หอหมื่นอักษร
facebook-icon Twitter-icon Instagram-icon

ความลับแห่งสวรรค์ ที่จะลิขิตชะตาชีวิตของเธอให้เปลี่ยนแปลงไป

ตอนที่ 27 ลิงถือลูกท้อ

ชื่อตอน : ตอนที่ 27 ลิงถือลูกท้อ

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 3.4k

ความคิดเห็น : 5

ปรับปรุงล่าสุด : 22 พ.ค. 2563 15:13 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 27 ลิงถือลูกท้อ
แบบอักษร

 

“จินเหลียน คุณอย่าเพิ่งรีบปฏิเสธผมเลย คุณจะพิจารณาคบกับผมในฐานะเพื่อนก่อนได้ไหมครับ” ฉินเฮ่าถาม 

ซีเหมินจินเหลียนพยักหน้า เธอไม่มีปัญหาถ้าจะให้คบกันเป็นเพื่อน แต่ตอนนี้เธอไม่อยากนั่งรถกินลมชมวิวเป็นเพื่อนเขาแล้ว เพราะอะไรนะหรือ ก็นี่มันรถของเธอและเธอต้องจ่ายค่าน้ำมันเองน่ะสิ เธอได้แต่เอ่ยกับเขายิ้มๆ “วันนี้ฉันเหนื่อยแล้ว คุณส่งฉันกลับบ้านเถอะค่ะ” 

“อืม...ก็ได้ครับ” ฉินเฮ่าทำตามที่เธอต้องการ เขาหันพวงมาลัยรถมุ่งหน้ากลับย่านหลานเหมยทันที 

“นี่คุณเป็นคนซื้อบ้านของลุงจั๋วเองเหรอครับ” ฉินเฮ่าขับรถมาจอดหน้าบ้านซีเหมินจินเหลียนแล้วถามด้วยความแปลกใจ “คุณชายหลินบอกว่าคุณนี่สายตาเฉียบขาดมาก เจอแต่หวยหยกดีๆ ทั้งนั้น ไม่คิดเลยว่าคุณจะทำเงินได้เยอะถึงขั้นซื้อรถซื้อบ้านได้เร็วขนาดนี้” 

“ก็แค่โชคดีน่ะค่ะ” ซีเหมินจินเหลียนยิ้มๆ เธอจะบอกได้อย่างไรว่าใช้พลังพิเศษโกงเขามา 

“ต่อไปถ้าผมอยากซื้อหยกก็ถามคุณโดยตรงได้เลยน่ะสิครับ แบบนี้ก็ไม่ต้องพึ่งคุณชายหลินจอมงกอีกแล้ว!” ฉินเฮ่าหัวเราะสดใส 

“ได้สิคะ!” ซีเหมินจินเหลียนตอบยิ้มๆ “ถ้าคุณอยากได้อะไรเป็นพิเศษ อย่างพวกเครื่องประดับตั้งโต๊ะขนาดใหญ่ก็สั่งทำได้นะคะ ขอแค่คุณไม่รังเกียจว่าฉันฝีมือไม่ดีก็พอ” 

“คุณแปรรูปหยกได้ด้วยเหรอครับ” ฉินเฮ่าถามด้วยความประหลาดใจ 

“ฉันเคยเรียนตอนเด็กๆ น่ะค่ะ แต่ไม่ได้ทำมาหลายปีแล้ว ตอนนี้ฉันกำลังเตรียมฝึกฝีมืออยู่ อยู่ดีๆ ก็ได้ลูกค้าแบบนี้ ฉันยินดีมากเลยค่ะ!” ซีเหมินจินเหลียนยิ้มพลางหยิบกุญแจออกมาไขประตู “ตอนนี้บ้านฉันรกมาก คงไม่สะดวกเชิญคุณเข้าไปข้างในนะคะ” 

“เอาไว้วันหลังดีกว่าครับ!” ฉินเฮ่าตอบยิ้มๆ “ถ้าคุณอยากได้พวกของเก่าก็มาหาผมได้นะครับ ถึงผมจะรับประกันอะไรไม่ได้ แต่อย่างน้อยๆ เก้าสิบเปอร์เซ็นต์ก็เป็นของแท้นะครับ” พูดจบเขาหัวเราะ ของเก่ากับหวยหยกมีความเสี่ยงเหมือนกัน ทั้งสองสิ่งทดสอบสายตาและความรู้ของคนเล่น ต่อให้ขลุกอยู่กับของเก่าทั้งชีวิต แต่ก็ต้องมีพลาดรับซื้อของปลอมเอาไว้บ้างแหละ... 

ซีเหมินจินเหลียนและฉินเฮ่าคุยเล่นกันอีกนิดหน่อยแล้วฉินเฮ่าก็ขอตัวกลับ ซีเหมินจินเหลียนเปิดประตูเข้าไปในบ้าน เธอมองดูบ้านหลังใหญ่โตของตัวเองแต่กลับต้องอยู่อย่างเงียบเหงาคนเดียวแล้วก็รู้สึกเคว้งคว้างขึ้นมา หรือเธอควรหาแฟนสักคนดีนะ? 

แต่พอนึกถึงคนอย่างหวังหมิงหยางกับชีวิตของเธอในตอนนี้แล้ว ทำไมเธอต้องหาเหาใส่หัวอีก? หลังจากเลิกกับหวังหมิงหยางแล้วเธอถึงได้รู้ว่าการอยู่เป็นโสดคนเดียวโดยที่ไม่ต้องมีห่วงผูกคอมันอิสระเสรีแค่ไหน  

ชีวิตก็เหมือนการเล่นหวยหยก มีแพ้มีชนะ เดี๋ยวทุกอย่างก็ผ่านไป พอคิดแบบนี้แล้วจิตใจก็เย็นสงบ 

ซีเหมินจินเหลียนเปลี่ยนเสื้อผ้าเป็นชุดที่ใส่สบายๆ แล้วตรงดิ่งไปยังห้องใต้ดินทันที เธอเปิดไฟในห้อง พลันห้องที่เคยมืดสนิทก็สว่างไสวขึ้นมา 

ซีเหมินจินเหลียนมองดูหินหยกก้อนใหญ่ยักษ์ที่วางกองอยู่บนพื้น เธอกำลังคิดว่าควรจะผ่าหินหยกก้อนนี้ก่อนดีไหม ข้างในจะมีหยกสีเขียวใสบริสุทธิ์ที่งดงามตราตรึงใจอย่างที่เธอเห็นผ่านพลังพิเศษหรือเปล่านะ? แต่หยกก้อนใหญ่ขนาดนี้ ถ้าเอามาทำเป็นเครื่องประดับก็น่าเสียดายเกินไป ทำเป็นของประดับแบบตั้งโต๊ะชิ้นใหญ่น่าจะดีกว่า 

เมื่อได้ข้อสรุปแล้วซีเหมินจินเหลียนก็ลากเก้าอีกมานั่ง เธอนั่งเท้าคางมองดูหินหยกก้อนใหญ่พลางคิดว่าจะทำเป็นของประดับตั้งโต๊ะแบบไหนดี ถึงจะขายไม่ออกก็ไม่เป็นไร ไหนๆ ในห้องนอนเธอก็มีตู้โชว์โบราณแกะสลักรูปดอกไม้ที่ทำจากไม้มะฮอกกานี แต่เดิมลุงจั๋ววางของประดับเอาไว้เต็มตู้ แต่ตอนนี้ไม่เหลือสักชิ้นเดียว เธอเห็นตู้โชว์อันว่างเปล่าแล้วก็ขัดใจจนต้องคิดหาของประดับมาตกแต่งเสียหน่อย  

สายตาของซีเหมินจินเหลียนเหลือบไปเห็นหินหยกก้อนเล็กที่วางกองรวมกันอยู่ ถ้าเธอจำไม่ผิด หนึ่งในนั้นเป็นหินหยกที่เธอเสียเงินไปสามร้อยหยวนเพื่อซื้อมันมา ก้อนหยกที่อยู่ข้างในไม่ใหญ่มาก มีขนาดเท่ากำปั้นเท่านั้น มันไม่ใช่หยกเนื้อแก้ว อย่างมากก็แค่หยกเนื้อน้ำแข็ง แต่สีสวยใช้ได้เลยทีเดียว  

“เปิดเปลือกหยกก้อนเล็กก้อนนี้ก่อนก็แล้วกัน” ซีเหมินจินเหลียนคิด หินหยกก้อนใหญ่นั่นก็ใหญ่เกินไป ถ้าจะผ่าหยกก็ไม่ใช่เรื่องง่ายๆ เลย 

ซีเหมินจินเหลียนเลือกใช้เครื่องเจียไฟฟ้า หินหยกก้อนนี้เล็กมากจึงไม่จำเป็นต้องใช้เครื่องผ่าหยก เธอจัดวางหินหยกในตำแหน่งที่ต้องการเรียบร้อยแล้วจึงค่อยๆ ลงมือเจียเปลือกหยก เมื่อเปิดเปลือกหยกแล้วหยกสีเขียวก็ปรากฏแก่สายตา เธอราดน้ำลงบนก้อนหยก ทำให้เห็นสีเขียวสดใสของหยกชัดเจนมากยิ่งขึ้น 

มันเป็นหยกสีเขียวสดแต่ไม่ใช่หยกเนื้อแก้ว เพราะมันไม่โปร่งใสมากเท่าหยกเนื้อแก้ว แต่หยกเนื้อน้ำแข็งก็ถือว่าหายากเหมือนกัน โดยเฉพาะหยกเนื้อน้ำแข็งสีเขียวสดแบบนี้ 

ซีเหมินจินเหลียนเปิดเปลือกหยกออกจนหมดแล้วใช้น้ำล้างฝุ่นผงออกจากมือ เธอนำก้อนหยกไปส่องไฟ ก้อนหยกสีเขียวๆ ที่มองผ่านแสงไฟให้ความรู้สึกเหมือนน้ำแข็งจริงๆ ด้วย มิน่าเขาถึงเรียกกันว่าหยกเนื้อน้ำแข็ง มันไม่โปร่งใสมากเหมือนหยกเนื้อแก้วที่ดูเปราะบาง แต่มันก็ให้ความรู้สึกหนักแน่นมากกว่า 

ซีเหมินจินเหลียนจ้องมองดูก้อนหยกเนื้อน้ำแข็งนี้อยู่นาน ก้อนหยกก้อนนี้เล็กไปนิด เอาไปทำจี้หยกก็จะใหญ่เกินไป จะทำป้ายหยกก็เล็กเกินไป ให้ผ่าครึ่งก็รู้สึกเสียดาย 

“ช่างเถอะ ถ้าอย่างนั้นก็ผ่าก้อนอื่นๆ ด้วยดีกว่า!” ซีเหมินจินเหลียนลุกขึ้น ตั้งแต่ที่มีรถมีบ้านเป็นของตัวเอง การผ่าหยกก็กลายเป็นเรื่องสะดวกสบายขึ้นเยอะ 

เธอลุกขึ้นแล้วหยิบหินหยกเนื้อถั่วเขียวหนึ่งก้อนและหินหยกเนื้อดอกไม้เขียวหนึ่งก้อนมาเปิดเปลือกหยก เนื้อหยกข้างในเป็นอย่างที่เธอเห็นผ่านพลังพิเศษไม่มีผิด เพียงแต่การมองเห็นกับตาตัวเองมันให้ความรู้สึกที่เป็นจริงมากกว่าการมองเห็นผ่านพลังพิเศษ 

สีของหยกเนื้อดอกไม้เขียวสวยใช้ได้ มันเป็นสีถั่วเขียวก้อนใหญ่พอประมาณ ซีเหมินจินเหลียนคิด ถ้าขายออกไปน่าจะขายได้ราคาหลักแสนเหมือนกัน 

ส่วนหยกเนื้อถั่วเขียวนั้น เธอมีความคิดอื่นที่ดีกว่า เธอจะใช้ส่วนหนึ่งของหยกเนื้อถั่วเขียวก้อนนี้มาแกะสลักเป็นลิง แล้วใช้หยกเนื้อน้ำแข็งมาแปรรูปเป็นลูกท้อ ทำเป็นของประดับรูปลิงถือลูกท้อแบบตั้งโต๊ะแล้วเก็บไว้ดูเล่น 

ซีเหมินจินเหลียนรีบวิ่งไปที่ห้องครัวเพื่อต้มบะหมี่สำเร็จรูป เธอใช้เวลาแป๊บเดียวก็กินบะหมี่จนหมดชาม จากนั้นรีบวิ่งกลับไปขลุกอยู่ที่ห้องใต้ดินเหมือนเดิม เธอลงมือร่างภาพเสร็จแล้วเริ่มลงแกะสลักหยกทันที... 

ซีเหมินจินเหลียนห่างหายจากการจับมีดแกะสลักไปนานหลายปี พอเริ่มจับมีดอีกครั้งจึงยังไม่ค่อยชินสักเท่าไหร่ เธอใช้เวลาไม่นานก็สามารถทำได้อย่างคล่องแคล่ว สมัยนี้เครื่องมือหลายอย่างเป็นแบบไฟฟ้าหมดแล้ว ทำให้เธอใช้เวลาในการแกะสลักน้อยลงกว่าใช้มีดแกะสลักแบบเก่าเยอะ ซีเหมินจินเหลียนผ่านเวลาไปนานมาก ซีเหมินจินเหลียนจึงรู้สึกว่าตาเริ่มล้าจึงเงยหน้าขึ้นดูนาฬิกา พอเห็นว่าเป็นเวลาตีสองและลิงถือลูกท้อของเธอก็เริ่มเป็นรูปเป็นร่างแล้ว เธอจึงละมือจากงานแล้วลุกเดินออกจากห้องใต้ดิน 

พรุ่งนี้ก็น่าจะเสร็จ เอาไว้ค่อยมาทำต่อพรุ่งนี้ก็แล้วกัน เธอมองดูผลงานของตัวเองแล้วอมยิ้ม ไหนๆ เธอก็จะเก็บไว้ดูเองและไม่คิดจะขายอยู่แล้ว ถึงฝีมือจะไม่ละเอียดประณีตนัก แต่ก็คงไม่มีใครว่าหรอก 

หลายวันต่อมา ซีเหมินจินเหลียนหมกตัวอยู่แต่ในบ้านไม่ออกไปไหนเลย เธอขลุกอยู่แต่ในห้องใต้ดินยุ่งอยู่กับการแปรรูปและแกะสลักหยก เธอนำก้อนหยกเนื้อแก้วมาแปรรูปเป็นเครื่องประดับหยกและของประดับหยกที่วิจิตรสวยงาม เผยให้เห็นคุณค่าที่แท้จริงของหยก ไม่อย่างนั้น ก้อนหยกก็เป็นได้แค่ก้อนหยก หรือหินก้อนหนึ่งเท่านั้น 

 

 

ความคิดเห็น