Forastero​

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : Chapter​ 12 : Who are you

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 17

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 23 พ.ค. 2563 13:22 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
Chapter​ 12 : Who are you
แบบอักษร

Chapter​ 12

 

Who are you

 

 

 

 

เวลาเจ็ดโมงเช้าของวันบนท้องถนนใหญ่เส้นหลักเต็มไปด้วยรถยนต์ส่วนบุคคลและรถยนต์สาธารณะ​แล่นไปมา เพราะเป็นเวลาทำงานของใครหลายคนรวมถึงคนที่นั่งอยู่บนเมซิเด้นอีห้าสามสีขาวอย่างธนินด้วย

วันพุธเป็นวันที่ธนินขึ้นเวรในตอนสายเขาจึงเลือกที่จะตื่นแต่เช้าเพื่อทำอาหารให้เจ้าของห้องที่เขาไปอาศัยหลับนอนมาเป็นเวลาเกือบสามอาทิตย์ เมซิเด้นอีห้าสามสีขาวจอดลงที่ลานจอดรถของโรงพยาบาลในตำแหน่งของตัวเอง ก่อนที่มือบางจะรวบข้าวของใส่กระเป๋าเป้ใบโปรดเพื่อขึ้นไปยังห้องทำงาน

ในวันนี้เขามีเคสผ่าตัดและให้ยาเพียงแค่สองเคสและเขากะว่าจะเข้าไปชวนหมอรุ่นพี่ที่ช่วยดูแลเคสด่วนเมื่อวานแทนเขาไปทานข้าวกลางวันด้วยกันสักหน่อย เพื่อเป็นการขอบคุณและถ้าหากเขาคนนั้นยินดี ธนินก็อยากจะทำความรู้จักหมอรุ่นพี่เอาไว้บ้างเพื่อให้ได้ทำงานด้วยกันอย่างมีประสิทธิภาพ

"กาญจนบุรี​เป็นยังไงบ้างคะ?" เมื่อผลักประตูห้องทำงานเข้ามาก็ถูกทักด้วยน้ำเสียงร่าเริงและรอยยิ้มของเลขาส่วนตัวอย่างพี่วิไลคนสวย

"ดีครับ วันหลังไปเที่ยวด้วยกันนะครับพี่วิไล" ริมฝีปากบางเอื้อนเอ่ยตอบคำถามพร้อมกับคลี่ยิ้มบางส่งไปให้เลขาส่วนตัวอย่างเป็นมิตร ก่อนจะเอ่ยถามถึงหมอรุ่นพี่ที่ช่วยดูแลเคสของเขาให้เมื่อวาน

"เมื่อวานเป็นไงบ้างครับ หมอวิริยะได้พูดอะไรไหมครับ"

"ไม่นะคะ เข้ามาก็ทำการผ่าตัดเลยค่ะ"

"พยาบาลไม่ถูกดุใช่ไหมครับ"

"ทำไมหมอถึงถามอย่างนั้นล่ะคะ"

"ใครเขาก็ลือกันว่าหมอวิริยะดุมากน่ะครับผมเลยถาม"

"พยาบาลในห้องผ่าตัดก็ไม่เห็นพูดอะไรเลยนะคะ บอกแต่ว่าหมอวิริยะผ่าตัดเก่งมากและยังทำเวลาได้ดีช่วยชีวิตคนไข้ได้ทันเวลาพอดีเลยค่ะ"

"ดีแล้วละครับ ผมว่าเที่ยงนี้จะเลี้ยงข้าวเที่ยงขอบคุณหมอวิริยะสักหน่อย พี่วิไลไปด้วยกันนะครับ"

"หว่าา เสียดายจังคะคุณหมอวิไลนัดกับหัวหน้าฝ่ายพยาบาลไว้แล้วว่าจะไปทานข้าวด้วยกัน พอดีคุยกันถูกคอ"

"ฮ่าๆๆ ถ้างั้นพี่วิไลไปเถอะครับ"

"ค่ะคุณหมอ" วิไลตอบกลับมาก่อนจะส่งยิ้มมาให้เจ้านายตัวเองก่อนจะก้มหน้ามองจอคอมทำงานในส่วนของตัวเองไป

ธนินนั่งสรุปเคสต่างๆของตัวเอง และนั่งตรวจงานเคสไปเรื่อยๆจนกว่าจะถึงเวลาผ่าตัดในตอนสิบโมงเช้า การผ่าตัดในครั้งนี้เป็นการผ่าตัดครั้งที่สองหลังจากที่ผู้ป่วยเคสนี้มีอาการแทรกซ้อน เขาจึงต้องหยุดการให้ยาและทำการผ่าตัดใหม่ ส่วนอีกเคสมีอาการดีขึ้นกว่าเดิมอย่างเห็นได้ชัด สามารถ​ให้ยาไปเรื่อยๆจนกว่าจะหายดีถึงจะสามารถ​หยุดยาได้

เวลาสิบโมงเคลื่อนเข้ามาใกล้เต็มที ธนินหยัดยืนเต็มความสูงพรางบิดขี้เกียจ​ก่อนจะเก็บข้าวของบนโต๊ะทำงานให้เข้าที่เข้าทาง กระชับเสื้อกาวน์แน่นก่อนจะผลักประตูออกมาเพื่อไปเตรียมตัวที่ห้องผ่าตัด

หางตาคมเหลือบไปเห็นหมอรุ่นพี่ที่ตัวสูงกว่า ผิวพรรณดี เดินผ่านไปอีกทาง ไม่รีรอริมฝีปากหยักสวยก็เอ่ยเรียกชื่อของเขาไว้จนปลายเท้าหยุดชะงัก

"หมอวิริยะ"

ปลายเท้าของร่างสูงกว่าหยุดชะงัก ก่อนจะหมุนตัวมามองตามเสียงเรียก คิ้วหนาเลิกขึ้นเล็กน้อยเมื่อเห็นใบหน้าของหมอรุ่นน้องที่ไม่คุ้นเคย ก่อนที่จะเหลือบไปเห็นชื่อนามสกุลปักด้วยด้ายสีเขียวที่อกข้างขวาของเสื้อกาวน์ ก็คลายความสงสัยลง

"ผมธนินนะครับพอดีว่าอยากจะเลี้ยงข้า-"

"ไม่จำเป็นหรอก ฉันทำเพราะมันคือหน้าที่ของหมอคนหนึ่งที่ต้องช่วยคนไข้ให้ปลอดภัย"

ประโยคคำพูดของธนินถูกกลืนลงคอไปจนสิ้น เมื่อได้ยินคำพูดของหมอรุ่นพี่ แต่ธนินกลับมองเข้าไปภายในตาสวยคมคู่นั้น มันบ่งบอกให้เห็นถึงความจริงใจและเป็นมิตรมากกว่าที่เขาเคยได้ยินจากปากของพยาบาบและเหล่านักศึกษาแพทย์

"ไม่ต้องเกรงใจครับ ผมยินดี" ธนินเอื้อนเอ่ยคำหวังดีอีกครั้งก่อนจะคลี่ยิ้มส่งไปให้

หมอรุ่นพี่ชะงักเล็กน้อยเมื่อได้เห็นรอยยิ้มของคนตรงหน้าที่ส่งมาให้เขา มันจริงใจและอบอุ่นทั้งยังแฝงไปด้วยความน่ารัก จนเขาเองกลับปฏิเสทไม่ลง

"อืม กี่โมงละ"

"เที่ยงสิบนาทีครับ เจอกับที่ลานจอดรถบีนะครับเดี๋ยวเอารถผมไป"

"อืม"

ทั้งที่ในหัวของหมอรุ่นพี่คิดอะไรอยู่ในหัวเต็มไปหมดถึงเรื่องชื่อเสียงเรียงนาม​ที่เหมือนกับอดีตคนรักของเขาเคยเผลอหลุดปากออกมาในตอนที่กำลังมีความสุขขั้นสุด

แต่คนตรงหน้าก็ไม่ได้ดูไม่เป็นมิตร และยังดูจริงใจเวลาเข้าหาเขา เขาเองก็ไม่ใช่ว่าจะใจร้ายใจดำกับหมอรุ่นน้องสักเท่าไหร่จึงตอบตกลงไปโดยไม่ได้เอ่ยถามอะไรมาก แล้วหันกลับไปเดินในทางที่ตนกำลังจะไป ทว่าก็ต้องหยุดชะงักอีกครั้งเมื่อได้ยินเสียงพูดคุยของหมอรุ่นน้องที่กำลังคุยโทรศัพท์​กับคนปลายสาย

ชื่อที่คุ้นเคยทำให้หัวใจสั่นไหว

"พี่ว่างแค่สิบนาทีนะกำสิน"

"..."

"มีอะไรก็ว่ามา"

"..."

"ได้ๆ อยากทานอะไรเป็นพิเศษ​ไหม"

"..."

"โอเค เดี๋ยวแวะซื้อเข้าไปให้"

"..."

คำพูดเอื้อนเอ่ยที่แสนจะธรรมดาไม่ได้หวือหวาอะไรแต่กับแฝงไปด้วยรอยยิ้มและน้ำเสียงอ่อนนุ่ม ทำให้หัวใจของ วีน สั่นเทาทั้งชื่อที่ได้ยินจากปากของหมอรุ่นน้องและน้ำเสียงที่ดังเล็ดลอดออกมาจากลำโพงสมาร์ทโฟน​มันช่างคล้ายคลึง​กับอดีตคนรักของเขาเสียเหลือเกิน

กำสิน

หากแต่ปลายเท้าก็ยังก้าวเดินต่อไปไม่อาจหยุดได้ ในใจไม่อยากให้เป็นอย่างที่เขาคิดเพราะถ้าหากเป็นเช่นนั้น เขากำลังจะทำความรู้จักสนิทชิดเชื้อกับคนที่อดีตคนรักเก่าหลุดเผลอครางชื่อออกมาตอนกำลังสุขสมอย่างนั้นหรอ

ไม่มีทาง

ร่างสูงของวีนสบัดหัวให้ความคิดหนักอึ้งหลุดออกไปก่อนจะเปลี่ยนใส่ชุดกาวน์สีเขียวเข้มเพื่อทำการลงมือผ่าตัดในเคสของตนเองบ้าง

เวลาลุล่วงไปจนถึงเที่ยงห้านาที วีนถอดเสื้อกาวน์เขียวออกก่อนจะเปลี่ยนใส่เสื้อกาวน์ขาวอีกครั้ง ล้างไม้ล้างมือเพื่อทำความสะอาดสิ่งสกปรกอีกครั้งถึงแม้การผ่าตัดทุกครั้งจะสวมถุงมือยางแต่กับคนที่รักสะอาดอย่างวีนก็ต้องล้างมือก่อนจะลงไปทานข้าวกลางวันทุกครั้ง

"หมอคะวันนี้เป็นอะไรรึเปล่าคะ ผ่าตัดช้ากว่าปกติมากเลยนะคะ" พยาบาลสาวผู้ช่วยคนสนิทเอ่ยทักขึ้น เมื่อล้างไม้ล้างมือจากห้องน้ำออกมายืนหน้าห้องผ่าตัดเป็นที่เรียบร้อย

"ผมไม่เป็นไร" วีนตอบกลับไปด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่งเหมือนที่เคยใช้กับหญิงสาวผู้นี้ วีนรู้ดีว่าพยาบาลสาวผู้ช่วยคิดเกินเลยมากกว่าหมอและพยาบาล แต่หากตัวเขาเองไม่อาจรับความหวังดีของเธอได้เพราะตัวเขาเองไม่เคยชำเลืองสายตามองใครอื่นนอกจากเขาคนนั้น

เขาคนนั้นที่ทำให้ผมเสียใจ

"มีอะไรก็บอก กุ๊กไก่ ได้นะคะ"

"ขอบใจนะ" พยาบาลสาวส่งยิ้มให้เป็นครั้งสุดท้ายก่อนที่เธอจะคร่อมตัวเพื่อขอออกไปทานข้าวเที่ยงบ้าง แต่ทว่าริมฝีปากหยักกับเอื้อนเอ่ยชื่อของเธอเอาไว้เสียก่อน

"กุ๊กไก่"

"คะ?" พยาบาลสาวหันมาสบตากับหมอหนุ่มที่เธอแอบชอบมาตลอดสี่ปี พร้อมกับเลิกคิ้วสงสัยเพราะตั้งแต่ทำงานด้วยกันมาไม่มีเลยสักครั้งที่หมอหนุ่มคนนี้จะเอ่ยชื่อของเธอ

"ถ้าคนที่คุณรักมากๆเขาไปรักคนอื่นคุณจะทำยังไง" วีนเอ่ยถามพยาบาลสาวในสิ่งที่เขาคิดจนหมด ถึงแม้เขาจะไม่อาจคิดเกินเลยกับพยาบาลผู้ช่วยตัวเองได้ถึงในขั้นนั้น แต่เขาก็เอ็นดูในฐานะน้องสาวและไม่เคยมีแม้สักครั้งที่เขาไม่รู้สึกถึงความหวังดีของเธอที่ส่งมาให้

"กุ๊กไก่ก็จะดีใจกับเขานะคะ เพราะถ้าเขารักคนๆนั้นแล้วเขามีความสุข กุ๊กไก่ก็มีความสุขค่ะ" พยาบาลสาวตอบคำถามหมอหนุ่มไปในตามที่คิดจนหมด เพราะเธอรู้ดีและรู้สึกเช่นนั้นมาตลอดเมื่อเห็นเวลาหมอหนุ่มตรงหน้ามีเรื่องกุ๊กกิ๊ก​กับหมอหนุ่มคนอื่นๆหรือคนอื่นๆนอกโรงพยาบาล แต่พักหลังมานี้หมอหนุ่มของเธอกลับไม่มีแม้แต่รอยยิ้มเปื้อนอยู่บนใบหน้าและนัยน์ตา​ยังแฝงถึงความเจ็บปวดที่กีดลึกลงไปที่ขั้วหัวใจจนขาดสิ้น แต่ถึงอย่างนั้นเธอก็ยังลอบมองอยู่ห่างๆเหมือนที่เคยทำ

"ผมควรจะดีใจที่เขามีความสุขงั้นสินะ" วีนพูดด้วยน้ำเสียงตัดพ้อพร้อมกับ​คลี่ยิ้มแห้งๆแบบไม่เต็มใจเสียเท่าไหร่

"มันขึ้นอยู่กับว่าคนๆนั้นมีความสุขจริงๆรึเปล่าด้วยนะคะ"

"..."

"ขนาดตอนนี้กุ๊กไก่เห็นหมอเศร้ากุ๊กไก่ยังรู้สึกเศร้าไปด้วยเลยค่ะ" คำเอื้อนเอ่ยหลุดออกจากริมฝีปากสวยที่เคลือบไปด้วยลิปสติกสีชมพูอ่อนออกมาเป็นครั้งสุดท้ายก่อนที่เธอจะมุ่งเดินไปที่โรงอาหารกลางของโรงพยาบาล

เสียงหัวใจเต้นผิดจังหวะดังเล็ดลอดออกมาจากอกข้างซ้าย มันดังเหมือนต้องการจะกระโจนออกมาจากอก แต่วีนกลับรู้สึกว่ามันกำลังไหลลงไปที่ตาตุ่มแทน

เขารู้สึกเหมือนกับว่าตนกำลังเดินเล่นอยู่ในเขาวงกตที่วกเวียนไปมาไม่มีจบสิ้น เขาเคยคิดที่จะตัดใจจากกำสินตั้งแต่เจ้าตัวบอกว่าเขากำลังรอคอยการกลับมาของใครสักคนอยู่ แต่ทว่าหัวใจมันกลับสั่งให้เดินหน้าเข้าไปมากขึ้นเรื่อยๆจนไม่อาจจะหันหลังกลับมาเดินไปในทางที่เคยเดินมาได้

พอใจมันยิ่งถลำลึกลงไปเท่าไหร่ มันก็ยิ่งเหมือนมีมีดกำลังแทงลึกลงไปเท่านั้น เพราะกำสินไม่เคยเปิดโอกาสให้เขาได้เข้าไปในหัวใจของตนเองเลย ไม่มีเลยสักครั้งที่จะพูดด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนแบบนั้น

ไม่มีเลย

เวลาล่วงเลยมาจนถึงเที่ยงสิบห้า วีนรีบก้าวเดินมาที่ลานจอดรถบีเพื่อมาตามนัดหมอรุ่นน้อง แต่ทว่าก็ยังได้ยินเสียงพูดคุยทางโทรศัพท์​อีกครั้ง

"กำสินรถยางรั่ว"

"..."

"อืม ตามแล้วอีกสักพักคงมา"

"..."

"นายมารับพี่หน่อยสิ-อ๊ะหมอวิริยะ"

"อืม" เมื่อแอบมองหมอรุ่นน้องอยู่นานจนเจ้าตัวรู้สึกตัว จึงเปิดเผยตัวตนให้รู้ว่าเขายืนอยู่ข้างหลัง

"แค่นี้ก่อนนะกำสินพี่กำลังจะไปกินข้าว"

"..."

"ไม่ได้ พี่ไปกับหมอวิริยะ"

"ให้เขามาเถอะถ้าเขาอยากมา" หากเป็นกำสินคนนั้นจริงเขาจะดื้อรั้นและตามมาจนได้

"อืมๆพี่รออยู่ลานจอดรถบีเร็วๆนะ" หมอรุ่นน้องพูดเป็นครั้งสุดท้ายก่อนจะตัดสายไป

"ขอโทษนะครับหมอวิริยะ"

"ไม่เป็นไร จะไปรถผมก่อนไหม" เพราะอากาศที่ค่อนข้างร้อนหมอรุ่นพี่จึงเอ่ยถามรุ่นน้องตน แต่กลับถูกปฏิเสท

"ไม่เป็นไรดีกว่าครับ เดี๋ยวไปรถอีกคันเขากำลังมา" ธนินเอื้อนเอ่ยคำพูดก่อนจะขยับเข้าร่มหลังคาลานจอดรถ

"แฟนนายหรอ" วิริยะเอ่ยถามด้วยความอยากรู้และถ้าหากคนนั้นคืออดีตคนรักของเขาจริงๆ เขาก็อยากรู้เหมือนกันว่าถ้ากำสินเจอคนที่รอคอยมานานแสนนอนแล้วจะทำยังไงต่อไป

"เปล่าหรอกครับ เขาเป็นรุ่นน้อง" เมื่อคำตอบเป็นไปตามที่คิดว่ามันไม่มีผิดพลาด ก็แอบแค่นหัวเราะทุ่มต่ำในลำคอเบาๆ กำสินที่วีนรู้จักคือกำสินที่โหดร้าย เรียบนิ่ง ไม่มีความรู้สึก

ยืนรอไม่นานบีเอ็มซีรีส์สามสีดำสนิทก็เคลื่อนเข้ามาจอดตรงหน้านายแพทย์ทั้งคู่ก่อนที่กระจกจะเลื่อนลงแล้วปรากฏใบหน้าของเจ้าของรถ

กำสิน

"นายมาช้ามากเลยนะ ขึ้นรถเถอะครับหมอวิริ-" ธนินที่หันกลับมาเจอกับแววตาแห่งความเศร้าคู่นั้นของหมอรุ่นพี่ที่เอาแต่มองจ้องเจ้าของบีเอ็มสีดำตรงหน้าไม่วายนัยน์ตา​ยังมีน้ำสีใสคลออยู่เต็มเบ้า

กำสินที่ได้เห็นคนรักของเขายืนอยู่กับอดีตคนเคยรัก ไม่สิอดีตคนควงที่เขาไม่เคยคิดจะรักแต่มันก็มีความรู้สึกดีๆอยู่บ้าง จึงเปิดประตูแล้วลงจากรถยืนประชันหน้ากับเขา โดยมีธนินขั้นระหว่างกลาง

"กำสิน"

"พี่วีน"

ชื่อเรียกที่เคยได้ยินจากบทสนทนาทางโทรศัพท์​เมื่อหลายวันก่อนถูกเอื้อนเอ่ยขึ้น ธนินมองหน้าคนรักและหมอรุ่นพี่สลับกันไปมา

อดีตคนรักเก่าของกำสินกำลังยืนอยู่ตรงหน้าของเขา และเขาก็ชวนให้ไปทานข้าวด้วยกันเสียด้วย เขาทำอะไรกันอยู่นะธนินทำไมถึงไม่รู้สึกตะงิดใจอะไรเลย

"ไปกินข้าวกันเถอะครับ" เป็นธนินเองที่เอื้อนเอ่ยคำพูดเพื่อไม่ให้บรรยากาศดูอึมครึม​ไปมากกว่านี้ แต่บรรยากาศก็ไม่วายที่จะดีขึ้นเลยเพราะสองคนตรงหน้าเขายังคงจ้องหน้ากันไม่วางตา จนเขาก็เอื้อมมือไปจับแขนของกำสินเอาไว้และเรียกชื่อคนตัวสูงกว่าเพื่อเรียกสติ

"กำสิน"

"ครับ พี่อยากทานอะไร?" การกระทำที่อบอุ่นและอ่อนโยนที่กำสินมอบให้กับธนิน มันทำให้หัวใจของวีนกระตุกวาบ แววตาที่หมอรุ่นน้องได้รับมันอ่อนโยนเกินหยั่งถึงขนาดตัวเองรู้จักกำสินมาเกือบสองปี เขายังไม่เคยได้สัมผัสสายนั้นแบบนั้นจากกำสินเลย

"หมอวิริยะอยากทานอะไรครับ" หมอรุ่นน้องหันมาเอ่ยถามพร้อมกับคลี่ยิ้มให้ ทั้งที่รู้ว่าคนที่ตัวเองกำลังจะชวนไปกินข้าวกับคนรักคืออดีตคนรักเก่าของกำสิน แต่ธนินก็ไมาได้คิดอะไรมากมายเพราะเขากับกำสินก็ยังไม่ได้เป็นอะไรกัน และธนินก็ไม่ได้คิดว่าวีนจะเป็นคนเลวร้ายอะไรเพราะสายตาของเขาในตอนนี้มันบอกว่าเขากำลังอ่อนแอเหลือเกิน

"หมอวิริยะครับได้ยินผมไหม"

"อะ.. ไม่เป็นไร คุณไปทานกันเถอะผมไม่ค่อยหิวแล้วมีเคสด่วนด้วย" วีนตอบกลับไปและคลี่ยิ้มให้หมอรุ่นน้องอย่างเป็นมิตร วีนสัมผัสได้ว่าธนินเชื่อใจคนรักของเขามากเหลือล้นและสามารถพูดคุยกับตนเองได้ปกติเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น

"แต่ว่า-"

"ไม่ต้องตอบแทนอะไรผมหรอก แค่ดูแลเขาแทนผมให้ดีก็พอ" หมอรุ่นพี่พูดเป็นครั้งสุดท้ายก่อนจะวิ่งเข้าโรงพยาบาลไปอีกครั้ง เพราะทนเห็นภาพตรงหน้าไม่ได้และยังกลั้นน้ำตาเอาไว้ไม่อยู่อีกต่างหาก

ปึก!

"ต่อยทำไม ผมเจ็บ" กำสินพูดขึ้นเมื่อโดนหมัดหนักของธนินต่อยลงไปที่ต้นแขน ถึงจะไม่หนักมากแต่มันก็เจ็บเอาเรื่องอยู่เหมือนกัน

"ทำไมไม่พูดอะไรกับเขาสักคำ รู้ไหมว่าเขากำลังจะร้องไห้น่ะ นายนี่มัน-"

"ผมไม่มีอะไรจะพูดกับเขา ผมพูดกับเขาไปหมดแล้วในวันนั้น แล้วถ้าวันนี้ผมพูดกับเขาอีกมันก็จะเหมือนกับว่าผมยิ่งฉุดเขาลงเหวลึกเรื่อยๆ ผมรู้ว่าเขาเจ็บปวดมากแค่ไหนเพราะสายตาเขาบอกแบบนั้น แต่ผมไม่อาจจะพูดคุยกับเขาได้อีก เขาไม่ได้สำคัญพอเท่ากับพี่หรอกนะพี่ธนิน ผมอยากให้พี่จำไว้ว่าผมไม่ได้ใจดีกับทุกคนเหมือนที่ใจดีกับพี่หรอกนะ"

 

 

ยี่สิบนาฬิกาสิบห้านาที...

มือหนาจับแก้วใสที่มีน้ำสีทองฟองสีขาวบรรจุอยู่ยกขึ้นดื่มถี่ขึ้นเพราะหวังว่ามันจะช่วยดับความเศร้าในใจของเขาให้ได้หมด แต่มันก็กลับไม่เป็นเช่นนั้น

เขายังคงจำสายตาของอดีตคนรักที่มอบให้ตัวเองเมื่อนานมาแล้วได้เสมอเพราะมันตราตรึงอยู่ในจิตใจว่าสายตาเรียบนิ่งไม่สามารถรับรู้ได้ว่าคนตัวสูงกำลังคิดอะไรอยู่ สายตาที่นิ่งเฉยไม่มีแม้แต่เงาของคนที่กำลังพูดด้วยแฝงอยู่ในตา เมื่อนำสายตานั้นมาเปรียบเทียบกับสายตาที่ใช้มองหมอรุ่นน้องเมื่อตอนเที่ยงของวันมันชั่งต่างกันอย่างสิ้นเชิง

แววตาเป็นประกายแพรวพราว มองแค่เพียงหันข้างก็รับรู้ได้ถึงความอ่อนโยนที่มอบให้คนรักใหม่อย่างล้นปริ่ม แววตาที่แฝงเงาของคนๆนั้นไว้อย่างชัดเจนไม่มีแม้แต่ใครสามารถเขาไปยืนข้างกายได้นอกจากเขาคนนั้น

คนที่ชื่อ'ธนิน'

"เพลงนี้มีคนขอมานะคะ 'อยากถูกเธอมองด้วยแววตาแบบนั้น' เชิญรับฟังได้เลยค่ะ" นักร้องหญิงประจำร้านอ่านเพลงในเศษกระดาษที่ลูกค้าในร้านขอมา พร้อมกับบรรเลงมันขึ้นอย่างเพราะจับใจ ลึกซึ้งจนทำให้ใครบ้างคนที่นั่งอยู่มุมในสุดของร้านต้องก้มหน้าลงซุกซ้อนน้ำตา

รู้อะไรบ้างไหมทุกเรื่องที่เธอได้ทำ

มันทำให้ใครบางคนเก็บไปฝัน

สายตาที่อ่อนโยนกับคำที่บอกรักกัน

มันคือฝันดีที่ฉันไม่อยากตื่นขึ้นมา

เสียงบรรเลงอันไพเราะสะกดให้ลูกค้าในร้านวางแก้วเหล้าในมือก่อนจะโยกตัวตามจังหวะและทำนองเพลง แต่กลับมีอีกคนที่เทเหล้าใส่แก้วแล้วยกขึ้นดื่มถี่รัวไม่วายเมื่อเหบ้าหมดก็ยังสั่งต่ออีกเรื่อยๆ

มันคงดีถ้าทุกๆอย่าง

มันคงจะดีถ้าทุกๆคำ

เป็นอะไรที่เธอได้ทำให้ฉัน

มือขวายกเช็ดน้ำตาที่ไหลลงมาอาบแก้มก่อนจะกระดกน้ำสีทองจากขวดแทนกันรินใส่แก้วใส เพราะมันไม่ทันใจเอาเสียเลย ยิ่งคิดยิ่งเศร้า ยิ่งได้ยินเนื้อหาของเพลงยิ่งอยากกินให้มันเมาจนไม่ได้ยินเสียงอะไร

อยากถูกเธอมองด้วยแววตาแบบนั้น

อยากให้คนเดียวที่เธอมองเป็นฉัน

ในแววตาที่เธอมองกัน ทุกนาทียังมีแต่เขา

คนที่เธอมองด้วยแววตาแบบนั้น

เป็นฉันจะได้หรือเปล่า

สักครั้งที่ฉันไม่ใช่แค่เงา

.

.

.

ไม่ใช่แค่ เงา

 

 

 

 

ยี่สิบเอ็ดนาฬิกาสามสิบสองนาที...

ร่างสูงที่เดินออกมาจากห้องน้ำมีเพียงกางเกงบ๊อกเซอร์ตัวจิ๋วปกปิดอะไรต่อมิอะไรไว้เพียงเท่านั้น ส่วนข้างบนก็เปลือยเปล่า​เหมือนกับทุกครั้ง

สายตาคมมองไปที่ใบหน้าของคนตัวเล็กที่หลับตาพริ้มนอนอยู่ที่เตียง ตั้งแต่กลับมาจากโรงพยาบาลธนินก็อาบน้ำและเข้านอนทันที เขาบอกเพียงแค่ว่าเขาเหนื่อยมาทั้งวันแล้วและอยากพักผ่อน

อยากพักผ่อนหรือโกรธที่ผมไม่ได้พูดอะไรกับวีนกันแน่

ผมเข้าใจว่าธนินรู้สึกผิดที่ทำให้เราทั้งคู่ได้เจอกัน และธนินก็เสียใจที่ไม่ได้เลี้ยงข้าวขอบคุณเป็นการตอบแทนที่หมอรุ่นพี่ช่วยดูแลเคสด่วนให้เขา และธนินก็คงกำลังเครียดและเป็นห่วงหมอรุ่นพี่ของตนเองว่าตอนนี้กำลังทำอะไร ที่ไหน กับใคร

ตอนนี้วีนอาจจะกำลังกินเหล้าอย่างหนักหน่วงที่ร้านเหล้าแถวไหนสักที่ แต่หากกำสินไม่ได้สนใจเพราะมันเป็นปกติของเขาอยู่แล้ว ตั้งแต่ตัดสินใจคบหากันกับวีน กำสินก็ไม่เคยแสดงกิริยาอะไรที่ทำให้วีนรู้สึกว่าเขาสำคัญและมีค่าของชีวิตของกำสิน

ยอมรับเลยว่าวีนเหมือนกับธนินก็จริง เหมือนตรงคำพูด และความคิดแต่แววตาและสีหน้าท่าทางกับต่างกันสิ้นเชิง วีนไม่เคยเข้าใจคนอื่นเพราะเข้าใจแต่ตัวเอง วีนมีแววตาที่ต้องการจะชนะและข่มอยู่ตลอดเวลาแต่กับธนินมีเพียงสายตาที่อบอุ่นและเคารพแสดงออกมา

ผมไม่รู้ว่าควรจะพูดหรือทำอะไรต่อจากนี้เพราะดูเหมือนว่าคนที่เสียใจที่สุดยังไงก็คงจะเป็นวีนอยู่ดี เพราะถึงผมไม่เจอธนิน วันใดวันหนึ่งผมก็ต้องบอกเขาไปตรงๆว่าที่ผ่านมามันไม่ใช่ความรักเพราะผมไม่เคยคิดที่จะรักเขาเลยสักนิด บอกกับเขาก่อนแล้วว่าถ้าเจอคนที่รอมานานแสนนานก็จะไม่มีใครเข้ามาแทรกกลางตรงนั้นได้ แต่หากวีนเป็นคนหัวรั้น พยายามเดินเข้ามาในโลกของกำสินมากเกินไปจนเริ่มอึดอัด

หากเขาไม่เจอธนินในตอนนี้กำสินก็ต้องบอกเลิกวีนอยู่แล้วเพราะเขารู้สึกอึดอัด ไม่สบายใจทุกครั้งเมื่อได้อยู่กับวีนต่างจากปลื้มและแพมที่เริ่มความสัมพันธ์​จากเพื่อนและก็ยุติลงด้วยความสัมพันธ์​ของเพื่อน

แต่กับวีนเริ่มต้นด้วยคนไม่รู้จักตอนจบมันก็คงจะเป็นเช่นนั้น

 

 

ไม่ต้องรู้จักกันเลยก็ดี

มือหนาหยิบสมาร์ทโฟน​จากโต๊ะเครื่องแป้ง​มาดูชื่อของคนที่โทรมาในตอนดึก มันเป็นชื่อของคนที่เขากำลังนึกถึง เขาไม่อยากที่จะสายมันและก็คิดว่ากดวางสายไปเลยมันคงจะดีกว่าแต่ทว่านิ้วโป้งต้องหยุดชะงักเมื่อได้ยินเสียงของคนที่คิดว่าหลับไหลไปแล้ว

"รับเถอะ อย่างน้อยรับด้วยความเงียบก็ได้เขาอาจจะต้องการระบาย" นิ้วโป้งเลื่อนไปเพื่อรับสายทันทีเมื่อได้ยินอย่างนั้น

(...)

"..."

การสนทนาเงียบสงัดไม่มีแม้แต่คำทักทายมีเพียงเสียงดนตรีหนักก้องในหู เสียงพูดคุยกันมากมาย และเสียงหายใจถี่ๆของปลายสาย แต่กำสอนก็ต้องเลิกคิ้วสงสัยเมื่อประโยคคำถามถูกเอื้อนเอ่ยออกมาจากคนปลายสายสักที

(มีความสุขมากไหม?)

"มาก"

(ฉันดีใจด้วย และหวังว่านายจะมีความสุขตลอดไป)

"ขอบใจ"

(นายอยากบอกอะไรฉันไหม)

"ไม่"

(อืม แต่ฉันอยากบอกนายนะ..)

"อะไร?"

(ลาก่อน)

 

 

 

Talk🐳 อุแงงงงงงงงง วีนไม่ได้เข้ามาทำลายความสัมพันธ์​ของทั้งคู่นะคะ เพราะวีนก็รักกำสินเกินกว่าที่จะทำลายชีวิตของกำสินได้ อยากให้เข้าใจเขาด้วยเนอะ

 

 

ขอบคุณที่เข้ามาอ่านกันนะคะ

ใกล้ตอนจบเข้ามาทุกทีแล้ววว💛

ความคิดเห็น