ŜËreni†y💋
email-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

Xx หนูคนเดียว EP. 29 :; เป็นแฟนกันนะ

ชื่อตอน : Xx หนูคนเดียว EP. 29 :; เป็นแฟนกันนะ

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย Yuri

คนเข้าชมทั้งหมด : 1k

ความคิดเห็น : 14

ปรับปรุงล่าสุด : 23 พ.ค. 2563 10:51 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
Xx หนูคนเดียว EP. 29 :; เป็นแฟนกันนะ
แบบอักษร

* 

* 

  

  

  

           หลายวันมานี้อาการป่วยของฟานี่ดีขึ้นตามลำดับ กระทั่งกลับมาหายดีเป็นปกติแล้ว ตลอดระยะเวลาเกือบอาทิตย์ คุณแทรินอยู่กับเธอแค่คืนเดียว ใจนึงก็อยากให้เขาอยู่ด้วยแต่เพราะกลัวจะติดหวัดกัน อีกทั้งคุณเขาก็ยังมีเรื่องที่ยังต้องกลับไปจัดการต่อที่บริษัท  

           เธอเลยไม่ทำตัวเป็นเด็กขี้งอแง 

           แต่ก็เก่งได้แค่ไม่กี่วัน พี่เอมี่ก็ถูกเรียกตัวให้กลับเข้าบริษัท ส่วนคุณเวนิสก็ต้องกลับไปรายงานตัวที่หน่วยด้วยเหมือนกัน หลังจากนั้นที่บ้านก็รู้สึกเงียบเหงาลงมาเยอะ 

           ฟานี่ได้แต่ใช้เวลาในแต่ละวันอ่านหนังสือแต่ละเล่มวนไป อีกไม่นานก็จะถึงวันที่ต้องสอบเข้าเรียนในมหาลัย 

  

  

  

. 

. 

  

  

  

           แทรินจัดการเคลียร์หลายเรื่องที่เกิดขึ้นในช่วงนี้ ทั้งเรื่องคดีความของแฮจินแล้วยังเรื่องงานต่าง ๆ ที่คาค้างอยู่  

           กระทั่งช่วงค่ำของคืนนี้ถึงได้มีเวลาออกมานั่งดื่มกับควอนยูลเพื่อนรักที่บาร์ร้านประจำแห่งหนึ่ง เราพูดคุยกันตามประสาเพื่อนถึงแม้จะมีเรื่องของแฮจินเข้ามาขัดแต่ก็ไม่ได้ทำให้เราต้องทะเลาะเบาะแว้งกัน 

           ยูลเข้าใจดีและไม่เคยเข้าข้างในสิ่งที่แฮจินทำ ก่อนหน้าที่จะถูกจับ แทรินได้บอกกับเขาเรื่องนี้ก่อนแล้ว ตอนนั้นถึงจะช็อคมาก หากแต่ก็บอกไปว่าให้จัดการได้อย่างเต็มที่ไม่ต้องเกรงใจกัน 

           คืนนี้ได้พูดคุยกับเพื่อนรักแล้วทำให้แทรินรู้สึกสบายใจขึ้น เลยดื่มมากไปจนเมาแอ๋ ยูลขับรถพามาส่งที่ห้องพักแล้วก็กลับไป คืนนั้นแทรินโทรหาฟานี่หลายสิบครั้งแต่โทรไม่ติด ด้วยความร้อนใจบวกกับเมามากเลยขับรถออกจากเพนท์เฮ้าส์หรู แต่ยังไปได้ไม่ถึงไหนก็ฟุบหลับคาพวงมาลัยรถซุปเปอร์คาร์คันสวยหน้าทางออก เดือดร้อนรปภ.ต้องเรียกผจก.เพนท์เฮ้าส์มาพากลับขึ้นไปนอนบนห้อง และทุกอย่างก็เรียบร้อยดีจนกระทั่งเขาตื่นนอนในช่วงสาย 

           แทรินจำเรื่องราวหลังจากควอนยูลขับรถกลับมาส่งที่ห้องไม่ได้ อาการหนักหัวเริ่มโจมตีจนต้องโทรไปตามเอมี่ให้มาหาที่ห้อง 

           เลขาคนสวยมาถึงก็เห็นคุณเจ้านายนอนเอาน้ำแข็งประคบที่หน้าผากอยู่บนโซฟาเลยไปชงเอสเพรสโซ่ร้อนและทำไข่ลวกสองฟองให้ทาน 

            “เมื่อคืนหนักมากสินะคะ” 

            “ไม่ได้ดื่มกับยูลนานแล้วหน่ะ” เขาตอบโดยที่ไม่ได้ละสายตาขึ้นมาจากสมาร์ทโฟนด้วยซ้ำ 

           พอเห็นหน้ายุ่งๆของบอสเธอก็พอจะเดาออกว่ากำลังคิดอะไรอยู่ 

            “สงสัยว่าเราจะกลับไปเมืองSMเย็นนี้ไม่ได้แล้วล่ะค่ะ” 

            “ทำไม?” 

            “บอสไม่ได้ดูข่าวหรือไงคะ” 

            “เมื่อคืนกินเหล้าอยู่ คุณก็รู้” 

            “ที่เมืองSMพายุเข้าค่ะ” 

           ถึงว่าติดต่อฟานี่ไม่ได้เลย 

            “แล้วอีกกี่วันถึงจะสงบ” 

            “อีกสามสี่วันหน่ะค่ะ” 

           สามสี่วัน!! ทำไมรู้สึกว่ามันนานนัก ตอนนี้คิดถึงเด็กสาวตัวนุ่มนิ่มมาก อยากกอดอยากฟัดให้จมอก 

  

  

  

. 

. 

  

  

  

           หลังพายุสงบลง เมืองเล็กได้รับความเสียหายชาวเมืองรีบเร่งซ่อมแซมบ้านเรือนกัน แต่คฤหาสน์หลังงามของแทรินไม่ได้รับความเสียหายใด ๆ จะมีก็แต่ต้นไม้เล็กที่ขึ้นรายล้อมบริเวณบ้านนั้นหักโค่นบ้างเล็กน้อย 

           กระจกหน้าต่างของบ้านมีแตกเสียหายหลายจุดต้องหาคนมาซ่อมแซม 

           ช่วงหัวค่ำรถคันสวยแล่นเข้ามาจอดหน้าบ้าน สเตฟานีญาที่กำลังช่วยป้ามาเรียมทำเนื้ออบอยู่รีบวิ่งมามองที่หน้าต่าง ด้วยความหวังในใจลึกๆว่าจะเป็นคุณแทรินที่มา 

           หากแต่คนที่ลงจากรถมากลับเป็นพี่เอมี่ แม้จะผิดหวังเล็กๆ แต่ก็ไม่ใช่ทั้งหมด เอมี่บอกให้ฟานี่รีบไปอาบน้ำแต่งตัวให้สวยแล้วขับรถพามายังบ้านหลังหนึ่ง ประดับไฟตกแต่งไว้อย่างสวยงาม 

            “นี่มันอะไรกันคะ” 

            “เข้าไปข้างในกัน” 

           เอมี่จูงมือเด็กสาวเข้าไปในบ้านกระทั่งพามาถึงสวนด้านหลัง  

           ตอนนี้มีทั้งครอบครัวของฟานี่ และเพื่อนอีกสองคน รวมไปถึงคุณเวนิสด้วย พวกเค้ากำลังย่างบาบีคิวล็อบสเตอร์กันอยู่ สำหรับฟานี่แล้วรู้สึกเซอร์ไฟร์สมากฉีกยิ้มจนแก้มแตก  

            “เข้าไปร่วมสนุกกับทุกคนสิ” 

            “ขอบคุณพี่เอมี่มากเลยนะคะ หนูดีใจมากที่ได้มาเจอทุกคนแบบนี้” 

            “พี่ไม่ได้ทำอะไรนอกจากขับรถพาเธอมาส่ง ก็เท่านั้น” 

           ถ้าพี่เอมี่ไม่ได้เป็นคนทำ แล้วใครล่ะ?? 

           หรือว่า…. 

           ฟานี่หันไปมองรอบตัว แต่ก็ไม่พบคุณแทรินเลย ได้แต่ทิ้งความสงสัยไว้ในใจแล้วเดินเข้าไปกอดและหอมแก้มยายฮันน่าด้วยความคิดถึง จากนั้นก็เข้ามากอดป้านิโคลและหันมายิ้มให้ลุงแซมที่เอาจานใส่พอร์คชอปที่ย่างเสร็จร้อนๆมาให้ 

           หลังจากทักทายพูดคุยกับครอบครัวเรียบร้อยก็เดินมาช่วยวิด้ากับเฟร่ยาที่กำลังย่างเนื้อคาโกชิม่ากันอยู่หน้าเตาอีกอัน 

            “พวกเธอมาได้ไง” 

            “คุณเวนิสไปรับพวกเรามา” วิด้าเป็นคนตอบ 

            “บอกว่าจะมีปาร์ตี้ให้พวกเราก่อนไปสอบวันพรุ่งนี้หน่ะ ใจดีมากเลย” เฟรย่ากำลังฟินกับเนื้อย่างแสนแพงที่ละลายในปากตอนนี้  

           หันไปมองพี่เอมี่อยากจะซักถามเรื่องคุณแทรินแต่เห็นกำลังคุยอยู่กับคุณเวนิสเลยไม่อยากเข้าไปขัด 

           ปาร์ตี้คืนนี้ไร้เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เพราะงั้นสบายใจได้ว่าพวกเธอจะตื่นไปสอบกันได้ตรงเวลา  

  

  

  

. 

. 

  

  

  

           เช้าของวันใหม่เอมี่เป็นคนขับรถพาสาวๆไปยังสถานที่สอบด้วยตัวเอง และยังไปรับกลับมาอีก ทั้งหมดพักอยู่ที่บ้านปาร์ตี้ด้วยกันจนกว่าจะสอบเสร็จเพราะที่นี่ใกล้กับสนามสอบ 

           ฟานี่ได้รับกำลังใจจากคุณแทรินเป็นข้อความที่ส่งมาหา แม้จะอยากเห็นหน้าแต่ก็ไม่กล้าร้องขอเพราะกลัวจะขอมากเกินไป 

           เวลาช่างผ่านไปอย่างรวดเร็วจนกระทั่งการสอบเสร็จสิ้นลง มีปาร์ตี้เล็กๆจัดขึ้นอีกครั้ง แถมมีเบียร์ให้ดื่มด้วย แต่ฟานี่ไม่ได้ดื่มหลังจบปาร์ตี้ก็แยกย้ายกันขึ้นห้องไปอาบน้ำเตรียมเข้านอน 

           บนเตียงกลับมีช่อดอกกุหลาบแดงวางไว้ 

  

'รู้ว่าต้องทำข้อสอบได้อยู่แล้ว คนเก่ง' 

แทริน 

  

           ฟานี่สูดความหอมของดอกไม้ด้วยใบหน้าเปี่ยมไปด้วยความสุขก่อนจะบรรจงวางลงที่เดิมแล้วเข้าไปมนห้องน้ำ แต่ก็ต้องแปลกใจอีกครั้งเมื่อเห็นกระดาษห่อของขวัญวางอยู่พร้อมการ์ดข้อความ 

  

'พรุ่งนี้ใส่ชุดนี้นะ' 

  

            “คุณแทรินเล่นอะไรของเค้านะ” 

           แม้จะสงสัยแต่ก็คงหาคำตอบไม่ได้นอกเสียจากว่าจะถึงวันพรุ่งนี้ ฟานี่ยังไม่แกะห่อกระดาษออกรอให้ถึงวันพรุ่งนี้เลย เธออาบน้ำแล้วออกมาปิดไฟรีบเข้านอนทันที 

  

  

  

. 

. 

  

  

  

           เช้าตรู่ของวันใหม่สเตฟานีญาอาบน้ำแต่งชุดสวยที่แทรินซื้อให้ลงมาทานมืัอเช้าหลังจากนั้นพี่เอมี่ก็ขับรถพาเธอออกมา ตอนแรกคิดว่าคงพากลับคฤหาสน์ หากแต่ไม่ใช่ เธอกับเพื่อนๆถูกพามายังสนามบินและนั่งเครื่องมาอีกเมืองนึง 

           จากนั้นก็นั่งรถอีกครั้งจนมาถึงสวนสนุกและฝันว่าจะได้มาเที่ยวซักครั้งในชีวิต ทั้งสามกระโดดโลดเต้นด้วยความดีใจมาก เรายังได้พบคุณเวนิสที่นี่ด้วย ที่ยื่นบัตร VIP แบบจัดหนักแจกให้ และที่แรกที่เราเลือกไปก็คือโซนพ่อมดจากในหนังเรื่องดัง  

           เป็นคุณเวนิสอีกที่พาเข้าไปซื้อเสื้อคลุมกับผ้าพันคอพ่อมดแม่มดให้พวกเด็กๆได้ใส่ ฟานี่ยังเลือกไม้กายสิทธิ์มาด้วยหนึ่งอัน ระหว่างที่เลือกซื้อของอย่างตื่นตาตื่นใจอยู่นั้นคุณแทรินก็ส่งข้อความมาหา 

  

แทริน💬 อยู่ไหนคะ?  

ฟานี่💬 ให้ทาย 

แทริน💬 อยู่บ้าน?  

ฟานี่💬 มาเที่ยวค่ะ 

แทริน💬 ให้เดานะ  

ตอนนี้อยู่สวนสนุกใช่มั้ย 

ฟานี่💬 คุณรู้อยู่แล้วนี่นา 

แทริน💬 55แล้วชอบมั้ย 

ฟานี่💬 ชอบมากๆเลย 

ฟานีา💬 ขอบคุณมากนะคะ 

แทริน💬 ฉันรู้ทุกที่ที่เธอไปนะ 

ฟานี่💬 พี่เอมี่บอก 

แทริน💬 ถึงเอมี่ไม่บอกก็รู้ 

ฟานี่💬 ขี้โม้😝 

  

           หลังจากพูดคุยกันแป๊บนึง คุณเวนิสก็มาพวกเรามาขมปราสาทพ่อมด ที่นี่ไม่ต่างไปจากในหนังที่เคยดูเลย ทั้งสามดูตื่นตาตื่นใจมากกระทั่งฟานี่รู้สึกเหมือนว่ามีมือใครมาแตะที่ก้นของเธอ 

           พอหันไปมองก็ถึงกับต้องอ้าปากหวอ 

            “เป็นโรคจิตหรอคะ” 

            “เขาเรียกทักทาย” 

            “คุณทักทายแบบนี้กับทุกคนเหรอ?” 

            “แค่กับเธอ” เขากระซิบลงมาบอกที่ข้างหูเล่นเอาฟานี่หน้าแดงไปเลย 

เพื่อนอีกสองคนพอกันไปเห็นคุณแทรินก็พากันเดินเข้ามาทักทาย 

           จากนั้นเราก็เดินไปเล่นเครื่องเล่นกันต่อ โดยแบ่งเป็นสามคู่ แน่ละว่าเธอคู่กับคุณแทริน เครื่องเล่นที่เราเลือกเล่นเป็นรถไฟเหาะส่วนหัวนั้นเป็นเจ้านกประหลาดที่ปรากฏในหนังพ่อมด แต่ระดับความน่ากลัวจัดไปทางให้เด็กเล่นมากกว่า ถึงกระนั้นพี่เอมี่ก็ยังมีอาการเมาเครื่องเล่นจนต้องหาที่นั่งพักโดยมีคุณเวลิสคอยดูแล พวกเราที่เหลือล่วงหน้าไปยังโซนโลกของไดโนเสาร์ต่อ เริ่มจากการล่องเรือเล่นชิลๆ เข้าไปในป่าทึบที่มีไดโนเสาร์ตัวใหญ่หลายสายพันธ์ุกำลังขยับตัวหลอกเหมือนในหนัง หากเป็นเด็กน้อยคงจะอินและสนุกกว่านี้เป็นแน่ 

            “น่ากลัวอ่ะ กลัวโดนแรพเตอร์กิน” แทรินซุกหน้าลงที่ซอกคอของคนอายุน้อยกว่า ตอนแรกฟานี่ก็รู้สึกอายแต่คนบนเรือไม่มีใครสนใจเธอหรอกทกสายตากำลังจับจ้องไปที่สัตว์ตัวใหญ่พวกนั้น แทรินเองก็รู้เลยเลื่อนใบหน้าต่ำลงมาซุกใส่นมเด้งๆ ของเธอสองมือก็โอบรัดเข้ามาที่เอวคอด 

            “เด็กข้างหน้าเรายังไม่กลัวเท่าคุณเลยนะคะ” 

            “ก็มันน่ากลัวนี่นา” 

            “กลัว?” 

           ฟานี่ดันหน้าตี่หล่อออกจากนมของเธอแต่เขากลับเลื่อนฝ่ามือเข้าไปในเสื้อขยำลูบคลึงเต้านมข้างขวาอย่างย่ามใจ 

            “เดี๋ยวคนเห็น คุณแท!! ” เธอร้องเสียงหลงออกมาอย่างตกใจ 

            “ไม่มีใครสนใจเราหรอก อย่าส่งเสียงดังสิคะ ชวู่ส์” 

           พูดเองเออเองเสร็จสรรพแล้วก็เลิกเสื้อในสีเนื้อจองเด็กสาวขึ้นใช้นิ้วชี้เกี่ยวตวัดขึ้นลงบนจุกนมน้อยๆไม่นานก็เริ่มคัดแข็งชูชัน เขายื่นปากเข้าไปรวบดูดหน้าตาเฉย อย่างไม่เกรงกลัวว่าใครจะเห็นเลย 

           ฟานี่ตื่นเต้นจนรู้สึกว่าหัวใจจะกระดอนออกจากอกอยู่แล้ว ขัดขืนก็ไม่ได้..ได้แต่นั่งนิ่งให้เขาดูดนมเล่นต่อไป กระทั่งเรือล่องมาถึงจุดนึงโดนสายน้ำสาดลงมาเปียกใส่เราทั้งคู่ เขาถึงได้หยุด 

           หลังจบการล่องเรือเราก็ไปเล่นของเล่นเครื่องอื่นต่อ แต่คุณแทรินไม่ได้หื่นใส่เธออีกสงสัยเพราะได้น้ำเย็นดับความรุ่มร้อนไปแล้วมั้ง 

           เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว ฟานี่ได้ลองดื่มบัตเตอร์เบียร์แบบในหนังด้วยเราถ่ายรูปเล่นกันสนุกสนานพร้อมกับทานมื้อเย็นเติมพลัง และรอเวลาไปชมปราสาทพ่อมดช่วงค่ำต่อ 

           ในตอนที่กำลังชมการแสดงไฟเล่นแสงสีอยู่นั้น แทรินยื่นกล่องกบช็อคโกแล็ตให้ เธอแกะออกดูข้างในมีการ์ดกระดาษเขียนข้อความใส่ไว้  

  

'เป็นแฟนกันนะคะ' 

  

           ได้อ่านแล้วถึงกับอึ้งไปด้วยความตกใจ 

            “ตกลงมั้ย อย่าเงียบสิคะ” 

           ดูเหมือนอีกฝ่ายจะทนรอฟังคำตอบนานไม่ไหว 

            “คุณแน่ใจแล้วเหรอคะ?” 

            “ไม่แน่ใจจะพามาถึงที่นี่หรือคะ” 

           ถึงจะบอกออกไปอย่างหนักแน่นแต่ทว่าเด็กสาวกลับยังยืนนิ่ง แทรินก้าวเข้าไปประชิดแล้วโอบกอดอีกคนเอาไว้ 

            “เป็นแฟนกับพี่นะคะ ถึงจะขอช้าไปนิดแต่ก็ขอแล้วนะ” 

           เสียงกระซิบข้างหูนั้นราวกับความฝัน เป็นฝันที่หวานที่สุดในชีวิตเด็กสาวธรรมดาคนนึง 

            “เอาแบบนี้ดีกว่า พี่ชอบหนูนะ อยากได้เป็นเมีย” 

            “ก็ได้ไปแล้วนี่คะ” 

           ฟานี่ตอบด้วยความเขิน 

            “อย่าเฉไฉ” 

            “หนูคิดว่าตัวเองไม่เหมาะกับคุณ” 

            “ไม่ต้องไปคิดถึงเรื่องความเหมาะสมอะไร แค่ตอบมาว่าหนูชอบฉันมั้ย รักฉันหรือเปล่า ตอบแค่นี้พอ” 

           เขาผละตัวห่างออกมาแล้วจ้องมองในแววตาของอีกคนอย่างลึกซึ้งและจริงใจ 

            “อย่าโกหกหัวใจตัวเอง เท่านั้นพอ” 

            “ค่ะ หนูชอบคุณ ชอบมากเลย” 

            “แค่ชอบ?” 

            “มากกว่าชอบค่ะ” 

           แทรินยืนลุ้นว่าเด็กสาวจะพูดอะไรอีก 

            “หนูอยากรักคุณ” 

            “รักก็รักเลย ไม่ต้องอยาก รู้มั้ยไม่ต้องกลัวที่จะรักฉัน” 

           ริมฝีปากของเขาโน้มลงมาแตะส่วนเดียวกันของเธอ เป็นจูบที่อ่อนหวานท่ามกลางแสงไฟงดงามและยังมีดอกไม้ไฟหลากสีสวยเป็นฉากประกอบให้อีก ยิ่งกว่าฝันที่ไม่กล้าฝันอีก 

           กลัวเหลือเกินว่าถ้าตื่นขึ้นมาแล้วฝันดีนี้จะหายไปจากเธอ 

  

  

  

  

  

  

. 

. 

เดินทางมาถึงช่วงท้ายของเรื่องแล้วนะคะ ขอบคุณมาก ๆ ที่ติดตามกันมาอย่างยาวนาน 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ความคิดเห็น