ลินมิรา
facebook-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

คลั่งไคล้และครอบครอง (ต่อ)

ชื่อตอน : คลั่งไคล้และครอบครอง (ต่อ)

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 424

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 23 พ.ค. 2563 12:31 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
คลั่งไคล้และครอบครอง (ต่อ)
แบบอักษร

         เสียงเคาะประตูดังขึ้น ชายหนุ่มพลิกตัวคว้านหาร่างนุ่มนิ่มที่เขากอดอยู่เมื่อคืน มือใหญ่ตบไปรอบที่นอน ทว่าข้างกายกลับว่างเปล่า เขารีบลืมตาขึ้นอย่างตื่นตระหนก ดวงตาคมสอดส่ายไปรอบห้องก็เห็นแต่ความว่างเปล่า หรือว่าเธอจะหนีเขาไปแล้ว 

               ร่างสูงรีบลุกขึ้นจากเตียงวิ่งไปเปิดประตู 

               “ว้าย...คุณปอนด์ ทำไมไม่ใส่เสื้อผ้าก่อน” แตงอ่อนโวยวายลั่น  

               “น้ำค้างกลับไปแล้วเหรอ” ถามขึ้นอย่างตื่นตระหนก 

               “ผู้หญิงของคุณปอนด์นะเหรอคะ” ยกมือขึ้นปิดตาและตะโกนถาม  

               “ใช่ ผู้หญิงของฉันอยู่ไหน”  

               “ไม่รู้ค่ะ” ส่ายหน้าไปมาทั้งที่มือยังปิดตาอยู่ “คุณผู้หญิงใช้ให้ดิฉันมาตามคุณปอนด์ เห็นว่าจะคุยเรื่องผู้หญิงของคุณปอนด์ค่ะ”  

               “เดี๋ยวฉันลงไป” พูดจบก็รีบปิดประตู พอหันมาอีกทีก็เห็นคนที่เป็นห่วงเดินออกมาจากห้องน้ำในชุดที่ใส่ไปแล้วเมื่อวาน 

               “เธอเข้าห้องน้ำเหรอ ฉันตกใจหมดเลย นึกว่าหนีฉันกลับไปแล้ว”  

               “หนูไม่กล้าหนีหรอกค่ะ” พูดพลางก้มหน้า 

               ร่างสูงเดินเข้าไปใกล้และยกหลังมือขึ้นแตะหน้าผากของเธอ “ตัวเธอร้อนเหมือนจะมีไข้เลย สงสัยเมื่อคืนเธอจะโดนฉันจัดหนักไปหน่อย อย่าบอกนะว่าเธอจะไปทำงานต่อ” 

               “วันเสาร์หนูก็ต้องทำงานค่ะ หนูได้หยุดแค่วันอาทิตย์”  

               “แต่เธอไม่สบาย ฉันสั่งให้เธอพัก อย่าขัดคำสั่งฉัน”  

               “งั้นหนูจะโทรไปลาป่วยค่ะ” 

               “ดีมาก เปลี่ยนเสื้อผ้าชุดใหม่ ใส่อีกชุดที่ฉันซื้อให้และแต่งหน้าให้สวยๆ ผู้หญิงของฉันต้องสวยตลอดเวลา”  

               หยาดน้ำค้างพยักหน้า เธอรอจังหวะที่เขาเข้าไปอาบน้ำค่อยจัดการกับเสื้อผ้าหน้าผม เธอแต่งหน้าเก่งขึ้นตั้งแต่เป็นเพื่อนกินเพื่อนเที่ยวกับเขา เธอเปิดดูคลิปสอนแต่งหน้าในยูทูปและทำตามทุกเช้า เขาพาเธอเข้ามาในโลกใบใหม่ที่มีสีสันและสดใสกว่าเดิม  

               ปวริศใส่ผ้าขนหนูเดินออกมาจากห้องน้ำ ดวงตาคมแอบดูคนขี้อายที่หน้าแดงระเรื่อและไม่กล้าสบตากับเขา เธอกำลังจัดเก็บที่นอนให้เข้าที่เข้าทางอยู่ เขาไม่เคยเห็นผู้หญิงคนไหนของเขาเป็นแบบนี้ ส่วนใหญ่ลุกขึ้นได้ก็หนี ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของแม่บ้าน  

               “หยิบเสื้อผ้าในตู้มาให้ฉันหน่อยสิ” หยาดน้ำค้างจัดที่นอนเสร็จพอดีก็เดินเข้าไปในห้องแต่งตัวของเขา เขามีตู้เสื้อผ้าอยู่ทั้งหมดสี่ตู้ แต่ละตู้จัดเก็บอย่างเป็นระเบียบเรียบร้อยแยกตามประเภทของชุด  

               “เสื้อผ้าคุณปอนด์มีเยอะมาก คุณจะใส่ชุดไหนคะ”  

               “เธออยากให้ฉันใส่ชุดไหนก็หยิบมา” 

               มือเรียวแหวกดูเสื้อผ้าในตู้ เธอไม่รู้ว่าเขาจะไปไหนจึงเลือกหยิบชุดลำลองแบบที่เขาชอบใส่ออกมาให้ มันคือชุดที่ใส่ไปเที่ยวก็ได้ ใส่ไปทำงานก็ดูดี แต่ไม่เป็นทางการนัก  

               “ใส่ให้ฉันด้วยสิ”  

               หยาดน้ำค้างหยิบเสื้อที่วางอยู่บนเตียงใส่ให้เขา เธออยู่ใกล้เขามากจนได้กลิ่นน้ำหอมของเขา เธอชอบกลิ่นนี้จัง มันดูเซ็กซี่มาก 

               มือสั่นระริกค่อยๆ ติดกระดุมเสื้อให้เขา แต่แล้วมือใหญ่ก็วางทาบลงไปที่สะโพกของเธอและดันตัวเธอเข้ามาแนบชิดจนเธอต้องใช้มือยันอกของเขาไว้ 

               มือใหญ่ช้อนคางเรียวขึ้นสบตา เขากำลังโน้มใบหน้าลงมาจะจุมพิตเธอ ทว่าเสียงเคาะประตูดังขึ้นก่อน ชายหนุ่มถอนหายใจอย่างอารมณ์เสีย 

               “มีอะไรอีกแตงอ่อน” เปิดประตูออกไปก็โวยวายทันที 

               “คุณผู้หญิงให้มาตามค่ะ” แตงอ่อนตอบเสียงสั่นเครือ  

               ปรวิศถอนถอนหายใจ เขาไม่อยากให้เธอโดนแม่และพี่สาวเขาเล่นงานจึงให้คนรับใช้พาเธอหลบไปก่อน “พาน้ำค้างไปรอที่รถคูเป้และก็อย่าให้ใครไปยุ่งวุ่นวายกับผู้หญิงของฉัน” 

               หยาดน้ำค้างเดินตามแตงอ่อนไปติดๆ โดยไม่งอแงหรือซักถามเหตุผล เธอเดินผ่านสระว่ายน้ำอีกครั้งและก็ถึงลานจอดรถ 

               รถซูเปอร์คาร์นับสิบคันที่จอดอยู่เมื่อวานอันตรธานไปหมดแล้วเพราะเป็นรถของแขกผู้มาร่วมงาน เหลือเพียงแอสตัน มาร์ติน และบีเอ็มดับเบิลยู ไอแปด ที่ยังจอดอยู่ นอกนั้นเป็นรถหรูพวกสปอร์ตคาร์สองที่นั่งบ้าง สี่ที่นั่งบ้าง และรถตู้หรูสไตล์สปอร์ตอีกสองคัน  

               รถที่ยังจอดอยู่น่าจะเป็นรถของเจ้านายบ้านใหญ่เพราะเธอเห็นรถที่หรูน้อยลงไปจอดอยู่ลึกเข้าไปอีกหลายสิบคัน 

               ลึกเข้าไปด้านหลังของคฤหาสน์หลังใหญ่มีบ้านเดี่ยวอีกนับสิบหลัง เธอแอบถามนายประกิตคนขับรถได้ความว่าเป็นบ้านเล็กบ้านน้อยของคุณชนินทร์ บ้านของลูกตาลและเตชินท์อยู่ด้านหลังของคฤหาสน์พอดี เธอหันไปเห็นลูกตาลกำลังรดน้ำต้นไม้อยู่จึงรีบหลบเข้าไปนั่งรอในรถ  

               ปวริศเดินเข้าไปในห้องรับประทานอาหารก็เจอแม่และพี่สาวทั้งสองคนนั่งรออยู่ คนเป็นแม่บ่นยิบที่ลูกชายหิ้วผู้หญิงเข้าบ้าน แม่และพี่สาวของเขาสืบจนรู้ประวัติของหยาดน้ำค้างในชั่วข้ามคืนและไม่ปลื้มเอามาก ๆ  

               “แกฉีกหน้าคุณเมย์มากเลยนะ”  

               “เดี๋ยวปอนด์จะไปเคลียร์กับคุณเมย์เอง คุณแม่กับพี่ปูเป้ไม่ต้องห่วง” 

               “เคลียร์แน่นะ” ปิ่นแก้วมองลูกชายอย่างไม่ไว้ใจ 

               ชายหนุ่มหยิบโทรศัพท์ออกมาต่อสายหาเลขาฯ และสั่งให้หล่อนจัดการนัดหมายกับเมยาณีในช่วงมื้อค่ำ พอวางสายก็รีบลุกจากโต๊ะอาหารโดยไม่แตะต้องอาหารเช้า 

               “นั่นแกจะไปไหน อย่าบอกนะว่าจะไปส่งยายเด็กนั่น”  

               ปวริศไม่สนใจจะตอบคำถาม เขาเดินล้วงกระเป๋าตรงไปที่ลานจอดรถ ชายหนุ่มคนที่โบกรถให้เมื่อวานรีบวิ่งไปเปิดประตูรถให้เจ้านาย ร่างสูงก้าวเข้าไปนั่งประจำที่นั่งคนขับ ดวงตาคมหันไปมองคนข้างๆ หยาดน้ำค้างเข้ามานั่งรออยู่ในรถเรียบร้อยแล้ว 

               “หิวไหม”  

               “ไม่หิวค่ะ” เธอโกหกเขา ทั้งที่ความจริงหิวจนไส้แทบขาด 

               “แต่ฉันหิว ไปหามื้อเช้ากินกันก่อน แล้วฉันจะไปส่งเธอ” พูดจบก็ขับรถออกไปช้า ๆ ปกติเขาจะขับรถเร็วมากจนบางทีประตูรั้วหน้าบ้านเปิดแทบไม่ทัน ทว่าวันนี้เห็นคนนั่งข้างๆ กวาดตามองรอบอาณาจักรของเขาจึงชะลอความเร็วลงให้เธอได้ชมจนสมใจ 

               ยามเช้าของอาณาจักรแห่งนี้ดูสงบและร่มรื่น รอบนอกเป็นรั้วคอนกรีตแข็งแรง ทว่ารอบรั้วด้านในเป็นต้นไทรเกาหลี รอบสระว่ายน้ำก็เป็นต้นคริสติน่า หน้าคฤหาสน์หลังใหญ่ก็เป็นวงเวียนและทางเข้าออกก็ปลูกชาดัดตกแต่งเป็นรูปสัตว์ต่าง ๆ สลับกับต้นลีลาวดีสีขาวที่ออกดอกบานสะพรั่ง  

               ประตูรั้วหน้าบ้านเปิดออกและรถคูเป้สองที่นั่งก็ขับออกไป 

               เขาพาเธอไปยังร้านอาหารเช้าบรรยากาศเก่าๆ ทว่าภายในร้านสะอาดสะอ้าน ความโดดเด่นของร้านนี้คือชุดกาแฟและอาหารเช้า กาแฟมีให้เลือกสองสูตรคือร้อนและเย็นเป็นกาแฟโบราณ เขาเลือกร้อน ส่วนเธอเลือกเย็น อาหารเช้าก็มีไข่ลวก ไข่ดาว แฮม ไส้กรอกและขนมปังปิ้ง 

               “เธอชอบร้านนี้ไหม”  

               “ชอบค่ะ มันดูคลาสสิคดี”  

               “ฉันดีใจนะที่เราชอบเหมือนกัน” 

               หยาดน้ำค้างเหลือบตามองเขา เธอหันไปทีไรก็เห็นเขาจ้องมองเธออยู่ เขาจะมองเธอทำไม เขาคิดอะไรอยู่ หรือว่าเขาคิดเรื่องเมื่อคืน 

               “คิดถึงเรื่องเมื่อคืนอยู่เหรอ” เขาถามขึ้น  

               หยาดน้ำค้างสำลักกาแฟโบราณทันทีและรีบปฏิเสธ  

               “อย่ามาโกหก หน้าเธอแดงมากเลย ถ้าเธออยากมองหน้าฉันก็มองให้เต็มตาได้เลย ไม่ต้องแอบมองแล้วก็หลบแบบนี้”  

               หยาดน้ำค้างเงยหน้าขึ้นและสบตากับเขา เธอรู้สึกว่าสายตาของเขามันแรงกล้าเหมือนกับแสงตะวัน เธอจ้องได้แป๊บเดียว ใบหน้าก็ร้อนผ่าว ภาพเมื่อคืนมันปรากฏขึ้นมาในความทรงจำ ไม่อยากจะเชื่อเลยว่าเธอจะทำแบบนั้นลงไปได้ ณ เวลานี้เธอรู้สึกอายจัง 

               “ซื้อไปฝากน้องชายด้วยไหม” 

               หยาดน้ำค้างพยักหน้าแทนคำตอบ เธอคงต้องขอบคุณปัทมาที่ไลน์ไปบอกสายฟ้าตั้งแต่เมื่อคืนว่าเธอไปค้างกับหล่อน สายฟ้าจึงไม่กังวลที่เธอหายไปทั้งคืน ปัทมามีเบอร์โทรของสายฟ้าเพราะหล่อนเป็นคนนำเอกสารสัญญามาให้เขาเซ็นและหล่อนก็เมมเบอร์เอาไว้ด้วย 

               ปัทมาเฉลียวฉลาดและรู้ใจเจ้านายมาก หล่อนไลน์มาบอกรายละเอียดกับเธอตั้งแต่เช้าและเธอก็อ่านมันก่อนที่จะโทรหาน้องชาย เธอสงสัยจังว่าผู้หญิงคนนี้ทำงานให้ปวริศมากแค่ไหน เขาจะหลงรักหล่อนบ้างไหมนะ หล่อนทั้งสวยและเก่ง แถมยังร่าเริง สดใส และมีชีวิตชีวาอีกด้วย 

               “อยากได้อะไรอีกไหม”  

               “ไม่เอาแล้วค่ะ” ส่ายหน้าปฏิเสธ เธอหิวมากก็จริง แต่กลับกินไม่ลง เธอรู้สึกครั่นเนื้อครั่นตัว ร้อนๆ หนาวๆ เจ็บระบมไปทั้งร่าง โดยเฉพาะตรงนั้น...รู้สึกว่ามันเจ็บมาก  

               ปวริศพาเธอออกจากร้านอาหาร เขาไปส่งเธอที่อพาร์ตเมนต์ เขาไม่เคยไปรับและส่งผู้หญิงคนไหน ส่วนใหญ่มากันเองและกลับกันเอง นักเลงกันทุกคน มีบ้างที่เขาพาไปชอปปิงในห้าง แต่จบที่เพนต์เฮาส์ของเขา เสร็จกิจพวกหล่อนก็ขับรถกลับบ้านเองทุกคน 

               “ให้ฉันขึ้นไปส่งที่ห้องไหม” ถามอย่างห่วงใย  

               “ไม่เป็นไรค่ะ หนูขึ้นไปเองได้ ขอบคุณค่ะที่มาส่ง” ร่ำลาเขาเสร็จก็เปิดประตูรถออกไปพร้อมกับหยิบชุดอาหารเช้าติดมือไปฝากน้องชายด้วย 

               ดวงตาคมมองตามร่างเพรียวบางที่เดินเข้าตึกไปช้า ๆ เขาปฏิเสธไม่ได้ว่าเป็นห่วงเธอมาก เขารีบเปิดประตูรถเดินตามเธอไป เธอไม่รู้ตัวว่าเขาเดินตามเพราะกำลังใจลอย เธอเดินไปเรื่อย ๆ จนถึงหน้าลิฟต์ เธอกดลิฟต์และยืนรออยู่อย่างนั้นจนลิฟต์เปิด  

               “คุณปอนด์...” อุทานขึ้นเบาๆ เธอรู้สึกว่ามีคนมายืนอยู่ข้างๆ แต่นึกว่าเป็นผู้อาศัยคนอื่นที่ยืนรอขึ้นลิฟต์ไปพร้อมกัน 

               มือเรียวเอื้อมไปกดปุ่มปิด ระหว่างที่ลิฟต์ปิดลงช้า ๆ เธอก็มองคนที่ยืนอยู่นอกลิฟต์อย่างเต็มตา เรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อคืน เธอไม่โกรธเขาเลยสักนิด มันไม่ใช่ความผิดของเขาเลย คนที่เธอควรจะโกรธคือแองจี้ดารานางแบบคนนั้นต่างหาก หล่อนคลั่งไคล้เขามาก และทุกครั้งที่หล่อนกลั่นแกล้งเธอ มันยิ่งทำให้เขาเข้ามาชิดใกล้เธอมากยิ่งขึ้น 

               มือใหญ่เอื้อมไปแตะที่ประตูลิฟต์ก่อนที่มันจะปิดสนิท ประตูลิฟต์ก็เปิดออกอีกครั้งเมื่อเซนเซอร์จับสัญญาณได้ ดวงตาคมจ้องมองใบหน้าสวยใสและนัยน์ตาเศร้าๆ แล้วปวดใจยิ่งนัก  

               “เธอโอเคใช่ไหม” 

               “หนูไม่เป็นไรค่ะ”  

               ประตูลิฟต์ปิดอีกครั้ง ทว่าครั้งนี้มันปิดสนิท  

               ดวงตาคมจ้องมองตัวเลขที่ปรากฏอยู่ข้างปุ่มเปิดปิด ตัวเลขหยุดอยู่ที่ชั้นสามและนิ่งไป เธอคงออกจากลิฟต์ไปแล้ว นึกถึงความคลั่งของเขาเมื่อคืนก็อดสงสารไม่ได้ เขาคงทำเธอเจ็บมากแน่เลย ไม่งั้นคนที่ชอบประหยัดไฟช่วยชาติคงจะเดินขึ้นบันไดไปแล้ว 

 

****************************** 

ชอบหรือไม่ชอบยังไง คอมเมนต์บอกไรต์ด้วยนะ 

***************************************** 

นิยายเรื่องนี้มีอีบ๊กใน MEB และกำลังเปิดพรีออร์เดอร์รูปเล่มอยู่ 

ใครสนใจติดต่อได้ที่ 

https://web.facebook.com/lynmirabooks 

ความคิดเห็น