หอหมื่นอักษร
facebook-icon Twitter-icon Instagram-icon

เมื่อความทรงจำสูญหายและชื่อของเขาคือเบาะแสสุดท้ายที่เหลืออยู่ เธอจะต้องตามหาเขาให้เจอและเรียกคืนความทรงจำกลับมาให้ได้

ตอนที่ 29 อย่าเข้มงวดกับเธอนักเลย

ชื่อตอน : ตอนที่ 29 อย่าเข้มงวดกับเธอนักเลย

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 295

ความคิดเห็น : 1

ปรับปรุงล่าสุด : 23 พ.ค. 2563 11:29 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 29 อย่าเข้มงวดกับเธอนักเลย
แบบอักษร

“คุณจาง ผมขอเอกสารที่ประธานจางส่งมาเมื่อวานหน่อยครับ” โม่หันก้าวไปยังโต๊ะรับรองด้านหน้า แต่ก่อนที่เขาจะเดินผ่านไป จู่ๆ เขาก็หันหลังกลับมา 

จางลี่ที่นึกไม่ถึงว่าทนายโม่จะเดินมารีบลุกขึ้นและหาเอกสารบนโต๊ะให้อย่างลุกลี้ลุกลน 

เมื่อซย่าชิงอีเห็นโม่หันกำลังจะเดินจากไป เธอจึงร้องเรียกเขาสุดเสียง “พี่คะ!” 

โม่หันและจางลี่หันหน้ามามองเธอ ในขณะที่คนแรกรู้สึกงุนงง คนหลังกลับอยู่ในอาการตกใจไปเสียแล้ว 

“เธอมาทำอะไรที่นี่เนี่ย” โม่หันจำเธอไม่ได้ไปชั่วขณะ ก่อนหน้านี้เธอสวมแต่ชุดคนไข้กับเสื้อตัวหลวมของเขา เขาเลยไม่เคยเห็นเธอใส่เสื้อผ้าปกติเลยสักครั้ง 

โม่หันเพิ่งสังเกตว่าจริงๆ แล้วเธอเป็นคนสวยคนหนึ่ง ผิวของเธอขาว และผมสั้นที่ล้อมกรอบหน้าเรียวเล็กนั้นอย่างพอดี ดวงตาส่งประกายวิบวับเหมือนดวงดาวให้คนต้องหันไปมองเธอ 

“ฉันจำทางกลับบ้านไม่ได้น่ะค่ะ” เธอกล่าวขึ้น 

ทันใดนั้นเขาก็นึกขึ้นได้ขึ้นว่าทิ้งเธอไว้ที่โรงพยาบาลและบอกให้เธอโทรหาเขาให้มารับ เพราะพวกเขามีประชุมที่สำนักงานเกี่ยวกับคดีของประธานจางทั้งวันทำให้เขาลืมไปรับเธอเสียสนิท จนมาตอนนี้ถึงเพิ่งนึกขึ้นได้ 

“ทำไมไม่โทรหาพี่ล่ะ” 

“ฉันไม่มีเบอร์พี่นี่คะ” เธอตอบกลับ 

โม่หันถอนหายใจออกมา เขาไม่อยากเชื่อเลยว่าตัวเองจะลืมเรื่องสำคัญแบบนี้ เขาก้าวไปหาซย่าชิงอีพลางมองถุงที่อยู่บนพื้นก่อนมุ่นคิ้วถาม “เธอถือถุงพวกนี้มาคนเดียวเลยเหรอ” 

“ฉันเรียกแท็กซี่มาค่ะ แต่ว่าถือถุงพวกนี้มาที่นี่เอง” เธอตอบ 

เมื่อพนักงานต้อนรับเห็นทั้งคู่คุยกัน เธอก็อึ้งเงียบไป ทนายโม่ไปมีน้องสาวตอนไหนกัน ทำไมเธอไม่เคยรู้มาก่อนเลย 

“แล้วทำไมไม่เข้ามาด้านในล่ะ รออยู่ที่นี่มานานเท่าไหร่แล้ว” เขาถามกลับ 

“ประมาณชั่วโมงหนึ่งได้ ไม่นานเท่าไรหรอกค่ะ พนักงานต้อนรับบอกว่าพี่มีประชุมอยู่เลยให้ฉันรออยู่ที่นี่น่ะค่ะ” 

เขามองไปที่จางลี่อย่างเย็นชาแล้วกล่าวด้วยน้ำเสียงเย็นเยียบที่ทำให้เธอรู้สึกกลัว “ทำไมคุณบอกให้เธอรอข้างนอกล่ะครับ” 

จางลี่ก้มหัวขอโทษทันทีก่อนตอบเสียงสั่น “ฉันขอโทษค่ะ... ฉันไม่ทราบ... ฉันไม่ทราบว่าเธอเป็นน้องสาวของคุณน่ะค่ะ” 

“คุณบอกอย่างนี้กับทุกคนที่มาหาผมหรือครับ” เขาจ้องไปที่เธอ แม้จะไม่ได้ขึ้นเสียงแต่มันก็ดังก้องไปทั่วห้อง กลบเสียงอื่นให้เงียบสนิท 

“ฉันขอโทษค่ะ... ฉันคิดว่า...” เสียงของเธอยังคงสั่นเหมือนจะร้องไห้ ขณะที่ตัวก็สั่นระริกตามไปด้วยพร้อมก้มหน้าขอโทษ 

“ครั้งหน้าผมไม่อยากให้คุณตัดสินใจอะไรเองนะครับ ไปเขียนรายงานแล้วมาส่งที่ห้องทำงานของผมพรุ่งนี้” 

ขณะที่ซย่าชิงอีมองไปที่จางลี่ที่เกือบจะร้องไห้ออกมา เธอก็รู้สึกผิดขึ้นมา เด็กสาวดึงแขนเสื้อของโม่หัน “เธอไม่ได้ตั้งใจหรอก อย่าเข้มงวดกับเธอมากขนาดนั้นเลยค่ะ” 

เขาหันมามองมือเล็กๆ ที่จับแขนเสื้ออยู่ ค่อยๆ ใจอ่อนลง เดินนำเธอเข้าไปในสำนักงานอย่างเงียบๆ “เธอซื้อของทุกอย่างแล้วใช่ไหม” เขาถามขึ้น 

“เรียบร้อยแล้วค่ะ ตอนนี้ฉันแค่หิวนิดๆ น่ะ” 

“ทำไมเธอไม่กินจากข้างนอกมาล่ะ” 

“ฉันมัวแต่ซื้อของอยู่ก็เลย...ลืมค่ะ” ซย่าชิงอีเห็นว่าทุกคนมองมาที่เธอตั้งแต่ที่เดินเข้ามา สายตาของพวกเขาทำให้เธอรู้สึกอึดอัดจึงเอาแต่เดินตามหลังโม่หันไปติดๆ พยายามซ่อนตัวไม่ให้ใครเห็น 

เธอไม่รู้ว่าเป็นเพราะเขาไม่เคยพาใครมาที่นี่ แม้เขาจะไม่ชอบพูดเรื่องส่วนตัวที่ที่ทำงานแต่ท่าทีของเขาก็ดูไม่พอใจนัก ทุกคนจึงต่างอดแอบสงสัยไม่ได้ว่าเด็กสาวคนนี้เป็นใครกัน 

หลิวจื้อหย่วนสังเกตเห็นซย่าชิงอีตั้งแต่เธอก้าวเข้ามา เขารู้สึกคุ้นเคยกับเด็กสาวคนนี้แต่จำไม่ได้ว่าเคยเจอเธอที่ไหน 

ความคิดเห็น