สดับอักษร

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : ตอนที่สอง

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย ทั่วไป

คนเข้าชมทั้งหมด : 4

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 23 พ.ค. 2563 17:24 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่สอง
แบบอักษร

 

 

บ้านพักเดี่ยวมีบริเวณถูกตกแต่งด้วยต้นไม้นานาชนิดตามความชอบของผู้เป็นเจ้าของ สุนัขฮัสกี้ตัวใหญ่สองตัวรีบวิ่งออกมาต้อนรับทันทีที่ได้ยินเสียงเครื่องยนต์อันแสนคุ้นเคย อชิระลงไปเปิดประตูแล้วนำรถเข้าจอด เด็กหญิงไม่กล้าก้าวขาลงจากรถเนื่องด้วยสุนัขทั้งสองตัวนั้น ตัวใหญ่พอๆกับเธอ ดวงตากลมใสวูบไหวเมื่อได้ยินเสียงเห่า เจ้าฮัสกี้สองตัวนั้นเพียงแค่อยากเล่นด้วย 

 

อชิระเห็นท่าทีของจันทร์เจ้าจึงช่วยเปิดประตูรถแล้วพาเธอลงมา และเป็นอย่างที่เธอกลัว สุนัขยักษ์ทั้งสองกระโจนใส่เธอทันที โชคดีที่อชิระขวางไว้ได้ทัน ไม่เช่นนั้นมีหวังไหล่และแขนที่กระดูกร้าวอาจต้องไปทำการรักษาใหม่อีกครั้ง อชิระหันไปอุ้มเด็กหญิงตัวลอย พร้อมกับกำราบเจ้าสุนัขยักษ์ขี้เล่นให้สงบลง พวกมันเชื่อฟังและนั่งลงตามคำสั่ง 

 

"ดี" 

 

เด็กน้อยในอ้อมแขนกอดเขาแน่นเพราะความกลัว ไปอยู่สถานเลี้ยงเด็กกำพร้าตั้งหนึ่งเดือน แต่น้ำหนักของเจ้าตัวก็ไม่ได้มากขึ้นเลย อชิระวางเด็กหญิงลงเมื่อเดินเข้ามาในบ้าน จันทร์เจ้ากวาดสายตาไปรอบบ้านที่ไม่เล็กและไม่ใหญ่จนเกินไป ปากหยักน้อยๆเอ่ยพูดออกมา

 

"จะให้หนูอยู่นี่" 

 

อชิระตอบไปสั้นๆว่าใช่ พร้อมกับเดินนำเด็กหญิงมาถึงห้องนอนที่เขาให้แม่บ้านช่วยเตรียมไว้ให้ก่อนกลับ ห้องนี้มีห้องน้ำในตัวเรียบร้อย ห้องสี่เหลี่ยมเรียบๆไม่ได้ตกแต่งอะไรมากมาย เพราะไม่ได้คาดคิดว่าจะมีโอกาสได้เปิดใช้ห้องนี้ เพราะความที่เขาอยู่คนเดียว จึงจัดแต่งบ้านเฉพาะพื้นที่ๆเขาใช้งาน 

 

"นอนได้นะ นี่สัมภาระของหนู พรุ่งนี้ฉันจะพาไปซื้อพวกของใช้ จัดของเสร็จก็ออกมาที่ครัว จะได้กินข้าว" 

 

จันทร์เจ้ามองเขาแล้วพยักหน้าน้อยๆ นั่งลงกับพื้นเปิดกระเป๋า ค่อยๆหยิบของใช้ที่ได้มาจากสถานรับเลี้ยงเด็กกำพร้า แล้วจัดแจงใส่เข้าไปในตู้เสื้อผ้า ก่อนจะเดินตามอชิระออกไป 

 

อาหารเย็นง่ายๆที่อชิระทำ จันทร์เจ้ารับประทานจนหมด เขาเฝ้ามองเด็กหญิงที่กำลังกินอย่างตั้งใจ ไม่พูดไม่จาเลยสักคำ เขารู้สึกดีที่เด็กหญิงสามารถกินข้าวได้บ้าง เพราะฟังจากที่พี่เลี้ยงสาวพูดมาว่าเธอไม่กินอะไรเลย อาจเป็นเพราะอาหารการกินที่นั่นไม่ถูกปากเสียมากกว่า

 

"เจ็บตามตัวบางไหม หัวไหล่ แขน"

 

เด็กหญิงส่ายหน้าไปมาเพียงนิด ก่อนจะสบตากับเขา 

 

"ไม่เจ็บ แต่คันข้างในนี้" 

 

จันทร์เจ้าใช้นิ้วชี้ขวาชี้ไปยังเฝือกที่หุ้มแขนซ้ายท่อนล่างไว้อยู่ อชิระเข้าใจ การใส่เฝือกนานๆจะทำให้เกิดอาการคันด้านในเฝือกได้บ้าง 

 

"ห้ามใช้ไม่บรรทัดสอดไปเกาเชียวนะ เดี๋ยวจะเป็นแผล" 

 

เพราะเขาเคยทำ จึงได้ห้ามปรามเธอเอาไว้ ไม่เช่นนั้นจะเกิดแผลเอาได้ เด็กหญิงมองเขาและเหมือนกำลังนึกภาพตาม เธอลงจากเก้าอี้แล้วตรงไปยังโต๊ะทำงานที่มีเครื่องเขียนวางไว้อยู่ หยิบไม้บรรทัดยาวขึ้นมาแล้วเริ่มสอดไปในเฝือกอย่างทุลักทุเล อชิระเห็นแล้วก็ได้แต่นึกขำในใจ 

 

ผ่านพ้นคืนแรกไปอย่างสงบ อชิระตื่นเช้ากว่าปกติเพื่อเตรียมอาหารเช้าให้กับเด็กในความดูแล แมวน้อยสีสวาทเดินมาคลอเคลียอยู่ที่ขาของเขา 

 

"แกหายไปไหนมาตั้งแต่เมื่อวานเจ้าไข่ดาว" 

 

อชิระใช้เท้าเกาพุงให้ จนมันนอนหงายท้องอยู่อย่างนั้น อชิระละสายตาจากแมวมาตั้งใจทำอาหารต่อ และไม่ลืมที่จะผสมพวกอาหารเสริมอย่างวิตามินบำรุงร่างกายลงไปด้วย เขาจำได้ว่าหมอเวรบอกให้จันทร์เจ้ากินอาหารให้ครบห้าหมู่ และต้องกินครบทุกมื้อ อีกทั้งเธอยังไม่ชอบเม็ดยาเอามากๆ อชิระรู้สึกเหมือนตัวเองเก็บสัตว์ตัวใหญ่ที่กำลังเจ็บป่วยมาเลี้ยง คงด้วยเพราะเด็กหญิงแทบไม่มีปากเสียงจึงให้ความรู้สึกไม่ต่างจากการที่เขาเลี้ยงสุนัขและแมวในบ้าน เห็นทีหมากับแมวในบ้านยังส่งเสียงดังมากกว่าเจ้าหล่อนด้วยซ้ำ 

 

อชิระนั่งรับประทานอาหารพร้อมจันทร์เจ้าในตอนเช้า ก่อนจะพาออกไปซื้อข้าวของเครื่องใช้จำเป็นสำหรับเด็กหญิงในวัยนี้ โชคดีที่เขาให้แม่บ้านช่วยจดว่าเด็กผู้หญิงควรต้องมีอะไรบ้าง และต้องขอบคุณแม่บ้านอีกครั้งที่เธอช่วยถามเด็กหญิงถึงเรื่องประจำเดือน ทำให้เขารู้ว่า จันทร์เจ้านั้นยังไม่เคยมีประจำเดือนมาก่อน 

 

ระหว่างที่เข็นรถเพื่อจับจ่ายซื้อของ อชิระก็พบเจอคนรู้จักเข้าโดยบังเอิญ จะบอกว่าเป็นคู่ขาเก่าก็คงไม่ผิดนัก สาวสวยมองในตะกร้ารถเข็นที่เต็มไปด้วยของใช้ของผู้หญิง รวมไปถึงผ้าอนามัยห่อใหญ่ ไม่สิ เรียกว่ายกแพคถึงจะถูก 

 

"ไม่เจอกันนานนะอชิระ" 

 

"เมษาสบายดีนะ"

 

"ค่ะ ว่าแต่ นี่หลานเหรอคะ หน้าตาน่ารักเชียว"

 

"เอ่อ ก็ไม่เชิงครับ ตอนนี้ผมเป็นผู้ปกครองของเธอ"

 

สาวสวยมีสีหน้าแปลกใจ คนอย่างอชิระน่ะหรือจะรับเลี้ยงเด็ก เขาพูดเสมอว่าเกลียดเด็กไม่ใช่หรือ เมษามองเด็กหญิงที่มีหน้าตาน่ารักจิ้มลิ้มแล้วอดเอ็นดูไม่ได้ เธอคิดเอาเองว่าอาจจะเป็นลูกของญาติที่เอามาฝากให้อชิระช่วยเลี้ยง เมษายื่นมือออกไปหวังจะลูบศีรษะทุยของเด็กหญิง แต่กลับถูกเด็กหญิงกัดเข้าที่มือแทน เมษาตกใจรีบชักมือกลับจนเกิดรอยแผลถลอกจางๆ อชิระตกใจรีบดึงเด็กน้อยมาไว้ข้างหลังตัวเองทันที และรีบดูแผลที่หลังมือของสาวสวย เมษาตกใจยิ่งกว่าเพราะไม่คิดว่าจะโดนเด็กกัดเอาแบบนี้ 

 

"ขอโทษนะเมษา คือจันทร์เจ้าไม่คุ้นเคยกับคนแปลกหน้าน่ะ คุณเป็นอะไรมากไหม"

 

สาวสวยส่ายหน้าเล็กน้อย มองเด็กหญิงด้วยความเอ็นดูมากขึ้นกว่าเดิม เธอคงตกใจมากที่จู่ๆจะโดนใครก็ไม่รู้แตะต้อง

 

"ไม่เป็นไรค่ะ ให้เธอกลัวคนแบบนี้แหละดีแล้ว งั้นเมษาขอตัวก่อนนะคะ"

 

สาวสวยยิ้มให้แล้วเดินจากไป อชิระหันมามองเด็กหญิงกึ่งโกรธ คล้ายกับจันทร์เจ้าจะสัมผัสได้ถึงอารมณ์นั้น เธอก้มหน้าลงในทันทีราวกับสำนึกผิด อชิระรู้ว่าเธอไม่ได้ตั้งใจ แต่พฤติกรรมเยี่ยงสัตว์ป่าแบบนี้เขาไม่ชอบเลยจริงๆ กลับถึงบ้านคงต้องอบรมกันอีกเยอะ เขาถอนหายใจออกมาพร้อมกับจูงมือเด็กหญิงให้เดินมาด้วยกัน 

 

อชิระใช้เวลาทั้งวันหมดไปกับการซื้อของ ทั้งของใช้และเสื้อผ้า ซึ่งส่วนใหญ่เป็นกางเกง เพราะเมื่อใดก็ตามที่เขาหยิบกระโปรงขึ้นมา จันทร์เจ้าก็จะมีสีหน้าที่ไม่สู้ดีนัก สุดท้ายเสื้อผ้าของเด็กหญิงก็ออกมาในรูปแบบกึ่งหญิงกึ่งชาย เธอไม่ชอบเสื้อพอดีตัว เขาคิดว่าเสื้อผ้าที่ซื้อให้เธอในวันนี้คงใส่ได้อีกหลายปีเลยทีเดียว ตกเย็นอชิระก็กลับถึงบ้าน จัดแจงสิ่งของเข้าตู้และชั้นในห้องนอนเด็กหญิงให้เรียบร้อย

 

พลบค่ำอชิระนั่งที่เก้าอี้ฝั่งตรงข้ามกับเด็กน้อย เจ้าไข่ดาวนอนอืดอยู่บนโต๊ะ ตรงกลางระหว่างเขาและเธอ สมุดเล่มเล็กถูกกางออกพร้อมกับข้อความยุกยิกในนั้น ปากกาในมือเตรียมพร้อมจดข้อความลงไป

 

"จันทร์เจ้า ฉันจะถามคำถามหนูไม่กี่ข้อ ช่วยตอบได้ไหม"

 

เด็กหญิงพยักหน้าเบาๆ

 

"หนูอ่านหนังสือออกไหม" เด็กหญิงพยักหน้า

 

"หนูเขียนหนังสือได้ไหม" เด็กหญิงพยักหน้า

 

"หนูใช้คอมพิวเตอร์เป็นไหม" เด็กหญิงพยักหน้า 

 

อชิระยังคงถามไปเรื่อยๆและเริ่มให้ทำแบบทดสอบการเรียนต่างๆของเด็กในวัยเดียวกันเมื่อเห็นว่าเด็กหญิงไม่มีทีท่ารำคาญใจหรือต่อต้าน เขาสรุปได้คร่าวๆ จันทร์เจ้านับว่าเป็นเด็กมีการศึกษา เธอฉลาด และเก่งในหลายๆวิชา รวมไปถึงยังสามารถใช้คอมพิวเตอร์ได้อย่างคล่องแคล่ว ที่เขาทำไปทั้งหมดนี้ ก็เพื่อให้เธอได้ใช้เวลาช่วงกลางวันในขณะที่เขาไปทำงานได้เรียนหนังสือจากที่บ้านได้ เขาไม่เสียดายเงินทองหากต้องทุ่มค่าหนังสือและค่าเรียนต่างๆที่บ้าน จันทร์เจ้ายังไม่พร้อมจะไปโรงเรียน ปัญหาไม่ได้อยู่ที่สมองและการเรียนรู้ของเธอ แต่ปัญหาอยู่ที่เธอไมมีตัวตนที่ชัดเจน อีกอย่างปัญหาเรื่องการอยู่ร่วมกับผู้อื่นก็สำคัญไม่แพ้กัน เขาไม่อยากถูกเรียกผู้ปกครองหากจันทร์เจ้าไปกัดใครเข้า ในเวลานี้ เธอเหมือนสัตว์เลี้ยงที่เชื่องกับเขาเพียงคนเดียว  

 

 

 

ความคิดเห็น