ก่อนพิธีล่าสัตว์และบวงสรวงบูชาฟ้าดินจะเริ่มขึ้นบนยอดเขา หงเซวียนได้ต้อนรับอาคันตุกะจากชนเผ่านอกด่านที่มาเยือนตามคำเชิญด้วยกีฬาเชื่อมสัมพันธ์อย่างการตีคลีหรือที่รู้จักกันว่าจีจวี

จีจวีจัดเป็นกีฬาสำหรับคนชนชั้นสูงโดยแท้ ชาวบ้านร้านตลาดมีหรือจะได้ครอบครองม้าสายพันธุ์ดี ม้าที่จำต้องมีคนคอยดูแลอาบน้ำแปรงขนให้เป็นเงาสวยงาม คอยให้หญ้าสดใหม่และประดับอานพู่ห้อยแสดงเกียรติยศและบารมีเช่นนี้ คนหาเช้ากินค่ำทำไร่ทำสวนขายอาหารจะเอาเวลาไหนไปฝึกการควบขี่ทรงตัวบนหลังม้าจนชำนาญการใช้ไม้ตีคลีหวดลูกบอลหนังลูกเล็ก ๆ ได้ในขณะที่ยังต้องควบขี่ม้าด้วยการบังคับบังเหียนด้วยมือข้างที่ถนัดน้อยกว่า

จะบอกว่าเป็นกีฬาที่แบ่งแยกชนชั้นตั้งแต่อุปกรณ์กีฬาก็ใช่!

กล่าวกันว่าจีจวีเป็นกีฬาของกษัตริย์ จักรพรรดิพระองค์สุดท้ายของราชวงศ์ซ่งเหนืออย่างซ่งชินจงที่เป็นเชลยศึกของราชวงศ์จินก็เคยถูกบังคับให้ตีคลีประลองกับจักพรรดิเหลียวเทียนจั้วแห่งราชวงศ์เหลียวที่ถูกจับตัวมาเช่นกัน ซ่งชินจงตกม้าลงมาบาดเจ็บสาหัสจนสิ้นชีวิต ในขณะที่เหลียวเทียนจั้วพยายามหลบหนีการตีคลีประลองจึงถูกเกาทัณฑ์ยิง

แน่นอนว่าหงเซวียนไม่ได้ทำเรื่องโหดร้ายอย่างนั้น แต่การประสงค์ให้องค์ชายรัชทายาทอย่างหงซย่าและซ่งเฟิงลั่วฟอร์มทีมรวมตัวกันกับแม่ทัพรวมถึงบุตรหลานขุนนางชนชั้นสูงในเมืองหลวงที่เข้ารับราชการเป็นองครักษ์ในวังเพื่อแข่งขันกีฬากระชับมิตรกับท่านอ๋องน้อยนั้นถือว่าเป็นการให้เกียรติอีกฝ่ายอย่างถึงที่สุด

ชิ่งหยวนได้กลิ่นการจับคู่แรงมาก หวังว่าถ้าทีมท่านอ๋องน้อยเป็นฝ่ายกำชัย บิดาที่ดีดลูกคิดรางแก้วคำนวนทุกผลประโยชน์และความสัมพันธ์ทางการเมืองไม่เคยขาดทุนอย่างหงเซียนจะไม่ยกลูกสาวคนใดคนหนึ่งของตนเป็นเครื่องเชื่อมสัมพันธไมตรี ชื่นชมความห้าวหาญเต็มเปี่ยมของชนเผ่านอกด่าน

องค์หญิงเสียนหนิงนับเป็นตัวเลือกที่ดีมาก ตระกูลของเสียนเฟยพระมารดาองค์หญิงกลางถือว่ามีอิทธิพลเป็นลำดับต้น ๆ หากให้แต่งงานออกไปเป็นชายาอ๋องอย่างไรเสียอำมาตย์เฒ่าที่มีศักดิ์เป็นตารักองค์หญิงดั่งแก้วตาดวงใจก็ยิ่งต้องคอยดูสีหน้าฮ่องเต้ เมื่อเกี่ยวดองกันแล้วในอนาคตเสียนหนิงจะเป็นผู้หญิงที่มีอำนาจที่สุดในชนเผ่านอกด่านเมื่อท่านอ๋องน้อยรับช่วงต่อเป็นผู้ปกครองเผ่าจากบิดา

บางทีชิ่งหยวนอาจจะคิดมากไป ต่อให้ท่านอ๋องน้อยและเสียนอ๋องฝ่ายซ้ายกับพรรคพวกจะเติบโตบนหลังม้าบนท้องทุ่งหญ้ากว้าง เรียกได้ว่าเกิดมายังไม่ทันคลานได้ก็ขี่ม้าเป็นแล้ว แม่ใช้ไปซื้อซีอิ๊วก็ควบม้าไปซื้อสามารถควบคุมม้าได้เหมือนขาทั้งสองข้างตั้งแต่อ้อนแต่ออก!

ความคิดเห็น