Prendiearn

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

คดีแรก ต้อนรับสู่นครเซี่ยงไฮ้ บทปิดคดี

ชื่อตอน : คดีแรก ต้อนรับสู่นครเซี่ยงไฮ้ บทปิดคดี

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย ลึกลับ,สืบสวน สอบสวน

คนเข้าชมทั้งหมด : 22

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 20 พ.ค. 2563 03:07 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
คดีแรก ต้อนรับสู่นครเซี่ยงไฮ้ บทปิดคดี
แบบอักษร

ทุกสายตาพุ่งไปยังเฉินห่าวทันที เขามีสีหน้าตื่นตระหนกเล็กน้อยและร้องทันที

    “พวกคุณอย่ามาปรักปรำผม! ผมมีหลักฐานที่อยู่” เฉินห่าวไม่พอใจ และกำลังจะหันหลังกลับแต่ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจกันทางเอาไว้ 

    “ทำไมเธอถึงคิดว่าเป็นเฉินห่าว” สารวัตรกู้ถาม เขาเองก็ไม่เข้าใจเช่นกันว่าทำไม 

ไป๋อันหนิง ทำเพียงดื่มชาอย่างละเมียดละไมไม่ได้สนใจการรอคอยคำตอบของพวกเขาเลยแม้แต่น้อย ก่อนค่อยๆอธิบายด้วยท่าทีเกียจคร้าน 

    ก๊อก ก๊อก 

    “นี่ครับคุณไป๋ ข้อมูลที่คุณสั่ง” นายตำรวจคนนึงยื่นแฟ้มเอกสารให้เธอ 

ไป๋อันหนิงเปิดดู “นี่ไงล่ะ หลักฐาน” หน้าแฟ้มเอกสารคือหน้าและประวติส่วนตัวของผู้ตาย

    “ผู้ตายคือ ฉวี่เวยเวย นักศึกษาภาควิชาการเงินมหาวิทยาลัยนานกิง อายุ 20 ปี รถไฟขบวนที่เธอนั่งคือขบวนของวันอาทิตย์ซึ่งก็คือวันที่เกิดเหตุ ที่ตัวผู้ตายมีกลิ่นเขม่าควัน หรือพูดอีกอย่างก็คือกลิ่นเผาไหม้ของหัวรถจักร...” ไปอันหนิลอบมองผู้ต้องสงสัยทั้งสามเป็นระยะ นอกจากหวังลู่ไห่ที่สายตาวอกแวกไปมาแล้วอีกสองคนที่เหลือกลับนิ่งกว่ามาก “ฉวี่เวยเวยเธอตายเพราะเสพยาเกินขนาด แอลเอสดี คือสารเสพติดที่เราพบในร่างของเธอเป็นสารมีฤิทธิ์หลอนประสาทหากใช้มากไปจะทำให้ถึงแก่ชีวิตได้”

    “เหอะ! แล้วมันเกี่ยวอะไรกับผมไม่ทราบ” เฉินห่าวเริ่มโมโห 

    “เกี่ยวสิเพราะห้องที่เธอเสพยาอยู่ใกล้กับหัวขบวนและมีเพียงคุณเท่านั้นที่เข้าถึงได้ ตามจริงแล้วคุณเป็นชู้กับเธอสินะ”ไปอันหนิงเริ่มคลี่ยิ้มกับท่าทีที่ไม่สงบอีกต่อไปของเฉินห่าว

    “เหลวไหล! ผมมีภรรยาแล้วอีกอย่างเธอก็แค่เด็กสาว ถ้าไม่มีหลักฐานอื่นก็ปล่อยพวกเราเสีย!” เฉินห่าวตะคอกกลับ เขาถูมือทั้งสองอย่างกระวนกระวายหัวเสีย

    “หลังจากที่เราพบชื่อของผู้ตายแล้วพบว่าในช่วง 6เดือนที่ผ่านมาผู้ตายมีการซื้อตั๋วรถไฟเซี่ยงไห้-นานกิง เดือนละหนึ่งถึงสองเที่ยว บางครั้งมีเพียงเที่ยวมาไม่มีเที่ยวกลับ แน่นอนว่าหากเธอไม่มีความสัมพันธ์ที่ดีกับคนขับรถไฟเธอก็คงไม่ได้สิทธิ์พิเศษนี้”ไป๋อันหนิงกล่าว

    “ใช่ผมรู้จักกับเธอ แต่ไม่ได้มีหลักฐานว่าผมฆ่าเธอนี่ เธอเสพยาแล้วผมเกี่ยวอะไรด้วย” เฉินห่าวเริ่มกลับมามีสติและสงบอีกครั้ง ไป๋อันหนิงครุ่นคิด 

    เจ้าหมอนี่ปากแข็งจริงนะ!

    “เช่นนั้นแล้วห่อยาที่พบที่หัวขบวนกับอุปกรณ์เสพที่บ้านพักของคุณเช่นี้เล่า” ไม่น่าเจ้าหน้าที่ตำรวจก็นำของกลางมาวางเรียงไว้ ชั่วเวลาหนึ่งสารวัตรกู้เหลียงเฉินรู้สึกถูกแย่งตำแหน่งไปแล้วจริงๆ ไปอันหนิงไม่รอให้เฉินห่าวได้อ้าปากปฏิเสทใดใดอีก เธอสั่ง    

    “รับสารภาพเสียเถอะต่อให้นายไม่ใช่ฆาตกรโดยตรงแต่มีส่วนในการตายของเธอและปกติอำพรางศพ นายก็โดนข้อหายาเสพติดอยู่ดี” ไป๋อันหนิงจ้องลึกถึงขนาดเฉินห่าวขนลุกซู่ไปทั้งตัว หญิงสาวผู้นี้เหมือนอ่านเขาออกหมดทุกอย่าง ฉับพลันแข้งขาก็อ่อนแรงลงคุกเข่ายอมรับความพ่ายแพ้

    “เวยเวยเธอเป็นคนน่ารัก...ถูกแล้วล่ะผมฆ่าเธอเองเพียงแต่คุณเดาผิดไปจุดนึงไม่ใช่ผมหรอกที่ลักลอบค้ายาเสพติด แต่เป็นเวยเวย ผมเจอเธอตอนพักที่นานกิงก่อนเดินทางกลับเรามีช่วงเวลาที่ดี...” เฉินห่าวเหม่อลอย “มันไปด้วยดีจนกระทั่งเธอต้องการมากกว่านั้น เธอขู่ว่าถ้าผมไม่เลิกกับภรรยา เธอจะแฉเรื่องราวทั้งหมด เธอกดดันจนผมหมดหนทาง ในตอนนั้นเองที่เธอกำลังมีความสุขกับมันผมพาเธอไปล่องลอยในเรือนเตาไฟที่หน้าขบวนแล้วเธอก็ตาย หึหึฮ่าฮ่า มันเกือบสำเร็จแล้ว! ถ้าไม่มีตำรวจอย่างพวกแก!!” ก่อนที่เฉินห่าวจะบุกเข้าหาไป๋อันหนิง สารวัตรกู้เหลียงเฉินที่ยืนฟังมานานก็เข้าชาร์จทันที เสียงกระดูกหักดัง กร๊อบแกร๊บ น่าสยดสยอง แล้วจึงลากตัวไปให้เจ้าหน้าที่พาไปคุมขังเตรียมทำคดี

    “เดี๋ยวก่อน!” ไป๋อันหนิงรั้ง “เฉินห่าวนายรู้ไหมว่าฉวี่เวยเวยได้ยามาจากไหน” 

เฉินห่าวเพียงหันกลับมาส่ายหน้าเบาๆ ก่อนโดนลากตัวออกไป 

 

     ที่ห้องนั่งเล่นไป๋อันหนิงควงแก้วไวน์ในมืออย่างเหม่อลอยจนไม่สังเกตเห็นกู้เหลียงเฉินที่เดินเข้ามา

     “คิดอะไรของเธออยู่” 

     “คิดเรื่องคดีฉวี่เวยเวย ฉันรู้สึกเหมือนลืมอะไรไปบางอย่างและฉันรู้สึกว่าคดีนี้มีบางอย่างแปลกๆไป ฉันไม่เคยสันนิฐานผิดมาก่อน” หญิงสาวฟุบลงกับโต๊ะอย่างหมดแรง

     “สุดท้ายแล้วคุณก็จับคนร้ายได้และไม่ใช่คนเดียวด้วย” กู้เหลียงเฉินคว้าแก้วเปล่ามารินไวน์ให้ตัวเองอีกแก้ว ไป๋อันหนิงมองเขาอย่างฉงนใจ “คุณลืมไปแล้วหรอว่าคุณให้ผมตามหวังลู่ไห่ไว้ เขาคือคนขโมยกระเป๋าของฉวี่เวยเวยไป คุณพูดถูกเขาติดพนันขโมยเงินไปเล่นพนันเสียหมดตัว ตอนนี้ถูกจับเรียบร้อยแล้ว” ชายหนุ่มบอก

     “อ่า ฉันลืมเจ้าคนนี้ไปเลยเชียว จับได้ก็ดีแล้วเขามีส่วนในการอำพรางคดีไม่ใช่แค่ลักขโมยแน่ๆ” ไป๋อันหนิงกระดกไวน์หมดแก้วอย่างสบายใจ 

     “ไปนอนได้แล้ว ยังมีคดีอีกเยอะที่ต้องสะสาง” กู้เหลียงเฉินเปลี่ยนความคิดเกี่ยวกับไป๋อันหนิงไปแล้วอย่างสิ้นเชิง ไม่ได้เหม็นขี้หน้าเท่าไหร่นัก หญิงสาวผู้นี้ฉลาดเฉลียวการมีเธอมาช่วยไขคดีทำให้การทำงานของพวกเขาสบายขึ้นมาก ทุกวันนี้พวกอาชญากรก็มากเล่ห์ขึ้นทุกวัน 

    

     เสียงดนตรีแว่วมาตามลม ในคฤหาสน์แห่งหนึ่งบนเนินเขาชานเมืองที่นี่เงียงสงบแตกต่างกับในเมืองที่ไม่มีวันหลับไหล ชายชราพ่นควันซิการ์คลุ้งไปทั่วห้อง เหล่าบริวารรับใช้ชุดดำยืนเรียงแถว รอรับคำสั่ง

     “คอลเวลล์ โทษของการทรยศคืออะไร” ชายชราคาบซิการ์พูด

     “นะ นายท่านโปรดไว้ชีวิตด้วย!” คอลเวลล์ที่เคยอยู่ในชุดดำบัดนี้ทั่วร่างเต็มไปด้วยบาดแผลกำลังคุกเข่าอ้อนวอน 

     “พามันไปรับโทษ” ความเย็นชาของชายชราผู้สูงศักดิ์ สั่งออกไปลูกน้องทั้งหลายรีบมาลากตัวคอลเวลล์ออกไปทันที ท่ามกลางเสียงดนตรีแจ๊สทันสมัยกลับมีเสียงโหยหวนร้องขอชีวิตแทรกเข้ามาเป็นระยะ

     “นายครับเส้นทางของเราโดนตัดแล้ว” ชายชุดดำคนนึงเข้ามารายงาน ทันทีที่ชายชรารับฟัง สีหน้าพลันเกรี้ยวกราดทันที

     “ฉันไม่ต้องการให้เกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้นอีก” ชายชราสั่งการ

     “รับทราบครับนายท่าน!” ชายชุดดำที่คาดว่าเป็นมือขวาก็รับคำทันที 

ราตรีนี้จะนองเลือดอีกหรือไม่....

ความคิดเห็น