boozybeer

เมื่อสุนัขจิ้งจอกคิดว่าตัวเองกำลังไล่จับลูกแกะน้อย แต่หารู้ไม่ว่าลูกแกะน้อยที่มันเห็น แท้จริงคือหมาป่าผู้โดดเดี่ยว แล้วบทสรุปนี้ สุนัขจิ้งจอกจะได้กินหรือจะถูกกิน!

ชื่อตอน : Chapter 39 : ทะเลาะ

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 83

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 23 พ.ค. 2563 08:28 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
Chapter 39 : ทะเลาะ
แบบอักษร

~ 39 ~ 

ทะเลาะ 

  

หลังจากจบโหมดโรแมนติกแลนด์อีโรติก (นิดๆ) เสร็จ ผมกับวอเทอร์ก็กลับมาโหมดเดิมได้อย่างรวดเร็วเมื่อคุยเรื่องที่นอนกัน เนื่องจากผมกับวอเทอร์ต้องแยกกันนอนตามการจัดสรรที่นอนของพี่มิว ซึ่งก็คือพวกปีหนึ่งปีสองนอนชั้นสอง ส่วนปีสามกับปีสี่นอนชั้นสาม 

แต่วอเทอร์ไม่ยอม =_=! 

“วอเทอร์...” ผมเกาะแขนวอเทอร์พลางจ้องเข้าไปในดวงตาคมหวังจะให้อีกฝ่ายใจอ่อน 

“ก็บอกว่าจะนอนด้วยกัน” แฟนผมมันไม่ใส่ใจเลยครับ=_= 

“น้า...” ผมอ้อนแฟนฟุดๆ พร้อมฉีกยิ้มหวาน ^_^ 

“ขี้อ่อยแบบนี้คิดว่าฉันจะทิ้งนายให้นอนร่วมห้องกับคนอื่นรึไงเคน้อย” วอเทอร์ยกยิ้มพร้อมกับยื่นหน้าเข้ามาใกล้ก่อนเอานิ้วมาจิ้มหน้าผากผม 

“พะ พูดอะไร! ไม่ได้ขี้อ่อยสักหน่อย” ผมพึมพำออกมาเบาๆ พลางหันหน้าหนีอีกฝ่าย o/////o 

กร๊าซซซซ!!!!! ทั้งที่ผ่านอะไรมาก็มากมายแต่ผมก็ยังไม่ชินสักที T////T 

“หรอ...” 

“วอเทอร์...เถอะนะ ลองเปลี่ยนบรรยากาศนอนกับเพื่อนๆ บ้าง รับรองสนุกแน่” 

“งั้นออกไปนอนโรงแรมข้างนอกกัน” 

เอิ่ม...นี่เราคุยเรื่องเดียวกันอยู่รึเปล่า ได้ข่าวว่าเรากำลังบอกให้เขานอนกับเพื่อนปีหนึ่งของเขานะ 

ผมก็ไม่ใช่ไม่อยากนอนกับแฟนนะ แต่ว่าพวกเรามาค่ายไง! ดังนั้นผมอยากดื่มด่ำกับทุกกิจกรรมรวมถึงการนอนเป็นหมู่คณะด้วยและที่สำคัญ ผมอยากให้วอเทอร์ได้สัมผัสกับช่วงชีวิตวัยรุ่นบ้าง เจอเพื่อนบ้าง แตะเหล้าบ้างอะไรบ้างแบบเนี่ย! 

“ไม่ได้ดิ! แบบนั้นมันไม่ได้ฟีลมาค่าย” ผมทำหน้ามุ่ย เพราะรู้สึกได้ลางๆ แล้วล่ะว่าศึกการโต้วาทีครั้งนี้ ผมกำลังจะแพ้ 

“งั้นก็อย่าเรื่องมาก ฉันจะไปนอนชั้นสามกับนาย” วอเทอร์พูดสรุปพลางยกกระเป๋าเป้ของผมกับของตัวเองขึ้นมาสะพาย 

“ ” ใครกันแน่ที่เรื่องมาก 

“อะไร” เหมือนแฟนผมอ่านใจได้เลย วอเทอร์หันมาหรี่ตาใส่ผมอย่างจับผิด 

“ปะ เปล่า!” 

“ดี! งั้นเอาของไปเก็บชั้นสามกัน” และแล้วผู้ชนะการโต้วาทีนี้ก็เดินนำผมขึ้นไปชั้นสามอย่างสบายใจ 

“เฮ้อ~” ผมก็ทำอะไรไม่ได้นอกจากเดินตามไปต้อยๆ 

มีแฟนเด็กก็อย่างนี้แหละครับ เอาใจยาก 

(เด็กกว่าเอ็งปีเดียว=0=) 

 

หลังจากเก็บของเสร็จ พวกเราก็ลงมาห้องอาหารที่ค่อยข้างครึกครื้นซึ่งเต็มไปด้วยเสียงพูดคุยและเสียงหัวเราะของรุ่นพี่รุ่นน้องดังกึกก้องไปทั่วทั้งห้อง แต่เมื่อพวกผมสองคนเดินเข้าไปเท่านั้นแหละ 

เงียบกริบครับ! 

ทุกสายตาจับจ้องมาที่ผมกับวอเทอร์เป็นตาเดียว 

เชี่ย! อะไรวะ 

“เอ้าๆ พระเอกของเรามาแล้ว ปรบมือหน่อย” เกิดเดตแอร์ขึ้นได้ไม่นาน ไอ้พี่มิวก็ตะโกนออกมาพร้อมเดินมาหาพวกผมที่ยืนเอ๋ออยู่หน้าประตู 

“โฮ่!!!!!!” 

“วี๊ดวิ้วววววว!!!!!!” 

วี๊ดวิ้วพ่อง! พี่มิวมันให้ปรบมือเฟ้ย! o///[]///o 

“ฟวย! ปรบมือเว้ยปรบมือ” ไอ้พี่มิวกลั้นขำแต่ก็ยอมด่าน้องๆ ให้ผมเพราะพี่มันคงสังเกตเห็นว่าผมกำลังอาย “เอาล่ะ! ทุกคนเงียบเสียงหน่อย เอ้า! พี่ปีสาม พูดอะไรกับน้องๆ ที่เป็นห่วงมึงหน่อย” 

เชี่ย! ให้ผมพูดอะไรล่ะเนี่ย 

ผมทำปากมุบมิบบอกพี่มิวเป็นเชิงว่า ตูไม่พูด แต่พี่แม่งก็ทำหูทวนลม 

“เฮ้ยพวกมึงเงียบเสียงหน่อย! ตั้งใจฟังๆ น้องกูกำลังอายเว้ย!” ไอ้ฟวยพี่มิวหันไปตะโกนบอกคนอื่นๆ ก่อนหันกลับมายิ้มกริ่มให้ผมอย่างเยาะเย้ย 

เชี่ย =_=! 

ผมขอฝากชื่อเกาหลีไว้ให้พี่ผมได้ไหม ชื่อนี้เหมาะมาก! 

‘วอน โดน ตีน’ 

ผมหันไปจิกตาใส่พี่มิวอย่างเคืองๆ แต่เจ้าตัวกลับไม่สะทกสะท้านอะไรเลยจนผมเริ่มฉุน 

ชิ๊! ทีใครทีมันนะพี่นะ อย่าให้ถึงทีของผมนะ! 

ฟู่~ผมถอนหายใจเฮือกใหญ่ก่อนจะเริ่มพูดกับน้องๆ ที่ดูตั้งใจฟัง (มั้ง) ผมอย่างออกนอกหน้า 

“ขอบคุณน้องๆ ทุกคนที่เป็นห่วงนะครับ ตอนนี้พี่ไม่เป็นไรแล้ว” สิ้นเสียงผม มหกรรมแห่งความอับอายของผมก็ได้เริ่มขึ้น 

“ได้หมอดีหรือได้แฟนดีคะพี่เคมี” 

“กรี๊ดดดดดด!!!!!” 

“อร๊ายยยย!!!” 

“ฮิ้ววววว” 

ขอถามคำ! กูมายืนอยู่ตรงนี้ทำมายยยย...T^T 

ไอ้พวกเด็กบ้ามันแซวผมกันทั้งห้องเลย แถมยังยิ้มน้อยยิ้มใหญ่จนผมอยากจะปาแผ่นแตงกวาไปกระแทกปากพวกแม่งจริงๆ แต่ติดตรงที่กูชอบแดกแตงกวานี่แหละเลยเสียดายของ 

ผมยืนเอ๋อหน้าดำหน้าแดงพลางก้มหน้างุดสุดชีวิต แต่ก็ต้องรู้สึกอายเป็นเท่าทวีคูณเนื่องจากไอ้คนที่ยืนอยู่ข้างๆ ผมมันก็ไม่เว้น แฟนผมหลุดขำผมจนปิดปากแทบไม่ทัน!!!! O[]O 

ย๊ากกกกกกก!!!!! นี่เอ็งก็เอากะเขาด้วยเร๊าะ!!! T//////T 

“โอเคๆ พวกมึงหยุดแกล้งน้องกูได้แล้ว หน้ามันแดงเป็นตูดมะเขือเทศแล่ว” พี่มิวยิ้มเยาะพลางตะโกนบอกพวกน้องๆ ให้หยุดล้อผม 

ไอ้เลว! เมิงบอกน้องแต่เมิงกลั้นขำทำแมวอะไร๊!!!!!! 

ผมชักจะหมดความอดทนแล้วนะ สนุกมากใช่ไหมที่เห็นผมอายจนหน้าแดงเป็นตูดลิงแบบเนี่ย ไม่มีอะไรจะเสียแล้วครับ!!! 

ฟู่~ เอาไงเอากัน!!!! 

“เออ!!!! พี่ได้แฟนดี โอเคไหม!!!!” ผมตะโกนลั่นห้องเพราะโกรธสุดๆ แล้วก็อายสุดๆ แล้วตอนนี้อารมณ์ก็โคตรสุดๆ ด้วย \(O//[]///O)/ 

“ฮ้าๆๆๆ ไอ้เคฟิวส์ขาดแล้วครับ” ไอ้พี่มิวหัวเราะก๊ากพร้อมกับเอามือตีโต๊ะรัวๆ อย่างชอบใจ 

ฟวย! หัวเราะไปเลยไอ้พี่บ้า ผมไม่สนแล่ว!!!! 

แต่ไอ้คนที่ผมสนจริงๆ และงอนมันจริงๆ ก็คือไอ้คนข้างๆ ผมนี่แหละ 

“แล้วแฟนที่ว่าก็กำลังยืนขำพี่อยู่นี่ไง!!!” ผมหันไปทำหน้ามุ่ยใส่วอเทอร์พลางพูดเสียงเข้มอย่างงอนๆ 

ขนาดผมงอน เฮียแกยังขำค้างอยู่เลยT^T 

“กรี๊ดดดดดด!!!!!! พี่เคประกาศแล้ววววว!!!” 

“ฟินคร่า!!!!!” 

พวกมึงฟินแต่กูนอยด์ครับ! งอนด้วย! งอนมาก!!!!! 

“โอเคๆ โทษที” วอเทอร์อมยิ้มพลางลูบหัวผมให้ใจเย็นแต่ก็ยังมีหลุดขำออกมาเป็นระยะๆ 

“ไม่ต้องมาโอเคเลย โกรธจริงๆ แล้วนะเนี่ย!” ผมยังคงจ้องแล้วก็จ้องไปที่วอเทอร์พร้อมส่งกระแสจิตไปว่า ง้อเลย! รีบง้อเดี๋ยวนี้เล๊ย!!!!! 

แต่ก็ไม่รู้ว่าแฟนผมมันรู้ไหม เพราะตอนนี้มันกำลังหน้าแดง 

แต่เอิ่ม...สาเหตุคงไม่ใช่เพราะเขินผมหรอก แฟนผมแค่หัวเราะมากไป! -_- 

“คร๊าบๆ ขอโทษ^^” 

“นี่พวกมึงไม่ได้ลืมกันใช่ไหมว่าไม่ได้อยู่กันแค่สองคนเนี่ย อย่ามาอินเลิฟกันตอนที่กูไม่ได้พาแฟนมาด้วยจะได้ไหม” ไอ้พี่มิวแย่งซีนพูดขึ้นมาแล้วครับ แต่แย่งซีนพูดขึ้นมาทีก็เจอจุดอ่อนแล้ว +U+ 

เมิงเหงาสินะไอ้พี่มิว หึๆ (หัวเราะชั่วร้าย) 

มหกรรมแห่งการเอาคืนมาถึงแล้ว!!!! 

“สม! อยากแกล้งผมดีนัก” ผมยิ้มเยาะไอ้พี่มิวด้วยความสะใจพร้อมแขวะพี่แกเต็มที่ “น่าสงสารๆ โธ๋ๆๆๆๆๆ” 

“ไอ้เค! มึงกล้าล้อรุ่นพี่หรอ เอาตูดมาให้กูเตะเดี๋ยวนี้เลย!!!!” 

รู้สึกพวกผมจะเริ่มเล่นกันเองจนคนอื่นๆ เลิกสนใจพวกผมแล้วหันไปกินข้าวและเม้าท์มอยกันต่อแทน แต่ก็ยังมีกลุ่มคนบางกลุ่มที่ยังคงมองพวกผมจากที่ไกลๆ นั่นก็คือไอ้ฮาร์ฟเพื่อนผมนั่นเอง มันยกนิ้วโป้งจากระยะไกลมาให้ผมประมาณว่า‘มึงโกออนต่อเลย กูหนับหนุนมึงเต็มที่!’ (^0^)b 

ดี! ถ้าเพื่อนเห็นด้วย ผมจะถล่มไอ้พี่มิวให้ยับ!!! 

แฮชแท็ก: มโนไม่เต็มที่ ไม่ใช่กู! 

“เรื่องสิ! ว้า! พี่มิวผู้โดดเดี่ยว ฮ้าๆๆ” ได้ที ผมก็เอาใหญ่ ผมพูดล้อไอ้พี่มิวเสร็จก็วิ่งไปหลบหลังวอเทอร์ทันที 

แฮชแท็ก: ป๊อดไม่เต็มที่ ไม่ใช่กู!=_= 

“ไอ้เค! ถ้ากูไม่ได้เตะตูดมึงกูคงนอนตายตาไม่หลับ เพราะงั้นสังเวยตูดให้กูเดี๋ยวนี้” สิ้นเสียงตะโกนด่าของพี่มิว พี่มันก็พุ่งตัวอ้อมมาจับแขนผมไว้ได้ 

ซวยแล้ว! 

“เฮ้ย!” ผมร้องเสียงหลงเมื่อจู่ๆ แขนหนาของวอเทอร์ก็เข้ามาโอบเอวผมจากด้านหลังก่อนยกผมตัวลอยหนีไอ้พี่มิว 

ตูเป็นแฟนนะไม่ใช่ถุงดำ เอะอะก็จะอุ้มพรวดเลยไม่ได้นะเฟ้ย! 

หัวใจจิวาย O=O 

“ไม่ได้พี่” วอเทอร์ร้องห้ามพี่มิวพร้อมส่งสายตาตำหนิอีกฝ่าย 

“อย่ามาห้ามกู เมียมึงปากหมา” ไอ้พี่มิวบ่นพลางจะพุ่งเข้ามาผมอีกรอบ แต่วอเทอร์ที่ยังคงโอวเอวผมอยู่ก็ลากผมหนีอย่างหวงๆ 

เชอะ! ทีอย่างนี้ล่ะมาหวง เมื่อกี้ยังหัวเราะใส่กันอยู่เลย 

“ไม่ได้พี่ เคยังเจ็บก้นอยู่” 

พ่าม! 

ผมอ้าปากค้างช็อคตายคาที่พร้อมวิญญาณออกจากร่าง 

วอเทอร์!!!!! เอ็งปูดอะไรออกมาTOT 

“อุบ! ฮ้าๆๆๆๆๆ ฮาอีกแล้วนะมึง” 

และแล้ว ไอ้พี่มิวก็หยุดแกล้งเพราะเอาแต่หัวเราะก๊ากอย่างชอบใจ แต่ผมนี่ดิ! น้ำตาแม่งไม่หยุดไหลเลย T^T 

“วอเทอร์บ้า!” 

“นี่ฉันช่วยนายอยู่นะ ก็เมื่อกี้บ่นอยู่” 

มันก็ต้องมีบ้างเซ่!!! เพราะก่อนหน้านี้พวกเราทำอะไรกันมาเล่า!!!! 

ไม่รู้ว่าวอเทอร์แกล้งผมหรืออินโนเซ้นท์จริงๆ กันแน่ครับ แต่นั่นมันไม่สำคัญอีกต่อไปแล้วเพราะตอนนี้น้ำตาผมไหลพรากเลยTT_TT 

 

 

“เล่นเชี่ยอะไรเป็นเด็กเลย” ฮาร์ฟทักผมที่เดินอย่างเหม่อลอยมานั่งข้างๆ มันตามด้วยวอเทอร์ที่นั่งลงข้างๆ ผมอีกทีอย่างไม่ทุกข์ร้อนอะไรเลย ผมหันไปมองหน้าแฟนตัวเองอย่างปลงๆ-_-! 

เฮ้อ! กินข้าวละกัน 

ผมมองสำรวจไปรอบๆ ห้องอาหาร ที่นี่ค่อนข้างกว้างครับ ตกแต่งได้ไม่หรูหราอะไรมากนัก แต่เน้นหนักไปทางพื้นที่ใช้สอยและความสะอาดตา ผมว่าโฮสเทลนี่ค่อนข้างเหมาะกับพวกนักเรียนนักศึกษามาพักกันเป็นกลุ่มแบบพวกผมนี่แหละ 

แล้วโต๊ะที่ผมเดินมานั่งเป็นโต๊ะที่อยู่ด้านในสุดของห้อง ตอนนี้นั่งกันห้าคนครับ ฝั่งผมมีฮาร์ฟ ตามด้วยผมและก็วอเทอร์ ส่วนอีกฝั่งก็เป็นเพื่อนผมอีกเช่นเดียวกันนั่นก็คือไอ้คังและแฟนของมันที่กำลังฉีกยิ้มหวานมาให้ผมที่ทำหน้าเป็นตูดมาตั้งแต่เมื่อกี้แล้ว 

“เมื่อกี้พี่เคเล่นอะไรกับพี่มิวข้างหน้าหรอ น่าสนุกเชียว” น้องชาถามที พี่กระอักเลือดเลย_*_ 

จึ๊ก! มันจี้ใจมาก เหมือนแทงข้างหลังแล้วทะลุถึงลิ้นปี่ 

ย๊ากกกก!!!! เหมือนผมจะรู้สึกร้อนๆ ที่หน้าอีกแล้ว ผมอับอายครับ แล้วคนที่ทำให้ผมอับอายมากที่สุดตอนนี้คือวอเทอร์! 

ผมหันไปจ้องหน้าคนข้างๆ ด้วยแววตาโกรธทันที ( +_+)! 

“รู้แล้วว่าโกรธ แต่ฉันช่วยนายไว้ไม่ใช่รึไง” รังสีอำมหิตของผมคงแผ่ไปถึงวอเทอร์จึงทำให้เขารู้ว่าผมโกรธ 

“ไม่รู้” งอนครับ 

“คร๊าบๆ” วอเทอร์ลูบหัวผมสองทีก่อนจะลุกขึ้นยืน “ฉันจะไปตักข้าว นายจะกินอะไร เดี๋ยวตักมาให้” 

“ไปด้วย” ถึงจะงอนวอเทอร์แต่ว่าผมก็จะตามไปด้วยครับ ผมลุกขึ้นตามก่อนจะหันไปตอบคำถามน้องชาที่กำลังยิ้มร่ารอคำตอบ “โทษทีนะน้องชา มันพูดยากอ่ะครับ” 

จะให้บอกว่าพูดเรื่องก้นก็ไม่ควร เดี๋ยวไอ้คังได้ฆ่าผมตายพอดี 

“อย่าสนใจเลยชา มันเป็นเรื่องสิบแปดบวก” แล้วคนที่ตัดบทได้อย่างอุกอาจจนผมอยากจะปาดน้ำตาด้วยฝ่าเท้านั่นก็คือแฟนผมอีกเช่นเดิม -_- 

วอเทอร์หันมาตอบชาหน้าตายก่อนจะลากผมออกมาโดยไม่หันกลับไปมองฟีดแบคบนใบหน้าน้องชาเลย 

กร๊าซซซซซ!!!!!! นี่ผมอุตส่าห์ตอบดีๆ แล้วนะ ทำไมวอเทอร์พูดมาเข้าลูปนี้อีกแล้ว ให้หัวใจผมได้พักบ้างเถอะ! 

“วอเทอร์! อีกแล้วนะ” ผมหมดความอดทนเลยยื่นมือจะไปตีแขนอีกฝ่าย แต่เจ้าก็ดันจับข้อมือผมได้ทันทีแถมไม่ยอมปล่อยอีกต่างหาก 

“คร๊าบๆ ไปเอาข้าวกัน หิวแล้ว” 

 

แล้วเมื่อเวลาสามทุ่มกว่าๆ กลุ่มพี่ๆ เจ้าหน้าที่ที่อุทยานฯ ก็มาถึง ผมซึ่งเป็นผู้ทำเรื่องไว้เยอะสุดเลยเป็นคนนำทีมพาน้องจีน วอเทอร์และคนอื่นๆ มาขอโทษพี่ๆ เจ้าหน้าที่ ยกเว้นนิกกี้ที่หายไปอยู่ไหนไม่รู้ 

“ไอ้เค มึงไปตามนิกกี้ดิ๊ แม่งกูโทรหาก็ไม่รับสาย” พี่มิวบ่นเป็นหมีกินผึ้งเลย 

“ทำไมต้องเป็นผมเนี่ย! คนอื่นก็ได้” ผมโวย 

ใช่ครับ ไม่ต้องเป็นตูได้ไหม 

ผมกับนิกกี้...แบบว่ายังเข้าหน้ากันไม่ค่อยติด 

“นี่มึงเป็นคนชอบผลักภาระให้คนอื่นตั้งแต่เมื่อไหร่” 

“เอ้า! เป็นงั้นไป” ความผิดกูอีก=_=! 

“รีบๆ ไปตามนิกกี้เลย เดี๋ยวพวกพี่ใบบัวเขาจะกลับซะก่อน” 

“เฮ้อ~” ผมถอนหายใจอย่างเซ็งๆ พลางมองไปที่วอเทอร์ซึ่งตอนนี้ถูกพี่ๆ เจ้าหน้ารุมถามเคล็ดลับการว่ายในน้ำไหลเชี่ยวแถมยังสามารถช่วยคนไว้ได้อีกอะไรปานนี้ ผมเลยไม่มีจังหวะเดินเข้าไปบอกเขาเลยว่า เดี๋ยวผมมา 

“เค! เร็ว!” โดนไล่อีกและ! 

“โอเคๆ ไปแล้ว” 

 

 

ผมเดินตามหานิกกี้ทั่วชั้นหนึ่งรวมถึงในห้องน้ำและพื้นที่ด้านนอกก็ไม่เห็นวี่แววของนิกกี้เลย 

เฮ้อ~ ไปไหนทำไมไม่บอกพี่มิวไว้วะ 

พอหาชั้นแรกจบก็ตามด้วยชั้นสองและสามซึ่งก็ไร้วี่แววของนิกกี้ครับ แต่ว่า...ผมเจอฮาร์ฟกับคังกำลังยืนคุยกันด้วยสีหน้าจริงจังอยู่หน้าห้องอาบน้ำ ตอนแรกก็กะจะเข้าไปทักแต่พอพวกแม่งพูดชื่อผมออกมา ผมก็เลยหยุดเท้าไว้ก่อนเดินไปยืนหลบอยู่ข้างตู้ไม้ที่เอาไว้โชว์จานสมัยโบราณแทน 

พวกมึงคุยเรื่องกูแต่ไม่มีกูเนี่ย! เขาเรียกนินทาเว้ย!!!! 

“มึงบอกเครึยัง” คังถาม 

“ยัง! ไอ้เด็กวอเทอร์แม่งตัวติดกับไอ้เคตลอด กูเลยไม่มีจังหวะ” 

“เรื่องใหญ่นะเว้ย มึงควรรีบบอกเค” 

ฟังจากบทสนทนาแล้ว เรื่องที่พวกมันพูดน่าจะไม่ปิดบังผมแถมอยากจะบอกผมซะด้วยซ้ำ ดังนั้นผมคงไม่ต้องหลบแล้วล่ะ 

“กูอยู่คนเดียวแล้ว มึงพูดมาเลยฮาร์ฟ” ผมเดินออกมาจากที่ซ่อนพลางเดินไปหาเพื่อนๆ ที่ดูจะตกใจไม่น้อยเมื่อเห็นผม 

“เชี่ยเค!” 

“เออ! มีไร” 

“คือ...” ไอ้ฮาร์ฟอ้ำอึ้งไม่ยอมพูด 

“เชี่ย! เร็วๆ มึงช้ากูยิ่งลุ้น” 

“แม่มึงรู้เรื่องวอเทอร์แล้วและซีก็โทรมาบอกให้มึงกลับบ้าน” สิ้นเสียงไอ้ฮาร์ฟเท่านั้นแหละครับ ใจผมกระตุกวูบจนนิ่งไปเลย 

“ได้ไง” ผมพึมพำออกมาเบาๆ 

“กูก็ไม่รู้รายละเอียด แต่น่าจะเกี่ยวกับเพจมอเรา” ฮาร์ฟอธิบายต่อ 

ทำยังไงดี... 

ความรู้สึกสับสนและกังวลกับสิ่งที่กำลังจะเกิดมันเริ่มสร้างความกลัวให้ผมเรื่อยๆ ใช่แล้ว! ผมต้องคิดว่าจะทำยังไงดี ถ้าบอกเรื่องของวอเทอร์กับที่บ้านไปตรงๆ ไม่สิ! ถ้าแม่เห็นในเพจ แม่ต้องรู้อยู่แล้วว่าผมกับวอเทอร์เป็นอะไรกัน สิ่งเดียวที่ผมต้องทำคือ ทำยังไงก็ได้ให้พวกเขายอมรับ แล้วไม่จับผมหมั้น 

ไม่! พวกเขาทำแน่! พวกเขาต้องทำแน่ไอ้เค เหมือนที่ทำกับพี่คิ... 

“เค!” 

“ ” 

“เชี่ยเค!!!!” 

“ห๊ะ...” ฮาร์ฟตะโกนเรียกผมเสียงดังจนผมหลุดจากภวังค์ความคิดที่หาทางออกให้ตัวเองไม่ได้ ผมมองไม่เห็นหนทางที่พ่อกับแม่จะยอมรับเรื่องของผมกับวอเทอร์เลย เพราะเหตุผลของการแต่งงานของเราคือธุรกิจ เรื่องนี้ผมเข้าใจดีเพราะถูกที่บ้านปลูกฝังมาตั้งแต่เด็ก แต่ตอนนี้ผมมีคนที่ผมรักแล้ว ผมไม่อยากแต่งและรู้ว่าตัวเองกำลังทรยศความคาดหวังของพ่อแม่ 

แต่ผมไม่สามารถและไม่อยากทรยศต่อความรักของตัวผมเอง 

แล้วที่พวกเขาเรียกผมกลับไปมันเพราะอะไร เพราะต้องการเรียกผมไปคุย หรือไปต่อว่า หรือจะให้หมั้น หรืออะไรกันแน่!!!! 

“กูจะทำยังไงดี กูไม่อยากเลิกกับวอเทอร์ ไม่อยากเลย...” ด้วยความสับสนและความเครียดที่ประดังเข้ามาทำให้น้ำตาแห่งความเจ็บใจและเสียใจค่อยๆ ไหลออกมา ผมสะอื้นออกมาเบาๆพลางทรุดตัวลงนั่งกับพื้นอย่างสิ้นหวัง 

ใครก็ได้ช่วยบอกผมทีว่าผมควรทำยังไง 

ผมควรจะปกป้องความรักของผมยังไงดี 

“เค...มึงต้องใจเย็นก่อน” คังคงจะอึ้งกับสภาพน่าเวทนาของผม มันนั่งลงข้างๆ ก่อนพูดปลอบ 

“หึๆ เจ็บสุดๆ ฮึก~ตรงนี้แม่งโคตรเจ็บเลย” ผมหัวเราะแห้งๆ ราวกับต้องการประชดความรู้สึกข้างในอกนี้ที่ค่อยๆ ทวีความเจ็บปวดมากขึ้นเรื่อยๆ “คัง ถ้ากูกลับบ้าน กูจะได้ออกมาอีกไหมวะ หึๆ โคตรสมน้ำหน้าตัวเองชิบหาย” 

พวกเพื่อนผมตกใจหนักเมื่อผมหัวเราะทั้งน้ำตา 

“มึงใจเย็นๆ เค พ่อแม่มึงอาจจะเข้าใจก็ได้” คังยังคงพูดต่อ 

เพื่อนผมกำลังให้กำลังใจผมสินะ... 

“คัง กูอยากให้พวกเขาเข้าใจที่สุด” ผมยิ้มบางบอกคังทั้งน้ำตา “แต่สายตาที่มึงมองกู ฮึก~เหมือนมึงกำลังจะบอกว่ากูโคตรไร้ความหวังเลย” 

ผมรู้ว่าคนข้างๆ ผมรวมทั้งตัวผมต่างก็รู้ความจริงทุกอย่าง พวกมันคงรู้ว่าอนาคตของผมจะไม่มีวอเทอร์ แต่มันก็ไม่พูด... 

เพราะกลัวผมจะเสียใจ...สินะ 

“กูขอโทษ...แต่มึงอย่าเชื่อสายตากูเลย ไม่มีใครรู้อนาคตหรอก” คังลูบหัวปลอบผมไปเรื่อยๆ จนเพื่อนผมอีกคนคงจะหมดความอดทนกับผม เลยพูดความจริงที่ผมพยายามจะหลีกหนีมาตลอดออกมา 

“กูเข้าใจมึงนะเค” ฮาร์ฟที่ยืนค้ำหัวผมกับคังอยู่พูดขึ้น “แต่ท้ายที่สุด มึงก็ต้องแต่งงานกับคนที่พ่อมึงเลือก ต่อให้สุดท้ายพวกมึงจะแอบคบกันได้ แต่ความจริงที่ว่ามึงต้องแต่งงานกับผู้หญิงก็ยังไม่เปลี่ยน” 

‘ไม่เปลี่ยน’ สินะ 

คำพูดของฮาร์ฟมันบาดลึกเข้ามาในอกของผมจนหายใจไม่ออก 

มันอึดอัด มันทรมานจนผมอยากกรีดร้องออกมา 

“ ” แต่ผมก็ทำได้แค่นั่งฟังอยู่เงียบๆ เพราะทุกอย่างที่ฮาร์ฟพูดมันคือความจริง 

ความจริงที่ผมอยากหนี 

“เชี่ยฮาร์ฟ!” คังเรียกชื่อฮาร์ฟเสียเข้มเหมือนเป็นเชิงเตือนให้เขาหยุด แต่ว่าฮาร์ฟก็ยังคงพูดต่อ... 

ซึ่งผมเข้าใจมัน... 

มันหวังดีกับผม... 

“มึงยอมที่จะคบคนสองคนพร้อมกันได้หรอวะเค!!!” น้ำเสียงที่เข้มขึ้นของฮาร์ฟยังคงพูดตอกย้ำความจริงกับผมเรื่อยๆ จนหัวใจผมมันเจ็บมากขึ้นเรื่อยๆ มากขึ้นเรื่อยๆ 

แต่ผมจะไม่บอกให้มันหยุดพูด ผมอยากให้มันพูดกับผมมาเรื่อยๆ ด่าผมมาเรื่อยๆ เผื่อว่าผมจะได้ยอมรับโลกความจริงของผมได้บ้าง 

“เชี่ยฮาร์ฟ พอ!” 

“แล้วมึงไม่สงสารผู้หญิงหรอวะที่ต้องเป็นเมียเก็บมึง แล้วลูกมึงกับผู้หญิงนั่น...” 

“เชี่ยฮาร์ฟ กูบอกให้พอไงสัส!” 

พลั่ก 

ผมสะดุ้งเมื่อจู่ๆ คังก็ผละมือออกจากหัวผมก่อนลุกขึ้นไปผลักฮาร์ฟจนแผ่นหลังฮาร์ฟกระแทกเข้ากับผนังกำแพงอย่างแรง 

ผมเงยมองเพื่อนผมทั้งคู่ทั้งน้ำตา 

พวกเขา.... 

“กูอยากให้เพื่อนกูออกมาอยู่กับความเป็นจริง มันผิดนักหรอวะ!!!” ฮาร์ฟตะโกนลั่น 

‘ความเป็นจริง’ หรอ... 

ฮาร์ฟมันกำลังบอกว่าความรักของผมกับวอเทอร์เป็นแค่ความฝันอย่างนั้นสินะ หึ! ถ้าผมมีความฝันที่แสนวิเศษแบบนี้ ผมก็ไม่อยากจะตื่นขึ้นมาเลย 

“มึงกำลังช่วยให้เคมันออกมาอยู่กับความเป็นจริงหรือมึงกำลังตอกย้ำไอ้เควะ!!!” คังพูดเสียงเข้ม 

“กูอยากให้มันเสียใจตอนนี้ให้สุด ดีกว่าฝันหวานว่าตัวเองกำลังมีความสุขแล้วมานั่งเสียใจที่หลัง...” 

“สัส! กูบอกให้มึงหุบปาก!” คังตะคอกเสียงดังจะผมสะดุ้ง คังมีโหมดน่ากลัวแบบนี้ด้วยหรอ ตั้งแต่รู้จักกันผมยังไม่เคยเห็นมันโหดขนาดนี้เลย “ถ้ามึงไม่หุบปาก กูจะอัดด้วยกำปั้นให้มึงหยุดเอง มึงเลิกทำให้มันเสียใจได้แล้ว!!!!” 

“มึงก็เลิกโอ๋มันได้แล้ว มันเป็นเมียมึงรึไง!!” 

“เชี่ยฮาร์ฟ!” 

พลั่ก 

ผมอึ้งค้างกับภาพที่เห็นจนทำอะไรไม่ถูก ผมตัวสั่นไปหมดเพราะกลัวความรุนแรงที่อยู่ตรงหน้า คังที่เป็นคนใจเย็นที่สุดในกลุ่มกลับต่อยฮาร์ฟเลือดกกปาก คังหายใจถี่หอบและยังคงมองฮาร์ฟด้วยสายตาวาวโรจน์อย่างน่ากลัว 

แบบนี้ไม่ดีแน่ 

“ถุย! ไอ้คัง! มึง!” ฮาร์ฟที่อารมณ์เดือดเต็มที่ไม่แพ้กันพ่นเลือดออกมาจากปากก่อนจะพุ่งเข้าหาคัง 

เชี่ย! แบบนี้แม่งได้ต่อยกันยาวแน่ 

พลั่ก 

ผมใช้แรงเฮือกสุดท้ายพุ่งตัวเข้าไปกั้นระหว่างเพื่อนสองคนเพื่อหยุดความรุนแรงนี้ ซึ่งก็หยุดได้จริงๆ ครับ เพียงแต่ผมต้องเสียสละตัวเอง 

ผมโดนฮาร์ฟต่อยเต็มแรงจนล้มลงไปกองกับพื้น พร้อมๆ กับเลือดในปากที่ค่อยๆ ไหลออกมาเลอะคางกับแก้มของผมจนเละเทะไปหมด 

“คะ เค...” ฮาร์ฟดูจะช็อคเอาเรื่องเลย มันรีบเดินถอยห่างจากผมอย่างกลัวๆ “กู...ขะ ขอโทษ” 

“เชี่ย~ อย่าต่อยกันดิ ฟวย!” 

ความคิดเห็น