น้ำสุวรรณ

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

บทที่ 22 ใครของจริง ใครของเล่น

ชื่อตอน : บทที่ 22 ใครของจริง ใครของเล่น

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 664

ความคิดเห็น : 6

ปรับปรุงล่าสุด : 25 พ.ค. 2563 10:58 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 22 ใครของจริง ใครของเล่น
แบบอักษร

เรื่อง : รักร้ายนายมาเฟีย (ของผม)

ผู้แต่ง : ผกามร

บทที่ 22 ใครของจริง ใครของเล่น

------นาย-------

หลังจากที่อาบน้ำและจัดการกับตัวเองเรียบร้อย ผมก็มายืนอยู่ที่หน้ากระจกมองดูหน้าตาของตัวเอง สะบัดผมตัวเองเล็กน้อยให้เข้าที่เข้าทาง บนใบหน้าของผมมีดวงตาเป็นสิ่งที่ผมชอบที่สุด ตาของผมจะโตเหมือนกับตุ๊กตา ครั้งหนึ่งเคยเล่นแต่งหญิงกับไอ้วรุธิ ผลที่ออกมาคือหน้าของผมสาวมาก

ครืด!! ครืด!!

ระหว่างที่กำลังสนใจใบหน้าของตัวเองก็มีเสียงโทรศัพท์ดังขึ้น แต่มันไม่ใช่ของผม เพราะหลังจากที่เมื่อวานที่แซมโทรเข้ามา ผมก็ปิดเครื่องโดยกำลังคิดว่าจะเปลี่ยนเบอร์ดีไหม

โทรศัพท์ซึ่งมีสายเรียกเข้ามาเป็นของเหนือ มันอยู่ที่หัวเตียง ดูเหมือนว่าเหนือจะลืมเอาออกไป ผมตั้งใจจะถือมันเอาออกไปให้กับเจ้าของเครื่อง แต่มือก็ดันเผลอไปกดรับอย่างไม่ตั้งใจ

“เหนือ น้ำแข็งจะลงไปกรุงเทพวันพรุ่งนี้ เหนือมารับหน่อยสิ คิดถึงจังเลย” เสียงปลายสายที่ผมยังไม่ได้เอามาแนบหูได้ยินชัดเจน เป็นเสียงที่ค่อนข้างจะสดใสมาก เป็นเสียงของผู้หญิง จากที่ได้ฟังก็รู้สึกว่าทั้งสองคนจะต้องสนิทกันมาก

“.....” มือที่ถือโทรศัพท์เอาไว้ค่อย ๆ เอามาแนบหู ผมรู้สึกทำตัวไม่ถูกยังไงก็ไม่รู้ เหนือเคยมีภรรยา และหมายความว่าเขาก็ต้องมีผู้หญิงในชีวิตแน่ ตัวผมเองก็ไม่ต่างไปจากคนที่เขาเอาไว้บำเรอความใคร่

ทำไมผมถึงรู้สึกน้อยใจอย่างบอกไม่ถูก

มันไม่ใช่ความรักเสียหน่อยระหว่างผมกับเหนือ

“น้ำแข็งเอาของฝากมาฝากเพียบเลยนะ มีของที่เหนือชอบทั้งนั้น อย่าลืมมารับนะ ฮัลโหล..เหนือ ฮัลโหล”

“ขะ..ขอโทษครับ คือ คุณเหนือลืมโทรศัพท์ไว้ในรถครับ ผมเป็นคนขับรถของคุณเหนือ” ผมพูดออกไปอย่างยากลำบาก ก็ไม่รู้เหมือนกันว่าอะไรที่มันยากลำบาก แต่มันเหมือนจุก ๆ ที่ลำคอ

ยังไงผมก็ไม่ควรจะสร้างปัญหาให้กับเหนือ หนึ่งเลยคือความสัมพันธ์ของเราไม่ใช่คนรัก และเขาเป็นมาเฟียที่อาจฆ่าผมเมื่อไหร่ก็ได้

“อย่างนั้นเหรอ งั้นฝากบอกคุณเหนือหน่อยนะคะว่าน้ำแข็งโทรมาหา ไม่รบกวนเกินไปใช่ไหม” เสียงใสจากปลายสายร้องบอก

“ครับ ผมจะบอกให้ครับ”

“ขอบคุณค่ะ”

ปลายสายวางไปแล้ว ผมรู้สึกโล่งมากจนถอนหายใจออกมาแรง ๆ ระหว่างนั้นเหนือก็กลับเข้ามาในห้อง สายตาของเขามองมายังโทรศัพท์ที่ผมถืออยู่ ต้องยอมรับเลยว่าหัวใจของผมว่างหวิวอย่างบอกไม่ถูก รู้สึกว่าดวงตาที่เคยมองผมอย่างชายนักรักแปรเปลี่ยนเป็นนิ่งและราบเรียบ

“เอ่อ.. เมื่อกี้มีคนโทรเข้ามา ผมจะเอาออกไปให้ แต่เผลอกดรับสาย”

“ไปกินข้าว เราจะได้ออกไปข้างนอก” เหนือเดินเข้ามาหยิบโทรศัพท์ไปจากมือของผม ท่าทางเหมือนกับปกติ มันดูเหมือนจะเย็นชาไปบ้างด้วย

นี่ผมคงไม่ได้ทำอะไรให้เขาไม่พอใจใช่ไหม ความจริงก็ไม่ได้ตั้งใจด้วย ถ้าเขาจะต่อว่าผมมันก็ไม่ถูก ผมพยายามไม่ได้คิดอะไรเพราะผมเองก็ไม่ได้สร้างความร้าวฉานให้กับเขาและเธอ หากผู้หญิงคนนั้นเป็นคนรักของเหนือ ผมก็ไม่ใช่ตัวปัญหาสำหรับเรื่องนี้

มื้ออาหารเช้าวันนี้มีคนทำอาหารเลิศรสเอาไว้รอเช่นเดิม มุมห้องมีพันรบและราชิตยืนอยู่ ผมรู้สึกว่าสองคนนี้ไม่มีเวลาพักผ่อนเป็นของตัวเองเลย ต้องตามเฝ้าเหนือตลอดเวลา เหนือทานอาหารโดยไม่พูดไม่จากับผม เขาเงียบและดูเย็นชามาก ความรู้สึกที่ผมรับรู้คือไม่อยากจะไปไหนกับเหนือแล้ว

ทำไมรู้สึกเหมือนผมกำลังน้อยใจยังไงก็ไม่รู้

“เอ่อ... เหนือ คือผมคิดว่าวันนี้จะออกไปหาเพื่อน” เหนือละสายตาจากอาหารและมองมาทางผม เป็นแววตาที่เย็นชาอย่างที่ผมไม่เคยเห็นจากเหนือมาก่อน ทำไมรู้สึกว่าหลังจากที่ผมรับสายจากใครคนนั้นก็ทำให้เหนือเปลี่ยนไปจากเดิม

“ราชิตตามไปดูแลด้วย” เหนือพูดเพียงเท่านั้นก่อนที่จะยกน้ำขึ้นดื่ม ทำไมผมรู้สึกว่าเขาไม่กินต่อเพราะผม

“ความจริงผมไปคนเดียวได้นะ ไม่จำเป็น..”

ผมพูดออกไปเพียงเท่านั้นเหนือก็ลุกออกจากเก้าอี้และออกไปจากห้อง มีพันรบเดินตาม ส่วนในห้องเหลือไว้เพียงแค่ราชิตเท่านั้น ผมถอนหายใจออกมาเบา ๆ เมื่อเช้าตอนตื่นนอนยังรู้สึกว่าเหนือโอเคอยู่เลย แต่หลังจากที่รู้ว่าผมรับสายผู้หญิงคนนั้น เหนือก็ดูเย็นชากับผมขึ้นมาทันตา

“ราชิต ผมถามอะไรหน่อยสิ เหนือ..เอ่อ คุณเหนือเขามีคนรักอยู่แล้วใช่ไหม” ผมเอ่ยถามพลางวางช้อนที่อยู่ในมือ ตอนนี้ผมไม่ต้องการและไม่อยากกินอะไรทั้งนั้น ไม่รู้ว่าเพราะอะไรแต่ผมไม่ชอบให้เป็นแบบนี้เลย

คนที่ยืนอยู่ตรงหน้าผมเอาแต่เงียบ ผมไม่ควรถามสินะ เพราะถามไปแล้วก็ไม่ได้รับคำตอบอะไร คนเดียวที่จะสั่งได้ก็คือเหนือคนเดียวเท่านั้น

“มีครับ” ราชิตตอบเมื่อผมกำลังจะลุกออกจากเก้าอี้ มันทำให้ผมหยุดนิ่งและฟัง “คุณเหนือมีคนรักอยู่แล้ว และหากว่าคุณยังอยู่ตรงนี้ต่อไป ก็น่าจะรู้ดีว่าอะไรคือสิ่งที่คุณเหนือให้ได้!!”

ผมหรี่ตามองคนที่มีใบหน้าราบเรียบ เขาตอบคำถามที่ผมอยากรู้ อีกทั้งยังขยายความให้ผมเข้าใจอะไรบางอย่าง ความเข้าใจเดียวที่มีให้กับผมคือคู่นอน ใครหลายคนก็เป็นแบบนั้นสำหรับชายรักชาย วรุธิเองก็ไม่มีแฟนเป็นตัวตน มันเพียงแค่มีคู่นอนเป็นครั้งคราวเท่านั้น ผมเองก็เช่นกันสำหรับเหนือ คู่นอนที่จะระบายอารมณ์แบบไหนก็ได้ ดิบเถื่อนแค่ไหนก็ตาม

“ทำไมคราวนี้ตอบคำถามผมได้ล่ะ” ผมเปลี่ยนเรื่อง

“เพราะผมรู้สึกว่าคุณก็ไม่ได้เลวร้ายอะไร ไม่ได้เป็นสายของศัตรู” คนตรงหน้าตอบ เท่าที่ผมสังเกตหากเทียบระหว่างพันรบและราชิต พันรบจะอยู่ข้างกายของเหนือมากกว่า บ่งบอกว่าคนที่เป็นมือดีของเหนือคือพันรบ

“คุณไม่ต้องเป็นห่วงผมเรื่องนั้นหรอก ผมกับเหนือ...เรารู้ดีว่าแค่ไหน ตอนนี้ผมอยากไปหาเพื่อน ยังไงคุณก็ต้องพาผมไปให้ได้ใช่ไหม” คนฟังเงียบ “งั้นก็ไปกันเถอะ”

ผมเดินออกจากห้องโดยเปิดโทรศัพท์ติดต่อหาวรุธิ มีข้อความและการติดต่อเข้ามาทั้งเบอร์แปลกและลูกน้องที่ทำงานหลายสาย แต่ผมก็ไม่ได้เลือกโทรกลับหาใครนอกจากติดต่อวรุธิให้ออกมาเจอ

ผมออกมาเลือกซื้อแอร์ตัวใหม่เพื่อที่จะไปติดในห้อง แน่นอนว่าส่วนหนึ่งเป็นเพราะเหนือที่เขารู้สึกไม่ค่อยสบายตัว อีกส่วนก็เพราะผมตั้งใจจะซื้ออยู่แล้ว ระหว่างที่เดินก็มีราชิตที่เดินตามด้านหลัง

“ทำไมหน้าหงิกขนาดนี้วะ มาซื้อแอร์นะไม่ได้มาซื้อจวัก” ไอ้วรุธิว่า เราเดินเลยจากโซนเครื่องใช้ไฟฟ้ามาแล้ว ผมอยากหาอะไรหวาน ๆ กินหน่อยเพราะรู้สึกว่านอนน้อย “ทำหน้าดี ๆ หน่อย ตอนนี้มึงเป็นอีหนูมาเฟียแล้วนะเว้ย”

“ใช่เรื่องไหมเนี่ย” ผมเดินตรงเข้าไปในร้านบิงซู ไอ้เพื่อนที่ใส่หมวกและแว่นปิดบังใบหน้าก็รีบเดินตามเข้ามา ถัดไปก็เป็นราชิตที่ตามมาห่าง ๆ

“ดูเครียดนะ หรือว่าเป็นเรื่องแซม ยังตัดใจไม่ได้เหรอ”

“มันตัดง่ายขนาดนั้นก็ดีสิ ไม่ได้คบกันสามวันนะเว้ย” ปากตอบแต่เรื่องที่คิดอยู่กลับไม่ใช่เรื่องของแซม ไม่รู้ว่าเพราะอะไรเรื่องของเหนือถึงได้บดบังเรื่องของแซมไปหมด แต่ผมก็คงต้องยอมรับว่าลืมเรื่องระหว่างแซมไม่ได้

“อย่าคิดมากเลย มันก็แค่ผู้ชายเลว ๆ คนหนึ่งที่ไม่จำเป็นต้องใส่ใจ คืนนี้ไปปาร์ตี้หน่อยไหมล่ะ นัดกับเดอะแก๊งไว้พอดี” วรุธิชี้เมนูบิงซูบอกพนักงานพร้อมกับผม จากนั้นเราก็เลือกที่จะสนใจโดยรอบ

“แก๊งไหนวะ” ผมถาม เพราะผมเป็นเพื่อนที่มันสนิทที่สุด แต่เดอะแก๊งของมันก็มีหลายประเภทมาก ผมไม่ได้สนใจจะได้รับคำตอบมากแต่รู้สึกว่าคนที่ยืนอยู่เป็นจุดสนใจของคนในร้านเกินไป “ราชิต คุณไม่ต้องยืนเฝ้าผมหรอก มานั่งข้างผมนี่”

“ผมนั่งข้างคุณวรุธิละกันครับ” ราชิตไม่ยอมที่จะนั่งข้างผม เขาดูจะอ่อนน้อมกับผมมาก ปฏิบัติไม่ต่างจากเหนือ ผิดกับพันรบที่สายตาของเขามักจะมองมาด้วยความไม่พอใจตลอด

“นั่งข้างผมนี่แหละครับราชิต นั่งชิด ๆ เลย” ไอ้วรุธิขยับเข้าไปหาชายในชุดสูทสีดำ หากเปรียบร่างกายสองคนนี้ก็แทบจะเท่ากันด้วยซ้ำ แต่เมื่อผมเห็นราชิตเปิดชายเสื้อที่มีปืน ไอ้คนชอบเล่นก็รีบดีดตัวหนีอย่างไว

“แล้วที่ที่บอกว่าปาร์ตี้ ที่ไหน กูกลัวขับรถกลับไม่ไหว” ผมพูดพลางมองไปรอบ ๆ เพราะผมรู้สึกเบื่อ หากได้ไปเจอแสงสีเสียหน่อยก็น่าจะดี ช่วงนี้สมองผมไม่ค่อยได้รับงาน ปากมันก็รับแต่ดุ้นมากไปหน่อย

“ผมขับรถให้ได้ครับ” ราชิตพูด “ยังไงผมก็ต้องคอยตามดูแลคุณนายอยู่แล้ว”

“คำว่า ‘คุณนาย’ ฟังแล้วขนลุกชะมัด” วรุธิเสริม ผมเองก็คิดแบบนั้นเวลาที่มีใครเรียก แค่คนอื่นจะเรียกชื่อจริงไง ยกเว้นแก๊งมาเฟียแก๊งนี้ที่จะเรียกชื่อเล่น “เห้ย!! นั่นคุณเหนือไม่ใช่เหรอ เดินมากับผู้หญิงด้วย”

ผมมองไปตามปลายนิ้วของวรุธิที่ชี้บอก มันใช่จริง ๆ ด้วย เขาเดินคู่กับผู้หญิงที่แต่งตัวเซ็กซี่มาก ทรวดทรงองค์เอวเท่าที่มองผู้ชายต้องเหลียวหลังแน่ ขนาดผมไม่ได้ชอบผู้หญิงก็คิดว่าเธอต้องเป็นผู้หญิงที่ขึ้นเตียงแล้วถูกใจเหนือมากแน่ ๆ

ทำไมหัวสมองของผมต้องคิดแต่เรื่องที่เป็นเหนือนะ เขาจะมากับใครก็ได้ ความสัมพันธ์ของผมกับเขาก็ไม่ต่างไปจากคู่นอน แต่ในขณะที่ผมกำลังจะไม่สนใจและเบนหน้าหนี ผมก็พบเข้ากับสายตาของราชิตที่มองจ้องมาทางผม

“คืนนี้เลย เดี๋ยวกลับไปดูช่างติดแอร์ที่ห้องก่อน แล้วไปต่อกันเลย” ผมพูด ไม่คิดที่จะถามเหนือด้วยว่าเขาจะกลับมาที่ห้องไหม ตอนนี้เขาอยู่กับผู้หญิงที่เซ็กซี่ขนาดนั้น ก็ต้องขึ้นเตียงกันยาวแน่

แต่ผู้หญิงที่พามาเดินห้างฯ อย่างเปิดเผยกับผู้ชายที่สังคมไม่ค่อยยอมรับอย่างผม แถมเรายังเจอกันในสถานที่ที่เต็มไปด้วยชายขายตัว ไม่ต้องแปลกใจเลยว่าใครของจริง ใครของเล่น

ความคิดเห็น