facebook-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : เดิมพันแค้น 3

คำค้น : เดิมพันแค้น 3

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 21.7k

ความคิดเห็น : 84

ปรับปรุงล่าสุด : 18 พ.ค. 2563 17:14 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 100
× 0
× 0
แชร์ :
เดิมพันแค้น 3
แบบอักษร

ตอนที่3 

#เดิมพันแค้น 

 

 

 

ศรันย์กลับมากรุงเทพอีกครั้งเพื่อนำรถที่ยืมไปมาคืนให้แก่เจ้าของรถ นอกเหนือไปกว่านั้นต่อให้รถจะพังจนไม่สามารถนำไปหาเงินได้แต่ตัวของเขาก็ขอที่จะไม่ดั้นด้นกลับไปอยู่บ้านของตัวเองแน่นอน อย่างน้อยก็คงจะต้องหางานทำ เอาให้รอดเงินค่าห้องเดือนนี้กับพอมีเงินกินข้าวให้ผ่านไปแต่ละมื้อก่อนก็แล้วกัน หลังจากนั้นเขาคงเริ่มเก็บเงินสักพัก ให้ได้เงินก้อนสักนิดเพื่อนำไปมัดจำสำหรับที่จะให้สนช่วยซ่อมรถมอเตอร์ไซค์ให้ คาดว่าอีกไม่กี่เดือนเขาน่าจะกลับมาฟื้นตัวได้ 

 

แต่ในระหว่างนี้มือเอื้อมไปหยิบโทรศัพท์ 

กดเข้าไปในแชทระหว่างตัวเองและใครบางคน 

 

...เจ๊ อยู่ไหน ผมเข้าไปหาเอาไหม... ภาพโปรไฟล์คือสาววัยกลางคน ใบหน้าดูดีที่เป๊ะทุกระเบียบนิ้วจนดูงามเกินธรรมชาติ เธอกดอ่านหลังจากส่งไปเพียงไม่กี่วิ ที่บอกว่าในระหว่างนี้คงต้องหาเงินมาจ่ายค่าห้องกับค่าซ่อมมอเตอร์ไซค์ก่อน ศรันย์เจอกับเธอตอนไปออกงานสังคม ข้อเสนอเงินหลักพันที่ในตอนนั้นศรันย์ปฏิเสธไปอย่างหัวเสีย แต่ในเวลานี้แตกต่าง เมื่อตกอับและพออยากได้เงินประทังใช้ไปแต่ละวันเธอก็คือทางออก แต่ศรันย์รู้ดีว่าถ้าอยากจะให้เธอทุ่มให้หลายหมื่นเธอคงไม่ทำ นั่นเพราะผู้ชายคนอื่นที่เธอสามารถซื้อกินได้ในราคาที่ถูกกว่าเขาก็มีถมเถไป 

 

//อยู่ผับ เข้ามาสิ เจ๊อยู่โต๊ะเดิม// ศรันย์เพียงกดอ่าน วางโทรศัพท์ลงแล้วเดินไปเปลี่ยนใส่ชุดเพื่อเตรียมออกไปข้างนอก กระทั่งเดินวนกลับมาที่โซฟาอีกครั้งถึงได้พบว่ามีข้อความใหม่จากเธอพิมพ์เข้ามา และเมื่อกดอ่าน 

//จะเอากี่บาท แพงมากไม่เอานะ เด็กคนอื่นฉันก็มีเยอะแยะ// เจอแบบนี้คิ้วได้รูปขมวด 

...ห้าพันโอเคหรือเปล่า ถูกกว่านี้ผมก็ไม่เอาเหมือนกัน... 

 

//แหม่ ปกติฉันซื้อกินหล่อๆก็แค่สองสามพัน แต่ก็โอเค เข้ามาเถอะ คิดถึงเหมือนกัน...ซ้อมคอลึกรอแล้ว// อ่านจบศรันย์กรอกตา  ยัดโทรศัพท์ลงในกระเป๋ากางเกง เดินออกจากห้องเพื่อลงไปเรียกแท็กซี่ที่หน้าคอนโด เพียงไม่นานนักมาถึงที่หมาย สถานบันเทิงชื่อดังขนาดใหญ่ที่ค่าเข้าแพงเอาการ เมื่อก่อนเขามาบ่อยมากเมื่ออยากจะได้เด็กไปควงสักคนสองคน อดีตเคยเป็นลูกค้าประจำ ปัจจุบันแทบไม่มีปัญญาจ่ายเงินค่าเข้า 

 

โซนนั่งส่วนตัวที่มองเข้าไปแล้วพบว่าเธอกำลังนั่งโบกไม้โบกมือให้ 

ศรันย์นึกอยากอ้วก หากต้องนอนกับคนที่ไม่ได้ถูกใจเขามักพะอืดพะอมเสมอ 

...แต่พอนึกถึงเงินแล้วก็ต้องทำ ฟื้นตัวจากช่วงนี้ไปได้ก็คงสบายแล้ว... 

 

................................ 

 

“โหแต่สวยมากเลยนะเนี่ย ยังกับดาราเอวี...นี่มันของดีประจำจังหวัดเลยนี่หว่า” 

“สวยแต่ไร้สมองกูก็ไม่ชอบ คุยด้วยแค่นี้กูยังอยากอ้วกจะตายห่า” 

“สักทีสองทีก็ไม่เสียหายหรอก...สวยชิบหาย แต่ก็ไม่แปลกนะถ้าเกิดว่ามันจะหวงน้องมันอ่ะ” เสียงคุยกันดังออกมาจากเด็กหนุ่มมอปลายจำนวนสามคนที่นั่งรุมโทรศัพท์เครื่องเดียวซึ่งวางอยู่กลางโต๊ะ แสงไฟหลากสีสาดสลับใบหน้า เสียงเพลงจากด้านนอกดังคลอเข้ามาพอให้ได้ฟังสบายหู นั่งกันอยู่ภายในห้องกระจกทึบที่มองเห็นไม่ได้จากคนด้านนอก หากแต่เมื่อมองออกไปพวกเขาเห็นทุกอย่าง อาหารตาสาวสวยทั้งหลายที่กำลังเต้นเย้ายวนอยู่ชั้นล่าง 

 

“นึกแล้วสะใจ เอาให้แม่งไม่กล้าอวดดีใส่พวกเราไปเลย” ภูยิ้มรับฟัง ปลื้มคือเพื่อนสนิทเลือดร้อน หล่อขาวตี๋ตามสไตล์พระเอกหนังเกาหลีที่ผู้หญิงกรี๊ดกันทั้งบ้านทั้งเมือง โอปป้าหน้าหล่อที่วิ่งไล่กระทืบพวกคู่อริทีทำเอาเขาปางตาย 

“แต่กูว่าถ้าเกิดว่าไอ้ศรันย์มันไม่ได้ทำจริงหละ ถ้าเกิดมันไม่ได้เป็นคนปล่อยคลิปพี่กานต์จริงๆหละ” 

 

“มึงอย่าหัวอ่อนไอ้โปรด มึงจะเป็นคนดีอะไรนักหนา” ปลื้มหันมาตวาดสวน คนโดนบ่นหน้างอ จิบเหล้าในแก้วของตัวเองพลางนั่งเงียบมองดูภูกับปลื้มที่กำลังคุยกันสนุกปาก ปลื้มหมั่นไส้ศรันย์ตั้งแต่เรื่องที่ขับรถชนกันตอนนั้นแล้ว ส่วนภูไม่ต้องพูดถึง เกลียดขี้หน้ากันมาแต่ไหนแต่ไร 

 

...หมับ!.. นั่งกันอยู่จู่ๆปลื้มคว้าหมับที่ไหล่ของภู ดึงให้ภูมองตามนิ้วของตัวเองที่ชี้ และภาพเบื้องหน้าปรากฏ ที่มุมด้านล่างมีบางคนอยู่ตรงนั้น ปลื้มและภูหันมองหน้ากัน เผยรอยยิ้มมุมปากที่ไม่น่าไว้วางใจเอาเสียเลย 

 

.......................... 

 

“อะ...ซี้ดดด...อ่า เจ๊....อื้มมม..” ชายหนุ่มตรงนี้ครางเครือ เชิดหน้าเงยสูงพลางแอ่นช่วงล่างรับแรงแลบเลียจากลิ้นอ่อนนุ่ม สาววัยกลางคนที่ผมสะบัดไหวไปตามแรงขยับ เธอโยกหัวและริมฝีปากเข้าออก ดูดดึงแก่นกายแข็งขืนที่อยู่ภายในโพรงปาก เห็นว่าศรันย์เกรงแน่น  

“อ๊า...” แต่เมื่อจะถึงปลายทางหางตากลับเหลือบเห็นบุคคลคุ้นตา 

 

...พรึบ!พรึบ!.. ภูและโปรดนั่งลงคนละฝั่ง ศรันย์เบิกตากว้าง 

“ไอ้เหี้ย!” ตวาดลั่นพร้อมมือที่รีบคว้าดึงกางเกงของตัวเองขึ้น ฝ่ายหญิงสาวยังงุนงง เธอมองคนทั้งสามสลับกัน 

 

“อะไรกันเนี่ยศรันย์ นี่ใครเนี่ย!” เธอแสนหงุดหงิด มองจ้องเด็กหนุ่มสองคนที่จู่ๆก็เข้ามาขัดจังหวะ แถมยังนั่งลอยหน้าลอยตา มองกวนกระสารทชนิดที่ว่าไม่ได้เกรงกลัวใครเลย  

“ไม่อยากมีปัญหาก็ออกไป” ได้ยินแบบนี้ฝ่ายเจ๊ยังสาวชักสีหน้า เธอสบถ คว้ากระเป๋าของตัวเองก่อนจะเดินหนีออกไป พบว่ามีเด็กหนุ่มอีกคนยืนมองอยู่ เธอเลยฟาดกระเป๋าใส่อย่างหงุดหงิด ดีที่คนที่เธอโวยวายใส่คือโปรดเลยไม่ได้โดนเอาคืนอะไร เพราะหากไปทำแบบนี้ใส่ภูหรือปลื้ม มีหวังได้โดนต่อยสวน 

 

“อะไรของพวกมึง” ศรันย์เค้นเสียงถาม ทางด้านของภูโน้มใบหน้าเข้าใกล้ 

“ออกไปนั่งรถเล่นกัน ตอนกลางคืนแถวนี้วิวสวยมาก” 

 

...หมับ..! พูดจบประโยคมือหนาคว้าที่หลังคอเสื้อ ออกแรงกระชากให้เดินตามโดยที่มีปลื้มคอยผลักด้านหลังของศรันย์อีกที ในขณะที่โปรดแสดงใบหน้ากังวล เดินตามเพื่อนไปแบบห้ามไม่ได้ เมื่อมาถึงรถประตูถูกเปิด 

...ผลั้ก!!.. ศรันย์ถูกผลักเข้าด้านใน ยังไม่ทันจะได้หนีภูก็ตามเข้ามานั่ง รถยนต์ถูกขับออกไป ปลื้มรับหน้าที่คนขับ คอยหัวเราะและมองผ่านกระจกหลังเพื่อดูปฏิกิริยาของศรันย์ ส่วนโปรดหน้าซีด ชักใจไม่ดีเพราะรู้ว่าเพื่อนตัวเองต้องเล่นพิเรนท์กันแน่ 

 

“ตอนนี้กูไล่แม่บ้านออกพอดี เพื่อรอต้อนรับมึงโดยเฉพาะ” ภูพูดขึ้น ศรันย์ตวัดสายตามอง 

“กูไม่ใช่คนใช้ แล้วกูก็จะไม่มีวันยอมเป็นด้วย” 

 

“มึงลืมเรื่องน้องกับเรื่องแม่มึงไปแล้ว?” 

“..........” เมื่อโดนถามกลับด้วยประโยคนี้ศรันย์เงียบ ภูยิ้มเยาะ 

 

..ผลั้ก.. ใช้มือผลักหัวของศรันย์เชิงข่มขู่และเพียงเท่านั้นที่คนโดนรังแกเหวี่ยงหมัดเตรียมจะต่อยสวน 

แต่ก็ช้าไปกว่าที่ภูคว้าตัวของศรันย์เอาไว้แล้วผลักอีกฝ่ายจนตัวแนบกับประตูรถ เสียงหัวเราะจากคนขับอย่างปลื้มดังขึ้น ความรู้สึกของศรันย์ในตอนนี้เหมือนเป็นตัวตลก สายตาที่พวกมันใช้มองไม่ได้แตกต่างจากการแกล้งสัตว์ 

 

...เอี๊ยดดด..! รถที่ขับออกมาไกลพอสมควรจอดลง สุดท้ายของซอยตันที่เปลี่ยวและเงียบสงัด ขับมามีรถสองสามคันที่จอดอยู่ห่างกัน สถานที่ที่ไม่ได้แตกต่างจากซ่อง หากไม่มีโรงแรมหรือห้องให้ไปทำ ส่วนใหญ่เมื่อเจอกันในผับก็มักมาจบกันที่บนรถแถวนี้ ศรันย์ถูกดึงลงจากรถ 

 

“ไอ้ภู มึงจะทำอะไรพี่เขาอ่ะ” แต่แขนของภูกลับถูกคว้าไว้ เมื่อหันไปมองพบว่าเป็นโปรด 

“ถ้าไม่กล้ายุ่งก็ไปดูต้นทางให้กู” 

“..........” โปรดเงียบ ส่วนภูหยิบเงินจำนวนหนึ่งยื่นให้ 

“อย่าให้ใครเข้ามายุ่ง” นี่คือคำสั่งทิ้งท้ายที่โปรดเม้มปากพลางรับเงิน เดินแยกออกไปยังริมถนนเพื่อคอยดูต้นทางไม่ให้คนนอกเข้ามาห้าม ตัดมาอีกด้านศรันย์กำลังโวยวาย พยายามจะลุกขึ้นจากพื้นแต่ก็โดนภูและปลื้มคอยถีบซ้ำให้ล้มกองลง 

 

..หมับ!.. ก่อนจะเป็นภูที่กระชากคอเสื้อของอีกฝ่าย 

“ดูหน้ากูสิ ยังมีรอยที่โดนมึงต่อยวันนั้นอยู่เลย” 

“ก็สมควร ก็เหมาะกับพวกปัญญาอ่อนแบบมึงดี” ภูไม่พูดโต้ตอบแต่กลับแสยะยิ้ม 

 

...ผลั้วะ!!.. กลายเป็นแรงต่อยจากหมัดหนักที่กระแทกเข้าใบหน้าขาว ศรันย์ถูกผลักนอนลงกับพื้นอีกครั้ง ตามมาด้วยแรงเตะจากปลื้มและแรงทุบตีจากภูที่ผลัดกันทำร้าย ยกมือขึ้นป้องใบหน้าเท่านี่จะทำได้ ทั้งเนื้อตัวเปื้อนเต็มไปด้วยดินตามพื้น 

ปลายคางเรียวถูกจับอีกครั้ง ดูภูจะพึงพอใจต่อผลงาน บนใบหน้าของศรันย์เต็มไปด้วยเลือดและรอยแตก สภาพสะบักสะบอมแต่กลับไร้เสียงร้องเจ็บปวด เมื่อถูกปล่อยออกจากการจับกุมทั้งร่างหล่นฮวบลงกับพื้น แต่มือของศรันย์ยังคงกำแน่นอย่างเคียดแค้นและโกรธเคือง ดูเป็นภาพน่าขันในสายตาของคนทั้งสองที่ยืนมอง ยิ่งเมื่อเห็นว่าภูและปลื้มหันมองหน้ากันก่อนเผยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ ศรันย์ยิ่งพยายามอยากจะหาทางหนีถึงแม้จะรู้ว่าไร้ผล 

 

“พวกมึงมันเหี้ย” เสียงจากปากของศรันย์ดังขึ้น ภาพเบื้องหน้าคือภูและปลื้มที่กำลังปลดตะขอกางเกง 

 

ทั้งสองคนยิ้มสนุก  คว้าคางของศรันย์ก่อนจะออกแรงบังคับบีบให้อ้าปากกว้าง 

“ถ้ามึงกล้ากัดแม่มึงเดือดร้อนแน่” ภูขู่เสียงนิ่ง ผลักศรันย์จนล้มหัวกระแทกกับดิน ก่อนตามคร่อมโดยขยับให้ตรงช่วงบนโดยที่ส่วนลำตัวและแขนของศรันย์มีปลื้มที่คอยบังคับไว้ให้อยู่นิ่ง ใบหน้าของศรันย์เหยเก ภูยัดเยียดแก่นกายเข้าสู่โพรงปากของศรันย์ได้สำเร็จ เมื่อเริ่มขยับสะโพกเข้าออกใบหน้าของศรันย์ยิ่งพะอืดพะอม เขาจุกลำคอจนน้ำตาคลอ 

 

“แค่ก” ส่งเสียงสำรักเมื่อภูจงใจกระแทกรุนแรง ใครอีกคนผละแก่นกายออกทั้งที่ขายังคงคร่อมลำคอของศรันย์ มือของภูเปลี่ยนมาปรนเปรอแก่นกายของตัวเองโดยที่ให้ปลื้มเป็นคนที่แทรกแก่นกายเข้าปากของศรันย์บ้าง ทุกอย่างผ่านไปอย่างทุลักทุเลเมื่อศรันย์ไม่ได้อยู่นิ่งและพยายามขัดขืน 

 

..ผลั้วะ!.. เลยไม่แปลกหากว่าภูจะหงุดหงิดจนต่อยซ้ำเข้าที่ดวงหน้าขาวอีกรอบ 

ศรันย์อยากจะหลบตาแต่ก็ถูกพวกมันบังคับให้มอง คนสองคนบนร่างกำลังขยับแก่นกายตัวเองด้วยมือ ส่วนปลายแข็งขืนจ่ออยู่ต่อหน้าของศรันย์ และเมื่อเสียงครางต่ำดัง น้ำรักสีขาวขุ่นของคนทั้งสองพุ่งเลอะจนเต็มใบหน้าขาว 

 

“หึ เหมาะกับมึงดีนี่” ภูหัวเราะ ตบแก้มของคนบนพื้นเพื่อเยาะเย้ย 

..ปึก!.. ก่อนจะลุกขึ้นยืนยังไม่ลืมที่จะกระทืบเข้ากลางอก ใช้สองมือใส่กางเกงของตัวเองโดยที่สายตามองศรันย์ที่นอนขดกุมท้องด้วยความจุก ใบหน้าดูดีเปื้อนเต็มไปด้วยน้ำรัก เหมาะสมที่สุดที่จะถ่ายรูปเก็บเอาไว้ เมื่อพอใจทั้งภูและปลื้มเดินหนี ทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นทั้งที่ใครบางคนยังคงนอนขดอยู่บนพื้น ศรันย์ได้ยินเสียงรถที่ขับออกไป ทัศนียภาพรอบตัวของเขาเลือนราง กลิ่นเลือดและกลิ่นน้ำรักกำลังปะปนกันจนศรันย์ต้องโก่งคออ้วก 

 

เขานั่งหอบ มองมือของตัวเองที่เปรอะเต็มไปด้วยคาบกามอารมณ์หลังจากที่ยกขึ้นเช็ดใบหน้า 

เลยเปลี่ยนมาใช้ชายเสื้อในการเช็ดมันออก กลิ่นคาวยังคงติดตามตัว  

เขาเจ็บไปทุกส่วนของร่างกาย หากเจ็บที่สุดก็คงไม่พ้นหัวใจดวงนี้ที่ร้อนรุ่ม 

 

“...........” ไม่แม้แต่จะสบถคำใดด้วยซ้ำ ทุกอย่างมันจุกในอกไปหมด เขาพยุงพาตัวเองเดินโซซัดโซเซออกมา กว่าจะถึงถนนใหญ่ใช้เวลานานนับชั่วโมง ทิ้งตัวนอนลงยังเก้าอี้ที่ป้ายรถเมล์ สองมือคลำหากระเป๋าสตางค์ก่อนจะพบว่ามันว่างเปล่า เงินแบงค์สีเทาใบสุดท้ายภายในนั้นถูกภูเอาไปทั้งกระเป๋า 

 

ในตอนนี้เขาไม่ต่างจากคนจรจัด นอนเหม่อมองหลังคาของป้ายรถเมล์ 

ก่อนทุกอย่างจะดับวูบลงไปตรงนั้น แยกไม่ออกด้วยซ้ำว่าสลบหรือหลับไปเอง... 

 

# # # # # # ## 

กว่าจะจบเรื่องหนูจะยังมีชีวิตไหมคะลูกแม่TT 

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว