ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : Chapter 6 : ตามสืบ

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย รักวัยรุ่น

คนเข้าชมทั้งหมด : 338

ความคิดเห็น : 3

ปรับปรุงล่าสุด : 13 ก.ค. 2563 11:26 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
Chapter 6 : ตามสืบ
แบบอักษร

ตอนที่ 6 : ตามสืบ 

Past แก้วเก้า 

# บริษัทการโรงแรม Bighit # 

"ที่นี่สินะ" ฉันยืนมองตึกขนาดใหญ่ที่สูงแทบทะลุก้อนเมฆออกไปนอกโลกได้ ตาสวยเหลือบมองชื่อโรงแรมที่ตั้งตะง่าเด่นเหลายิ่งใหญ่ตะการตาดาวล้านเจ็ด 

พอคิดว่าใช่ก็ก้าวเดินเข้าไประหว่างทางก็มีสายตามากมายจับจ้องมาที่ฉันเหมือนฉันเป็นสิ่งมหัศจรรย์ที่แปดของโลก ฉันทำเป็นไม่สนใจเพราะว่าชิน ชินกับการถูกมองแล้วล่ะ ขาก้าวตรงไปยังเคาเตอร์จุดที่เป็นประชาสัมพันธ์ 

"สวัสดิ์ค่ะลูกค้ามาต่อติดเรื่องอะไรคะ" พนักงานถามฉันด้วยน้ำเสียงสุภาพ 

"ฉันเป็นนางแบบที่ทางโรงแรมคุณติดต่อให้มาแคสติ้งค่ะ" 

"สักครู่นะคะ" พนักงานคนนั้นยกโทรศัพท์ขึ้นโทรหาปลายสายไม่นานก็หันมาพูดกับฉันต่อ 

"คุณแก้วเก้า กรองแก้ว เกียรติ์วรกุล นะคะ" 

"ใช่ค่ะ" 

"ท่านรองประธานให้คุณแก้าเก้าขึ้นไปรอที่ชั้น70 ห้อง 707 ก่อนนะคะ ตอนนี้ท่านรองประธานติดประชุมคงอีกสักพักเลยค่ะ" เธอยิ้มให้ฉันแล้วผายมือไปทางตัวลิฟฟ์ให้ 

"ขอบคุณนะคะ" ฉันไหว้ให้เธอแล้วเดินตรงไปทางลิฟฟ์เพื่อขึ้นไปชั้นบน 

ฉันกดปุ่มขึ้นแล้วยืนรออยู่สักพักประตูลิฟฟ์ก็เปิดออก 

ติ๊ง! 

O_O 

ภาพอุจาดตาในลิฟฟ์ของคู่ชายหญิงที่กำลังนัวเนียกันอย่างถึงพริกถึงขิงโดยไม่อายฟ้าอายดินกลางวันแสกๆมันกำลังที่ให้ฉันสติแตก 

"อื้ม~อย่าพึ่งสิค่ะใจเย็นๆค่ะพี่นักรบ" เสียงครางหวานของผู้หญิงหน้าไม่อายดังแว่วออกมา 

"อีกนิดนะ อื้ม~" ร่างสูงที่โดนขัดใจไม่มีท่าทียี่หระแต่อย่างใด กับกันเล่นไล่จูบสูดดมไปทั่วซอกคอหญิงสาวแทน 

เพราะพวกเขาหันหลังให้ฉันไงเลยมองไม่เห็นฉันที่ยืนหัวโด่ดูฉากเลิฟซีนอยู่น่ะสิ 

มันจะมากเกินไปแล้วนะ!!!  

"อุบาทก์!!" ฉันตะโกนใส่คนทั้งสองด้วยอารมณ์ฉุนเฉียว  

"ว๊ายยยย!! หยุดก่อนค่ะพี่นักรบมีคนอยู่ด้านหลังค่ะ" 

"จิ๊!" นักรบพลักออกจากซอกคอหญิงสาวที่จะมาเป็นคู่ควงให้เขาวันนี้อย่างหัวเสีย พลางหันหน้าไปมองคนขัดจังหวะด้วยสายตาไม่พอใจ แต่แล้วเขาก็ต้องเปลี่ยนสีหน้าอย่างไวเพราะ..ร่างบางตรงหน้าคือคนที่เขาถวิลโหยหาอยู่ตลอดเวลาตั้งแต่เจอกันเพียงครั้งแรกพบ ใจเขาก็ต้องการเธอมาตลอด.. 

"แก้วเก้า" ปากหนาพึมพำออกมาอย่างหม่อลอยสายตาคมจับจ้องร่างบางไม่วางตา 

"ถ้ามีสมองกันทั้งคู่..ก็น่าจะรู้นะว่านี่มันที่สาธารณะไม่ใช่ซ่อง!! จะมาสืบพันธ์กันโจ่งแจ้งแบบนี้" ฉันมองพวกเขาสองคนตาขวางอย่างไม่ปิดบัง จิตสำนึกไม่มีทุเรษกันทั้งคู่ 

"นี่แกเป็นใครห่ะกล้าดียังไงมาว่าฉัน" เธอตอกกลับฉันมาด้วยน้ำเสียงไม่พอใจและถือตัวสุดๆ 

พูดอย่างกับตัวเองสูงส่งกว่าชาวบ้านทำตัวแบ่งชนชั้น หึ นิสัยคนเราเนี่ยดูจากหน้าตา ไม่สิ! หนังหน้าไม่ได้เลยสินะ 

"ว่าสัตว์แถวนี้น่ะ..ทำไม?รึเธอคิดว่าฉันด่าเธอล่ะถึงร้อนตัวอ่ะ" ฉันยักคิ้วและแสยะยิ้มใส่ผู้หญิงคนนั้นอย่างไม่กลัว 

"กรี๊ดดดดดดดด!!" อยู่ๆแม่นางก็กรี๊ดๆเหมือนไปถูกใครเยียบหางนางมางั้นแหละ 

"นี่หยุด!! กรี๊ดๆแหกปากจนคนแถวนี้เข้าใจผิดคิดว่าโรงแรมหรูห้าดาวเนี่ยมีชะนีหลุดจากสวนสัตว์มาร้องหาผัวๆๆแถวนี้หรอก" กอดอกเชิดหน้ามองอีกฝ่ายอย่างเยียดๆ 

"แก!!อีบ้า เชอร์รี่ไม่ยอมนะคะพี่นักรบมันด่าเชอร์รี่อ่ะ" เธอดิ้นเร้าๆเกาะแขนผู้ชายอย่างสะดีดสะดิ้ง 

"เชอร์รี่ไม่เอาหนาคุณกลับไปก่อนนะ" ผู้ชายคนนั้นพูดห้ามแล้วแกะมือของเธอคนนั้นออกจากแขนตัวเองอย่างใจเย็น 

พอมองหน้าผมชายคนนี้ดีๆก็พลางให้นึกถึงผู้ชายคนนั้น..ที่สนามแข่งรถนิ ทำไมถึงซวยอย่างนี่นะแก้วเก้า 

"ทำไมล่ะคะ? ไหนวันนี้พี่นักรบบอกจะอยู่กับเชอร์รี่ทั้งวันไงคะ" เธอชักสีหน้าอย่างไม่พอใจแถมยังไงไม่ยอมปล่อยมือออกจากแขนของเขา สายตาก็ส่งมาหาฉันอย่างจิกๆ 

"ปล่อยแขนพี่ก่อนเชอร์รี่" เขาเอ่ยเสียงต่ำลงอย่างเริ่มรำคาญคนข้างกาย 

"แต่เชอร์รี่.." 

"ท่าทางแบบนี้ผู้ชายเขารำคาญเธอไม่รู้รึไง-_-" 

"หุบปากไปเลยนะแก!" เธอชี้หน้าฉันอย่างหาเรื่อง แต่ใครจะกลัวตบก็ตบสิ มีมือมีเท้าเหมือนกัน 

"เชอร์รี่อย่าทำกริยาแบบนี้พี่ไม่ชอบ!!" นักรบเริ่มขึ้นเสียงอย่างไม่พอใจคนข้างกายที่เริ่มเสียมารยาทกับคนที่เขาหมายปอง 

"พี่นักรบขึ้นเสียงใส่เชอร์รี่ทำไมคะ" 

"กลับไปซะ..แล้วอย่าให้ต้องพูดซ้ำเพราะเธอคงรู้ว่าถ้าฉันโมโหอะไรจะเกิดขึ้น" ตาคมจ้องหน้าหญิงสาวข้งกายอย่างเย็นชาจนน่าขนลุก 

"กลับค่ะ กลับเดี๋ยวนี้ล่ะค่ะ" สีหน้าเธอเริ่มถอดสีแล้วรีบวิ่งออกไปจากลิฟฟ์ทันทีตอนที่สวนฉันเธอใช้สายตามองมาฉันเหมือนแค้นกันมาสิบชาติ 

"เอ่อ..ผมต้องขอโทษที่คนของผมเสียมารยาทกับคุณด้วยนะครับ" เขาเอ่ยขอโทษให้ฉันอย่างนอบน้อมอย่างผิดวิสัยจนน่าระแวง 

"..." ฉันทำเป็นมองไม่เห็นแล้วเดินเชิดหน้าเข้าไปในลิฟฟ์ตัวเดียวกับเขาแล้วเอื้อมมือไปกดปุ่มขึ้นไปยังชั้น70โดยไม่มองคนในลิฟฟ์สักนิด 

"คุณแก้วไปทำอะไรที่ชั้น70หรอครับ" เขาเรียกชื่อฉันอย่างกับว่าเราสองคนรู้จักกันมานานทั้งที่ความเป็นจริงฉันไม่เคยคิดที่อยากจะเสวนาด้วยซ้ำ 

"..." ฉันไม่ตอบเอาแต่จ้องตัวเลขของชั้นที่กำลังขึ้นไปเรื่อยๆทำตัวเหมือนเขาไม่มีตัวตนในนี้ 

"เย็นชาจังเลยนะครับ" เขาเอาแต่พูดอยู่คนเดียวแล้วมองมาที่ฉันยิ้มๆ 

สงสัยจะบ้ามองหน้าฉันแล้วก็ยิ้ม 

ติ๊ง!  

เมื่อลิฟฟ์ขึ้นมาจนถึงชั้นที่70ฉันก็รีบเดินออกมาทันทีโดยไม่หันไปมองอีกคนที่ขึ้นตามมาด้วย 

"รอผมด้วยสิ" เขาเดินตามฉันแจเหมือนเงาตามตัว 

ขวับ 

ฉันหันไปมองหน้าเขานิ่งแล้วเอ่ยคำพูดเจ็บแสบหวังให้เขาเลิกตามสักที 

"น่ารำคาญ!! จะตามไรนักหนาห่ะ" ฉันตะคอกใส่เขาอย่างเหลืออดแต่สิ่งที่ได้กลับมาคือคำพูดกวนอันประสาทแทน 

"ผมเปล่าตามคุณสักหน่อย ผมมีธุระที่ชั้นนี้ต่างหากคุณเนี่ยท่าจะหลงตัวเองใช่ย่อยนะครับ^_^" ฉีกยิ้มหน้าบานไม่แพ้ดอกทานตะวัน ซึ่งต่างกับฉันที่หน้านี่บูดถึงขั้นบูดสุดๆ 

"-_-*" อยากจะฆ่า..ให้ตาย 

และขณะที่ฉันกับเขากำลังทำสงครามประสาทกันอยู่ก็มีเสียงๆหนึ่งเรียกจากด้านหลัง 

"อ้าว! นักรบอาก็นึกว่าเรากลับไปแล้วซะอีกมีอะไรถึงมาชั้นนี้งั้นหรอ" เสียงบุคคลที่สามทำเอาทั้งฉันและเขาต้องหันไปมองตามกัน 

"ป่าวครับอา ผมแค่..อ่อมาเดินสำรวจชั้นนี้เพราะอยากปรับปรุงน่ะครับ" ตาคมมองซ้ายทีขวาทีตาล่อกแล่กไปมาริมฝีปากก็เม้มเข้าหากัน ดูยังไงก็โครตมีพิรุธ 

"มาสำรวจ?แน่เรอะ" อาของเขามองอย่างจับผิดเพราะรู้นิสัยหลานชายตัวเองดีว่ากำลังถูกตาต้องใจนางแบบคนนี้อยู่ 

"ท่านรองประทานคะนี่คือคุณแก้วเก้าว่าที่นางแบบที่เราติดต่อให้มาแคสติ้งค่ะ" เลขาส่วนตัวที่ยืนอยู่ข้างๆคนสูงอายุเอ่ยแล้วผายมือมาทางแก้วเก้าอย่างแนะนำ 

"หือ? แค้สติ้งนางแบบ" นักรบพึมพำคิ้วขมวดเข้าหากันอย่างนึกตาม 

"สวัสดีค่ะฉันแก้วเก้านางแบบอิสระที่ทางโรงแรมติดต่อไปค่ะ" ฉันแนะนำตัวและยกมือไหว้พวกเขาทั้งสองอย่างนอบน้อม 

"สวัสดีครับ/ค่ะ" ทั้งสองยกมือไหว้ตามมารยาท 

"งั้นไปครับผมกำลังไปหาคุณที่ห้องพอดีเลย" คนสูงอายุผายมือไปทางห้อง707ที่มีการคัดเลือกพรีเซนเตอร์คนใหม่ของโรงแรมอยู่นับ50ชีวิต 

"เดี๋ยวครับอา" 

"หืม? ว่าไง" คนเป็นอาหันไปมองหน้าหลานชายอย่างรอคำตอบ 

"งานนี้ผมขอจัดการเองครับ" 

"จะดีหรอหลานพึ่ง.." 

"ดีสิครับดีจะตาย..ท่านรองประธานจะได้ไม่ต้องเหนื่อยมากไงครับ^_^" นักรบก็ยังคงเป็นนักรบ เป็นคนเอาแต่ใจอยากได้สิ่งใดก็ต้องได้ จะทำสิ่งใดใครก็ขัดใจเขาไม่ได้มันเลยทำให้ฉันฉุนเขานิดๆเพราะความมั่นหน้า 

"พูดอย่างกับว่าตัวเองเป็นเจ้าของบริษัท.." คำพูดถูกชะงักไปชั่วขณะก่อนที่ฉันจะค่อยๆหันไปมองหน้าเขาเหมือนเริ่มพอจะดูออกลางๆ 

":)" และแล้วรอยยิ้มอันแสนเจ้าเล่ของเขามันก็ทำให้ฉันรู้สึกถึงรางสังหรไม่ดีสุดๆ 

"ไม่จริงน่า.." 

"ขอโทษนะ..แต่มันคือเรื่องจริง:)" 

"!!!" 

"อาครับ..ผมเลือกเธอ! เอาเป็นว่านางแบบที่จะมาเป็นพรีเซนเตอร์ให้กับโรงแรมของเราคือคุณแก้วเก้านะครับ" นักรบผายมือมาทางแก้วเก้าแล้วหันไปส่งยิ้มให้คนเป็นอา ทำเอาคนแก่กว่าส่ายหน้าอย่างเอื้อมระอาสุดๆ 

"ไอ้หลานคนนี้นิ:)" 

"หรือจะขัดครับ...ท่านรองประทาน^_^" 

"โอ้ย~ผมจะไปขัดอะไรได้ครับท่านประธาน^_^" 

พวกเขาทั้งสองคนยิ้มให้กันเหมือนอ่านใจกันได้ 

หมับ! 

"อ่ะนี่!! ปล่อยนะ! มาจับมือฉันทำไมจะพาฉันไปไหนห่ะ" ฉันแหกปากลั่นเพราะจู่ๆอีตานักรบก็คว้ามือมาจับข้อมือฉันอย่างถือวิสาสะแถมกึ่งลากกึ่งดึงให้ฉันเดินตามเขาอีก 

"พาไปเซ็นสัญญาว่าเราเป็นของกันและกัน เอ้ย! เป็นพรีเซนเตอร์ของโรงแรมผมน่ะ^^"  

"ไม่! ฉันไม่ไป ปล่อยฉันจะกลับบ้าน:(" พยายามแงะมือปลาหมึกแต่ก็ทำไม่ได้สักที 

"คุณเป็นเด็กอนุบาลรึไงร้องจะกลับๆบ้านห่ะยัยแก้มเกี๊ยว" 

แก้มเกี๊ยว? คราวที่แล้วก็แก้มซาลาเปา คราวนี่มาแก้มเกี๊ยวแล้ว? รับไม่ได้! ฉันรับไม่ได้!! 

"คำพูดคำจานายมันน่าจับตบให้คว่ำ!!!" 

"แหม~คำพูดคำจาคุณก็น่าจับปล้ำ เอ้ย จับกด หืม?จับไรดีน๊า~" ลากเสียงยานบ่งบอกความหื่นไม่พอตานี่จ้องหน้าอกฉันไม่กระพริบแม้มิลเดียว 

"ไอ้โรคจิต!!" ยกมือข้างที่ว่างขึ้นมาปกปิดช่วงอกตัวเอง 

"ไอ้โรคจิตกับยัยแก้มเกี๊ยว ว้าว~ชื่ออย่างกับคู่สร้างคู่สมแหน่ะ^_^" 

ใครก็ได้เอาไอ้โรคจิตนี่ไปเก็บที!!! 

End แก้วเก้า 

40% 

 

ต่อ 

Past นะโม 

แก๊กๆๆ 

เสียงกดแป้นพิมพ์รัวๆอย่างชำนาญจากนิ้วมือทั้งสิบอย่างคล่องแคล่ว ตากลมโตที่สวยเป็นเอกลักษณ์จ้องมองหน้าจอคอมที่มีแต่ตัวอักษรแปลกๆอย่างใช้สมาธิ โดยมีณาราที่นั่งดูกลืนน้ำลายดังเอื๊อกอยู่ข้างๆ 

"แค่นี้ก็เรียบร้อย:)" ฉันหันหน้าไปยักคิ้วใส่ยัยณาราที่นั่งหน้าเอ๋ออ้าปากหว๋ออยู่ข้างๆ 

แปะๆๆ 

"ว้าว~แกเนี่ยเก่งไปซะทุกอย่างเลยนะ มีอะไรที่คนอย่างแกทำไม่ได้มั่งเนี่ย-0-" ณาราเอ่ยปากชมมือก็ตบรัวๆอย่างปลื้มปริ่มในความสามารถของนะโม 

"ไม่ขนาดนั้นไหม-_-" พูดไปมือก็กดแป้นพิมพ์เพื่อออกจากระบบในขั้นตอนสุดท้าย 

มันเป็นโปรแกรมที่ฉันเป็นคนคิดค้นสร้างขึ้นมาเองโดยใช้ตัวไวรัสชนิดพิเศษเข้าไปทำการแทรกแซงในระบบเพื่อแฮกเข้าไปในระบบของดาวเทียมโดยเฉพาะ.. 

"จริงๆนะถ้าไม่มีแกป่านนี้พวกเราทั้งสามคนคงโดนจับเอาไปมัดเสาประจานออกสื่อทั่วโลกแหง๋ๆ" ณาราเบะปากพลางนึกภาพแล้วก็สยองคงโดนคนทั้งโลกประนามว่าพวกเธอเป็นตัวประหลาดชัว  

"แกก็เก่งนะ..เก่งเรื่องไม่เป็นเรื่องน่ะ" 

"เออ!! ฉันมันไม่เก่งเหมือนแกหรอกยัยอัฉริยะ อีหัวดี อีหัวกะทิ แต่แกอย่าลืมสิว่าฉันน่ะเก่งเรื่องอะไร:)" ยัยณารายืนขึ้นเชิดหน้าฉีกยิ้มอย่างมั่นใจแล้วมองมาที่ฉันว่าตอบได้ไหม 

"อ่อยผู้ชายอ่ะนะ-_-;" ฉันคิดได้แค่นี้จริงๆ 

"ใช่ เอ้ย! ไม่ใช่เว้ย อ่อยผู้ชายนั่นมันเบๆ เซลล์สมองแกมันตายด้านไปแล้วหรอถึงไม่รู้ว่าฉันเก่งอะไรอ่ะ=0=" 

"อืม~" หลับตาคิดหนัก 

ภาพจำที่ 1 : ณาราทำอาหาร = ไฟไหม้ครัว 

ภาพจำที่ 2 : ณาราติวหนังสือ = ภาษาต่างดาว+มิติที่8 

ภาพจำที่ 3 : ณาราทำงานบ้าน = วินาศสันตะโร 

ภาพจำที่ 4 : ณาราวาดรูป = สิ่งมีชีวิตที่ไม่น่ามีบนโลก 

ภาพจำที่ 5 : ณาราตั้งใจเลี้ยงสัตว์ = ตายตั้งแต่ 3 ชั่วโมงแรก (วิ่งถลาเข้าไปจะกอดหมาตัวเองแต่หมาดันตกใจวิ่งหนีไปโดนรถชนตาย..) 

ภาพจำที่ 6 : ณาราร้องเพลง = หมาหอนกับร้องไห้ไม่ต่างกันมาก 

ภาพจำที่ 7 : ฝากณาราซื้อของ = สั่งอีกอย่างได้อีกอย่าง 

ภาพจำที่ 8 : ณาราเวลาพูด = พูดมาก,เพ้อเจ้อ,ขี้โม้,พึ่มพรรณาโวหารเก่ง 

ภาพจำที่ 9 : ณาราในทุกกริยาบท = นิ่งเป็นหลับขยับเป็นลิง ซนเหมือนแรด 

พอคิดๆดูแล้วถึงกับพูดไม่ออก..คือข้อดีของยัยณารามันเอิ่ม..=_=; 

"พอเลยๆฉันงอนแกเล่า!!" ว่าแล้วนางก็เดินปึ้งปั้งออกไปจากห้องฉันด้วยสีหน้าเง้างอน 

"ฉันไม่ง้อหรอกนะ=_=" 

"ชิ!" กระบัดผมเดินเชิดคอจนแทบจะหัก 

ปึง! เสียงปิดกระตู 

ติ้ง! (เสียงข้อความปริศนาที่เด้งบนจอคอม) 

หืม..ใครส่งมา 

ฉันที่เป็นขี้สงสัยอยากรู้อะไรก็ต้องรู้ให้ได้ จึงไม่แปลกที่จะกดเข้าไปยังข้อความนั้นอย่างไม่รีบรอ 

[ฆาตกร] 

"..." คิ้วสวยขมวดเข้าหากันเนื่องจากข้อความที่ส่งมานั้น..ทำเอาฉันอึ้งแต่ก็แค่นั้นเพราะหลังจากนี้คือของจริง 

มือบางเลื่อนเมาส์กดปุ่มตอบรับข้อความด้วยรอยยิ้มอย่างเหนือกว่า 

[แล้วไง:)] กดส่งไปทั้งอย่างนั้นเพราะไม่รู้ว่าจะต้องใส่ใจอะไรมากเพราะอีกไม่กี่วิฉันก็จะได้รู้ว่าที่อยู่ของไอ้เจ้าของข้อความนี้มันอยู่ที่ไหน 

คนนั้นๆจะต้องเก่งไม่ใช่น้อยที่ส่งข้อความมาปั่นประสาทฉันได้แบบนี้

[ก็ไม่ยังไงหรอก แต่ระวังหางตัวเองไว้ให้ดี..อย่าให้ฉันจับได้ก็แล้วกัน] ข้อความถูกตอบกลับมาอย่างรวดเร็ว 

[แล้วจะรอนะ] ฉันพิมพ์ตอบกลับไปอย่างไม่กลัวและก็ไม่สนด้วยเพราะอีกไม่นานมันจะได้ตายอย่างสมใจ.. 

End นะโม 

 

อีกทางด้านหนึ่ง 

 

Past เก้าทัพ 

"หึ! จะเล่นแบบนี้ใช่ไหมยัยนมแบน" ตาคมมองข้อความที่ถูกส่งกลับมาอย่างนิ่งๆ 

แต่อย่าคิดว่าเขาจะติดกับของเธอได้ง่ายๆคิดว่าตัวเองแฮกเข้าเจาะระบบดาวเทียมคนเดียวได้รึไง..เขาก็ทำได้เช่นกัน 

มือที่กำลังจะกดแป้นพิมพ์ไม่ทันไรนั้น.. 

ปึ้ง!!! (เสียงถีบประตู) 

"เก้าจ๋า~" เสียงอันทรงพลังที่เต็มเปี่ยมไปด้วยพลังบวกของเจ้าทัพ 

ขวับ (เสียงคอที่หันอย่างแรงพร้อมด้วยสายตาที่เหมือนอศูรกายจะกายร่างในไม่ช้านี้) 

"อ่ะๆไม่มองเฮียแบบนี้สิ วันนี้วันดีนะไปกินไอติมเป็นเพื่นเฮียหน่อยสิจ๊ะน้องรัก\(>o<)/" เจ้าทัพที่มักจะสดใสอยู่ตลอดเวลาก็พูดออกมาได้ไม่ดูบรรยากาศรอบด้านเลยสักนิด 

"ไสหัวไป๊!!!" หยิบอะไรได้คว้าขว้างใส่หน้าพี่ชายตัวเองได้อย่างแม่นยำเปรียบเช่นนักปาเป้าทีมชาติ 

ปึก! 

"โอ๊ย~ไอ้น้องเวร!! มึงทำร้ายร่างกายกูอีกแล้ว" เจ้าทัพยกมือขึ้นมาทาบที่หน้าผากอย่างเจ็บปวดร้องโหยหวนไปมาอย่างเครืองๆ นี่มันครั้งที่10,476ครั้งแล้วนะ เห็นเขาเป็นพี่ชายแสนดีหรือกระสอบทรายดีๆนี่เองรึไง 

"-_-*" เจ้าทัพถูกเก้าทัพจ้องกลับมาด้วยตาสายปีศาจในร่างคนที่จ้องมองเขาแทบจะกลืนกิน 

"แฮๆวันหลังก็แล้วกันเนอะ^_^" ว่าแล้วก็รีบปิดประตูห้องหนีอย่างไว 

ส่วนคนในห้องนั้น.. 

"เฮ้อ~" ถอนใจอย่างเหนื่อยล้ากับนิสัยอนุบาลหมีควายของพี่ชายตัวเองอย่างปลงๆ 

End เก้าทัพ 

70% 

ต่อ 

Past เจ้าเอย 

ณ โรงพยาบาลYG 

ปึ้ง (เสียงดันประตูจากนางพยาบาล) 

"คุณหมอคะ คุณหมอเจ้าเอย!!" 

"คะ? พยาบาลลีมีเรื่องอะไรคะ" ฉันถามพี่พยาบาลที่วิ่งหน้าตื่นมาหาฉัน 

"มีเหตุรถชนค่ะ ตอนนี้ผู้ป่วยกำลังถูกหามส่งตัวมาที่นี่ค่ะ" เธอพูดรวดเร็วแทบฟังไม่ออก 

"ค่ะๆพาหมอไปที" ฉันรีบวิ่งตามพยาบาลลีไปยังห้องฉุกเฉินเพื่อรอผู้ป่วย 

ซึ่งในระวังทางที่วิ่งไปนั้นก็เจอกับเตียงผู้ป่วยพอดี 

"นิสิตเมษาบอกอาการคนไข้ด้วยค่ะ" ฉันถามนิสิตฝึกหัดหนึ่งในสามที่พร้อมเป็นหมอตอนนี้กำลังช่วยกันถือสายน้ำเกลือและเครื่องช่วยหายใจให้กับผู้ป่วยบนเตียง 

"รับแจ้งเหตุที่หน้าผับCJ คนป่วยรู้สึกตัวดีมีกลิ่นแอลกอฮอล์ บาดเจ็บบริเวณหัวค่ะ" นิสิตอธิบายอาการผู้ป่วยข้างต้นให้ฉันฟังอย่างคร้าวๆ 

"Pulse 100 BP 120 80 o2 sat 2% " ฉันปลายตามองยังเครื่องชีพจร 

"หัวแตกและร่างกายมีพกช้ำเล็กน้อย นิสิตพาผู้ป่วยไปรอหมอที่ห้องฉุกเฉินนะ" 

"อ้าวแล้วคุณหมอล่ะคะไม่มาด้วยกันหรอคะ" 

"หมอจะไปเปลี่ยนชุดเข้าห้องผ่าตัดน่ะ" ฉันบอกนิสิตทั้งสามแล้วยิ้มๆเป็นนัยว่าชุดที่ฉันใส่ชุดกราวสีขาวไม่เหมาะกับการเข้าห้องผ่าตัดที่ปลอดเชื้อเลย 

"ได้ค่ะหมอ" นิสิตทั้งสามพยักหน้าเชิงเข้าใจแล้วพากันเข็นรถเข็นผู้ป่วยไปยังห้องผ่าตัดเพื่อรอฉัน 

ฉันแยกตัวมายังห้องส่วนตัวเพื่อเปลี่ยนชุดปลอดเชื้อเตรียมผ่าตัดและ..หยิบถุงเลือดที่ตัวเองพกไว้ติดตัวเสมอ 

ทุกครั้งฉันต้องดื่มมันเพื่อความปลอดภัยต่อผู้ป่วยและตัวฉันเองด้วย..ความกระหายเลือดมันไม่ใช่เรื่องเล่นๆ ถึงฉันจะมีความอดทนมากกว่าเพื่อนๆในกลุ่มก็จริงแต่กันไว้ก็ดีกว่าล่ะนะ 

พลึบ 

หืม? 

เพราะสัมผัสที่ไวกว่ามนุษย์ทั่วไปทำเอาฉันหันตามไปยังเงาบางอย่างจากมุมมืดหลังตู้เก็บของที่กำลังจ้องมองฉันอยู่  

"ใครน่ะ? ออกมานะ" สุดท้ายก็เลือกถามออกไปตามตรง 

"..." ร่างสูงที่คาดว่าตัวเองคงจะแอบต่อไปไม่ได้จึงเลือกที่จะเดินออกมาจากหลังตู้เก็บของด้วยสีหน้าเรียบนิ่ง 

เผลยให้เห็นใบหน้าคมที่มีเครื่องหน้าชัดดั่งเทพบนสวรรค์ ทั้งปากหูตาและจมูกที่โด่งเป็นสันชัดเจน ง่ายๆเลยผู้ชายคนนี้มีใบหน้าที่เพอร์เฟคหล่อเหลาเอามากๆ 

ดวงตาคมของทั้งสองจ้องมองกันอย่างดูเฉงว่าอีกฝ่ายจะทำอะไรต่อ 

"คุณเป็นใคร? แล้วเข้ามาในห้องนี้ได้ยังไง?" ฉันถามผู้ชายคนนั้นไป..แต่ไม่รู้ทำไมหน้าเขาเหมือนคุ้นๆเหมือนเคยเจอกันที่ไหนมาก่อน 

"..." ร่างสูงเงียบไม่ตอบเอาแต่จ้องหน้าสวยตาไม่กระพริบ 

"นี่คุณตอบฉันบอกฉันมานะ!! ไม่งั้นฉันจะโทรเรียกรปภ.มาเดี๋ยวนี้" ไม่ได้ขู่แต่ทำจริงเมื่อเห็นว่าเขายังคงยืนแน่นิ่งไม่ตอบอะไรซักอย่าง 

"..." 

"ได้! แล้วอย่าหาว่าฉันไม่เตือน" ว่าแล้วก็คว้าโทรศัพท์บนโต๊ะเพื่อโทรเรียกรปภ.ให้มาจับคนแปลกหน้า 

พลึบ 

"อ่ะนี่ปล่อยฉันนะ!!" ไวกว่าความคิดร่างสูงที่ไม่รู้ว่าเดินเข้ามาประชิดเธอตอนไหนเข้ามาจับข้อมือร่างบางแล้วใช้แรงเพียงน้อยรวบตัวเธอเข้าไปประชิดตัวเขาแล้วล๊อคมือบางทั้งสองข้างไว้เพียงมือข้างเดียวของเขา 

"ทำแผล" เขามองมาที่ฉันแล้วพูดด้วยน้ำเสียงเนือดๆเหมือนคนขี้เกียจจะพูด  

"คุณ! ปล่อยนะ!!" ฉันดีดดิ้นสู้แต่แปลกที่ว่าทำไมเขาถึงแรงเยอะมาก ขนาดฉันที่ว่าแรงก็ไม่ใช่แรงมนุษย์ทั่วๆไปด้วยซ้ำยังสลัดตัวออกจากเขาไม่ได้เลย 

"ทำแผล" เขาพูดเหมือนการกระทำของเขามันเป็นเรื่องปกติทั้งๆที่มันเป็นการคุกคามกันชัดๆ 

"ฉันบอกให้ปล่อย!!!"  

เมื่อถึงจุดที่ควรป้องกันตัวเองฉันก็เหยียบเข้าไปที่เท้าของเขาอย่างแรง(นะโมสอนมา) จนเขาสะดุ้งเผลอปล่อยมือออกจากฉัน ในจังหวะที่ฉันเป็นอิสระจึงรีบผลักเขาออกไปจากตัวเต็มแรงจนร่างหนาของเขากระแทกเข้ากับผนังห้องอย่างแรงแต่สิ่งที่ทำให้ฉันตกใจคือ..เขากับมีสีหน้าเรียบนิ่งเหมือนไม่เจ็บ ไม่ปวดสักนิด 

"-_-" 

"แฮกๆๆ" หอบเหนื่อยอยู่คนเดียว 

แหม่..แหม่ แหม่ (เสียงหยดเลือดมากมายค่อยๆหยดลงจากแขนเสื้อแจ๊คเก็ตหนังที่เขาสวมใส่อยู่) 

"คุณเลือดออก0_0" ไวกว่าความคิดนั่นคือจิตวิญญาณความเป็นหมอมันได้สิงร่างฉันให้รีบพุ่งเข้าไปดูเขาทันที มือบางรีบถกเสื้อแจ็คเก็ตอีกฝ่ายที่มีเลือดออกอย่างระมัดระวังจนได้เห็นแขนเสื้อเชิ้ตสีขาวที่เปื้อนเลือดบริเวณต้นแขนของเขามีรอยเหมือนถูกบางอย่างบาดเป็นแผลใหญ่ "นี่คุณไปโดนอะไรมาทำไมถึงเลือดไหลเยอะขนาดนี้" เงยหน้าถามร่างสูงที่ยืนหน้านิ่งเป็นรูปปั้น 

"โดนยิง" เขาตอบด้วยน้ำเสียงเนือดๆสีหน้าไม่แสดงอาการเจ็บปวดเลยสักนิดเหมือนแผลที่ได้มาเป็นแค่แผลถลอก 

"โดนยิง!!0_0" เป็นฉันเองที่ตื่นตระหนกเหมือนคนสติแตกแทนเขา 

"ก็แค่ถากๆ-_-"  

"คุณนั่งรอฉันตรงนี้ก่อนนะเดี๋ยวฉันไปเอาอุปกรณ์ทำแผลมาให้" รีบวิ่งไปที่ตู้อุปกรณ์จากนั้นก็เดินไปหยิบพวกยาต่างๆในอีหห้องนึงตลอดการเดินไปมาของฉันแทบจะอยู่ในสายตาเขาตลอดเลย 

แต่ฉันก็ไม่ลืมที่จะโทรบอกพยาบาลว่าตอนนี้ฉันติดคนไข้ฉุกเฉินที่ต้องรักษาด่วนจำต้องให้หมอท่านอื่นที่ว่างมาดูแลเคสคนไข้คนก่อนของฉันแทน 

ในระหว่างที่ฉันเดินไปหยิบอุปกรณ์ฉันก็รีบหลบมายังในห้องน้ำเพื่อดื่มเลือดในทันทีเพราะตอนนี้ร่างกายฉันมันสั่นจนเกร็งไปหมดหลังจากได้กลิ่นของผู้ชายคนนั้น..หอมมาก หอมจนแทบอยากจะฝังเคี้ยวลงบนต้นคอนั้นเหลือเกิน แต่ฉันทำไม่ได้ ไม่ว่ายังไงก็ไม่ได้เด็ดขาด!! 

สะบัดหัวตัวเองเพื่อเรียกสติจากนั้นก็รีบทำธุระตัวเองให้เสร็จแล้วรีบออกไปรักษาเขาทันที 

พอหยิบอะไรมาเรียบร้อยแล้วก็ลงมานั่งข้างๆเขาจากนั้นก็เอื้อมมือไปหวังจะ.. 

พลึบ 

หมับ 

"จะทำอะไร" เขาถามและจับข้อมือของฉันอย่างระวังตัว 

"หมอจะถอดเสื้อคนไข้ค่ะ ถ้าไม่ถอดจะทำแผลยังไง" พอตอบไปแบบนั้นมือที่จับข้อมือฉันอยู่ก็ปล่อยออก 

ฉันพยายามถอดเสื้อของเขาออกอย่างระมัดระวังเพื่อไม่ให้โดนบาดแผลเพราะอาจทำให้เขาเจ็บได้ แต่ดูเหมือนสิ่งที่ฉันคิดมันคงตรงกันข้ามกับเขา.. 

"ชักช้า" เพราะเขาเห็นว่าฉันทำไม่ทันใจเลยถอดเสื้อแจ็คเก็ตแล้วโยนออกอย่างไม่ใส่ใจจากนั้นก็ปลดกระดุมเสื้อเชิตสีขาวด้านในเองเหมือนแผลที่โดนมาไม่เจ็บไม่คันสักนิด 

"คุณเดี๋ยวบาดแผลมันก็อักเสบหรอก" ฉันเตือนเขาอย่างหวังดีแต่.. 

"กว่าจะถอดเสร็จเลือดคงไหลหมดตัวตายก่อน-_-" เป็นการพูดแซะที่เจ็บใช่ย่อย 

จ่ะ! เอาที่สบายใจเลยค่ะพ่อคุณ 

1 ชั่วโมงต่อมา 

. 

. 

"แผลลึกนะคะไม่ใช่แค่ถากๆสักหน่อย" ฉันบ่นอุบอิบใส่คนหน้ามึนที่นั่งจ้องฉันเหมือนจะสิงร่างกันให้ได้ 

หลังจากทำแผลให้เขาเสร็จเรียบร้อยก็มองดูบาดแผลที่พันด้วยผ้าพันแผลของอีกฝ่ายอย่างห่วงๆ 

"แผลห้ามโดนน้ำประมาณ 7 วัน ห้ามทำกิจกรรมที่ใช้แรงมากๆเพราะอาจทำให้บาดแผลฉีกได้ หมั่นทำความสะอาดแผลทุกวันและทานยาให้ที่หมอจัดไปให้ครบและตรงเวลานะคะ" 

"..." อีกฝ่ายทำเพียงพยักหน้ารับเท่านั้น 

"เก่งนะคะที่ไม่ร้องสักแอะ" ฉันพยายามชวนเขาคุยเพื่อไม่ให้บรรยายมันน่าอึดอัดไปมากกว่านี้ 

"-_-" 

โอเค..ฉันผิดเองแหละที่ชวนเขาคุย=_=; 

"ขอบคุณ" น้ำเสียงทุ้มเอื้อเอ่ยนิ่งๆเพียงแค่สองพยางค์ก็ทำเอาฉันสะดุ้งตื่นตัวอยู่ตลอดเวลา 

"หมอขอถามคุณได้ไหมคะว่าคุณไปทำอะไรมาถึงโดนยิง" พยายามถามเพื่อที่จะได้แจ้งความ 

"สงคราม" 

"ห่ะ!! นี่คุณไปทำสงครามมาหรอ ละ..และนี่คุณถูกหมายหัวอยู่ใช่ไหมo_O!!" ยิ่งกว่าสติแตกก็คือสีหน้าฉันนี่แหละ เบิกตากว้างอ้าปากเหวอ 

"ไม่ใช่-_-" 

"อ่าวแล้วอะไรคือสงครามคะ=0=?" สงสัยหนักเข้าไปอีก 

"ชื่อ" 

"หืม?" พยายามทำความเข้าใจอย่างถึงที่สุด 

"ชื่อ..สงคราม" พูดแล้วก็ชี้ไปที่ตัวเองทำเอาฉันกระพริบตาปริบๆ 

เขาดูเป็นคนพูดไม่เก่งหรือฉันฟังภาษาของเขาไม่รู้เรื่องกันแน่นะ 

เอ๊ะ!เดี๋ยวก่อนนะ..นี่ฉันไม่ได้ถามชื่อเขาสักหน่อยนิ!!! 

end เจ้าเอย 

100%  

ขอโทษที่หายไปนานไรท์กลับมาแล้วเด้อ~😅 

ความคิดเห็น