KlaKawii

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตอนที่ 22/2. อยากรักเธอให้หมดทั้งหัวใจ

ชื่อตอน : ตอนที่ 22/2. อยากรักเธอให้หมดทั้งหัวใจ

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย ตลก,คอมเมดี้

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.3k

ความคิดเห็น : 16

ปรับปรุงล่าสุด : 23 พ.ค. 2563 13:22 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 22/2. อยากรักเธอให้หมดทั้งหัวใจ
แบบอักษร

หลังจากกลับมาถึงบ้านรวิสาก็เก็บเสื้อผ้าใส่กระเป๋าเดินทางเล็กๆ และขอยืมรถของแม่เพื่อขับเข้ากรุงเทพอีกสักครั้ง “มันอะไรวะสวยจะไปอีกทำไมลูก แค่นี้คนก็เอาแกไปพูดจนขุนไม่มานอนที่บ้านแล้วนะลูก แล้วนี่ยังไงไปหากันว่ายังไงบ้างทำไมไม่มาด้วยกันล่ะลูก” สำรวยพยายามพูดด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนที่สุดเท่าที่คนพูดจาแข็งๆ คนหนึ่งจะทำได้ ตอนนี้สำรวยเองนั้นว้าวุ่นใจมากไม่แพ้ลูกสาวเลยแม้แต่น้อย 

“เรื่องของเขาค่ะแม่ อยากจะเลิกก็ตามใจ!” เสียงรูดซิปดังเฟี้ยวทำเอาแสบแก้วหู เพราะอารมณ์ฉุนเฉียวของหล่อนเอง เจ็บใจที่อุตส่าห์อยากจะไปคุยกันให้รู้เรื่อง แต่เขากลับทำยิ่งยโสส่งมาให้แทน แถมยังไม่ยอมจะปลีกตัวคุยกับหล่อนสองต่อสองอีก ทุเรศสิ้นดี! 

“ไม่เลิกๆ!!” 

“แม่จะไปรู้อะไรกับเขากันล่ะ สวยไปแล้วนะ” 

“จะกลับเมื่อไหร่ เผื่อขุนมาถามหา แม่จะได้บอกให้” 

“กลับเมื่ออยากจะกลับค่ะ!” 

“เฮ้ย ได้ไงวะลูก มันไม่มีหรอกอะไรอย่างนั้นน่ะ ทำอะไรต้องกำหนดแผนการไว้บ้าง สองวันพอนะ ไม่งั้นแม่จะไปตามถึงบ้านน้าสมหมายเลยเชียว” คำขู่ของคนเป็นแม่ทำเอาลูกสาวต้องกลอกตาไปมา “ไม่ต้องขู่ให้ยากหรอกค่ะ ถ้าแม่จะไปตามนะ สวยไม่ไปอยู่กับน้าหมายหรอก” สำรวยหน้าซีดเมื่อถูกขู่กลับคืนบ้าง  

“มีอะไรก็ค่อยๆ พูดกันนะลูก” สำรวยกอดเอาลูกสาวไว้ รวิสาวู่วามไม่ใช่เล่นเหมือนกัน 

“แม่ไม่ต้องห่วงหรอกสวยไม่ไปฆ่าใครแน่นอนค่ะ” 

“แม่ก็หวังอย่างนั้นแหละ แต่เอ็งต้องกลับบ้านมาแต่งงานนะลูกนะ นะ อย่าไปแล้วไปลับ” คนเป็นแม่กำชับเหมือนหวาดกลัวซะเหลืิอเกินกับเรื่องราวที่ชักจะบานปลาย 

ความคลุมเครือของรุจน์ชายปริศนาสร้างความสงสัยมาให้กับทุกคน จนป่านนี้รวิสายังไม่ได้เล่าเลยว่าเรื่องร่ำลือนั้นจริงเท็จแค่ไหน “แม่คิดว่าอีตาขุนช้างขุนแผนนั่นจะยังอยากจะแต่งงานกับสวยอีกเหรอ”  

“แต่งสิลูก เดี๋ยวแม่จะพูดให้” 

“ไม่ต้องหรอกจ้ะ ไม่แต่งก็ช่างเขาเถอะ เราก็คืนเงินสิบล้านไปก็แล้วกันแล้วก็อยู่กันเฉพาะเรานะแม่” รวิสาทำทีว่าเข้มแข็ง หอมแก้มคนเป็นแม่ฟอดใหญ่สีหน้าอันเป็นกังวลของสำรวยทำให้รวิสาไม่สบายใจ พานคิดไปว่ากะอีแค่หล่อนจะไม่ได้แต่งงานแค่นี้ แม่ต้องเป็นทุกข์เหมือนกำลังจะตายจากกันไปเลยหรือยังไงกันนะ 

“ขุนมันก็เป็นคนดีนะลูก พอมาอยู่ด้วยกันแม่ถึงได้รู้ว่าคนอย่างขุนนี่แหละลูกเขยในฝันของแม่เลย แม่ไม่อยากเสียเขาไปลูก”  

“สวยต่างหากละคะที่จะเสียเขาไป” หล่อนว่าทั้งหัวเราะ ดูท่าทางแม่ของหล่อนจะสับสนในตำแหน่งซะแล้วละมัง 

“ก็นั่นแหละๆ แม่อยากให้ลูกได้คนดีอย่างขุน รักเดียวใจเดียวและเอาใจใส่เมีย ผู้ชายแบบนี้มันมีไม่เยอะนะลูก” 

“แม่คะ อะไรจะเกิดมันก็ต้องเกิดค่ะ ตอนนี้ช่างมันเถอะ ขอหนูไปสะสางเรื่องราวคาราคาซังก่อนนะคะ สวยกลับมาบ้านแน่ค่ะ สวยจะกลับมาอยู่กับแม่” 

“สัญญานะลูกว่าจะกลับ อย่าไปนาน” 

“ไม่ต้องถึงกับสัญญาหรอกค่ะแม่ ถ้าหนูไม่กลับแล้วจะให้ไปอยู่ที่ไหนล่ะคะ” หญิงสาวกอดกระชับอ้อมกอดไปยังมารดา ที่กอดได้ไม่รอบอ้อมกอดนักเพราะแม่ตัวอวบกว่าตน “ถ้าอย่างนั้นแม่ก็สบายใจหน่อย ใจคอแม่ไม่ดีสักเท่าไหร่ ขับรถต้องระวังให้ดีนะ เป็นลูกผู้หญิงด้วย มีอะไรโทรหาแม่ แม่จะส่งคนไปช่วย” 

“คนไหนคะ” หล่อนนิ่วหน้า ยิ้มบางๆ เพราะตลกกับคำพูดคำจาของมารดา แม้จะรู้ดีว่า คน ที่มารดาเอ่ยนั่นก็คงไม่พ้น ขุนพล นั่นแหละ 

“เออน่ะ มีก็แล้วกัน”  

“ถ้ามีอะไรสวยโทรหาพ่อดีกว่าค่ะแม่ พ่อมีรถ” สำรวยค้อนให้กับความรู้ทันของลูกสาว เพราะว่ารถเก๋งคันเดียวที่มีอยู่ตอนนี้รวิสาก็ยืมไปกรุงเทพ หากว่าเกิดอะไรขึ้นจริงๆ สวยโทรหาก็ไม่มีรถไปหาหรอก ไม่งั้นก็จะไหว้วานขุนพลนั่นแหละ แต่ก็ไม่รู้ว่าฝ่ายนั้นจะว่ายังไง โกรธกันแบบนี้เห็นที่จะคุยกันยาก 

“งั้นไปลูก ขับรถดีๆ ระวังตัวนะลูก” 

“สวยรักแม่จังค่ะ แม่น่ารักที่สุดในโลกเลยนะคะรู้ไหม” 

“อุ้ย ปากหวานเชียวนะ”  

หญิงสาวกอดกระชับและหอมแก้มอวบอูมของแม่ไปสองสามรอบจากนั้นก็หันหลังให้ แล้วขับออกมาจากร่างที่ยืนโบกมือให้ มองเห็นคนเป็นแม่ยืนเช็ดน้ำตา รวิสาที่เข้มแข็งก่อนหน้า ตอนนี้หล่อนปล่อยให้น้ำตาไหลลงมาเป็นทางเช่นกันซึ่งท่าทางว่าจะไหลลงมาเรื่อยๆ ไม่ว่าจะปาดมันออกไปสักเท่าไหร่ มันก็ยังคงไหลลงมาอยู่ดี  

หล่อนไม่รู้เลยว่าร้องไห้ทำไม อะไรที่รวิสาหวาดกลัว 

 

ผู้หญิงปริศนา ยังคงเป็นคำถามที่รวิสายังไม่ได้คำตอบ สายตาเศร้าที่เห็นทั้งสองครั้งยังคงส่งความเป็นมิตรไมตรีที่ดีมาให้ทั้งสองครั้งเช่นกัน แต่ทำไมขุนพลถึงทำเป็นโกรธเคืองและไม่อยากจะให้รวิสากับผู้หญิงแปลกหน้าคนนั้นได้รู้จักกัน 

ปารตีน้องสาวที่รักกันกับพี่สาวต่างมารดา ตอนนี้กำลังทำตัวเป็นศัตรูหัวใจ ทั้งที่ผู้ชายไม่ได้รักไม่ได้ชอบ แต่เพราะความเป็นเด็กและปักใจกับรักครั้งแรกจนถอนตัวไม่ขึ้น ไม่มองเหตุผลรอบด้านเลยว่าอะไรเป็นอะไร ตอนนี้ปารตีกลายเป็นคนงี่เง่าและน่าจับมาตีก้นหนักๆ แต่ถึงยังไงนั่นก็คือน้องสาวคนหนึ่ง ต่อให้โกรธต่อการกระทำของปารตีแค่ไหน รวิสาก็คิดเสมอว่าปารตียังเด็กและหล่อนก็ยังคงรักน้องของตัวเองอยู่เช่นเดิมเหมือนอย่างที่พ่อบอกว่า  

“น้องยังเด็ก มีอะไรก็ค่อยๆ บอกน้องและอีกอย่างยังไงก็สายเลือดพ่อทั้งคู่ เรื่องของผู้ใหญ่สวยกับปาไม่เกี่ยว พ่ออยากให้เราสองคนพี่น้องรักกันเรามีกันแค่นี้” 

 

‘พี่รุจน์’ ผู้ชายที่เข้ามาเปลี่ยนแปลงชีวิตของหล่อน เขาเข้ามาสร้างความสุข สร้างความเบิกบานในหัวใจอย่างที่คนรักที่เคยมีผ่านมาไม่เคยทำได้ ‘พี่รุจน์’ เจ้าของกิจการโรงแรมและร้านอาหารในย่านไชน่าทาวน์  

เขาคือลูกค้าที่หล่อนต้องเข้าไปดูแลงานออกแบบภายในให้ในการปรับปรุงสภาพของโรงแรมเสียใหม่  

การทำงานกินเวลาเกิือบปี และมันทำให้รุจน์กับรวิสาเกิดความสนิทสนมกันขึ้นมาหลังจากที่ทำงานติดต่อพูดคุยประสานงานกันตามประสาลูกค้าและผู้ดูแลงาน  

หญิงสาวรู้สึกว่าชีวิตกำลังจะพบกับความสุข รุจน์คือคนในวัยสี่สิบที่อบอุ่น เอาใจใส่ในยามที่หล่อนได้มีโอกาสซบไปยังหน้าอก มันทำให้ความรู้สึกที่ขาดหายได้รับการเติมเต็ม แต่ในเวลาไม่นาน หญิงสาวก็รู้มาว่า พี่รุจน์แต่งงานและมีลูกแล้วสองคน  

ตอนนั้นรวิสาคิดว่าตัวเองแทบจะเป็นบ้า หล่อนคุยกับพี่รุจน์เพื่อทำความเข้าใจว่าอะไรเป็นอะไร พี่รุจน์ยื่นข้อเสนอหนึ่งขึ้นมาที่ทำให้รวิสาถึงกับหน้าชา ‘เมียเก็บ’ พร้อมกับบ้าน คอนโดและรถหรูอีกคัน  

“ไม่ค่ะ สวยไม่เอาแบบนั้น พี่รุจน์ต้องหย่านะคะ” หล่อนยืนยันเช่นเดิมหากว่าพี่รุจน์จะมีหล่อน เขาก็ต้องหย่ามีทางเลือกเดียว “มันไม่ง่ายอย่างนั้นเลยนะสวย พี่มีบ้านมีกิจการและลูกร่วมกันกับเมียพี่ มันยาก” 

“พี่รุจน์รักสวยไหมคะ”  

“รักสิครับ พี่รักสวยมาก พี่มีความสุขที่สุดที่ได้พบกับสวย ได้รู้จักสวยแต่พี่ก็เสียใจ เสียใจที่เราพบกันช้าไป” 

“สวยอยากทำให้มันถูกต้องค่ะ” 

“แต่ว่า” 

“ไม่งั้นเราก็ต้องจบกันค่ะ นะคะพี่รุจน์ต้องตัดสินใจอะไรสักอย่าง สวยรักพี่รุจน์มากนะคะ รักมากและก็คงรักใครอีกไม่ได้ สวยรักพี่คนเดียว สวยจะคอยนะคะไม่ว่าจะนานแค่ไหน สวยก็จะคอยค่ะ” 

รวิสาแอบคบหาพบเจอทานข้าวกันบ้างตามประสาของคนที่ไปรักคนที่เขามีเจ้าของแล้ว การพบกันแบบเปิดเผยที่สุดก็คือเรื่องของงาน  

แล้วสิ่งหนึ่งรวิสาก็ค้นพบว่า ยิ่งคบยิ่งแย่รวมไปถึงหาความสุขอีกต่อไปไม่ได้เหมือนเก่าก่อน ความรักของรวิสานั้นมีแต่ความทุกข์และคราบน้ำตาเข้ามาทดแทนความสุขความหวังที่เคยมีมากมายดูเหมือนจะกลายเป็นทรายที่ถูกคลื่นซัดเหลือแค่ซากความทรงจำ เพราะพี่รุจน์เองก็ไม่มีคำตอบที่แน่นอนให้เลย ว่าเมื่อไหร่จะจัดการกับเรื่องหย่าให้เป็นรูปเป็นร่างนอกจากบอกกับรวิสาว่าต้องคอยไปก่อน ทุกอย่างมันใช้เวลา หญิงสาวก็คอยจนเวลาล่วงเลยมาเป็นปี  

แต่แล้วในวันหนึ่งเขาก็เดินเข้ามาพร้อมกับข้อเสนอเดิม แต่เพิ่มเติมนั่นคือความเห็นชอบจากภรรยาของเขาแล้ว หญิงสาวเสียใจ ผิดหวังกับคนที่ตัวเองรักมาก มันเจ็บแปลบไปหมดทั่วหัวใจ 

งานที่ต้องทำก็ยังไม่เสร็จ สมาธิในการทำงานถึงกับขาดผึ่ง และขอเจ้านายให้หาคนดูแลงานของพี่รุจน์ต่อจากตน แต่เมื่อทางบริษัทของหล่อนแจ้งไปว่ารวิสาขอยกเลิกการทำงานตกแต่งภายในของโรงแรมของรุจน์ คำตอบที่ได้รับก็ทำเอาเดือดร้อนกันไปหมด เพราะเขาจะไม่ยอมให้ใครเข้ามาดูแลการออกแบบภายในนี้นอกจากรวิสาคนเดียว 

เมื่อไม่มีทางเลือกที่ดีกว่านี้ รวิสาจึงตัดสินใจต้องลาออกจากที่ทำงาน แล้วเก็บกระเป๋ากลับบ้านมาอยู่กับแม่ชั่วคราว ปกปิดเรื่องราวอันน่าอับอายนั้นไว้ไม่บอกกับใคร หากว่าพี่รุจน์ยังไม่หย่า หล่อนก็จะยังอยู่ที่นี่ แม้จะคิดถึงเขามากแค่ไหนก็ตาม 

 

ขุนพล ผู้ชายมาดเซอร์ ใบหน้าคมคร้ามดวงตาเศร้า เจ้าของอู่ขุนแคร์พังๆ กับที่รกร้างไร้ผู้คนสัญจรเริ่มคลืบคลานเข้ามาในชีวิตทีละน้อย จากที่ทะเลาะและอยากจะด่าทุกครั้งกลายเป็นว่าหล่อนอ่อนปวกเปียกกับความอ่อนหวานละมุน ที่ไม่คิดว่าคนภายนอกที่หยาบกระด้างอย่างเขาจะทำเป็นด้วย  

การดูแลเอาใจใส่แม้แต่การกินที่ถ้ามันเผ็ดเกินเขาก็พร้อมจะลดปริมาณพริกลงให้ เพื่อให้หญิงสาวได้กินอย่างไม่ต้องทรมานสูดปากเอาเป็นเอาตาย ต่อให้คนรอบข้างจะบอกว่ารสชาติที่แท้จริงของอาหารจะต้องเป็นอย่างนั้นอย่างนี้ แต่สำหรับเขาแล้วรวิสาคือศูนย์กลางของความเอาใจใส่และดูแลเป็นอย่างดี เจ้าของอู่ซอมซ่อพร้อมที่จะทะนุถนอมไม่ให้หล่อนบอบช้ำ  

หญิงสาวเผลอยิ้มและปาดน้ำตาออก ดวงตาเฉยเมยนั้นทำให้หญิงสาวมีน้ำตาและเจ็บปวดที่หัวใจ  

หล่อนรักขุนพล รักตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้ ทั้งที่ไม่คิดว่าจะรักใครได้อีก เพราะรวิสาคิดว่ามอบหัวใจไปให้กับ ‘พี่รุจน์’ จนไม่เหลือเผื่อให้ใครอีกแล้ว  

แต่ตอนนี้หญิงสาวมั่นใจแล้วว่าหัวใจของหล่อนอยู่กับเจ้าของที่รกๆแห่งนั้น ว่าที่สามีที่เขาเองก็ดื้อดึงจะแต่งงานกับหล่อนให้ได้ 

“สวยรักคุณนะขุน คอยสวยหน่อยได้ไหม” หญิงสาวพูดขึ้นเบาๆ หากสายลมคลื่นฝนจะพัดพาคำพูดนั้นไปกรอกเข้าหูของขุนพลได้ก็น่าจะดี อย่างน้อยหญิงสาวก็อยากให้เขาได้รู้ว่า หล่อนไม่ได้รังเกียจเขา แต่เรื่องที่ค้างคาทำให้รวิสาไม่มีอิสระ หล่อนจำเป็นต้องปลดแอกให้กับหัวใจตัวเอง เพื่อที่จะได้รักขุนพลได้หมดหัวใจ 

ความคิดเห็น