แทคฮยองจี
email-icon facebook-icon Twitter-icon Line-icon

ช่วยใจดีกับเราด้วยนะคะ

น่านฟ้าล่ารัก 11 | Rewrite

ชื่อตอน : น่านฟ้าล่ารัก 11 | Rewrite

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 3.6k

ความคิดเห็น : 23

ปรับปรุงล่าสุด : 22 พ.ค. 2563 23:22 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
น่านฟ้าล่ารัก 11 | Rewrite
แบบอักษร

น่านฟ้าล่ารัก 

11 

เจอคำถามตรงๆแบบนี้ผมเองก็ไปไม่เป็นเหมือนกัน ผมคิดเสมอแหละเรื่องที่จะอยู่กับกิบคุณน่านฟ้าน่ะแต่ตอนนี้มันดูจะเร็วไปหน่อย ผมยังไม่พร้อมแต่เห็นสีหน้าคุณพ่อของคุณน่านฟ้าแล้วผมก็เริ่มที่ลังเล

"คุณพ่อครับ" ผมเอ่ยขึ้นอย่างลังเล "ผมคิดว่ามันจะเร็วไปเกินไปไหมครับ"

"คิดเรื่องนี้หรอ?"

"ครับ ความจริงผมไม่ได้ต้องการอะไรจากพวกคุณเลย"

"ฉันรู้ อายุฉันก็ปูนนี้แล้วทำไมฉันจะดูไม่ออก" พ่อคุณน่านฟ้าพูดขึ้น “แต่ฉันก็อยากให้ลูกชายของฉันได้มีครอบครัวที่พร้อมหน้า มีความสุข ตลอด 5 ปีที่ผ่านมาเขาทนทุกข์กับชีวิตคู่ที่น่าเจ็บปวด ฉันไม่อยากเห็นเขาเจ็บปวดอีก” 

“ผม...” 

“ให้โอกาสลูกชายฉันสักครั้งเถอะนะ ย้ายมาอยู่ที่ก็ได้ ยังไม่ต้องรักลูกฉันก็ได้” 

ผมถึงกับพูดไม่ออกทั้งที่ความจริงเขาไม่ต้องสนใจคนแบบผมก็ได้ แต่เขาก็ขอร้องให้ผมอยู่ผมไม่เคยเห็นพ่อคนไหนทำเพื่อลูกมากขนาดนี้ ถึงกับยอมขอร้องให้ผมอยู่ 

“ถ้าคุณพ่อต้องการผมตกลงครับ” ผมตอบหลังจากที่คิดดีแล้ว อยู่ๆไปก่อนเดี๋ยวก็รักกันเอง ผมเชื่อว่าเรื่องนี้มันอาจจะเกิดขึ้นกับผมก็ได้ 

“ขอบใจเธอมากนะ” 

“ครับ” 

“งั้นก็ลาออก...” 

“ผมขอทำงานนะครับ ผมไม่อยากอยู่บ้านเฉยๆ” ผมรีบบอก

ผมเข้าใจความคิดของพ่อคุณน่านฟ้านะเขาอยากให้ผมอยู่บ้านทำหน้าที่ภรรยาแต่ชีวิตผมน่ะมันสู้มาตั้งเยอะจะให้มาอยู่เฉยๆคงไม่ได้แถมอีกไม่กี่เดือนก็จะถึงรอบที่ประเมินผลงานแล้ว ถ้างานผมดีผมอาจจะเลื่อนเป็นหัวหน้าแผนกก็ได้ ถึงตอนนั้นก็คงสบายกว่าตอนนี้ 

“งั้นย้ายที่ทำงานดีไหม” 

“ผมไม่ย้ายได้ไหมครับ เดือนหน้าเป็นรอบประเมินผลงานประจำปี ถ้าผลออกมาดีผมอาจจะได้เลื่อนเป็นหัวหน้า” 

“ไม่อยากไปเริ่มที่บริษัทใหม่สินะ” 

“ครับ” 

“งั้นก็ตามใจ ยังไงที่ทำงานของเธอเจ้าน่านก็ขับรถผ่านไปทำงานอยู่แล้วตอนเช้าก็ไปด้วยกัน” 

“ครับ ขอบคุณ คุณพ่อมากนะครับที่ไม่รังเกียจผม” 

ท่านยิ้มแล้วเดินเอามือไขว้หลังออกไป สวนกับคุณน่านฟ้าที่เดินเข้ามาเรียกผมให้ไปดูเจ้าอ้วน 

“คุณคุยอะไรกับพ่อ” 

“อยากรู้หรอครับ” ผมถามกลับด้วยสีหน้าแบบมีเลศนัย 

“อือ” 

“พ่อคุณช่วยผมมาอยู่ที่บ้านด้วยน่ะ” 

“แล้วคุณตอบว่ายังไง” คุณน่านฟ้าทำตาโตด้วยความอย่างรู้ ดูท่าทางแล้วคงจะตื่นเต้นมากแน่ๆ 

“ผมตกลงมาอยู่ที่นี่กับลูกครับ” 

“จริงหรอ” 

“ครับ แต่ว่าผมยังไม่ได้ตกลงที่จะคบกับคุณนะ” 

คุณน่านฟ้าทำหน้าหงอยๆผมอมยิ้มแล้วเดินหนีไปทางอื่นทันที 

 

 

เช้าวันนี้คุณน่านฟ้าอาสาไปส่งผมที่บริษัทเพราะยังไงก็ต้องผ่านไปอยู่ดี แล้วเรื่องอะไรที่ผมจะต้องปฏิเสธประหยัดค่ารถไปได้ตั้งเยอะ 

ผมลงจากรถแล้วยืนรอจนคุณน่านฟ้าขับรถออกไป แล้วจึงเข้าบริษัท 

“ใครมาส่งจ๊ะ”

พี่ที่ร่วมงานคนหนึ่งถามขึ้นทันทีที่ผมเข้ามายืนรอลิฟต์ตัวเดียวกัน พี่คนนี้เขาไม่ค่อยชอบผมหรอกเพราะทุกปีเขามักจะแข่งกันทำผลงานเพื่อเลื่อนตำแหน่งเสมอ 

“อ่อ พ่อของสกายน่ะครับ” 

“แหม รวยมีเงินขนาดนั้นยังปล่อยให้นายมาทำงานอีกงกๆ” 

“ความจริงเขาก็ไม่อยากให้มาครับ แต่ผมขอมาทำเอง” ผมยิ้มให้เธออย่างคนอัธยาศัยดีแล้วรีบแทรกตัวเข้าไปในลิฟต์ 

ตี๊ดดดด 

เสียงบอกน้ำหนักเกินดังขึ้นเมื่อเธอก้าวเข้ามาด้านใน ทุกคนในลิฟต์มองหน้ากันเลิ่กลั่กส่งสายตาหากันประมาณว่าใครจะเป็นคนออกไป ผมเลยแกล้งทำเป็นไม่รับรู้ถึงสายตานั้นทุกคนก็คงจะทำแบบนั้น จนที่สุดแล้วรุ่นพี่คนนั้นก็ยอมถอย 

ผมวางกระเป๋าแล้วหย่อยตัวนั่งลงที่โต๊ะทำงานเปิดคอมเริ่มทำงานของตัวเอง 

“นี่ยัยพี่พรไปกินรังแตนที่ไหนมาเหวี่ยงใส่คนอื่นไปทั่วเลย” 

เพื่อนร่วมงานผมที่เป็นผู้หญิงเดินเข้ามาถามหลังจากที่พี่พร หรือรุ่นพี่คนเมื่อกี้ที่เดินหน้าหงิกเข้ามา 

“ตกลิฟต์” 

“พรืด! ฮ่าๆ จริงหรอเรื่องแค่นี้อะไร” 

“ผมนี่แหละเป็นคนแย่งลิฟต์แก มัวแต่ยุ่งเรื่องชาวบ้าน” ประโยคหลังผมบ่นงึมงำเบาๆ 

“งั้นฉันไปทำงานและ ตอนกลางวันไปกินก๋วยเตี๋ยวกันอยากกิน” 

“พึ่งจะเข้างานนึกถึงข้าวเที่ยงแล้ว” ผมแซวแล้วยิ้มส่ายอย่างเอือมๆ 

ตอนกลางวันผมก็ออกมากินข้าวกลางวันกับเพื่อนร่วมงานตามปกติช่วงนี้ทุกคนขยันทำงานมากเพราะต้องการผ่านการประเมินประจำปี คนที่ผ่านคือคนที่ได้อยู่ที่งานต่อ และผลงานเข้าตาผู้บริหารก็อาจจะได้เลื่อนขั้น ส่วนคนที่ไม่ผ่านอาจจะถูกลดขั้น ลดเงินเดือน หรือให้ออก ตามคุณภาพของผลงาน ในช่วงที่เศรษฐกิจแบบนี้การทำแบบนี้ก็เพื่อมห้พนังงานแต่ละคนมีความกระตือรือร้นในการทำงานและเพื่อคัดคนที่ทำงานแบบเช้าชามเย็ฯชามออกไป 

"พี่แสงประเมินรอบนี้หนูกลัวไม่ผ่านจังเลยอะ"

"กลัวทำไม เราก็ทำงานดีนี่นะ"

"กังวลอะพี่"

"อย่า..."

"ถ้ากังวลก็เอาเวลาไปตั้งใจทำงานสิจ๊ะ ดีกว่ามาบ่นอยู่นีหรือเปล่า" เสียงคุ้นเคยของพี่พรพูดแทรกขึ้นจากด้านหลังของรุ่นน้องที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้าม

"ถ้าพูดดีไม่ได้ก็เงียบไปเลยป้า"

"ไม่เอา" ผมรีบห้ามไม่ชอบเลยเวลาที่ผู้หญิงพวกนี้ตีฝีปากกันแค่ตอนทำงานแอบนินทากันก็รำคาญจะแย่ขนาดออกมากินข้าวยังจะสร้างเรื่องอีก

พี่พรเธอยักไหล่แล้วเดินไปนั่งโต๊ะอื่นที่อยู่ด้านในร้าน ผมมองหน้ารุ่นน้องแล้วส่ายหน้าไม่ให้ไปถือความยาวสาวความยืดกับคนแบบนั้น 

"ไว้ดูกับตอนประเมินดีกว่า"

"นั่นสิเธอจะไปบ้าจี้กับคนแบบนั้นทำไม" เพื่อนร่วมโต๊ะอีกคนช่วยพูด

"ก็ได้ค่ะ เห็นแก่พี่สองคนหรอกนะ"

วันๆของผมก็มีเท่านี้การใช้ชีวิตมนุษย์เงินเดอนแม้ว่าจะเหนื่อยแต่มันก็ไม่ได้แย่ไปทั้งหมด อย่างน้อยๆผมก็มีเพื่อนร่วมงานที่พอจะพูดคุยให้หายเบื่อได้บ้าง ตอนเย็นหลังพอเลิกงานก็มีรถมาจอดรออยู่แล้วเป็นรถของคุณน่านฟ้าที่เหมือนว่าจะพึ่งเลิกงานเหมือนกัน

"ทำไมวันนี้มาเร็วจังเลยครับ"

"คุณเลิกเร็วต่างหาก" เขาบอกกลับ

ผมจึงยกนาฬกาข้อมือขึ้นมาดู หน้าปัดแสดงเวลาห้าโมงครึ่งพอดีซึ่งปกติผมจะเลิกงานเลทประมาณ 5 นาทีตลอด คุณน่านฟ้าก็คงจะแปลกใจ

"แค่อยากกลับไปหาเจ้าอ้วน"

"ผมให้คนไปรับจากที่โณงเรียนแล้วล่ะ ป่านนี้คงรอคุณที่บ้านแล้ว"

"ครับ"

ไม่รู้ว่ารถขับไปนานเท่าไหร่เพราะผมหลับไปตั้งแต่รถติด 2 ไฟแดงแรกแล้ว ตื่นขึ้นมาอีกทีตอนที่คุณน่านฟ้าปลุกให้ลงจากรถ แต่พอลงมายืนดีๆก็พบว่าเขามาจอดที่หน้าแพารทเม้นของผม

"มาที่นี่ทำไมครับ?"

"เก็บของ"

"ห๊ะ?" 

“ย้ายไปอยู่ด้วยกันไง” คุณน่านฟ้าบอกแล้วยิ้มกวนๆ 

นี่เขารีบขนาดนี้เลยหรอเนี่ย ผมยิ้มแห้งแล้วลงจากรถเขาก็ลงตามมา เดินตามหลังผมต้อยๆจนถึงห้อง 

“งั้นพักก่อนแล้วกันค่อยเก็บของ ของผมไม่เยอะหรอก” ผมบอกแล้วมองรอบๆห้องเดี๋ยวตับยัดใส่ลังก็หมดแล้ว 

คุณน่านฟ้านอนอยู่บนเตียงหลังจากที่ผมเข้าห้องน้ำไปเปลี่ยรชุดเป็นเสื้อผ้าสบายๆสำหรับออกแรงเก็บของ ผมเห็นว่าในกล่องพลาสติกมีพวกของบางอย่างที่เก็บลงไปแล้ว ไม่ต้องถามคงเป็นฝีมือของคนที่หลับอยู่บนเตียง ผมยกยิ้มขึ้นนิดหน่อยแล้วไปจัดการเก็บของต่อ ดีที่มีของผมแค่คนเดียวเพราะของเจ้าอ้วนนั้นย้ายไปก่อนแล้ว ผมนั่งพับเสื้อผ้าจัดใส่กระเป๋ษขอใช้จำเป็นอื่นๆก็เก็บลงกล่องพลาสติกผ่านไปนานมากจนคุณน่านฟ้าตื่น

"ไปล้างหน้าก่อนดีไหมครับ ผมเก็บของเสร็จแล้ว"

"อือ แป๊บนึง"

"งั้นผมไปจัดการเรื่องห้องก่อนนะครับ" ผมบอกบอก

"เอากระเป๋าเงินผมไปด้วย" คุณน่านฟ้าบอกและหยิบกระเป๋าเงินยัดใส่มือผมทั้งใบ ตอนแรกจะคืนแต่เขาส่ายหน้า "เอาไปใช้เคลียร์ค่าห้องเถอะ"

"แต่ว่า..."

"ใช้เงินผมนั่นแหละ เงินผมก็เหมือนเงินคุณ"

ถอนหายใจและก็เดินออกไปโดยมีกระเป๋าเขาติดมือมาด้วยถ้าผมไม่ใช้คุณน่านก็อาจจะเสียความรู้สึกก็ได้เพราะเขาก็ดูจะเต็มใจให้เสียด้วย

เมื่อจ่ายเงินค่าเช่าห้องจัดการค่าใช้จ่ายต่างๆผมกับคุณน่านฟ้าก็ช่วยกันขนของขึ้นรถแล้วมุ่งหน้ากลับบ้านในเวลาเกือย 2 ทุ่ม ผมนั่งอยู่ในรถเป็นเจ้าอ้วนออกมายืนยิ้มแฉ่งรอหน้าบ้านพอลงจากรถก็วิ่งเข้ามากอดขาผมในทันที แม่บ้านในบ้านก็ยิ้มตามด้วยความเอ็นดู

"เดี๋ยวเอาของคุณแสงเหนือไปไว้ที่ห้องสกายนะ" คุณน่านฟ้าสั่งแม่บ้าน

"หม่าม๊าจะมาอยู่กับหนูหรอ คุณปู่บอก"

"ใช่ครับ แล้วคุณปู่ไปไหน"

"ขึ้นนอนแล้วครับ" สกายบอกไม่ยอมปล่อยแขนออกจากของผมพอจะเดินก็ต้องใช้เท้ายกร่างอ้วนสมบูรณ์ของเจ้าสกายที่นั่งกอดขาไปด้วย

"คุณแสงจะทานข้าวไหมคะป้าจะตั้งโต๊ะให้ค่ะ"

"ไม่เป็นไรครับป้า เดี๋ยวผมกินในครัวได้ครับ" ผมบอกแล้วยิ้มใหห คุณป้าใจดีกับผมเสมอแม่บ้านคนอื่นๆก็ด้วยทุกคนปฏิบัติกับผมเหมือนเป็นคนในบ้านนี้เช่นกัน

"งั้นป้าไปอุ่นไว้ให้นะคะ"

"เผื่อคุณน่านฟ้าด้วยนะครับ"

"ได้ค่ะ"

 

 

ผมย้ายมาอยู่ที่บ้านกับคุณน่านฟ้าได้เกือบๆอาทิตย์แล้ว ผมโทรไปเล่าเรื่องที่บ้านมาอยู่บ้านเขาให้ป๊ากับม๊าที่อยู่ต่างจังหวัดฟังพวกท่านเป็นห่วงมากแต่พอได้คุยกับพ่อของคุณน่านฟ้าก็เหมือนว่าผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่ายจะเข้ากันได้ดีเกินคาด โดยเฉพาะพ่อของผมกับพ่อคุณน่านฟ้าที่ชอบดูมวยเหมือนกัน 

 

ตอนที่ย้ายเข้ามาได้สามวันแรกพ่อคุณน่านฟ้าให้ผมไปเลือกรถยนต์ที่โชว์รูมบอกว่าไว้ขับไปทำงานและรับลูก ให้เลือกมาเลยราคาเท่าไหร่เขาจะจ่ายให้ ผมที่ขี้เกรงใจอยู่แล้วก็ไม่ยอมสิครับบ่ายเบี่ยงจนท่านใจอ่อนไม่ซื้อให้ ก็อย่างว่ามาอยู่บ้านเขาแล้วยังให้เขาซื้อรถให้มันก็ออกจะเกินไปหน่อย แต่พ่อคุณน่านฟ้ายื่นข้อเสนอให้คือจะต้องมีคนไปรับไปส่ง ซึ่งนั้นก็ทำให้วิถีชีวิตของผมเริ่มเปลี่ยนไปถึงตอนนี้ก็ยังไม่ชินที่มีคนคอยขับรถไปรับไปส่งที่ทำงาน มีคนถือของให้ มีคนกางร่มให้ ชีวิตหรูหรา จนบางครั้งผมก็มักจะถูกพวกผู้หญิงในที่ทำงานนินทาเอาได้ 

"พี่แสงสามีพี่รวยจังเขาทำงานอะไร"

"เป็นกัปตันเครื่องบินนะ่"

"โห งั้นก็ไปต่างประเทศบ่อยหรอ" เพื่อนรุ่นน้องที่สนิทกัยสองสามคนตาโตอย่างตื่นเต้น 

"ผัวรวยแต่ปล่อยให้เมียมาทำงานงกๆ ไม่ใช่ไปเป็นเมียน้อยเสี่ยหรือไง"

"แหม พี่พรคะถ้าไม่พุดนี่จะกินเข้าไม่อร่อยหรอคะ"

"ไม่เอาน่ะอย่ามีเรื่องเลย" ผมรีบห้ามก่อนผู้หญิงต่างวัยทั้งสองคนจะมีปัญหากัน 

 

"พี่ก็ดูเขาว่าพี่สิ พี่ยอมได้ไง"

"ช่างเถอะน่ะ อย่าเก็บมาใส่ใจเลยรีบกินรีบกลับไปทำงานดีกว่า" ผมบอกแล้วทุกคนก็เลยรีบกินข้าวเพราะข้างบนก็ยังมีงานที่ต้องสะสางอีกเป็นกอง

ทุกวันนี้หลังเลิกงานผมไม่ตอ้งกังวลเรื่องคนไปรับลูกแล้วลูกน้องของพ่อคุณน่านฟ้าจะเป็นคนไปรับไปส่งให้ ส่วนผมนั่นจะทำงานดึกแค่ไหนก้ได้เพียงแค่โทรไปบอกคนรถล่วงหน้าเมื่อผมเลิกงานลงมาจากตึกพวกเขาก็จะยืนรอผมที่รถวันนี้ก็เช่นกัน ผมเลิกงานประมาณเกือบหนึ่งทุ่มเพราะเจ้านายให้เอาเอกสารมาแก้ไขซึ่งก็ต้องใช้เวลานานกว่าจะเสร็จก็กินเวลามาจนถึงตอนนี้

"ผมถือให้ครับ"

"ขอบคุณครับ" ผมยิ้มให้คนคนหนึ่งที่เข้ามารับกระเป๋าของผมไปถือ 

 

"คุณแสงจะแวะที่ไหนไหมครับ"

"ไม่ครับ กลับบ้านเลยเผื่อว่าคุรพ่อท่านจะรอทานข้าวเย็น"

 

ชีวิตปกติของผมในแต่ละวันวนอยู่เท่านี้ ส่วนเรื่องส่วนตัวระหว่างผมกับคุณน่านฟ้าตอนนี้เรียกได้ว่าเราสองคนไปกันได้ดีเขาทำหน้าที่พ่อได้ดีมากๆ เขามักจะมีเวลาวันอาทิตย์พาเราครอบครัวไปเที่ยวพักผ่อน หรือในตอนเย็นก็เล่นกับเจ้าอ้วนและสอนหนังสือบ้าง ความเสมอต้นเสมอปลายของเขาทำให้ผมค่อนข้างที่จะเปิดในใจให้เขามากขึ้น ยอมให้เขาเข้ามาในหัวใจทีละน้อยๆ

"กลับมาแล้วหรอ"

"ครับ ทำไมวันนี้นั่งอยู่นี่ล่ะครับแล้วทานข้าวหรือยัง" ผมถามอย่างเป็นห่วง

 

"ยังรอกินพร้อมคุณ" 

 

คุณน่านฟ้าบอกแล้วดึงแขนผมให้เดินตามไปที่ห้องอาหาร เขาจับผมนั่งตรงที่ประจำส่วนเขาก็นั่งข้างๆ อาหารบนโต๊ะหลายอย่างมีแค่ผมกับคุณน่านฟ้าที่นั่งกินเงียบๆ

 

"วันนี้เลิกค่ำจังงานเยอะหรอ" 

"ไม่ครับ แก้เอกสารด่วยให้เจ้านายน่ะเลยต้องรีบทำ"

"ลาออกมาเลี้ยงลูกไหมแสงเหนือ" อยู่ๆคุณน่านฟ้าก็พูดขึ้น

เราคุยกันหลายครั้งแล้วเรื่องที่จะให้ผมลาออกมาเลี้ยงลูกแต่ผมคิดว่ามันเป็นการเอาเปรียบเขานะ เขาทำงานคนเดียวแล้วผมอยู่้านเฉยๆแถมค่าใช้จ่ายอะไรคุณน่านฟ้าก็ออกให้เกือบทุกอย่างถ้าผมออกจากงานก้ไม่เท่ากับว่าเกาะผัวกินหรอ

"คิดมากอีกแล้ว ผมแค่ไม่อยากให้คุณเหนื่อย" เขาบอกแล้วตักอาหารใส่จานให้ผมด้วย "หรือว่าถ้าไม่อยากอยู่เฉยๆมาทำที่บริษัทเราก็ได้ อย่างคุณน่ะตำแหน่งหัวหน้างานคงทำได้อย่างสบายๆ"

 

"ที่ทำตอนนี้ผมก็กำลังจะประเม้นผลงานอาทิตย์หน้าแล้วนะครับ"

"โอเค ยอมแพ้แต่ถ้าคุณเริ่มไม่ไหวหรือคิดว่างานที่ทำหนักเกินไปให้บอกผมนะ"

"ครับ"

สำหรับผมไม่มีงานไหนหนักเกินไปถ้าเราตั้งใจทำและทำมันอย่างทีความสุข การเลิกงานค่ำๆไม่ใช่เรื่องผิดปกติอะไรสมัยก่อนที่จะเจอกับคุณน่านฟ้าผมก็มักจะทำโอทีแบบนี้บ่อยๆ ลำพังเงินเดือนพนังงานปกติไม่รวมโอทีมันไม่พอใช้หรอกไหนจะลูกไหนจะค่าห้อง ค่าน้ำค่าไฟ อื่นๆจิปาถะผมต้องขยันทำงานให้มากที่สุด ตอนนั้นไม่มีคนไปรับลูกก็ได้รุ่นน้องที่อยู่อพาร์ทเม้นเดียวกันไปรับไปส่งให้ การเลิกงานแค่หนึ่งทุ่มมันไม่ใช่เรื่องลำบากอะไรของผมเลย

เมื่อกินมือเย็นแล้วผมกับคุณน่านฟ้าก้แยกกันไปพักผ่อน คุณน่านงานเยอะมากทั้งงานเอกสารและไฟท์บินไปต่างประเทศที่แทบจะบินวันเว้นวัน ผมน่ะถึงจะไม่ค่อยพูดอะไรแต่ผมก็เป็นห่วงเขาเหมือนกันไม่อยากใ้หักโหมทำงานมากจนเกินไป

"มาทำอะไรคุณแสง ทำไมยังไม่นอน"

"อุ่นนมไปให้คุณน่านฟ้าน่ะครับเห็นไฟในห้องเปิดอยู่สงสัยจะทำงานดึกอีกแล้ว" ผมบอก

ป้าแม่บ้านไม่ได้ถามต่อเธอก็เดินจากไป ผมเปิดเอานมในไมโครเวฟที่อุ่นกำลังดีออกมาใช้ผ้าจับหูแก้วทั้งสองข้างเพื่อกันความร้อนแล้วถือไปที่ห้องของคุณน่านฟ้า

ก๊อก ก๊อก

"ไม่ได้ล๊อกครับ"

ผมเปิดประตูเข้ามาพร้อมกับนมที่วางให้ร่างสูงที่ตอนนี้สวมแว่นตานั่งอ่านเอกสารอยู่บนโต๊ะ

"ทำไมยังไม่นอนครับ"

"ดูบัญชีบริษัทให้คุณพ่อน่ะ"

"ของผมดูหน่อยครับ" คุณน่านฟ้าขยับให้เข้าเข้าไปดูข้างๆได้ อย่าลืมนะครับว่าผมทำบัญชีและจบทางนี้มาหลังจากที่ตั้งท้องเจ้าสกาย 

หมับ

ฟุ่บ

"คุณ..."

"นั่งแบบนี้แหละผมกลัวคุณเมื่อยขา" คุณน่านฟ้ากอดเอวผมแน่นหลังจากที่รั้งให้นั่งลงบนตักของเขา ตอนนี้เลยกลายเป็นว่าผมนั่งบนตักของเขาเพื่อช่วยเขาทำงาน แค่คิดก็รู้สึกเหมือนหน้าจะร้อนๆทำตัวไม่ถูกเลยยิ่งตอนที่เผลอลงน้ำหนักตัวมากไปจนอะไรๆที่นูนอยู่ใต้ร่มผ้าโดนก้นของผมยังยิ่งทำให้เขินไปกันใหญ่ ถ้าเป็นที่เรายังไม่เปิดในให้กันผมคงไม่ต้องเขินมากขนาดนี้

ฟอด!

"หอมจัง"

"อย่ากวนสิครับ เดี๋ยวงานคุณไม่เสร็จนะ"

คุณน่านฟ้าถอนหายใจเบาๆคงคิดว่าผมไม่ได้ยินแต่ผมน่ะได้ยินเต็มสองหูเลยนะ เขาเลยกวนผมแล้วเปลี่ยนมาเป็นกอดเอวเอาคางเกยไหล่ให้ผมจัดการเอกสารตรงหน้าให้นมอุ่นเดิมทีแรกจะเอามาให้เขาดื่มก็เป็นผมที่ดื่มจนหมด

"เสร็จแล้วครับ"

"ง่วงแล้วหรอ" เขาถาม

"ครับ" ผมพยักหน้าและขยี้ตานิดหน่อยเพราะง่วงมาจริงๆ

"งั้นนอนกับผมที่นี่แหละ" คุณน่านเสนอและเขาไม่รอให้ผมตอบ เขาดันผมลงจากตัดไปยืนข้างเก้าอี้ทำงานแล้วช้อนร่างผมลอยจากพื้นไปที่เตียงของเขา "นอนซะเดี๋ยวผมปิดไฟ"

 

"ครับ" ผมยิ้มทั้งทียังงัวเงียให้เขา

ผมเคยมานอนคุณน่านหลายครั้งมันเลยไม่แปลกที่คืนนี้ผมจะนอนอีกแต่นอกจากนอนกอดกันแล้วหลับไปเหมือนทุกคืนก็ไม่มีอะไรพิเศษ แค่ทำงานก็เหนื่อยมากแล้วจะให้เอาเวลาไหนมาคิดเรื่องอย่างว่า ดั้งนั้นช่วงนี้ที่มานอนห้องคุณน่านฟ้าตอนเดึกๆผมถึงได้ยินเสียงแปลกๆ ไม่ใช่ไม่รู้ว่าเขาทำอะไรอยู่ในห้องน้ำก็เสียงดังขนาดนั้นแต่ผมก็ไม่รู้จะช่วยเขายังไงเพราะผมก็เหนื่อยมาทั้งวันถ้าต้องไปทำแบบนั้นคงเหนื่อยเพิ่มสองเท่าไว้วันไหนที่เราพร้อมกันทั้งคู่และผมพร้อมจะเป็นของเขาอีกครั้ง ถึงตอนนั้นผมจะไม่ให้สามีผมพึ้งนารีทั้งห้าหรอก

 

 

 

TBC

มาช้าเหลือเกิน มาแบบเต่าคลานมากนี่ก็รีไรท์ใกล้ถึงตอนล่าสุดที่แต่งไว้แล้วคือตอนที่ 13 จริงๆไมไ่ด้อยากจะหายไปไหนเลยแค่บางช่วงก็มีงานเยอะบ้าง หรือบางทีก็ติดแต่งฟิคเรื่องอื่นด้วย 55555 แต่พยายามสลับๆกันแต่ฟีลเรื่องไหนมาก้แต่งเรื่องนั้น คำผิดตั้งแต่ตอนที่แล้วก็ยังไมไ่ด้แก้ ตอนนี้ก็เช่นกันขอติดไว้ก่อน

ขอบคุณสำหรับกำลังใจที่คอยส่งให้กันตลอดนะคะ

 

 

 

 

 

 

ความคิดเห็น