สามชั้นสไลซ์

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : บทนำ

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย ตลก,คอมเมดี้

คนเข้าชมทั้งหมด : 15

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 21 พ.ค. 2563 20:37 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทนำ
แบบอักษร

คนไม่สวย ไม่มีหัวใจหรืออย่างไร? ที่ไม่สวยไม่ใช่เพราะอยากไม่สวย แต่มันเกิดมาแล้วไม่สวย อยากสวย อยากหน้าตาดี แต่กรรมพันธุ์ไม่เข้าข้าง หันไปทางบิดามารดาก็หน้าตาไม่ต่างจากเธอไปเท่าไรนัก จมูกบี้แบน ริมฝีปากหนาเตอะ ดวงตาเล็กเรียวรี จะมีดีเพียงอย่างเดียวนั่นก็คือผิวใสๆ ที่ถึงแม้จะไม่ขาวมาก แต่ก็ไม่ได้กระด่างกระดำ แต่ก็นั่นแหละ ใครจะมองข้ามหน้าตาที่เกินคำว่าธรรมดาค่อนไปทางไม่สวยของเธอได้ 

เสียงถอนหายใจดังเฮือกใหญ่ ลากยาว แล้วหายไป ภาพสะท้อนจากกระจกแขวนแบบยาวของผู้หญิงผมหยักศก ใบหน้าอ้วนกลม ท่าทางหมดอาลัยตายอยาก รูปร่างท้วมเล็กน้อย ถึงแม้ว่าจะสูง แต่พอเป็นผู้หญิงร่างท้วมมันก็กลายเป็นยักษ์ปักหลั่นในสายตาเด็กผู้ชาย หรือแม้แต่ผู้หญิงด้วยกันเอง แต่ในสายตาเธอกลับแฝงไปด้วยความน้อยเนื้อต่ำใจ 

อยากสวยเหมือนดาวโรงเรียน...แอบหวังอยู่ลึกๆ ว่าจะมีวันนั้น แต่ความเป็นจริงที่อยู่ตรงหน้าก็ทำให้เธอไม่กล้าฝันมาก ได้แต่ยอมรับความจริงกับตัวตนที่เป็นอยู่ 

“รีบอาบน้ำแต่งตัวเร็วเข้า เดี๋ยวไปโรงเรียนไม่ทัน” เสียงแม่ตะโกนเรียกมาจากชั้นล่าง สะกิดความคิดที่ล่องลอยไปไกลของสาวน้อยวัยสิบเจ็ดให้กลับสู่โลกความเป็นจริง มือยกขึ้นขยับปกเสื้อนักเรียนให้เข้าที่ หน้าอกปักชื่อ น.ส.นับหนึ่ง ปานสวรรค์ ม.๕/๑ วันนี้เป็นวันเปิดเทอมวันแรกในการเป็นนักเรียนชั้นมัธยมที่ห้าของเธอ 

โรงเรียนเดิมๆ เพื่อนเดิมๆ ครูเดิมๆ และ ใช่...พี่ชายคนเดิมคนนั้น นับหนึ่งหน้าร้อนวูบวาบเมื่อเดินไปเข้าแถวหน้าเสาธง เธอต้องเดินผ่านรุ่นพี่ ม.6 ที่ยืนเข้าแถวจากถัดจาก ม.5 ออกไปอีกล็อกหนึ่ง เขาหน้าตาดี สูงโปร่ง เป็นนักบาสฯ โรงเรียน สาวๆ รุมกรี๊ด พูดตรงๆ คือ ‘ฮ็อต’ ที่สุดในตอนนี้ ไม่แปลก ที่ใจของเธอมันจะหวั่นไหว 

“นับ เป็นไร หน้าแดงเชียว ร้อนเหรอ” เพื่อนสนิทไม่กี่คนทักขึ้น เมื่อเห็นใบหน้าของนับหนึ่งที่ทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้ 

“เออ เปิดเทอมวันแรกก็ต้องมายืนสังเคราะห์แสงแบบนี้ ร้อนจะตาย” เธอเฉไฉ หากแต่สายตายังคงลอบมองหนุ่มรุ่นพี่ไม่หยุด 

“ตัวใหญ่ยังกะยักษ์ ร้อนอะไรวะ มายืนตรงนี้บังแดดให้พวกกูดีกว่า” เสียงเด็กผู้ชายในห้องดังขึ้นพร้อมเสียงหัวเราะ นับหนึ่งย่นจมูก อาการนี้หากเป็นสาวหน้าตาจิ้มลิ้มคงจะดูน่ารักไม่หยอก แต่นี่เป็นนับหนึ่ง ยักษีของเพื่อนๆ ทำจึงทำให้ เอ่อ...นั่นแหละ น่ารักน้อยกว่าสาวๆ หน้าตาจิ้มลิ้มอยู่หน่อย 

“ไอ้พวกปากหมา” เพื่อนคนเดิมตวาดกลับ เธอสงสารนับหนึ่ง ถูกต่อว่าเรื่องรูปร่างหน้าตามาตั้งแต่เด็ก 

“พอเถอะปิยา ฉันชินแล้ว” นับหนึ่งไม่อยากใส่ใจ ยิ่งใส่ใจก็ยิ่งเสียใจ ปิยฉัตรพยักหน้าหงึกๆ 

“นับ แกคิดดีแล้วเหรอ เรื่องไปสมัครชมรมบาสฯ” ปิยฉัตรยังไม่หายข้องใจ หลังจากก่อนปิดเทอมที่แล้ว นับหนึ่งเคยเปรยว่าอยากเป็นนักกีฬาบาสเก็ตบอล 

“ดีสิ อยากผอม เผื่อเล่นแล้วจะผอม” 

“แน่ใจ?” 

“อือ ถามมาก” 

“นึกว่าจะแห่ไปสมัครเพราะพี่ฌาน” 

“บ้า...” นับหนึ่งลากเสียงยาว “ไม่ช่ายย” 

“เออ อันนี้แหละ มีพิรุธ” 

“อยากเล่นกีฬา ใครเขาก็เล่นกีฬากันทั้งนั้นปะ” 

“ก็ถ้าแกจะชอบพี่ฌาน ไม่มีใครว่านะ เพราะฉันก็ชอบ” ปิยฉัตรลอยหน้าลอยตา ไม่วายหันไปส่งสายตาวิบวับให้หนุ่มลูกครึ่งสุดหล่อประจำโรงเรียนที่ยืนหัวเราะกับกลุ่มเพื่อนในแถวของ ม.6 

“ฉันก็ชอบ” ทิวาฝันที่ยืนอยู่ข้างหน้าหันมาบอกด้วยสีหน้าเรียบๆ 

“เอาจริงดิ นี่มีใครไม่ชอบพี่ฌานบ้าง” นับหนึ่งทึ่งๆ ไม่นึกว่าหนุ่มฮ็อตอย่าง ชาร์ลส์ หรือ ฌาน ผู้มีเลือดผสมของแม่ไทย และพ่ออังกฤษจะมีอิทธิพลกับสาวๆ ในโรงเรียนไม่แค่เฉพาะเธอ 

“ที่จริง ฉันก็ชอบ” เด็กหนุ่มที่ยืนฟังอยู่นานพูดหน้าตาเฉย อันที่จริงจะว่าเด็กหนุ่มก็ไม่ใช่ เพราะอิทธิก็มีความตุ้งติ้งอยู่ในที 

“อีบ้า” ปิยฉัตรหัวเราะร่วน “งั้นเปิดเทอมวันนี้ เรามาตั้งชมรมคนรักพี่ฌานกันก่อนเลย เอามั้ยๆ” 

“เอา” อิทธิเชิดหน้า “ไม่เอาชมรม แต่จะเอาพี่ชาร์ลส์” 

“แล้วแต่มึง” ปิยฉัตรบุ้ยปาก 

“งั้นวันนี้เราไปคัดเลือกนักบาสกันทุกคนเลยดีมั้ย” นับหนึ่งหันไปมองหน้าสมาชิกชมรมคนบ้าผู้ชายทุกคน ไหนๆ ก็ไหนๆ ใครก็มีสิทธิ์ชอบพี่ฌานกันทั้งนั้นนี่ 

“ถ้าพี่ชาร์ลส์ชอบฉัน หล่อนอย่ามาร้องไห้ก็แล้วกัน” อิทธิไหวไหล่ 

“น้อยๆ หน่อย เกรงใจพี่ชมพู่บ้าง เขาคั่วกันมาตั้งนานแล้ว” 

“จะพูดทำไมปิยา หมดอารมณ์” นับหนึ่งกลอกตา 

“ให้เกียรติแฟนหลวง ส่วนแฟนมโนอย่างพวกเรา แค่นี้ก็มีความสุขแล้วปะ” ปิยฉัตรอมยิ้ม 

“เราทุกคนไปได้ ยกเว้นยัยนับ” อิทธิยืนกอดอก มองไปยังเด็กหญิงร่างสูงใหญ่ 

“ทำไมฉันจะไปไม่ได้” 

“เธอสูง มีสิทธิ์ได้มากกว่าพวกเรา ถึงแม้หน้าตาจะไม่ผ่านเกณฑ์ แต่ก็ไม่แน่ บางทีพี่ชาร์ลส์อาจจะชอบของแปลก” 

“ใครดีใครได้จ้ะ” นับหนึ่งเบะปาก แม้จะเจ็บจี๊ดๆ กับคำปรามาสหน้าตาของเธอ 

“ก็ได้ งั้นมาแข่งกัน อีพวกนังมารหัวใจ” 

 

“เดี๋ยวนะ นี่มันงานคัดตัวนักบาสฯ หรืองานคอนฯ นักร้องเกาหลีวะ” อิทธิอุทานดังๆ เมื่อเห็นจำนวนคนคราคร่ำในโรงยิมประจำโรงเรียน 

“ฉันกลับดีกว่า” ทิวาฝันพูดเสียงอ่อย เธอไม่เหมาะกับอะไรประเภทนี้ 

นับหนึ่งเองก็รู้สึกประหม่า ไม่คิดว่าคนจะแห่มาสมัครชมรมบาสฯ เยอะขนาดนี้ 

“หลบหน่อยอียักษ์ ยืนเกะกะคนอื่นอยู่ได้” อริยะ เด็กหนุ่มที่อยู่ห้องเดียวกันตะโกนขึ้นดังๆ จากด้านหลังของชมรมคนรักพี่ชาร์ลส์ เขาเป็นนักบาสฯ โรงเรียน ผู้ซึ่งจะเป็นหนึ่งในกรรมการคัดตัวนักกีฬาในวันนี้ 

“ถ้าฉันเป็นยักษ์ ฉันจะจับแกกินคนแรก” นับหนึ่งเข่นเขี้ยว แต่ก็ยอมหลีกทางแต่โดยดี 

“ฉันไม่ยอมให้แกกินหรอก คนที่จะกินฉันได้ต้องสวยโว้ย” ว่าแล้วก็หัวเราะร่วน ก่อนจะเดินแหวก ตรงไปยังกลุ่มนักบาสฯ ซึ่งมีพี่ชาร์ลส์ยืนเด่นเป็นสง่าอยู่ 

“ไอ้ทุเรศ” นับหนึ่งเจ็บใจ ไม่สวยแล้วไง ไม่สวยก็มีจิตใจนะโว้ย 

“อีนับ รีบจับอีทิวาไว้เร็ว มันจะหนีแล้ว” อิทธิตะโกนลั่น เมื่อเห็นทิวาฝันค่อยๆ ถอยหลังแล้วกำลังจะวิ่งหนีออกจากโรงยิม 

“ไปไหน” ปิยฉัตรไวกว่า รีบคว้าแขนสาวร่างเล็กเอาไว้ได้หมับ 

“ไม่เอาแล้ว น่ากลัว ฉันมาก็เหมือนทำให้เสียเวลากันเปล่าๆ” 

“อีเด็กเนิร์ด แล้วมึงดูพวกกูสิ เล่นบาสฯ เป็นกันสักคนมั้ย เรามาที่นี่เพื่ออะไร!” อิทธิตวาดลั่น 

“ผะ ผู้ชาย” ทิวาฝันพูดเสียงอ้อมแอ้ม 

“เรื่องบาสฯ เรื่องรอง เรื่องผู้น่ะเรื่องหลัก มีใครเขาหวังจะได้เป็นกันบ้างมั้ยนักบาสฯ มีแต่หวังจะได้ใกล้ชิดพี่ชาร์ลส์กันทั้งนั้น” 

“เออ ก็จริง” นับหนึ่งพยักหน้าหงึกๆ 

“กะ ก็ถ้าฉันไม่อยู่ คู่แข่งพวกแกก็หายไปหนึ่งแล้วนะ” 

“อีทิวา อีประสาท กูไม่เคยเห็นมึงในสายตา ที่กูให้มึงอยู่เพราะจะได้มีพวกเยอะๆ ไม่ได้ให้มึงมาอยู่เป็นคู่แข่งกู” 

“งั้นใครเป็นคู่แข่งเธอล่ะ ปิยาเหรอ หรือว่านับหนึ่ง” 

“ไม่มีใครทั้งนั้น ฉันนี่แหละตัวเต็งในรอบนี้” อิทธิทำท่าสะบัดผมเกรียนๆ ของตัวเอง 

“จ้ะ อย่าให้นกก็แล้วกัน” นับหนึ่งอดเหน็บไม่ได้ 

 

แต่ใครจะคาดคิดว่าการคัดเลือกนักบาสเก็ตบอลของโรงเรียนนั้นจะโหดหินได้ขนาดนี้ ชมรมคนบ้าผู้ชายถึงกับหลั่งน้ำตา ทั้งวิ่งรอบสนาม ทั้งวิดพื้น ทั้งต้องโชว์ทักษะทางด้านบาสเก็ตบอล จึงทำให้จำนวนคนลดฮวบฮาบอย่างรวดเร็ว 

“อีอิทธิ ใครบอกว่างานนี้มีแต่ผู้วะ กูเห็นมีแต่เหงื่อ เหนื่อยฉิบหาย กูจะขาดใจตายแล้วโว้ย” ปิยฉัตรหอบฮัก หลังจบจากการเลี้ยงลูกบาสฯ รอบสนามมาเกือบสิบรอบ 

“ใครจะรู้วะมึง อีเหี้ย พี่ชาร์ลส์ของกูแม่งเอาจริงว่ะ” พูดพลางหันไปมองพ่อเทพบุตรที่ยืนกอดอกอยู่ริมสนาม 

“เหมือนมาตาย” ทิวาฝันเสียงเครือ 

“เลิกเหอะ ไม่ไหว วิ่งอีกนิดฉันตายแน่ๆ” นับหนึ่งพูดแทบไม่เป็นคำ เธอรู้ขีดจำกัดของร่างกายดี ไม่เคยออกกำลังหนักขนาดนี้ ภาพตรงหน้าเริ่มติดๆ ดับๆ หน้าอกแน่นจนหายไม่ออก แล้วที่สุดทุกอย่างก็ดำสนิท เหมือนมีใครมาดึงปลั๊ก 

 

“น้องๆ หายใจครับ หายใจลึกๆ” เสียงทุ้มต่ำที่ดังอยู่ตรงหน้า เรียกสตินับหนึ่งให้ฟื้นคืนอีกครั้ง ภาพที่ตัดไปเมื่อสักครู่เริ่มกลับมา จึงทำให้เห็นว่าเจ้าของเสียงนั้นคือใคร 

“ฟื้นแล้วๆ ขอผ้าชุบน้ำผืนใหม่หน่อย ทุกคนขยับออกไปครับ ขออากาศให้คนป่วยด้วยครับ” ชาร์ลส์ตะโกนบอกทุกคนที่ยืนมุงอยู่ ขณะเอื้อมไปผ้าขนหนูชุบน้ำเย็นเฉียบมาลูบหน้าลูบตาให้รุ่นน้องสาวที่เพิ่งได้สติ 

นับหนึ่งอยากเป็นลมไปอีกครั้ง ใจเต้นจนแทบจะทะลุออกมานอกอก ตัวเกร็งอัตโนมัติ เมื่อเห็นใบหน้าคมเข้มที่ผสมผสานเลือดเอเชียกับยุโรปไว้อย่างลงตัวลอยป้วนเปี้ยนอยู่ไม่ห่าง แถมมือเขายังคอยเอาผ้าเย็นๆ มาลูบไล้ใบหน้าและลำคอเธอไม่หยุด 

ตายรึเปล่านะ นี่ฉันตายไปแล้วรึเปล่า??? 

“น้อง ไหวมั้ย” ชาร์ลส์จ้องลึกเข้าไปในดวงตาที่เต็มไปด้วยความประหม่าของอีกฝ่าย 

“นับหนึ่งค่ะพี่ หนูชื่อนับหนึ่ง” 

“อียักษ์ พี่กูถามว่าไหวมั้ย ไม่ได้ถามชื่อมึง” อริยะหัวเราะก๊าก 

“เก็บอาการหน่อยค่ะชะนี” อิทธิเบ้ปาก ห่วงเพื่อนก็ห่วง แต่ก็อดหมั่นไส้มันไม่ได้ 

“หวะ ไหวค่ะ หนูไม่เป็นไรแล้ว” ทั้งเขินทั้งอาย และโมโหที่ถูกเรียกว่ายักษ์ต่อหน้ารุ่นพี่รูปหล่อ จนอยากจะหนีไปให้เร็วที่สุด 

“ไม่เคยออกกำลังกายเลยใช่มั้ย” 

“ออกบ้างค่ะ” เดินไปซื้อขนมหน้าปากซอยก็ถือเป็นการออกกำลังกาย 

“แล้วสูงเท่าไหร่” 

“176 เซ็นต์ค่ะ” 

“โห สูงเกือบเท่าพี่เลยเหรอ” ถึงจะพูดอย่างนั้น แต่ด้วยความที่มีเลือดตะวันตก ชาร์ลก็สูงเกือบ 188 เซนติเมตร 

“ก็ยักษ์ไงพี่ ไม่งั้นมันจะได้ฉายานี้มาได้ยังไง” อริยะยังไม่เลิก 

“งั้นพักให้หายดีนะ แล้วพรุ่งนี้มาหาพี่หลังเลิกเรียน อยากให้ลองมาคัดตัวอีกครั้ง” 

โอ้ว...มาย...ก็อดดดดด 

นับหนึ่งพยักหน้างงๆ ร่างใหญ่นิ่งไม่ไหวติง ทำอะไรไม่ถูกได้แต่มองร่างสูงโปร่งของรุ่นพี่สุดหล่อเดินจากไป หัวใจที่เหมือนจะหยุดเต้นไปเมื่อสักครู่ กลับมาทำงานหนัก สูบฉีดเลือดไปทั่วร่างจนร้อนรุ่ม นี่เขากำลังนัดเธอ... 

“มึงหยุดมโน อีนับ” แต่เสียงของอิทธิก็ทำใหทุกอย่างพังลง “ลุกขึ้นแล้วไปล้างหน้าล้างตา นอนอ่อยอยู่ได้ มึงไม่ได้ตายค่ะ มึงแค่เป็นลม” 

“พี่เขานัดฉัน” 

“เขานัดให้ไปใช้แรงงานเยี่ยงวัวเยี่ยงควาย ไม่ได้นัดเพราะความพิศวาส” 

“เออ ก็ได้” ว่าแล้วก็ลุกขึ้น แม้โลกจะเอียงวูบวาบเพียงใด แต่ในใจนั้นวูบวาบยิ่งกว่า 

ฉันว่า...ฉันรักเขาว่ะแก 

ความคิดเห็น