ณ ธารา

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตอนที่ 3 มันคือความฝัน

ชื่อตอน : ตอนที่ 3 มันคือความฝัน

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 72

ความคิดเห็น : 3

ปรับปรุงล่าสุด : 23 พ.ค. 2563 22:03 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 3 มันคือความฝัน
แบบอักษร

หนี่อู่และฉีเหวิน ปรากฎกายอีกครั้งที่ถ้ำงู ภายในห้องพักของหนี่อู่ บัดนี้หญิงสาวใบหน้างดงาม ปรางค์ดั่งลูกท้อริมฝีปากชาด เกศาดั่งธารน้ำตกไหลสู่ธรณีดิน นางเหมือนกับฮวาเฟยอยู่แปดส่วน ฉีเหวินเปล่งกระแสสีขาวตรวจสอบดวงจิตของนาง พอตรวจดูแล้วได้รู้ถึงโลหิตน้ำนมไหลอยู่ในร่างของนาง ตัดกระแสจิตมองดูนางอีกครั้ง ใบหน้าของนางอาบไปด้วยน้ำตา แต่คงความงดงาม งามยิ่งว่าเทพธิดาบนสวรรค์เก้าชั้นฟ้ายิ่งนัก แต่ทว่าเขามีนางในดวงใจอยู่แล้วจึง ไม่คิดทำนองชู้สาว แต่อดสงสารชีวิตของนางไม่ได้ อิ๋งหงบัดนี้ไม่มีความทรงจำในโลกมนุษย์หลงเหลือเสียเลย ไม่ช้าเสียงแผ่วเบาของนางดังขึ้นมา

“เหวินยง เหวินยง….” นางลืมตาขึ้นช้าๆ มองมาทางชายวัยกลางคนที่แปลกหน้า และหญิงสาวที่คุ้นเคย

“แม่นางหนี่อู่ ผู้นี้เป็นใคร” ฝูหลินมองชายตรงหน้า เขาจึงตอบนาง

“ข้าฉีเหวิน องค์ชายรองแห่งสวรรค์เก้าชั้นฟ้า เป็นพระกนิษฐภาดาของเทียนจวิน” สุรเสียงหนักแน่นสูงส่งกับเป็นองค์ชายแห่งสวรรค์

“น้องชายของเทียนจวิน” ฝูหลินน้ำเสียงแผ่วเบา ลุกขึ้นจากเตียงบังคม

“ไม่ต้องมากพิธี ทำตัวตามสบายเถิด”

“เหวินยง เขาอยู่สวรรค์เก้าชั้นฟ้า เขาสบายดีหรือไม่” ฝูหลินเอ่ยถามกั้นน้ำตาไว้

“อิ๋งหงเขาสบายดี”

“ดี ดี เช่นนั้นก็ดี” ฝูหลินเอ่ยแผ่วเบายิ้มเล็กน้อยกลั้นน้ำตา

“เจ้าอยากเจอเขาใช่หรือไม่” ฉีเหวินทรงตรัสถาม

“ถึงอยากเจอ ก็ใช่ว่าจะเจอได้ แล้วจะมีประโยชน์อันใดที่ข้าจะเจอเขา เขาเป็นถึงไท่จื่อแห่งสวรรค์เก้าชั้นฟ้า ข้าเป็นเพียงปุถุชนคนเดินดิน ไม่ใช่เทพเซียนเช่นพวกท่าน ข้าของเพียงเขามีความสุข และตัวข้านี้”

ฝูหลินสยายผม แล้วจึงจับผมเพียงน้อยนิดเอาปิ่นหางหงส์ลงบนผมเกล้า แล้วจึงกล่าว

“ขอไว้อาลัยให้กับต้าอ๋อง พระสวามีผู้ล่วงลับ ที่ไม่มีวันกลับ เป็นสิ่งเดียวที่ยึดใจและเตือนสติข้าว่าเขาไปไม่มีวันกลับมาอีกแล้ว” ฝูหลินกล่าวหนักแน่น แล้วเอามือป้ายน้ำตาบนใบหน้า ทำให้หนี่อู่หดหู่ใจยิ่งนัก

“ฝูหลิน” หนี่อู่พูดแผ่วเบา

“ข้าไม่เป็นอะไรแล้ว หนี่อู่ เจ้าอย่าเป็นกังวล” ฝูหลินกล่าวน้ำเสียงสดใสขึ้น หนี่อู่หันไปหาฉีเหวินที่มองมายังนางเช่นกัน หนี่อู่จับมือเขาเดินออกไปนอกถ้ำ

“ฉีเหวิน ข้าควรทำเช่นไรดี ท่านช่วยข้าคิดหน่อยเถิด อีกคนลืมเลือนทุกสิ่งอย่าง แต่อีกคนนั้นจำได้อย่างแจ่มชัด ข้าอดสงสารนางไม่ได้ ถึงอย่างไรพลังสายเวทย์กับโลหิตของอิ๋งหงยังไหลเวียนที่นาง ไม่ว่าเหตุการณ์ดีหรือร้ายนางจะรับรู้โดยตลอด ถ้าเป็นเช่นนั้นต่อไปนางก็เหมือนตายทั้งเป็น ข้าไม่อาจเห็นนางในสภาพนี้ไม่ได้” หนี่อู่เอ่ยด้วยน้ำเสียงเศร้ายิ่งนัก ฉีเหวินเมื่อนึกอะไรขึ้นมาได้อย่างหนึ่งจึงเอ่ยบอกนาง

“ข้ารับนางเป็นน้องบุญธรรม เข้าเห็นว่าเช่นไร”

หนี่อู่มองหน้าเขาด้วยความตกใจ ฉีเหวินรู้ว่านางกำลังคิดสิ่งใดจึงรีบชี้แจงโดยพัล

“เจ้าอย่าคิดเชิงชู้สาว ข้าชอบเจ้าผู้ใดก็รู้ แต่ข้าจะรับนางเป็นน้องสาว เพื่อได้เจออิ๋งหงบ่อยขึ้น ถ้าเป็นเช่นนี้นางคงต้องตรอมใจเป็นแน่ อีกอย่างในร่างของนางมีสายเวทย์และโลหิตของอิ๋งหงมากพอที่นางจะเป็นเซียนระดับ ส่างเซียน หลังจากนั้นข้าจะให้นางไปกราบซ่างจวิน ประการหนึ่งซ่างจวิน เขาเป็นอาจารย์ของข้ากับเทียนจวิน”

(ส่างเซียน ในลัทธิเต๋า หมายถึงเซียนที่ยังไม่มียศตำแหน่ง)

หนี่อู่ลองคิดตามเรื่องที่นางเป็นเซียนบนสวรรค์เก้าชั้นฟ้า อีกทั้งนางจะได้ไปเรียนกับซ่างจวิน ถือว่าเป็นการดีไม่น้อย หนึ่งคือได้บำเพ็ญเพียรเป็นเซียน สองจะได้ไม่คิดเรื่องของอิ๋งหงให้ปวดใจอีก

“เจ้าคิดเห็นเป็นเช่นไร” ฉีเหวินถามนางอีกครั้ง

“ขอข้าขอคุยกับนางก่อน แล้วข้าจะให้คำตอบท่าน” หนี่อู่เอ่ยบอกแล้วจึงเดินกลับเข้าถ้ำ ฉีเหวินจึงเดินตาม

“ท่านจะให้ข้าเป็น น้องสาวบุญธรรมของท่าน” ฝูหลินเอ่ยถามอีกครั้ง เมื่อได้ยินว่าให้นางกราบเทพซ่างจวินเป็นอาจารย์ ยังเป็นอาจารย์ขององค์ชายรองฉีเหวิน

“ใช่ ตอนนี้กายเจ้าครึ่งหนึ่งเป็นเซียน ถ้าเจ้าให้ข้าเป็นพี่ชายบุญธรรม ฝากเจ้าเป็นศิษย์เทพซ่างจวิน เจ้าจะรับข้อเสนอจากข้าหรือไม่ น้องบุญธรรม” ฉีเหวินทรงตรัสหมายไม่ให้นางปฎิเสธ ฝูหลินเอ่ยกล่าวออกไป

“ขอบพระทัยเพคะ องค์ชายฉีเหวิน ให้หม่อมฉันอยู่แบบมนุษย์ทั้งไป ตามวัฎสงสารเถิดเพคะ”

“ฝูหลิน” หนี่อู่นั่งลงข้างฝูหลิน แล้วจับมือนาง จึงเอ่ยต่อ

“ฝูหลิน สหายของข้า สิ่งที่องค์ชายคิดนั้น เป็นสิ่งที่ข้าใคร่ครวญดีแล้ว เป็นสิ่งที่ดีที่สุดสำหรับเจ้า พลังเวทย์ที่อิ้งหงถ่ายทอดให้เจ้านั้น เท่ากับว่าเจ้าเป็นเซียนแล้ว ตอนนี้มีทางเดียวที่ให้เจ้าอยู่เป็นสุขได้คือ ให้เจ้าเป็นน้องบุญธรรมองค์ชายฉีเหวิน และให้เข้าเล่าเรียนการเป็นเทพเซียนจากซ่างจวิน เชื่อข้าสักครั้งเถิดนะ ฝูหลิน” หนี่อู่กล่าวอ้อนวอน ฝูหลินยิ้มเล็กน้อย แล้ววางมือที่หนี่อู่ แล้วจึงเอ่ยกล่าว

“ขอบคุณท่านทั้งสองที่ห่วงใยข้า ข้าทราบซึ้งยิ่งนัก ข้าเกิดมาไร้พ่อ ไร้แม่ ไร้พี่ ไร้น้อง ไร้บ้าน มีเพียงพ่อบุญธรรม และเหวินยงคอยดูแลข้า ตอนนี้มีหนี่อู่คอยดูแลข้า และพี่บุญธรรม ฝูหลินขอบคุณพวกท่านทั้งสองอีกครั้ง” ฝูหลินลงคำนับองค์ชายฉีเหวิน เขาจึงประคองนาง แล้วเอ่ยกล่าว

“ต่อไปนี้ ข้าและเจ้าคือพี่น้องแล้วไม่ต้องมาก็พิธี คิดว่าเราคือญาติพี่น้องกัน” ฉีเหวินทรงตรัส จึงแย้มพระสรวล

“องค์ชาย ข้าขอสิ่งหนึ่งได้หรือไม่” ฝูหลินกล่าวด้วยน้ำเสียงจริงจัง

“ลองว่ามาเถิด เราก็เหมือนพี่เหมือนน้องกันแล้ว” ฉีเหวินเอ่ยกล่าว

“สิ่งที่เกิดขึ้นในอดีตและปัจจุบัน อย่ากล่าวถึงเรื่องของฝูหลินให้ไท่จื่ออิ๋งหงได้รับรู้ ถือเสียว่ามันคือความฝันหาใช่ความจริง องค์ชายจะทำสิ่งที่ข้าขอได้หรือไม่”

ฉีเหวินถอดหายใจเฮือกใหญ่แล้วผ่อนลมหายใจ

“ได้ ข้าจะทำตามประสงค์ของเจ้า”

“ขอบพระทัยเพคะ”

ฝูหลินยืนคำนับ ฉีเหวินและหนี่อู่ต่างถอนหายใจ

หนี่อู่หดหู่ใจ ด้วยเวทนาในความรักของนางยิ่งนัก เหตุใดหนอความรักของนางจึงเป็นเช่นนี้ รักที่ไม่ได้ตามปรารถนา มันเจ็บปวดแค่ไหนใครเล่าจะรู้ ขอให้กาลเวลาเยียวยารักษาใจของนางให้หายดีด้วยเถิด

จบไปอีกหนึ่งตอนแล้ว ถ้าสนุกอย่าลืมเม้นท์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยน๊า

นิยายฟรี 1 เม้น 1 กำลังใจ

ความคิดเห็น