หอหมื่นอักษร
facebook-icon Twitter-icon Instagram-icon

ผู้ใดอยากหาเรื่องนักก็เข้ามา ทุกสิ่งทุกอย่างในชาตินี้นางจะเป็นผู้บงการเอง!

ตอนที่ 22 ทำร้าย

ชื่อตอน : ตอนที่ 22 ทำร้าย

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 3.5k

ความคิดเห็น : 2

ปรับปรุงล่าสุด : 23 พ.ค. 2563 12:00 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 22 ทำร้าย
แบบอักษร

 

อวิ๋นหว่านชิ่นโน้มตัวเข้าหา ก่อนพูดเสียดสี “ท่านแม่ต้องคิดหนักหน่อยนะว่า จะสังสรรค์อย่างไรจึงจะกู้ชื่อเสียงกลับคืนมา” 

ชายเสื้อในมือของไป๋เสวี่ยฮุ่ยถูกขยำจนเกือบขาด ทว่านางก็ได้แต่จ้องมองดวงตาอมยิ้มของอวิ๋นหว่านชิ่นที่กำลังมองไปรอบๆ พลางว่า “ฮูหยินหลายท่านกำลังมองมาทางเราอยู่! ท่านแม่เก่งเรื่องแสร้งทำเป็นใจดีมีเมตตาอยู่แล้วมิใช่หรือ ตอนนี้เหตุใดถึงไม่แสร้งทำต่อเล่า” 

ไป๋เสวี่ยฮุ่ยหันมองตาม จริงดังว่า สาวใช้ข้างกายของฮูหยินหลายคนกำลังชี้ไม้ชี้มือมาทางนาง หลังจากงานเลี้ยงขอขมาในวันนั้น ก็มีข่าวลือไปทั่วว่า ชื่อเสียงที่ดีของนาง เป็นชื่อเสียงจอมปลอม นางน่าจะมิได้ดีกับลูกสาวของฮูหยินคนก่อน  

ตอนนี้ไป๋เสวี่ยฮุ่ยจึงไม่กล้าทำอะไรโฉ่งฉ่าง ได้แต่ยิ้มแหยๆ ก่อนจับมืออวิ๋นหว่านชิ่นอย่างอ่อนโยน พลางพูดเสียงดัง 

“นี่ งานก็ยังไม่เริ่ม อากาศก็ร้อน ไปนั่งพักเป็นเพื่อนแม่ จิบน้ำชาในห้องรับแขกหน่อยสิ” 

อวิ๋นหว่านชิ่นยิ้มตาหยี จับมือไป๋เสวี่ยฮุ่ยตอบ แต่แอบบีบแรง “ได้สิ ท่านแม่!” 

เป็นฉากที่อบอวลไปด้วยความสุขระหว่างแม่ผู้ใจดีกับลูกสาวผู้กตัญญู 

ไป๋เสวี่ยฮุ่ยปวดมือจนเหงื่อตก แต่ก็มิอาจโกรธ ต้องรอจนไม่เป็นที่สังเกต ค่อยชักมือกลับ 

อวิ๋นหว่านชิ่นเดินตัวเบาตามหลังไป๋เสวี่ยฮุ่ย เข้าไปในห้องรับแขก 

ในห้อง เหล่าฮูหยินและคุณหนูผู้สูงศักดิ์ที่กลัวแดดต่างพากันมานั่งจับกลุ่มจิบน้ำชาสนทนา รอพิธีเปิด 

หลังจากสาวใช้ในจวนโหวจัดที่นั่งให้สตรีสกุลอวิ๋นเรียบร้อย ก็ยกชาขาวดอกเก๊กฮวยมาให้ดับกระหายคลายร้อน  

อวิ๋นหว่านชิ่นจิบน้ำชาพลางคิด อีกประเดี๋ยวอวิ๋นหว่านเฟยน่าจะแอบเข้ามาทางประตูหลัง...ไม่รู้ว่านางจะมาไม้ไหน หรือตนต้องคิดหาวิธีให้แขกเห็นนางกับมู่หรงไท่อยู่ด้วยกัน 

วันนี้เป็นงานใหญ่ แขกผู้มีเกียรติมากันทุกระดับ ถ้าบังเอิญเห็นภาพเช่นนั้น คงสนุกน่าดู! 

ไป๋เสวี่ยฮุ่ยสนทนากับฮูหยินสมุหกลาโหมที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามสักพัก ก็หันไปมองอวิ๋นหว่านชิ่นด้วยสายตาเปี่ยมความรักแฝงความร้ายที่ไม่มีใครเห็น ยิ้มแล้วว่า  

“ชิ่นเอ๋อร์ไม่พูดไม่จาอยู่ครึ่งค่อนวัน เบื่อหรือเปล่า เจ้ารุ่นราวคราวเดียวกับลูกสาวท่านสมุหกลาโหม น่าจะมีเรื่องคุยกันอยู่ ชวนคุณหนูคุยสิจ๊ะ” 

อวิ๋นหว่านชิ่นเงยหน้าขึ้นแย้มยิ้ม แล้วตอบว่า “ค่ะ” อย่างน่ารักน่าเอ็นดู ท่ามกลางสายตาของเหล่าฮูหยินผู้สูงศักดิ์ ก่อนหันไปชวนคุณหนูบ้านสมุหกลาโหมคุย 

ไป๋เสวี่ยฮุ่ยอาศัยจังหวะที่คนในห้องไม่ทันสังเกต ล้วงเข้าไปในแขนเสื้อ หยิบของลักษณะคล้ายผงออกมาถูกกับนิ้วมือ เดิมทีนางคิดจะลงมือหลังงานเลี้ยงเลิก แต่พอถูกอวิ๋นหว่านชิ่นยั่วยุ ก็ไม่คิดจะรออีก 

นังตัวดี ข้าเคยบอกแล้วว่า เจ้าทำให้ข้ากับเฟยเอ๋อร์เสียชื่ออย่างไร ข้าก็ทำให้เจ้าชดใช้คืนเป็นเท่าตัว 

ไป๋เสวี่ยฮุ่ยยกถ้วยน้ำชาขึ้นจิบ แขนเสื้อที่ทั้งกว้างและยาวช่วยปกปิดไปกว่าครึ่ง ขณะที่มืออีกข้างของนางเปิดฝากาน้ำชาดินเผาสีม่วงแดงซึ่งมีชาขาวดอกเก๊กฮวยอยู่ในนั้น แล้วดีดผงที่อยู่บนนิ้วมือลงไป 

พออวิ๋นหว่านชิ่นกลับมา ไป๋เสวี่ยฮุ่ยก็รินน้ำชาใส่ถ้วยชาเสร็จเรียบร้อย พร้อมใช้สายตาอันอ่อนโยนและเอาใจใส่มองอวิ๋นหว่านชิ่นพลางว่า “ดูชิ่นเอ๋อร์สิ เหงื่อแตกเต็มหน้าเลย เอ้า ดื่มน้ำชาคลายร้อนเร็ว” 

อวิ๋นหว่านชิ่นยกถ้วยน้ำชาขึ้นจ่อริมฝีปาก กลิ่นๆ หนึ่งพลันเตะจมูก จึงชะงักมือ 

“มีอะไรหรือ ชิ่นเอ๋อร์” ไป๋เสวี่ยฮุ่ยตื่นเต้นเล็กน้อย ขณะมองดูลูกเลี้ยง 

หญ้าแพะหงี่ จันทน์เทศ พลับพลึงดอกขาว...สมุนไพรกระตุ้นกำหนัดทั้งนั้น ส่วนใหญ่ใช้เป็นส่วนผสมของยาชูกำลัง ดื่มแล้วจะรู้สึกร้อนรุ่ม โหยไห้คะนึงหา สติเลอะเลือน แสดงท่าทางร้องไห้ก็ไม่ใช่ หัวเราะก็ไม่เชิงโดยไม่รู้สึกตัว 

บดเป็นผงละเอียดเช่นนี้...คนปกติดมให้ตายอย่างไรก็ไม่ได้กลิ่น แต่ให้ตายเหอะ ตนมีความสามารถในการดมกลิ่นเกินกว่าคนปกติทั่วไป 

ริมฝีปากอวิ๋นหว่านชิ่นโค้งขึ้น ยิ้มหวานบนใบหน้า “ไม่มีอะไรท่านแม่ ร้อนนิดหน่อย ลูกขอเป่าก่อนค่อยดื่ม” ปากน้อยๆ จ่อเข้าใกล้แล้วเป่า “ฟู่ๆ ” สองที ค่อยเงยหน้าอ้าปากให้กว้าง แล้วจิบเข้าไปคำหนึ่ง 

พอเห็นนางจิบ ไป๋เสวี่ยฮุ่ยก็โล่งใจ ตนคิดมากไปเอง ก็แค่เด็กสาว จะมีความสามารถสูงส่งได้อย่างไร จึงพูดอย่างอ่อนโยนอีก “ดื่มให้มากหน่อย อากาศร้อนต้องดื่มน้ำให้มากเข้าไว้ ชาขาวดอกเก๊กฮวยของจวนโหว เป็นเครื่องบรรณาการที่ฝ่าบาทพระราชทานให้เชียวนา” 

อวิ๋นหว่านชิ่นยิ้มหวานจับใจ “ชาขาวดอกเก๊กฮวยหวานชุ่มคอจริงๆ แต่ท่านแม่ ลูกอยากไปเดินเล่นกับคุณหนูบ้านท่านสมุหกลาโหมที่ชานเรือน มิเช่นนั้นก็ให้ชูซย่าเอากาน้ำชาไปด้วย” 

คุณหนูบ้านสมุหกลาโหมพอได้ยินว่าจะไปเที่ยวเล่น ก็รีบดึงแขนเสื้อมารดาตน พลางขออนุญาต 

เมื่อเห็นฮูหยินสมุหกลาโหมมองมา ไป๋เสวี่ยฮุ่ยก็ได้แต่ตอบรับ ก่อนกำชับชูซย่า “แดดแรงมาก จำไว้นะว่าต้องให้คุณหนูดื่มน้ำมากๆ เข้าไว้ จะได้ไม่เป็นลมแดด” 

 

ในชานเรือน อวิ๋นหว่านชิ่นคุยกับคุณหนูบ้านสมุหกลาโหมพอเป็นพิธี แล้วจึงแอบหนีตามชูซย่าไป 

เมื่อครู่ตอนเดินเข้ามา อวิ๋นหว่านชิ่นเห็นมู่หรงอันนั่งข้างท่านโหวอาวุโส แต่ไม่เห็นมู่หรงไท่ 

งานเลี้ยงในวันนี้เมื่อชาติก่อน มู่หรงไท่ก็มิได้ปรากฏตัว ท่านโหวอาวุโสบอกว่าคุณชายรองติดหวัด ไม่สะดวกพบแขก ตอนนี้จึงต้องรู้ให้แน่ชัดก่อนว่า มู่หรงไท่อยู่ที่ไหน 

จวนโหวเป็นบ้านของสามีนางในชาติก่อน นางจึงคุ้นเคยเป็นอย่างดี ไม่นาน ทั้งสองก็เล็ดลอดมาถึงเรือนตะวันตก เรือนที่มู่หรงไท่อยู่อาศัยก่อนแต่งงาน 

พอดีมีสาวใช้สองคนเดินถืออ่างล้างหน้ากับผ้าขนหนูออกมาจากเรือน ทั้งสองเดินไปคุยไป 

อวิ๋นหว่านชิ่นดึงชูซย่าไว้ ให้แอบอยู่หลังภูเขาจำลองนอกเรือน พลางหรี่ตามอง 

หนึ่งในสองสาวใช้ใส่ชุดกระโปรงเขียว ใบหน้าสามเหลี่ยม รูปร่างเพรียวบาง 

คุ้นตายิ่ง! 

อวิ๋นหว่านชิ่นจับแขนชูซย่าพลางสั่นเล็กน้อยโดยไม่รู้ตัว 

“คุณหนู มีอะไรหรือเจ้าคะ” ชูซย่าถามเสียงเบา 

สาวใช้นางนี้ชื่อ ฮว่าซั่น หนึ่งในนางต้นห้องของมู่หรงไท่เมื่อชาติที่แล้ว  

ตอนที่อวิ๋นหว่านชิ้นไม่ตั้งครรภ์เสียทีนั้น ฮูหยินอาวุโสมู่หรงก็เริ่มปล่อยปละละเลย กระทั่งสนับสนุนสาวใช้ให้สนิทชิดใกล้กับหลานของนาง  

และคนแรกที่ขึ้นเตียงมู่หรงไท่ก็คือ ฮว่าซั่น 

นางเป็นสาวใช้ข้างกายที่รับใช้มู่หรงไท่มาแต่เด็ก เป็นคนพูดน้อย ไม่มีอะไรโดดเด่น แต่ตอนที่อวิ๋นหว่านชิ่นเพิ่งแต่งเข้ามา ก็รู้สึกได้ว่านางมักมองตนด้วยสายตาแปลกๆ ต่อมาถึงได้รู้ว่า นั่นคือสายตาของความริษยาและคับแค้นใจ 

พอเรื่องแดง ฮว่าซั่นก็ได้เลื่อนเป็นนางต้นห้อง นอกจากอวิ๋นหว่านชิ่นแล้ว หลังเรือนของมู่หรงไท่ ฮว่าซั่นมีตำแหน่งใหญ่สุด ทว่านางก็ยังคงพูดน้อยเหมือนเดิม แต่อวิ๋นหว่านชิ่นรู้ดีว่า นางมิใช่คนดีนัก หาไม่แล้วคงไม่ฉวยโอกาสขึ้นเตียงสามีเจ้านาย และคงไม่มองตนด้วยสายตาเคียดแค้นเช่นนั้น 

ต่อมา พออนุคนแรกของมู่หรงไท่ตั้งครรภ์ ยังไม่ครบสี่เดือนดี เลือดก็พลันไหลออกมามากมาย และแท้งในที่สุด ทำให้อวิ๋นหว่านชิ่นรู้ว่าฮว่าซั่นเป็นคนร้ายลึกและอำมหิตแค่ไหน 

โดยอวิ๋นหว่านชิ่นแอบรู้มาว่า วันนั้น สาวใช้ข้างกายฮว่าซั่นได้เข้าไปในห้องครัวขณะที่คนครัวกำลังตุ๋นยาบำรุงครรภ์ให้อนุคนแรก ซึ่งตอนนั้นอวิ๋นหว่านชิ่นเกลียดชังมู่หรงไท่มาก จึงไม่อยากยุ่งและไม่สนใจ 

ทว่าตอนนี้ ฮว่าซั่นนางต้นห้องในอนาคต ยังคงเป็นสาวใช้อยู่ ทำให้อวิ๋นหว่านชิ่นนึกถึงเรื่องในอดีตขึ้นมา แต่แล้วก็บีบข้อมือชูซย่าเบาๆ บอกให้รู้ว่าตนไม่เป็นไร ขณะนั้น เสียงคุยกันของสองสาวใช้ก็ดังขึ้น 

“...ฝีมือการขี่ม้าของคุณชายรองยอดเยี่ยมมาตลอด ใครจะรู้เล่าว่าครั้งนี้จะเคราะห์ร้าย ตกจากหลังม้าเสียนี่ ดีนะที่ คนดีผีคุ้ม หัวแตกเลือดไหลขนาดนั้นก็ยังไม่เป็นไร” สาวใช้ข้างกายฮว่าซั่นว่า  

อวิ๋นหว่านชิ่นเอะใจ มิน่าเล่าวันนี้มู่หรงไท่ถึงมิได้ออกงานกับท่านปู่ ที่แท้มิใช่ติดหวัด แต่เป็นเพราะหัวแตกต่างหาก ฟังแล้วก็น่าจะหนักหนาไม่เบา 

แต่ เมื่อชาติที่แล้ว นางไม่รู้มาก่อนว่า ก่อนแต่งงานเขาเคยบาดเจ็บ!  

ความคิดเห็น