ONIN.95

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

หลักฐานที่หายไป ตอนจบ

ชื่อตอน : หลักฐานที่หายไป ตอนจบ

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย ลึกลับ,สืบสวน สอบสวน

คนเข้าชมทั้งหมด : 57

ความคิดเห็น : 1

ปรับปรุงล่าสุด : 21 พ.ค. 2563 22:56 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
หลักฐานที่หายไป ตอนจบ
แบบอักษร

สถานีตำรวจ

"นี่คือหลักฐานทั้งหมดที่ฉันมีค่ะสารวัตร"

เอินวางโทรศัพท์ของเวก้าลงพร้อมกับเปิดคลิปในโทรศัพท์ของเธอให้สารวัตรเตมินทร์ดู มันคือคลิปที่เธอแอบถ่ายทินเอาไว้ได้ในห้องเก็บศพ

"ในส่วนของสถานที่ก่อเหตุ ที่นายทินที่ลงมือฆาตกรรมเวก้าคงจะเป็นบ้านของเขาเอง"

"แล้วคุณแน่ใจได้ยังไง"

"ถ้าคุณตำรวจตรวจสอบดีๆก็จะพบว่า บ้านของนายทินและบ้านของเวก้าไม่ใช่แค่บ้านจัดสรรธรรมดา แต่มันคือบ้านแฝดที่ถูกออกแบบมาให้เหมือนกัน ไม่ว่าจะเป็นประตูรั้ว บริเวณบ้าน สีของบ้าน รวมทั้งตัวบ้านด้วย ซึ่งปกติหมู่บ้านจัดสรรจะถูกออกแบบบ้านมาให้เหมือนกันหรือคล้ายคลึงกันตามแปลนที่วางไว้ แต่บ้านสองหลังนี้ กับแตกต่างจากบ้านหลังอื่นๆที่อยู่ในหมู่บ้าน เพราะเหตุนี้ในวันที่เกิดเหตุ ที่เพื่อนของฉันได้ไปส่งเวก้า จริงๆแล้วบ้านที่เพื่อนของฉันพาเธอไปส่ง มันไม่ใช่บ้านของเธอ แต่มันคือบ้านของนายทินต่างหาก ซึ่งถ้าคุณสารวัตรตรวจสอบกล้องวงจรปิดจากหน้าบ้านของนายทินดูก็คงจะรู้เหตุการณ์ทุกอย่างอย่างแน่ชัดค่ะ"

เมื่อได้ฟังที่เอินพูดจบสารวัตรเตมินทร์ก็รีบหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาโทรหาเจ้าหน้าที่ ที่ยังอยู่ในที่เกิดเหตุทันที

"หมวดชาย เดี๋ยวคุณช่วยเข้าไปตรวจสอบในบ้านของนายทินอย่างละเอียดให้ผมหน่อย และที่สำคัญเอาภาพจากกล้องวงจรปิดของบ้านนายทินมาให้ผมด้วย"

หลังจากสั่งการลูกน้องเสร็จสารวัตรหนุ่มก็หันมาสนใจคนตรงหน้าต่อ

"และส่วนโทรศัพท์มือถือที่อยู่กับนายทินดิฉันไม่แน่ใจว่าเป็นโทรศัพท์อีกเครื่องนึงของเวก้าหรือเปล่า ยังไงคุณสารวัตรก็ลองตรวจสอบดูนะคะ ดิฉันคงช่วยได้แค่นี้จริงๆค่ะ"

"งั้นเท่ากับตอนนี้เพื่อนของผมก็เป็นผู้บริสุทธิ์แล้วใช่ไหมครับคุณสารวัตร"

พลายพูดขึ้นพร้อมกับมองมายังสารวัตรเตมิณทร์ เขา บอล และ ออน นั่งดูเอินและสารวัตรหนุ่มพูดคุยเรื่องคดีอยู่เงียบๆ ที่มุมของห้องมาได้สักพักใหญ่แล้ว

"จริงๆแล้วพวกเราสามคน ไม่จำเป็นต้องเข้ามาในห้องนี้ก็ได้นะคะ"

ออนรู้สึกอึดอัดไม่น้อย เธอไม่ค่อยชอบห้องสอบสวนนี้เท่าไหร่นัก หรือจะเอาจริงๆก็คือเธอไม่ค่อยชอบสถานีตำรวจ

"ถ้าไม่มีอะไรแล้วพวกผมขอตัวกลับก่อนนะครับเพราะนี่มันก็เกือบจะตีหนึ่งแล้ว"

พลายยกนาฬิกาสีทองยี่ห้อดังยี่ห้อหนึ่ง ที่พ่อเขาซื้อให้เป็นของขวัญวันเกิดขึ้นมาดู ก่อนจะลุกเดินนำไปที่ประตู

"ผมหวังว่าคุณตำรวจจะไม่ปล่อยให้คดีของเวก้าเงียบหายไปนะครับ"

"ไม่ต้องห่วงหรอกครับคุณบอล ผมไม่ปล่อยให้คดีนี้เงียบแน่ๆ"

เหตุผลที่บอลพูดแบบนั้นกับสารวัตรเตมินทร์ เพราะว่าเขารู้ดี ว่าครอบครัวของวินมีอิทธิพลมากแค่ไหน และนี่ดันโดนตำรวจจับทั้งพี่ทั้งน้องครอบครัวเขาคงไม่อยู่นิ่งแน่ๆ

"ที่ไอ้บอลพูดหมายความว่าไงว่ะ ไอ้พลาย"

ออนถามขึ้นอย่างสงสัยเพราะเธอไม่รู้จริงๆว่าสิ่งที่บอลคุยกับสารวัตรเตมินทร์มันหมายความว่ายังไง

"นายวิน เป็นลูกชายคนโตของอดีตนักการเมือง ส่วนนายทินเป็นลูกลับๆของเขากับภรรยาน้อย"

เอินที่เดินตามหลังมาพูดขึ้นพร้อมกับส่งโทรศัพท์ที่มีข้อมูลของวินและทินในกระทู้พันทิป

"แบบนี้นี่เอง ว่าแต่มึงรู้ได้ไงวะไอ้เอิน คือถ้าเป็นพวกไอ้บอลหรือไอ้พลายกูยังพอเข้าใจ แต่มึงจะรู้ทุกเรื่องไม่ได้ป่ะว่ะ"

"อย่าหาว่ากูอวดเลยนะ คือเอาจริงๆเมื่อ สองหรือสาม ปีที่แล้ว ป้ากูเคยเกือบจะจับกูไปดูตัวกับนายวิน แต่ทุกอย่างก็ต้องล้มเลิกไป เพราะว่าตอนนั้นเหมือนจะมีคดีทุจริตอะไรสักอย่างนี่แหละกูก็จำไม่ได้ แต่ที่รู้ๆก็คือพ่อของนายวินมีเอี่ยวกับเรื่องนี้ด้วย"

"อย่างงี้นี้เอง"

"มึงมีอะไรสงสัยอีกป่ะไอ้ออน ถ้าไม่มีพวกกูจะได้รีบกลับไปนอน ง่วงจะตายห่าอยู่แล้ว"

"มึงจะเสียดังทำไมว่ะไอ้พลาย ก็ง่วงเหมือนกันหมดทุกคนนั่นแหละ"

"พอๆพวกมึงเลิกเถียงกันได้แล้ว ไปกลับบ้าน"

บอลที่เงียบมานานพูดตัดบทพร้อมกับสตาร์ทรถยนต์พาพวกเขาทั้งสี่กับไปยังบ้านของแต่ละคนโดยสวัสดิภาพ

'ข่าวเช้าวันนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจได้บุกจับกุมนายทินทินกร ผู้จัดการส่วนตัวของนางสาวภาวิกา ข้อหาฆาตกรรมอำพราง นางสาว ภาวิกา หรือเวก้า นักแสดงชื่อดัง ที่กำลังมีผลงานในขณะนี้ เบื้องต้นตำรวจสันนิษฐานว่าสาเหตุที่ทำให้นายทินก่อเหตุเกิดจากความหึงหวงในตัวของนางเอกสาว เพราะทั้งสองมีความสัมพันธ์ที่ลึกซึ้งต่อกันมากกว่าดาราและผู้จัดการ โดยเขาได้ลงมือก่อเหตุที่บ้านพักของตนเอง โดยมีนายวิน อนาวิน พี่ชายต่างมารดาเป็นผู้สมรู้ร่วมคิดในการก่อเหตุครั้งนี้ด้วย ทั้งนี้หลังจากก่อเหตุ ทั้งสองได้นำศพของนางสาวภาวิกาไปซ่อนไว้หลังกระโปรงรถยนต์และโยนความผิดให้กับ นาย ยศพล รัชชานนท์ ผู้กำกับภาพยนตร์ชื่อดังพี่เป็นเพื่อนสนิทกับดาราสาว เพื่อหวังอำพรางคดี นอกเหนือจากนี้ ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจยังสามารถสืบค้นเพิ่มเติมได้ว่า ที่ศูนย์รถยนต์ของนาย วิน อนาวิน ยังลักลอบนำเข้ารถหรู มูลค่ามากกว่า 50 ล้านบาท ..."

เอินกดเบาเสียงโทรทัศน์ก่อนจะรับโทรศัพท์ที่ดังขึ้น หน้าจอโทรศัพท์มือถือโชว์เบอร์ที่เธอไม่คุ้นตา

"สวัสดีครับไม่ทราบว่าใช่คุณณิชาหรือเปล่าครับ"

"ใช่ค่ะ ไม่ทราบว่าโทรมาจากไหนคะ"

"ผมสารวัตรเตมินทร์"

"อ๋อ ค่ะ สารวัตรมีอะไรหรือเปล่าคะ ถึงได้โทรมาหาเอินตั้งแต่เช้าเลย หรือว่า คดีมีปัญหา"

"จริงๆจะเรียกว่า มีปัญหาก็ไม่เชิง คือไม่ทราบว่าคุณเอินพอที่จะสะดวกออกมาเจอผมข้างนอกไหมครับ"

เอินมองสมุดตารางงานของตัวเองก่อนจะพบว่าเธอว่างช่วงเที่ยงของวันนี้พอดี

"เอินสะดวกวันนี้ช่วงเที่ยงค่ะ จะให้เอินไปเจอที่ไหนคะ"

"โอเคครับ งั้นคุณเอินมาเจอผมที่ร้านกาแฟหลังสน.ตอนเที่ยงตรงละกันนะครับ"

"ได้ค่ะ แล้วเจอกันค่ะ"

เอินกดวางสายพร้อมกับดูโทรทัศน์ตรงหน้าต่อ เธอเปลี่ยนช่องหาดูสิ่งที่หน้าสนใจ จนเวลาล่วงเลยมาได้สักพักใหญ่ เมื่อเธอเห็นว่าใกล้ถึงเวลาที่นัดหมาย เธอจึงขึ้นไปเปลี่ยนเสื้อผ้าและขับรถยนต์ออกไป

 

ร้าน'1412coffee secret'

เอินเดินเข้ามาในร้านกาแฟ เธอเลือกนั่งลงที่เก้าอี้ริมหน้าต่าง เพื่อจะได้เห็นวิวด้านนอก ถึงมันจะเป็นวิวของสถานีตำรวจก็เถอะ ไม่นานสารวัตรเตมินทร์ก็เดินเข้ามาในร้าน

"คุณเอินสั่งอะไรหรือยังครับ"

"ยังค่ะ พอดีเมื่อเช้าเอินกินกาแฟมาแล้ว สารวัตรเข้าเรื่องเลยก็ได้นะคะ"

"ถ้างั้นผมขอเข้าเรื่องเลยละกัน"

พูดจบสารวัตรหนุ่มก็ยืนซองสีน้ำตาลขนาดเท่าเอสี่มาตรงหน้าของเอิน

"ก่อนที่จะเปิดซองนี้ ช่วยฟังในสิ่งที่ผมกำลังจะพูดและไตร่ตรองให้ดีนะครับคณุเอิน"

"หมายความว่ายังไงคะ"

"ผมอยากให้คุณช่วยมาเป็นสายลับให้กับเราหน่อย"

"อะไรนะคะ สารวัตรช่วยพูดอีกทีได้ไหมคะ"

"ผมอยากให้คุณเอิน มาเป็นสายลับให้กับเราหน่อยจะได้ไหมครับ"

เธอได้ยินไม่ผิด เค้าต้องการให้เธอมาเป็นสายลับให้กับเค้า จากสิ่งที่เธอ ได้แสดงให้เห็น ในคดีของเวก้า เค้ารู้สึกถูกโฉลกกับผู้หญิงคนนี้ และรู้สึกได้ว่าเธอจะต้องเป็นสายลับให้เค้าได้แน่ๆ

"คุณแน่ใจแล้วเหรอค่ะ คุณสารวัตร"

"ผมว่า ผมมองคนไม่ผิด"

"แล้วถ้าเกิดฉันตกลงช่วยเป็นสายลับให้กับคุณ ฉันจะได้อะไรคะ"

"ถ้าเป็นเรื่องนั้นไม่ต้องห่วงครับ ทางเราจะตอบแทนคุณให้อย่างเหมาะสม"

เอินมองแววตาของสารวัตรหนุ่มเธอรู้ทันทีว่าสิ่งที่เขาพูดหมายถึงอะไร และก็เป็นสิ่งที่เธอต้องการเสียด้วยสิ

"ตกลงค่ะ ฉันจะยอมเป็นสายลับให้กับคุณ แต่แค่งานนี้งานเดียวนะคะ"

"ขอบคุณครับ ถ้าอย่างนั้นเชิญเปิดซองสีน้ำตาลได้เลย"

"ให้เปิดตรงนี้เลยเหรอคะ"

"ไม่ต้องห่วงครับ คนในร้านกาแฟคือคนของเราทั้งหมด"

"ที่นี่คือฐานลับสินะ"

เอินพยักหน้ารับคำของสารวัตรเตมินทร์ เธอค่อยๆเปิดซองสีน้ำตาลออก ด้านในซองมีกระดาษเอสี่สีขาวประมาณสองแผน มันคือสัญญาการจ้างวานการเป็นสายลับ เธออ่านทุกหน้าอย่างละเอียดก่อนที่จะจรดปลายปากกาเซ็นชื่อลงไป

"ยินดีต้อนรับสมาชิกร้านกาแฟคนใหม่นะครับ คุณสามารถมาใช้บริการที่ร้านนี้ได้ทุก จันทร์ พุธ ศุกร์ "

"แล้วไม่ทราบว่าคุณสารวัตรจะให้ฉันทำคดี..."

ยังไม่ทันที่เอินจะพูดจบหนึ่งในพนักงานของร้านก็ถือขนมเค้กหน้าตาน่ารับประทานมาวางตรงหน้าของเธอ

"ทานเค้กก่อนสิครับ แล้วผมจะพาไปเจอสมาชิกที่เหลือ"

 

 

 

ความคิดเห็น