MaschenY
facebook-icon

ถ้าอ่านแล้วชอบหรือถูกใจ สามารถสนับสนุนเหรียญให้กับนักเขียนได้เลยนะครับบ นักเขียนกรอบแล้ววว

ชื่อตอน : EP.21 Breaking Down Part 6

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย แอ็คชั่น,บู๊ล้างผลาญ

คนเข้าชมทั้งหมด : 319

ความคิดเห็น : 9

ปรับปรุงล่าสุด : 17 พ.ค. 2563 05:53 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
EP.21 Breaking Down Part 6
แบบอักษร

นาฬิกาปลุกจากโทรศัพท์ดังขึ้นมาในเวลาเจ็ดโมงเช้านั้นปลุกให้ชายหนุ่มตื่นขึ้นมาหลังจากที่ได้นอนอย่างเต็มอิ่มไปในเมื่อคืนนี้ซึ่งเขาไม่เคยได้บอกหญิงสาวว่าตัวเองไม่ได้นอนเต็มที่มาตลอดเนื่องจากต้องคอยระวังอันตรายให้กับเธอ 

บีมเริ่มขยับตัวและเขาก็พบว่ามีอีกคนที่หลับอยู่บนเตียงของตัวเอง... 

“อีกแล้วเหรอ?” เขาบ่นเล็กน้อยก่อนจะลืมตาขึ้นมาเต็มที่แล้วหันไปมองเจ้าของร่างที่มานอนเบียดเขาอยู่ 

หญิงสาวนอนคุดคู้อยู่ในผ้าห่มที่แย่งเขาไปในตอนดึกและเธอกำลังเริ่มรู้สึกตัวเช่นกัน บีมจึงรีบลงจากเตียงไปแต่เขาก็ต้องหยุดการกระทำไว้ก่อนเพราะเธอเรียกเขาไว้ 

“มอร์นิ่งไอ้ปลาตายเด็กน้อย” ยูริเอ่ยด้วยเสียงสะลึมสะลือ 

“อือ” บีมตอบสั้นๆ 

“เย็นชาจังนะ” ยูริชันกายลุกขึ้นนั่ง 

“ก็ปกตินี่นา?” เขาบอกซึ่งมันก็จริงของบีมเพราะเขาไม่ได้พูดอะไรเยอะมากมายตั้งแต่แรกแล้ว 

“ทั้งๆที่เมื่อคืนร้องไห้ซบหน้าอกชั้นแท้ๆใจร้ายจังนะ” เธอยิ้มอย่างผู้ชนะ 

“งั้นขออีกรอบได้มะแต่คราวนี้คุณจะร้องเอง” เขาตอบอย่างหน้าตาเฉย 

“เอาสิมาเลย” เธอใจกล้าอ้าแขนรอรับ 

“งั้นไม่เกรงใจล่ะนะ” บีมเอ่ยก่อนจะเดินเข้าไปหาจนยูริใจเต้นโครมคามเพราะไม่รู้ว่าเขาจะเอายังไง แล้วเธอก็ยังกังวลว่าเขาจะรู้ตัวตอนเธอแอบจูบเมื่อคืนนี้อีก 

แต่บีมกลับเดินเข้ามาแล้วโยนหมอนใส่เธอแล้วยืนยิ้มในขณะที่ยูริกำลังเอ๋อในการกระทำของเขา...มือของเธอก็ถูกจับขึ้นมาไว้ตรงหน้าเขาพร้อมสายตาที่เต็มไปด้วยความรู้สึก 

“อาจจะเสียมารยาทแต่ผมอยากจะขอบคุณมือนี่ได้รึเปล่า?” บีมเอ่ยขึ้น 

“เอ่อ...” เธอยังไม่เข้าใจว่าเขาต้องการอะไรกันแน่ 

“มือนี่ช่วยดึงผมที่จมดึ่งอยู่ในบึงน้ำที่เต็มไปด้วยความมืดให้กลับขึ้นมาอีกครั้งบนพื้น” เขาจ้องดวงตาสีฟ้าคู่นั้นนิ่ง 

“ชั้นไม่ได้ทำอะไรเลยนะ” ยูริบอกเขา 

“คุณทำ...ไม่มากก็น้อย” บีมตอบ 

“ชั้นแค่ไม่อยากให้นายอมทุกข์นั่นไว้หลังจากที่ได้รับฟังเรื่องราวจากแทนมาก็เท่านั้น” เธอว่าแต่บีมกลับยิ้มเหมือนกับในคืนวันนั้นที่ถ้ำกลางทุ่งหญ้าสะวันนาแล้วจับมือนั่นไว้ด้วยความอ่อนโยนก่อนจะปล่อยลงอย่างเบามือ 

“คุณช่วยให้ผมดึงตัวเองในอดีตกลับมาได้ส่วนหนึ่ง...ที่เหลือผมคงต้องพยายามด้วยตัวเอง” เขาว่าก่อนจะเดินไปที่ประตูแล้วเปิดมันทันที! 

“ไม่ได้แดกหรอก” แทนยืนยิ้มที่หน้าประตุ 

“เสียมารยาทย่ะ” ยูริพูดด้วยสีหน้านิ่งเฉยแต่จริงๆเธอแทบอยากจะปาหมอนใส่ชายคนนั้นจะแย่เพราะเธอกำลังอาย 

“ผมกะว่าจะไปเที่ยวยุโรปด้วยน่ะ” แทนบอก 

“มึงไม่ต้องกลับไปหาพวกหัวหน้ารึไง?” บีมถาม 

“จนกว่าจะเรียกกูก็ไม่กลับไปหรอกรำคาญไอ้ต้น” แทนว่า 

ยูริมองสองบัดดี้แล้วก็เข้าใจเลยว่าทำไมพวกนี้ถึงได้คุยกันรู้เรื่องและไปกันได้ เพราะนิสัยที่เกือบจะเหมือนกันของทั้งสองคนและการที่ทั้งคู่รำคาญต้นที่พูดมากเหมือนกัน...แต่พวกเขาจะรำคาญเธอรึเปล่านะ? 

เที่ยวไฟต์แรกที่จะมุ่งหน้าไปฝรั่งเศสนั้นถูกซื้อเพิ่มแบบปัจจุบันทันด่วนหลังจากที่แทนเอ่ยปากว่าจะไปด้วยเมื่อเช้าและตอนนี้ทั้งสามคนก็มาอยู่ที่สนามบินเรียบร้อย 

“นั่งห่างกันหน่อยนะ” ยูริหันมาบอกแทน 

“แบบนั้นดีแล้วล่ะครับ” แทนตอบหญิงสาวที่เปลี่ยนตัวเองเป็นอีกคนไปแล้ว 

“หวังว่าไอ้คิมมันจะไม่ส่งข่าวไปให้ใครก่อน” บีมมองไปรอบๆตัว 

“ตกลงว่าCIAคนนั้นหักหลังนายงั้นเหรอแล้วไหนบอกว่าไว้ใจได้ยังไงล่ะ?” ยูริถามขึ้นมา 

“เงินน่ะมันคมมากซะจนตัดได้ทุกอย่างนะครับนายหญิง...คุณก็รู้ดี” แทนตอบ 

“ถ้ามีคนให้มากกว่านี้ผมก็จะเก็บคุณเหมือนกันแต่มีข้อแม้ว่าห้ามให้ไอ้พวกนั้นอยู่ด้วย” บีมหันมาบอกอีกคน 

“นายมันน่ารังเกียจไม่เลิกเลยนะ” เธอมองค้อนและไม่เข้าใจจริงๆว่าผู้ชายคนนี้จัดการกับอารมณ์ตัวเองยังไงกันแน่เพราะเมื่อคืนเขาได้ระบายออกมาแล้วและเธอก็คาดหวังว่าเขาจะทำตัวดีขึ้นแต่กลับทำตัวเหมือนเดิม 

‘นั่นจูบที่ชั้นตั้งใจนะไอ้บ้านี่’ แม้จะไม่ใช่จูบแรกแต่เธอก็ตั้งใจจริงๆ 

“ล้อเล่นน่ะผมฆ่าคุณไม่ได้หรอก” บีมบอก 

“อีกสิบห้านาทีประตูเปิด” แทนมองดูตารางการบินแล้วพูดขึ้น 

ทั้งสามมองหน้ากันแต่กลับไม่มีใครเอ่ยอะไรออกมา พวกเขากำลังคิดอะไรหลายอย่างอยู่ภายในใจของตัวเองเพราะหลังจากที่เครื่องบินลำนี้ลงจอดบนพื้นสนามบินของกรุงปารีสแล้วทุกๆอย่างคงได้เริ่มขึ้นจริงๆจังๆเสียที 

บีมเดินหนีไปเพื่อซื้อกาแฟ ปล่อยให้ยูริยืนอยู่หน้าตู้ขายอัตโนมัติกับแทนสองคน 

“หวังว่าคุณจะไม่ได้ไปบอกมันนะว่าผมเล่าอะไรให้ฟังเมื่อคืน” แทนถาม แต่อันที่จริงเขารู้อยู่แล้วว่านายหญิงของเขาจะต้องไปทำอะไรสักอย่างเกี่ยวกับเรื่องที่เขาได้เล่าให้เธอฟังไปเมื่อคืนนี้ 

“ไม่อ่ะชั้นจัดการหมอนั่นไปแล้ว” ยูริยักไหล่ 

“ดีแล้วแหละครับนายหญิง” แทนกลับยิ้มออกมาแทนที่จะหงุดหงิด 

“นายรู้ตัวตั้งแต่คิดจะเล่าเรื่องนั้นให้ชั้นฟังแล้วใช่มะ?” เธอกดขนมขบเคี้ยวออกมาสามห่อแล้วยื่นให้เขา 

“ผมคิดว่าถ้าปล่อยให้ปิศาจนั่นมันเป็นแบบนี้ต่อไป...มันได้กลายเป็นปิศาจจริงๆแน่” แทนเอ่ย ซึ่งพอดีกับที่บีมเดินกลับมาพร้อมกาแฟสี่แก้วในมือ 

“มีแค่สามคน?” ยูริขมวดคิ้วพร้อมกับรับแก้วกาแฟดำของเธอมา 

“อาจจะแนะนำช้าไปหน่อยแต่ว่าผมขอแนะนำไอ้มนุษย์กาแฟครับ” แทนผายมือไปทางเพื่อน 

“แก้วเดียวมันไม่รู้เรื่องน่ะ” บีมพูดอย่างไม่ใส่ใจพร้อมมองไปรอบๆเพื่อตรวจสอบ 

“มีคนนึงนะกูเห็นมาพักนึงแล้ว” แทนพูดเรียบๆ 

“พวกนายอย่าบอกนะว่า...” ยูริเกิดอาการตื่นตัวขึ้นมา 

“นั่นคนรู้จักเราไม่ใช่รึยังไง?” บีมว่า 

พริทอเรีย 7 ชั่วโมงก่อนหน้านี้ 

“อะไรนะ?” สึบาสะพูดเสียงดังใส่โทรศัพท์หลังจากได้รับฟังเรื่องราวบางอย่างจากปลายสาย 

“ขอบคุณมากค่ะ” เธอรับฟังจนจบและกดวางสายไปพร้อมกับหันมาหาชายน์ด้วยแววตามีความหวังจนอีกฝ่ายขนลุก 

“อะไรล่ะนั่นน่ะ?” เขาถามขึ้น 

“เกิดเหตุยิงกันที่โรงแรมแห่งหนึ่งในโมร็อกโคแล้วอีกฝ่ายหนึ่งโดนเก็บเรียบ” เธอพูดอย่างตื่นเต้น 

“มาเฟียมันทะเลาะกันแหละมั้ง” เขาพูดอย่างไม่ใส่ใจนัก 

“แต่ชั้นว่านั่นคือเพื่อนนายนะ” เธอพูดพลางรีบเก็บของ 

“นั่นจะไปไหนน่ะ?” เขาขมวดคิ้ว บอกตรงๆเขาไม่ค่อยชอบอาการสนใจของเธอสักเท่าไหร่ 

“นายโง่รึเปล่าเนี่ย?” เธอหันมาถาม 

“คุณไปเวลานี้ก็ไม่ทันหรอกน่า” ชายน์ว่า 

“ชั้นจะไปนายอยากไปด้วยก็เก็บของสิยะ” สึบาสะตัดบทก่อนจะไล่เขาให้ไปเตรียมตัวเดินทางไปที่เกิดเหตุซึ่งโชคดีที่ทันซื้อตั๋วเครื่องบินเที่ยวสุดท้ายของวันพอดีทำให้ทั้งสองบินไปที่โมร็อกโคภายในคืนนั้นอย่างไม่รอช้า 

 

ปัจจุบัน 

ยูริกำลังล่อกแล่กเพราะมองไม่เห็นคนที่มาจับตาดูพวกเธออยู่แต่สองหนุ่มข้างๆเธอนั้นนิ่งเฉยราวกับว่านี่มันไม่ใช่ 

เรื่องคอขาดบาดตายนัก 

“พวกนายไม่รู้สึกตกใจกันเลยรึยังไงเนี่ย?” เธอถามขึ้นมาในที่สุด 

“คุณลองมองไปที่ราวข้างๆบันไดเลื่อนนั่นดีๆสิ” บีมพูดพลางจิบกาแฟ 

“บันได...” เธอพึมพำก่อนจะกวาดสายตามองไปยังจุดที่เขาบอก ชายคนหนึ่งยืนมองลงมาจากข้างบนแบบไม่ได้หลบอะไรเธอเลยสักนิด มันดูเหมือนกับว่าเขานั้นตั้งใจที่จะมองให้พวกเธอรู้ตัวยังไงอย่างนั้นแหละ.. 

“ลงมานี่เลยไอ้เวร” แทนโบกมือเรียกชายคนนั้น 

“หมายความว่ายังไงล่ะเนี่ย?” ยูริขมวดคิ้ว 

“ต้องบอกว่าเดี๋ยวก็รู้เองแหละครับ” แทนพูดพร้อมกันกับที่บีมนั้นเดินออกไปรอผู้ชายคนดังกล่าว 

“ผมไม่เชื่อหรอกว่าคุณจะตายถ้าคุณอยู่กับไอ้บ้านี่น่ะ” ชายน์เอ่ยขึ้นพร้อมรอยยิ้ม 

“เฮ้” ยูริยิ้มออกเมื่อเป็นเขา 

“ไอ้บ้านี่ทำตัวไม่ดีกับคุณรึเปล่า?” เขาชี้ไปที่บีม 

“ไม่เลย...ทำแต่เรื่องดีๆให้นายหญิงของพวกมึงพอใจทั้งนั้นแหละกูอ่ะ” บีมยักไหล่ 

“หุบปาก” ยูริชี้หน้าเขา 

“มาถูกได้ยังไงล่ะเนี่ย?” แทนถามบ้าง 

“น้อยใจนะเนี่ยที่โทรหามันแต่ไม่โทรหากู” ชายน์หันไปว่าบีม 

“ไม่เอาน่าที่รัก” บีมกวนประสาทเพื่อนเล่น 

“เราต้องขึ้นเครื่องกันแล้วนะ” แทนมองดูนาฬิกา 

“ให้ซื้อตั๋วคงตามไม่ทันสินะ” ชายน์ว่า เขาแอบหลบออกมาเพราะสึบาสะดันเพลียจากการเดินทางและสภาพอากาศจนต้องนอนพักเอาแรงก่อน 

“จะตามก็ตามมาได้พวกกูอยู่ที่ปารีส” บีมบอก 

“เออโชคดีแล้วกัน” ชายน์เอ่ย ก่อนที่ทั้งหมดจะแยกย้ายกันไปแต่พวกเขาไม่รู้ว่ามีใครบางคนอยู่ในห้องควบคุมกล้องวงจรปิดที่สนามบินในตอนนั้นด้วย...หากแต่โชคยังเป็นของพวกเขาอยู่บ้างเล็กน้อยเพราะยูริและบีมสวมหมวกแก๊ปไว้ส่วนแทนเองก็ใส่แว่นกันแดดเช่นเดียวกันกับชายน์แต่โชคร้ายของพวกเขาก็คือการที่ยูริถอดหมวกมาพัดเล่น! 

‘แกไม่ได้ตาฝาดแน่นะ’ ปลายสายถามมา 

“ผมส่งรูปไปแล้วคุณก็ดูเอาสิ” ใครสักคนบอก 

‘ถึงจะเปลี่ยนทรงผมไปแต่ยังไงก็จำได้น่าคุณหนูแห่งชาฮาคอฟ’ ปลายสายพูดออกมา 

“แล้วไอ้ลิงสามตัวนี้คือใครล่ะ?” ฝ่ายที่ส่งรูปไปถามขึ้น 

‘ฆ่าให้หมด’ ปลายสายกล่าวสั้นๆ 

“ได้เลย” คนถูกสั่งยิ้มออกมา 

‘เช็คได้มั้ยว่าพวกนั้นกำลังจะไปที่ไหน?’ ปลายสายถาม 

“อ๋อพวกนั้นกำลังเดินไปที่...ขอเช็คก่อนนะอืมพวกนั้นจะไปปารีสงั้นเหรอ?” เพราะพวกบีมเดินไปทางที่จอดของเครื่องบินลำที่จะไปกรุงปารีสทำให้บุคคลดังกล่าวสามารถรู้ได้ว่าปลายทางของพวกเขาอยู่ที่ไหน 

‘งั้นไม่ต้อง...เดี๋ยวมันจะมาหาเราเอง’ ปลายสายบอกอย่างสุขุม 

“ก็ได้” อีกฝ่ายลุกขึ้นแล้วเดินออกจากห้องควบคุมไปโดยที่เขาก้าวข้ามศพของเจ้าหน้าที่ห้องควบคุมไปอย่างเลือดเย็น 

กรุงปารีส 3 วันต่อมา 

“ห้องที่แกะรอยจากสัญญาณนั่นเป็นห้องเช่ารายวันน่ะ” ยูริเงยหน้าขึ้นมาบอกบีมที่กำลังเช็คกระสุนปืนอยู่ 

“มันก็ควรจะเป็นอย่างนั้นนะ” เขาบอก 

“เหมือนกับว่าพวกเรากำลังได้รับบัตรเชิญว่าเฮ้ มาหากูที่ปารีสสิวะแต่กูไม่บอกนะว่ากูอยู่ไหนยังไงยังงั้นแหละว่ะ” แทนเอ่ยขึ้นบ้าง 

พวกเขามาถึงฝรั่งเศสและจัดการกับที่พักและอาวุธกันเรียบร้อยแล้วจากใบผ่านทางและพาสปอร์ตปลอมของคิม และตอนนี้ยูริกำลังเริ่มแกะรอยพวกที่สั่งฆ่าเธอด้วยตัวเองอยู่โดยที่ทั้งบีมและแทนไม่ได้ช่วยเลยเพราะพวกเขามีหน้าที่คุ้มกันเท่านั้นในเวลานี้ 

“หมอบลง!” อยู่ๆบีมก็ตะโกนลั่นพร้อมพุ่งตัวไปกดหัวยูริให้หมอบลงไปกับพื้น! 

‘เพล้ง!’ เสียงกระจกแตกพร้อมกับเสียงหัวกระสุนกระทบกับตู้เบื้องหน้าของทั้งสองคนซึ่งมันตรงกับตำแหน่งของศรีษะยูริพอดีหากบีมไม่มาช่วยเธอไว้ 

“สไนเปอร์!” แทนถีบโต๊ะจนล้มเพื่อใช้ป้องกันตัวเอง 

“รู้แล้วโว้ย” บีมตะโกนบอกพร้อมกับค่อยๆเอื้อมมือไปเพื่อจะคว้าโน๊ตบุ๊คที่ยูริกำลังทำงานอยู่ลงมาแต่ก็ไม่ทันเพราะมันถูกยิงเข้าอย่างจังที่หน้าจอจนแตก 

“บ้าเอ๊ยกว่าชั้นจะหาข้อมูลนั่นมาได้” ยูริร้องขึ้นอย่างโมโห 

“โทรหาไอ้ชายน์ดิ้แทน” บีมบอกเพื่อน 

“โทรแล้ว” แทนกดโทรหาก่อนแล้วตอบกลับมา 

‘เห็นมันแล้ว’ ชายน์พูดเรียบๆ 

“นี่มันบ้าอะไรกันเนี่ย?” หญิงสาวเริ่มจะคุมสติตัวเองไม่ได้เพราะอีกฝ่ายยังคงยิงใส่พวกเขาไม่หยุด 

“แขกจากหน้าประตูก็มีว่ะ” บีมที่แฮ็คสัญญาณกล้องวงจรปิดไว้ตั้งแต่วันแรกที่เข้าพักบอกมาเรียบๆหลังจากดูภาพในจอโทรศัพท์ของตัวเอง 

“มึงจัดการหน้าประตูไปดิวะกูขยับไม่ได้...เร็วๆดิวะไอ้เวรเอ๊ย” ประโยคหลังแทนสั่งชายน์ที่ซุ่มยิงอยู่ 

‘มันไม่ได้มีคนเดียว กูยิงไปสามคนแล้วตอนนี้อ่ะ’ ชายน์บอกมาอย่างหงุดหงิด 

“คุณหมอบอยู่ตรงนี้นะอย่าวิ่งไปไหน” บีมบอกยูริ 

“เอาชั้นออกไปจากที่นี่ที!” เธอเริ่มร้องไห้แข่งกับเสียงข้าวของที่แตกกระจาย 

ถึงแม้ใครต่อใครจะบอกว่าเธอเก่งและแกร่งแต่ตอนนี้เวลานี้นั้นมันคือความเป็นความตายของชีวิตเธอ มันจึงไม่แปลกที่เธอจะรู้สึกหวั่นไหวขนาดนี้ ผิดกับผู้ชายสองคนนั่นที่ไม่ได้แสดงอาการอะไรออกมามากนักและพยายามหาทางตอบโต้อยู่ 

‘ปั้ง!’ ประตูถูกพังเข้ามาอย่างแรงพร้อมกับคนจำนวนมากที่กรูกันเข้าห้องมา 

‘เปรี๊ยงๆๆๆๆๆๆๆๆ!’ ทั้งบีมและแทนช่วยกันยิงใส่คนเหล่านั้นทันทีและตามมาด้วยเสียงการต่อสู้ด้วยอาวุธปืนอย่างดุเดือดและเอาเป็นเอาตาย 

‘กูโดนเห็นจุดแล้ว ตอนนี้มีส่วนหนึ่งกำลังสนใจกูเพราะงั้นจะทำอะไรก็รีบทำ’ ชายน์สั่ง 

“นักข่าวนั่นล่ะ?” แทนถามขึ้นเพราะชายน์ที่ตามมาสมทบนั้นแนะนำสึบาสะกับพวกเขาไปแล้ว 

‘อยู่ในห้อง...ฝากมึงดูทีแล้วกัน’ ชายน์ตอบพลางวิ่งไปเพื่อเปลี่ยนที่ซุ่มยิงใหม่ 

บีมวิ่งกลับมาคว้าข้อมือยูริได้ก็ดึงหญิงสาวไปออกวิ่งด้วยกันอย่างสุดฝีเท้า และแทนเห็นแบบนั้นก็รีบตามมาติดๆทันที 

แต่เมื่อพวกเขาวิ่งมาที่หน้าลิฟท์นั้นบีมกลับเปลี่ยนแม็กกาซีนปืนใหม่พร้อมดึงยูริมาหลบข้างๆประตูและแทนเองก็ทำตามเช่นกันเมื่อเห็นเพื่อนเขาทำ 

‘ติ๊ง’ เสียงสัญญาณดังขึ้นพร้อมกับเสียงฝีเท้าคนจำนวนหนึ่งกรูกันออกมา 

“ฝันดี” บีมเอ่ยเรียบๆจนพวกนั้นชะงัก! 

‘เปรี๊ยงๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ’ ปืนสองกระบอกลั่นขึ้นและไล่วิญญาณของคนเหล่านั้นที่มีอาวุธครบมือให้ออกจากร่างไป 

“ลงบันไดดีกว่ามั้ย?” บีมถาม 

“เออว่ะกูต้องไปดูสึบาสะก่อน มึงพานายหญิงหนีไปหลบก่อนแล้วค่อยติดต่อกัน” แทนนึกขึ้นถึงเรื่องที่ชายน์ฝากไว้ได้ 

“พวกนี้มันอะไรกัน?” ยูริพูดขึ้นอีกครั้งด้วยเสียงสั่นๆ 

“แฟนคลับคุณไง” บีมบอกก่อนจะลากเธอไปอีกทางพร้อมกับที่แทนนั้นแยกไปหาสึบาสะที่ห้อง 

“พวกนั้นรู้ได้ยังไงว่าพวกเราอยู่ที่นี่?” ยูริถาม 

“ดูท่าเราจะปลอมตัวได้ไม่เนียนนะ” บีมเอ่ยก่อนจะยิงใส่ประตูข้างๆไปจนมันเปิดออกและมีคนล้มออกมา! 

“นายเป็นตัวอะไรกันแน่เนี่ย รู้ได้ยังไงว่ามีคนซุ่มอยู่ในนั้น?” ยูริมองเขาแบบมีความกลัวในใจ 

“ถ้าเป็นคนที่วางแผนจะใช้สไนเปอร์มายิงเรามันก็ต้องเตรียมตัวมาดีสิ” บีมลากเธอไปต่อ จริงๆแล้วเขาบังเอิญได้ยินเสียงดึงคันรั้งของปืนพอดีจึงชิงยิงไปได้ก่อน 

“ตำรวจไม่มารึยังไง?” เธอถาม 

“มาแน่” บีมตอบพร้อมกับถีบประตูหนีไฟออกแล้วยิงคนที่ล้มไปเพราะแรงกระแทกของประตูจนนิ่งไป 

การกระทำของเขาทำให้ยูริเข้าใจอย่างลึกซึ้งถึงคำพูดของสเตซี่ที่บอกกับเธอไว้ในวันก่อนจะออกเดินทางไปที่อุทยานครูเกอร์ว่าเธอนั้นโชคดีแค่ไหนที่มีเขามาทำงานคุ้มกันให้เพราะบีมเหมือนกับว่าเขารู้เหตุการณ์ที่จะเกิดขึ้นได้ล่วงหน้าและยังสามารถตัดสินใจได้ในการรับมือเหตุกาณ์เหล่านั้น 

เขาพาเธอมาที่รถยนต์ของใครสักคนก่อนจะทุบกระจกและต่อสายตรงแล้วขับออกไปอย่างแนบเนียน 

“แล้วพวกนั้นละ?” เธอถามอย่างไม่เขาใจว่าทำไมเขาถึงทิ้งเพื่อนมา 

“พวกนั้นไม่ตายหรอก หนักกว่านี้ก็ผ่านมาแล้ว” บีมบอกพลางมองซ้ายขวา 

ซึ่งมันก็จริงอย่างที่บีมว่าเพราะทั้งแทนและชายน์ต่างก็สามารถเอาตัวรอดกันได้และย้อนกลับมาเก็บของสำคัญออกจากห้องก่อนจะหนีออกมาพร้อมสึบาสะที่ถ่ายภาพเหตุการณ์บางช่วงไว้ได้และเหตุกาณ์นี้ทำให้ยูริและบีมรู้ว่าพวกเขาทั้งสองไม่จำเป็นต้องปลอมตัวอีกต่อไปเพราะอีกฝ่ายนั้นแน่ใจแล้วว่ายูริยังมีชีวิตอยู่และมันก็ไม่อยากให้เธอได้หายใจอีกต่อไป... 

.

.

.

.

ขออภัยที่ต้องหายไปนะครับพักหลังมานี้ ผมกำลังเรียบเรียงนิยายเรื่องป่าอยู่ครับ(ตอนเขียนตั้งใจจะเขียนให้อ่านในมือถือง่าย) บวกกับงานประจำที่ย้ายฝ่ายขึ้นมาทำอีกหน้าที่เลยทำให้ยุ่งๆจนไม่มีเวลาครับ รักษาสุขภาพด้วยนะครับบบบ

ความคิดเห็น