It’s your

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

EP:11 ท่านประธานแอบฟัง

ชื่อตอน : EP:11 ท่านประธานแอบฟัง

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 832

ความคิดเห็น : 9

ปรับปรุงล่าสุด : 23 พ.ค. 2563 19:36 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
EP:11 ท่านประธานแอบฟัง
แบบอักษร

แล้ววันนี้ก็มาถึงเขาผ่านการสอบคัดเลือก แล้วตอนนี้เขากำลังยืนอยู่หน้าบริษัทที่เขามั่นหมายไว้ว่าจะฝึกงานที่นี่ให้ได้ วันนี้เขามีสอบสัมภาษณ์เป็นด่านสุดท้าย

ครั้งนี้ตื่นเต้นกว่าตอนมาสอบอีกแฮะ สองขายาวก้าวเขาไปที่ฝ่ายประชาสัมพันธ์อีกครั้ง

“ผมมาสอบสัมภาษณ์ครับ” เขาบอกพนักงานสาวซึ่งน่าจะเป็นคนละคนกับครั้งแรกที่เขาเจอ

“เชิญไปติดต่อที่ฝ่ายบุคคลนะคะ เดินไปทางนี้แล้วเลี้ยวขวาเดินไปอีกหน่อยก็ถึงแล้วค่ะ” พนักงานสาวบอกทางให้ เขาจึงขอบคุณแล้วเดินไปทางที่พนักงานคนนั้นบอกทันที

เดินมาสักพักเขาก็เห็นป้ายแผนกบุคคลเขาเลยเดินไปถามพี่ผู้หญิงคนนึงที่นั่งอยู่ แล้วพี่คนนั้นก็พาเขาไปที่ห้องๆนึงในนั้นมีคนที่แต่งชุดนักศึกษาเหมือนเขานั่งอยู่ประมาณสิบคน เขาเดินไปนั่งตรงเก้าอี้ที่ว่างอยู่ ตอนนี้มือสองข้างของเขาเย็นเฉียบ เขามองไปรอบๆห้องเห็นบางคนก็ก้มหน้าเล่นโทรศัพท์ บางคนก็นั่งคุยกันเบาๆ เขารออยู่สักพักก็มีพี่ผู้หญิงคนนึงเดินเข้ามาแล้วเรียกให้เข้าไปในห้องสัมภาษณ์ทีละคน จะไม่เป็นอะไรเลยถ้าแต่ละคนที่เดินออกมาจากห้องสัมภาษณ์ไม่บ่นออกมาให้ได้ยินว่าตอนที่อยู่ข้างในบรรยากาศเหมือนอยู่ในห้องดับจิต กรรมการที่สัมภาษณ์ก็ทำหน้านิ่งใส่ไม่รู้ว่ายิ้มเป็นรึเปล่า

มือเขาบีบกันแน่นขึ้นเมื่อใกล้ถึงคิวของเขาแล้ว

“นายพฤกษ์ สุวรรณวิมลค่ะ” แล้วเสียงเรียกชื่อเขาก็ดังขึ้นเขาลุกขึ้นเดินตามพี่คนนั้นเข้าไปในห้อง เมื่อเข้ามาแล้วเขาก็เจอกับผู้ชายคนนึงอายุน่าจะประมาณห้าสิบกว่าได้แล้วสวมแว่นตาท่าทางใจดีนั่งอยู่หลังโต๊ะที่จะใช้สัมภาษณ์ เขาเดินเข้ามาใกล้ๆแล้วกล่าวสวัสดีก่อนที่จะขออนุญาตนั่งลง แต่เขาก็เห็นผู้ชายอีกคนนึงนั่งหันหลังอยู่บนโซฟาถัดไปข้างหลังของคนที่เขาสวัสดี ด้วยอยู่ห่างออกไปแล้วเขาก็กำลังตื่นเต้นเลยละความสนใจมาที่คนที่กำลังจะสัมภาษณ์เขาแทน

“ไม่ต้องทำหน้าเครียดขนาดนั้นก็ได้ ลุงเห็นในใบสมัครเราไม่ได้เขียนไว้ว่าอยากฝึกงานแผนกอะไร แล้วหมายเหตุไว้ว่าให้ขึ้นอยู่กับทางบริษัทจัดการให้ ทำไมล่ะ”

เมื่อเห็นว่าคนตรงหน้าท่าทางใจดีและเป็นกันเอง เขาเลยคลายความกดดันลง

“คือผมอยากให้บริษัทพิจารณาจากผลทดสอบของผมน่ะครับ เพราะว่าในอนาคตผมก็ไม่รู้ว่าจะได้งานในแผนกไหน ผมจึงคิดว่าให้บริษัทพิจารณาเองดีกว่าว่าความสามารถของผมสามารถช่วยเหลือบริษัททางด้านไหนได้ดีที่สุด”

ร่างบางตอบตามสิ่งที่ตัวเองคิดไว้ตั้งแต่ตอนกรอกใบสมัครว่าเขาอยากเรียนรู้งานหลายๆด้านเขาเลยตัดสินใจให้บริษัทเป็นผู้พิจารณาเองว่าควรที่จะได้ฝึกงานในแผนงอะไรตามความสามารถ

“เรานี่มีความคิดดีจริงๆเลยนะ อันที่จริงบริษัทก็จะคัดนักศึกษาฝึกงานจากผลคะแนนการทดสอบอยู่แล้วว่านักศึกษาคนนั้นควรได้ฝึกงานในแผนกไหนจึงจะได้ความรู้มากที่สุด ที่ให้กรอกในใบสมัครเพียงแค่อยากทราบเหตุผล และชี้แจงคะแนนให้บุคคลคนนั้นเป็นแนวทางความสามารถเขาของเท่านั้นเอง เพราะว่าบางคนสิ่งที่อยากเรียนกับสิ่งที่ตนเองถนัดบางทีก็เป็นคนละอย่างกัน”

“แนวคิดของคุณลุงดีมากเลยนะครับ เพราะถึงแม้ว่าบางคนจะไม่ได้เข้าฝึกงานที่นี่ก็จะได้มีแนวทางและรู้จักตัวเองมากขึ้น”

“ไม่ใช่ความคิดของลุงหรอก ท่านประธานต่างหาก ท่านอยากให้สายงานที่ท่านทำมีคนเก่งและเชียวชาญมาช่วยทำงานให้พัฒนามากขึ้นไปเรื่อยๆ” ผู้อาวุโสกว่าปฏิเสธออกมาแล้วบอกข้อมูลจริงๆให้เด็กหนุ่มฟัง

“ท่านประธานมีความคิดก้าวไกลแบบนี่สินะครับ บริษัทM&Cถึงเป็นผู้นำด้านการขนส่งมาตลอด”

แล้วบทสนทนาระหว่างทั้งสองก็ดำเนินต่อไปอีกไม่กี่คำถามก็จบบทสัมภาษณ์ลง ร่างบางเดินออกมาจากห้องแล้วกลับมานั่งประจำที่เดิม

“นี่นายเข้าไปเป็นยังไงบ้างล่ะ ฉันนะเกร็งฉี่แปปแตก” ผู้ชายคนนึงที่นั่งอยู่ข้างๆก่อนแล้วหันมาถามคนที่เพิ่งออกมา

“ก็ไม่เห็นเป็นอะไรหนิ คุณลุงเขาก็ดูใจดีออก” ร่างบางหันไปตอบผู้ชายคนข้างๆที่เข้าไปในห้องก่อนหน้าเขา

“ลุงที่ไหน คนที่สัมภาษณ์อ่ะยังหนุ่มอยู่เลยนะ แถมหล่อมากด้วย ไม่ได้แก่ขนาดเรียกลุงได้หรอก ฉันเป็นผู้ชายยังเผลอมองเลย แต่เสียดายทำหน้าดุฉิบหายเลย หน้านี่ก็ยังกับยักษ์ ฉันนี่เกร็งไปหมด”

เขาไม่ได้ตอบอะไรออกไปได้แต่สงสัยในใจก็คุณลุงคนนั้นเป็นคนสัมภาษณ์จริงๆนะ เขาไม่ได้คิดไปเองก็เขายังแทนตัวเองว่าลุงอยู่เลย

“ตอนนี้ทุกคนสอบสัมภาษณ์ครบแล้วนะคะ เราจะประกาศผลตอนบ่ายโมงตรงทั้งทางเว็บไซต์และที่บอร์ดประชาสัมพันธ์นะคะ ผู้ที่ผ่านการคัดเลือกให้มาติดต่อที่ฝ่ายบุคคลอีกครั้ง เพื่อที่เราจะแจ้งแผนกที่แต่ละคนจะได้เข้าไปฝึกตามคะแนนการทดสอบที่ผ่านมานะคะ”

เมื่อทุกคนทยอยออกไปจากห้องแล้ว ประตูห้องที่ใช้สัมภาษณ์ก็เปิดออกมาอีกครั้งพร้อมร่างสูงที่เดินออกมากับชายสูงวัยอีกคนนึง

“ขอบคุณครับคุณวิบูรณ์ เชิญตามสบายครับ ผมไม่มีอะไรแล้ว” เขาหันไปพูดกับคุณวิบูรณ์ผู้จัดการฝ่ายบุคคลที่ยืนอยู่ข้างหลังเขา ร่างสูงหันไปมองประตูที่ร่างบางเพิ่งเดินออกไป วันนี้เขามาสัมภาษณ์นักศึกษาด้วยตัวเองโดยมีคุณวิบูรณ์คอยจดประเมินอยู่ข้างหลัง แต่เมื่อถึงคิวของเด็กน้อยเขาจึงให้คุณวิบูรณ์เป็นคนสัมภาษณ์แทน ส่วนเขาก็นั่งฟังอยู่ด้านหลัง

รอยยิ้มปรากฎบนใบหน้าที่เรียบเฉยอยู่เป็นประจำเมื่อนึกถึงตอนที่ร่างบางพูดถึงเขาในห้องสัมภาษณ์ เขายกนาฬิกาขึ้นมาดูตอนนี้เพิ่งจะสิบโมง เหลืออีกตั้งสามชั่วโมงกว่าจะประกาศผลเด็กน้อยของเขาจะทำอะไรอยู่นะ

ไม่รอช้าเขาหยิบโทรขึ้นมาเพื่อที่จะส่งข้อความหาร่างบางทันที……แต่ว่า

ความคิดเห็น