Ri-Ae-Do
email-icon Instagram-icon Line-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : ตอนที่5

คำค้น : ตอนที่5 , fic attack on titan , Levi x Eren , พระเจ้า , รีไวล์ x เอเลน

หมวดหมู่ : นิยาย แฟนฟิค

คนเข้าชมทั้งหมด : 15

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 23 พ.ค. 2563 00:21 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่5
แบบอักษร

"เอเลน ลูกจงมีชีวิตอยู่ต่อไป......" /////////// ฉวัะ!!! 

ยังไม่ทันที่เสียงของคาร่าจะได้ดังออกมาจบประโยคดี ความเจ็บปวดก็พุ่งเข้ามาจากทางด้านหลัง ก่อนที่จะทะลุออกมาทางด้านหน้า เช่นเดียวกับเลือดที่แดงที่กระชูดออกมาจากบาดแผลบริเวณแผ่นหลังและหน้าท้อง แต่จู่ๆความเจ็บปวดก็ค่อยๆหายไป เพราะว่าร่างกายนั้นเริ่มชาและเริ่มเป็นอัมพาต เนื่องจากพิษร้ายที่อยู่บริเวณปลายหาง ภาพที่คาร่าเห็นตรงหน้าเริ่มพร่ามั่ว ใบหน้าของเอเลนลูกชายสุดที่รักของตัวเองนั้นเริ่มเลื่องลาง แต่ถึงจะเป็นอย่างนั้นคาร่าก็ยังยกยิ้มขึ้นบางๆด้วยความยากลำบาก......รอยยิ้มที่เธอมอบให้กับผู้เป็นลูกชายของตัวเองในทุกๆวัน และวันนี้ก็คงจะเป็นวันสุดท้าย 

ตุบ! 

ร่างที่ไร้ลมหายใจของคาร่าร่วงหล่นลงไปกองอยู่ที่พื้นดิน เมื่อหางแมงป่องยักษ์ของเจ้าสัตว์ประหลาดมันติคอร์ถูกถอดถอนออกไปแล้ว เลือดสีแดงสดที่ไหลรินออกจากบาดแผลกระจายตัวเป็นวงกว้างอยู่ที่พื้นมากขึ้นเรื่อยๆ ท่วมเศษดิน เศษหิน หรือต้นหญ้าน้อยๆที่ขึ้นอยู่บริเวณนั้นให้กลายเป็นแอ่งโลหิตสีแดงฉาน ดูแล้วเป็นภาพที่ชวนให้ผวา และติดตาคนที่ได้เห็น 

ดวงตาสีเขียวมรกตที่แวววาวราวกับอัญมณีนั้นเบิ่งกว้างขึ้น ร่างกายหยุดนิ่งเหมือนกับโดนสาบให้กลายเป็นหิน เมื่อเห็นว่าผู้เป็นมารดาทิ้งตัวลงนอน แล้วสิ้นใจไปต่อหน้าต่อตา โดยที่ตัวเองนั้นไม่ได้เข้าไปช่วยเลยแม้แต่นิดเดียว 

"....มะ...ไม่ จริง....." เสียงใสของเด็กหนุ่มหลุดลอดออกมาเบาๆ หลังจากที่มันได้หายไปอยู่หลายนาที 

กรร!! 

เจ้ามันติคอร์ตัวที่สังหารคาร่าไปนั้นมันไม่ได้หนีหายไปไหน แต่ตรงกันข้ามคือมันเอาแต่ยืนวนเวียนอยู่ข้างนอกประตูค่ายนั้น ราวกับนักล่าที่ค่อยจ้องมอง และรอคอยเหยื่อของตัวเอง เสียงคำรามในลำคอของมันดังขึ้นมาให้ได้ยินเป็นระยะๆ 

".....หนอยแก! ไอ้สัตว์นรกเวร!!!" เอเลนตวาดก่อนที่จะดิ้นให้หลุดออกจากการเกาะกุมของอาร์มิน ซึ่งครั้งนี้มันก็ง่ายดายมากๆ และก็ไม่มีเสียงห้ามอะไรมากวนใจ เพราะมิคาะสกับอาร์มินนั้นก็กำลังช็อก ค้างกับสิ่งที่ได้เห็นอยู่ 

".....อะ...เอเลน! เดี๋ยว!....." มิคาสะที่ดึงสติกลับมาได้ก่อนก็พยายามจะร้องห้ามแต่มันก็ไม่ทัน เพราะขาเรียวของเอเลนนั้นได้ก้าวข้ามเส้นแบ่งเขตแดนออกไปข้างนอกแล้ว 

โฮกกกกกกกกกกกกกก!!! 

ทันทีที่สัตว์ประหลาดมันติคอร์เห็นว่าเหยื่อของมันก้าวออกมาจากเขตปลอกภัย เสียงคำรามของสิงโตก็ก้องดังขึ้นลั่นป่า ก่อนที่มันจะพุ่งเข้าจู่โจมเป้าหมายภายในทันที 

"เอเลน! ระวัง!!" เสียงตะโกนเตือนของมิคาสะดังขึ้นก่อนที่เจ้าตัวจะรีบก้าวขาวิ่งตามเอเลนออกนอกเขตค่ายไปในทันที ส่วนอาร์มินที่เหมือนจะพึ่งได้สติก็ทำตามเพื่อนไปเช่นกัน 

ปึง!! 

ทันทีที่2เจ้าหน้าของมันติคอร์มันตะปมลงมาพื้นดินบริเวณนั้นก็สั่นสะเทือน จนมิคาสะกับอาร์มินที่พึ่งตามออกมาถึงกับเซ เสียหลักลงไปกองอยู่ที่พื้น ส่วนเอเลนนั้นโชคดีที่หลบการตะปบของฝีเท้าสิงโตยักษ์นั้นได้ทัน ก่อนที่จะรีบเอาตัวเองไปหลบอยู่หลังต้นไม้ยักษ์แถวๆนั้น 

"เอเลน! ดื่มยาที่อาจารย์เอลวินให้มาสิ!!" เสียงของอาร์มินตะโกนบอกทำให้เอเลนนึกขึ้นได้ เลยรีบล้วงมือเข้าไปในกระเป๋าเป้ของตัวเองเพื่อหาของที่ต้องการ แต่ดูเหมือนมันจะช้าเกินไปกว่าที่ควร 

พรึบ! /////////// "เอเลนหลบ!!" เสียงของมิคาสะดังขึ้น พร้อมกับที่มีแรงมากระชากเอเลนออกจากโค้นต้นไม้ที่ใช้ซ่อนตัวอยู่ ก่อนที่ทั้ง2จะลงไปนั่งก้นจํ้าเบ้าอยู่ที่พื้น ซึ่งตรงหน้าก็มีปลายหางแมงป่องเคลือบพิษของเจ้ามันติคอร์ห่างอยู่เพียงไม่กี่คืบเท่านั้น 

ฟุบ! เปรี๊ย.....โครม!! 

ทันทีที่เจ้ามันติคอร์ดึงหางแมงป่องของมันกลับไป ต้นไม้ยักษ์ที่สูงเกือบๆ30เมตรจากพื้นดินก็หักแล้วล้มลงมาทางที่เอเลนกับมิคาสะนั่งอยู่ทันที แต่มิคาสะก็ไหวตัวและดึงเอเลนหลบได้ทัน ก่อนที่ฝุ่นบนพื้นดินมันจะลอยฟุ้งขึ้นมาบดบังวิสัยทัศน์ไปชั่วขณะ 

"แคกๆๆ!...." เอเลนไอออกมาเบาๆ เพราะเมื่อกี้ตัวเองนั้นสูดฝุ่นพวกนั้นเข้าไปเต็มๆปอด 

"เอเลน! ใช้ยาเร็วๆ!" มิคาสะพูดเร่ง ทำให้เอเลนมองหาขวดยาอันนั้นทันที ก่อนที่จะเห็นมันตกอยู่ไม่ไกลจากตรงที่เค้าอยู่สักเท่าไหร่ 

พรึบ! 

ขาไปไวกว่าความคิด เมื่อดวงตาสีมรกตมองเห็นขวดยาที่ตกอยู่เจ้าตัวก็พุ่งตัวออกไป หมายจะหยิบมันมาในทันที พอดีกับฝุ่นควันที่ลอยฟุ้งอยู่ในอากาศนั้นจะเริ่มจางหายไป 

กรร!! ตึงๆๆๆ!!! 

เสียงคำรามของมันติคอร์ดังขึ้นอีกครั้งหลังจากที่ฝุ่นจางหายไป ทำให้มันกลับมามองเห็นเหยื่อของตัวเองอีกครั้ง ก่อนที่เจ้ามันติคอร์จะพุ่งเข้ามาทันที เมื่อเห็นว่าเหยือของมันยังคงมีชีวิตรอดอยู่ ซึ่งอีกเพียงไม่กี่ก้าวเจ้าสัตว์ร้ายนั้นก็จะเข้าถึงตัวของเอเลนแล้ว 

ผลั๊วะ!! 

อาร์มินที่เห็นว่าเพื่อนของตัวเองกำลังตกอยู่ในอันตรายก็กระโดดแล้วใช้ขาแพะสีขาวทั้ง2ข้างของตัวเองถีบเข้าไปที่ใบหน้าด้านข้างของเจ้ามันติคอร์ตัวนั้นในทันที แรงถีบที่รับเข้าไปจังๆทำให้เจ้าสัตว์ประหลาดมึนงงไปชั่วขณะก่อนที่มันจะเปลี่ยนเป้าหมายไปทางอาร์มินแทน 

"อาร์มิน! มันมาข้างหลัง!" มิคาสะตะโกนเตือน ก่อนที่เธอรีบวิ่งจะเข้าไปหาเพื่อนสนิทผมทองอีกคนนึงในทันที และอาร์มินที่ได้ยินคำเตือนนั้นก็เอาตัวหลบออกมาได้ทัน 

"เร็วเข้าครับเอเลน!" อาร์มินตะโกนเร่งในขณะที่ตัวเองก็ต้องหลบการโจมตีของมันติคอร์พร้อมหลอกล่อมันไม่ให้ไปสนใจเอเลน ซึ่งมิคาสะที่รู้ว่าเพื่อนของตัวเองกำลังทำอะไรก็เข้ามาช่วยด้วยอีกแรง ทำให้มันติคอร์มันไขว้เขวได้มากอยู่พอสมควร 

หมับ! 

ทันทีที่เอเลนคว้าขวดยามาไว้ในมือของตัวเองได้เจ้าตัวก็รีบเปิดฝาออกด้วยมือที่สั่นเทาไปด้วยความร้อนรนและเร่งรีบ ทันทีที่ฝาถูกเปิดออกและยาที่อยู่ด้านในสัมผัสกับอากาศภายนอก มันก็ค่อยๆระเหยหายขึ้นไปเป็นไอนํ้า ทำให้เอเลนไม่มีเวลามาทำใจนอกจากว่ารีบเทของเหลวสีใสราวกับนํ้าเปล่าที่เหลือนั้นลงคอในทันที 

ทันทีที่ตัวยาไหลเข้าไปสู่ลำคอ ทั่วร่างกายก็ร้อนรุ่มไปทั่วอย่างน่าประหลาด หัวใจที่เต้นอยู่เป็นจังหวะก็บีบรัดตัวเร็วและถี่ขึ้น เลือดถูกสูบฉีดไหลเวียนไปทั่วร่างกายด้วยความดันสูง นัตตาสีเขียวเบิ่งโตกว้าง เหลือกมองขึ้นไปบนท้องฟ้ายามราตรี และสีของดวงตากลมโตสวยคู่นั้นก็ค่อยๆถูกเปลี่ยนกลายเป็นสีทองอำพัน ก่อนที่ทุกอย่างในตัวจะค่อยๆสงบลงราวกับว่าไม่เคยมีอะไรเกิดขึ้นมาก่อน 

"แฮก....แฮก....แฮก...." เมื่อทุกอย่างในตัวสงบลงเอเลนที่นั่งอยู่กับพื้นก็รีบหอบหายใจ โกยอากาศเข้าปอดอย่างเต็มที่ราวกับนักกีฬาที่พึ่งจะไปวิ่งมาราธอนมาก็ไม่ปาน 

ปึง! โครม!! 

เสียงของอะไรบางอย่างดังอึกทึกครึกโครมขึ้นอีกครั้ง ทำให้เอเลนหันไปมองตามทิศทางของเสียงที่เกิดขึ้นก็เห็นว่าตอนนี้เพื่อนสนิททั้ง2คนของตัวเค้าเองนั้นกำลังเสียท่าให้เจ้าสัตว์ประหลาดมันติคอร์อยู่อย่างเต็มประตู 

มิคาสะนอนควํ่าหน้าอยู่ที่พื้น โดยที่เจ้าตัวนั้นพยายามดันร่างของตัวเองให้กลับขึ้นมาทรงตัวใหม่อีกครั้ง ในขณะที่อาร์มินก็ตัวลอย แผ่นหลังไปกระแทกเข้ากับต้นไม้ยักษ์เข้าอย่างจังจนร่วงลงไปนั่งกองอยู่ที่พื้น ขาแพะสีขาวทั้ง2ข้างที่คลุกฝุ่นนั้นดูเหมือนจะหมดแรงลงไปแล้ว แต่เจ้าสัตว์ประหลาดมันติคอร์ตัวนั้นกลับไม่เป็นอะไรเลย และมันก็ก้าวเดินย่างสามขุมเข้ามาใกล้อาร์มินที่นั่งอย่างหมดแรงอยู่ที่โคนต้นไม้ยักษ์ ก่อนที่ปลายหางแมงป่องพิษที่เคยใช่ปลิดชีพคาร่าผู้เป็นมารดาของตัวเองนั้นจะพุ่งเข้าไปที่อาร์มินด้วยความรวดเร็ว 

"อาร์มิน!!" มิคาสะร้องเรียกเพื่อนของตัวเองเสียงดังลั่นเมื่อเห็นว่าอาร์มินนั้นอาจจะต้องสิ้นลมหายใจไปภายในไม่กี่วินาที ส่วนอาร์มินก็ยกมือขึ้นมาบังตัวเองพร้อมหลับตาแน่นปี๋ เตรียมใจรับความเจ็บปวดที่กำลังจะเกิดขึ้นในไม่ช้า 

ฉวัะ!! 

".....อึก...." อาร์มินร้องขึ้นเบาๆ พร้อมกับค่อยๆลืมตาสีฟ้าใสของตัวเองขึ้นมาดู เมื่อรู้สึกว่าตัวเองนั้นยังไม่ได้รับความเจ็บปวดตามที่ควรจะเป็นเสียที ก่อนที่สิ่งสิ่งที่อยู่ตรงหน้านั้นจะทำให้เค้าต้องประหลาดใจ ไม่ต่างจากมิคาสะที่นอนอยู่ไม่ไกล 

กำแพงประหลาดที่ดูคล้ายกับแผ่นเหล็กสีแดงตั้งเด่นตระหง่านอยู่ตรงหน้า โดยที่ใกล้ๆกันนั้นมีหางแมงป่องขนาดยักษ์อาวุธร้ายของเจ้าสัตว์ประหลาดมันติคอร์ตกอยู่ จากลักษณะคาดว่าน่าจะถูกของที่มีคมมากๆตัดขาดภายในครั้งเดียว 

โฮกกกก!! กรร! 

เสียงร้องของมันติคอร์ดังขึ้นอย่างโอดโอย และทรมานเมื่อมันเสียอาวุธส่วนสำคัญไป ก่อนที่มันจะรีบหันไปหาตัวการที่ทำให้มันต้องเป็นแบบนี้ และเตรียมตัวตั้งรับทันที 

".....อะ...เอเลนหรอ?...." อาร์มินพึมพำออกมาเบาๆ โดยที่สายตาก็ยังคงจ้องมองไปที่เพื่อนของตัวเองอยู่อย่างไม่วางตา 

เด็กหนุ่มเรือนผมสีนํ้าตาลเปลือกไม้ ที่ดวงตากลมโตถูกแปรเปลี่ยนไปเป็นสีทองอำพันที่สุกประกายในความมืดมิด ทั้งๆที่ตามปกตินั้นจะต้องเป็นสีเขียวมรกตที่แวววาดั่งอัญมณี ลํ้าค่า ยืนเด่นสง่าอยู่ตรงหน้าของสัตว์ประหลาดในตํานานมันติคอร์อย่างไม่เกรงกลัว ตรงกันข้ามคือในตอนนี้เอเลนเองมากกว่าที่เป็นฝ่ายข่มเจ้ามันติคอร์อยู่ 

กรร!..... 

เสียงคำรามของเจ้ามันติคอร์ดังขึ้นในลำคอเบาๆหมายจะขู่ในศัตรูของตัวเองกลัว แต่คนที่ได้ยินหาได้เกรงกลัว หรือสนใจคำขู่นั้นไม่ กลับกันคือเอเลนค่อยๆหลับตาสีทองอำพันของตัวเองลงช้าๆ พร้อมกับที่แบมือข้างนึงออกมา ก่อนที่กำแพงสีแดงที่อยู่ตรงหน้าของอาร์มินนั้นจะแปรสภาพเป็นของเหลว แล้วไหลไปบนอากาศเข้าสู่มือบางที่แบออก คล้ายกับกำลังรอรองรับ เช่นเดียวกับแอ่งของเหลวสีแดงขนาดใหญ่ตรงร่างไร้วิญาณของคาร่าที่ตอนนี้เองก็ไหลมาร่วมในจุดเดียวกันเช่นกัน แน่นอนว่าสิ่งเหล่านั้นมันก็คือ......เลือด 

นํ้าโลหิตสีแดงเข้มไหลมารวมตัวกันอยู่บนฝ่ามือของเอเลน ก่อนที่ดวงตาสีทองอำพันนั้นจะค่อยๆลืมขึ้นมามองเจ้าสัตว์ประหลาดที่เป็นตัวปลิดชีพมารดา และทำร้ายเพื่อนของตัวเองอีกครั้ง ก่อนที่โลหิตที่แดงบนอากาศพวกนั้นจะแปรเปลี่ยนเป็นหอกอันหลมคมนับสิบๆเล่ม ที่ปลายแหลมของมันนั้นพุ่งไปหาเจ้ามันติคอร์เป็นจุดเดียว 

กรร!! โฮกกกกกกกกกกกก!!! ตึงๆๆๆๆ!! 

เสียงร้องคำรามของมันติคอร์ดังขึ้นอีกครั้งก่อนที่มันจะพุ่งตัวเข้ามาหาเอเลนที่ยืนนิ่งอยู่ตรงหน้าทันที โดยที่ไม่สนหอกเลือดแหลมคมนับสิบๆที่ลอยเด่นอยู่บนอากาศเลยแม้แต่น้อย 

ทันทีที่ดวงตาสีทองอำพันของเอเลนนั้นเห็นว่าสัตว์ประหลาดร้ายตรงหน้ามีการเคลื่อนไหว มือข้างที่เคยแบออกเพื่อรองรับเลือดอยู่นั้นก็ลดลงตํ่าไปอยู่ข้างลำตัว พร้อมกับหอกโลหิตหลายสิบเล่มที่พุ่งตรงเข้าหาสัตว์ประหลาดมันติคอร์ผู้โชคร้ายในความเร็วที่รุนแแรงอยู่มากพอสมควร 

ปักๆๆๆๆๆๆๆ!! ตุบ!..... 

เสียงของหอกที่พุ่งเข้าใส่อกสิงโตของเจ้ามันติคอร์นั้นดังขึ้นอยู่ต่อเนื่องระยะนึง ท่ามกลางสายตาของเพื่อนสนิททั้ง2คนของเอเลนอย่างอาร์มินและมิคาสะ ก่อนที่เสียงทุกอย่างจะค่อยๆเงียบหายลงไป เมื่อร่างของเจ้าสัตว์ประหลาดในตํานานอย่างมันติคอร์ตัวนั้นได้ล้มลงไปนอนแน่นิ่งอยู่ที่พื้น 

"....จะ...จบแล้ว ใช่ไหม?...." เสียงของอาร์มินที่เงียบหายไปนานถามขึ้น ทำลายความเงียบที่ปกคลุมบริเวณนั้นอยู่สักพักใหญ่ๆ ก่อนที่จะเหลือบมองไปทางมิคาสะที่ยืนอยู่ตรงหน้าของตัว แล้วหันกลับไปมองทางเอเลนที่ตอนนี้ดวงตาสีทองอำพันนั้นได้แปรเปลี่ยนกลับคือมาเป็นสีเขียวมรกตดังเดิมตามปกติแล้ว 

"เอเลน....." เสียงของมิคาสะดังขึ้น เอ่ยเรียกชื่อของคนตรงหน้าเบาๆ ซึ่งดวงตากลมโตสีเขียวนั้นก็หันกลับมามองตามเสียงเรียกนั้นด้วยแววตาที่อ่อนล้า ก่อนที่ร่างของเอเลนจะสลบลงไปนอนกองอยู่ที่พื้น 

"เอเลน!" ทันทีที่เห็นว่าเอเลนล้มลงมิคาสะก็รีบวิ่งเข้ามาดูอาการทันทีด้วยความเป็นห่วง ส่วนอาร์มินเองก็รีบยันตัวเองให้ลุกขึ้นแล้วตามมามิคาสะมาติดๆเหมือนกัน 

"น่าจะเหนื่อยจนสลบไปหนะครับ พวกเรารีบเข้าไปในค่ายกันก่อนดีกว่า" อาร์มินพูดบอก ก่อนที่จะช่วยมิคาสะประคองร่างที่สลบไสลของเอเลนขึ้นมา แล้วช่วยกันพยุงร่างของพวกเค้าทั้งหมดนั้นกลับเข้าไปในค่าย โดยที่ทั้ง3ไม่ได้รู้เลยว่ามีบุคคลนอกอีกกลุ่มนึงคอยจับตาดูพวกเค้าอยู่ตลอดเวลาตั้งแต่ต้นจนจบ 

"พวกลูกศิษย์นายนี้เก่งกันพอตัวเลยน้า เอลวิน" เสียงของหญิงสาวคนนึงพูดออกมาอย่างทะเล้นๆ โดยที่ดวงตาภายใต้กรอบแว่นสี่เหลี่ยมของเธอนั้นจ้องมองตามหลังเด็กทั้ง3คนไปอย่างสนอกสนใจ จนออกนอกหน้า 

"นิยัยวิปริต ยาที่ไอ้หนูนั้นกินเข้าไปเป็นฝีมือเธองั้นสินะ" เสียงทุ่มตํ่าของชายคนนึงดังขึ้น แถมดวงตาสีดำสนิทเช่นเดียวกับท้องฟ้ายามรัตติกาลนั้นก็จ้องมองไปยังหญิงสาวข้างกายอย่างไม่ค่อยจะสบอารมณ์เท่าไหร่นัก แต่เหมือนกับคนที่โดนมองจะไม่ได้สะทกสะท้านอะไรเลยแม้แต่น้อย 

"ถูกต้อง นายนี้ยังขี้จับผิดเหมือนเดิมไม่เปลี่ยนเลยนะรีไวล์" หญิงสาวสวมแว่นนั้นพูดกลับไปด้วยนํ้าเสียงทะเล้นๆ พร้อมรอยยิ้มชวนขี้เล่นตามเดิม ซึ่งมันทำให้บุรุษข้างกายถึงกับคิ้วกระตุก 

"โฮ่! อยากโดนกระทืบรึไงยัยสี่ตา?" เสียงทุ่มตํ่าดังขึ้นด้วยนํ้าเสียงที่เจือความหงุดหงิด พร้อมกับแววตาที่บ่งบอกว่าเขาคนนี้ทำจริงตามที่พูดแน่นอน 

"พอได้แล้วพวกนาย กลับเข้าไปข้างในกันได้แล้ว" ชายหนุ่มผู้มีรูปร่างสูงที่สุดในกลุ่มเอ่ยปากหยุดมวยที่กำลังจะเกิดขึ้น ก่อนที่ทั้ง3นั้นจะเดินกลับเข้าไปในค่าย โดยทิ้งศพของเจ้ามันติคอร์ตัวนั้นเอาไว้ที่เดิม เพราะยังไงคนที่ส่งตัวมันมาก็จะต้องมารับมันกลับไปอยู่แล้ว 

+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++ 

ตอนที่5มาแล้วจ้า 

ขอโทษทีน้า หยุดอัพหลายวันไปหน่อย (สารภาพบาปตรงนี้เลยว่าไรท์ติดเกมจ้า //ไหว้) แต่ก็มาต่อให้แล้วนะค่า (มรึงมาต่อดึกมาก! อีไรท์!! //วิ่งหนี) ส่วนคุณนายคาร่า เยเกอร์ นั้นก็.....มีชะตากรรมไม่ต่างจากในอนิเมะเลย ตายตั้งแต่ต้นๆเรื่อง55555+ ยังไงก็จะมาอัพให้เรื่อยๆนะจ้ะ ฝากติดตามแล้วก็เป็นกำลังใจให้กันต่อไปด้วยนะคะ ไรท์ไปแล้วน้า บ๊ายบาย^^ 

ปล. คอมเม้นมาคุยกันหน่อยก็ได้น้า เค้าเหงา //มองอ้อน 

ความคิดเห็น