Khim

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตอนที่ 15 : สรุปมีใจรึป่าว

ชื่อตอน : ตอนที่ 15 : สรุปมีใจรึป่าว

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย รักวัยรุ่น

คนเข้าชมทั้งหมด : 625

ความคิดเห็น : 8

ปรับปรุงล่าสุด : 24 พ.ค. 2563 00:28 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 15 : สรุปมีใจรึป่าว
แบบอักษร

@M Bar

"นี่ครับน้องลูกโซ่" พี่แมทตักอาหารมาใส่ในจานฉัน

"ขอบคุณค่ะ" ฉันตอบรับอย่างสุภาพ

ตอนนี้พวกเรากำลังนั่งทานข้าวอยู่ที่ร้านอาหารกึ่งบาร์ ที่อยู่ไม่ไกลจากร้านที่เรานั่งติวก่อนหน้านี้สักเท่าไหร่ ทุกคนต่างก้มหน้าก้มตาทานอาหารบนโต๊ะอย่างเอร็ดอร่อย

ใช้เวลาไม่นานอาหารที่สั่งมาเต็มโต๊ะก่อนหน้านี้ตอนนี้เหลือแค่จานเปล่าๆ ดูเหมือนทุกคนจะอร่อยกับอาหารมื้อนี้มาก แต่คงจะมีแค่คนเดียวเท่านั้นที่นั่งหน้าบูดมาตั้งแต่เดินเข้าร้านแล้ว

พวกเราในกลุ่มรับรู้ได้ถึงอาการตึงๆของยัยอะตอมที่มีต่อพี่แมทได้ ถ้าจะถามมันไปตอนนี้ตรงๆมันก็คงจะดูไม่ดี พวกเราเลยทำไม่สนใจไปก่อน แล้วเดี๋ยวมีอะไรค่อยคุยกันภายในกลุ่มดีกว่า

"เดี๋ยวมื้อนี้พี่เลี้ยงเองครับ" เมื่อพวกเรานั่งย่อยอาหารกันได้สักพัก พี่แมทก็เอ่ยขึ้น

"ไม่เป็นไรค่ะ เกรงใจ" ฉันบอก

"นะครับ มื้อนี้ให้พี่เลี้ยงนะ" เขามองฉันเหมือนจะสื่ออะไรสักอย่าง ที่มันทำให้ฉันสามารถเดาความหมายนั้นออก

"เดี๋ยวพวกเราจ่ายเองดีกว่าค่ะ" ยัยเรนบอกพลางส่งยิ้มอย่างเกรงใจ

"ขอบคุณนะคะ" ยัยเรนมองฉันเลิกลัก ส่วนพี่แมทเมื่อเขาเห็นว่าฉันยอมให้เขาจ่ายเขายิ้มออกมาทันที

"ครับ งั้นเดี๋ยวพี่ไปจ่ายเงินก่อนนะ" ฉันพยักหน้าให้เขา ก่อนที่เขาจะเดินออกไป

"นี่แก ให้เขาจ่ายมันจะดีหรอวะ" เป็นยัยเรนที่ทักขึ้นหลังจากที่พี่แมทเดินออกไปจากที่เรานั่งไกลพอที่จะไม่ได้ยินสิ่งที่เราคุยกันแน่ๆ

"เขาอยากจ่าย ก็ให้เขาจ่ายไปสิ" ก็ในเมื่อเขาอยากจะจ่ายก็จ่ายไป ฉันไม่ได้เห็นแก่เงินนะ แต่ฉันแค่อยากจะรู้เหมือนกันว่าเขาจะตามฉันไปถึงไหนถ้าฉันไม่เล่นด้วยซะอย่าง แล้วฉันก็รู้ด้วยว่าวันนี้ที่เขามาเจอเราที่ร้านกาแฟมันไม่ใช่เรื่องบังเอิญแน่ๆ แต่ว่าจะเพราะอะไรนั้นฉันก็ยังไม่รู้

"แกกำลังคิดอะไรอยู่กันแน่" ยัยซีนมองฉันอย่างต้องการคำตอบ

"แกว่ามันเป็นเรื่องบังเอิญหรอที่เขามาเจอเราที่ ร้านอาแฟวันนี้อ่ะ" ถามตอบไปนิ่งๆ

"หมายความว่าไง"

"แกหมายความว่าพี่เขารู้ ว่าแกอยู่ที่ร้านนั้นตั้งแต่แรกแล้ว"

"ใช่" ฉันตอบ

"แล้วเขารู้ได้ยังไง"

"นั้นสิ" ฉันตอบ แต่จังหว่ะนั้นยัยอะตอมก็ยกโทรศัพขึ้นมากดอะไรสักอย่าง ก่อนจะมองมาที่พวกเรา

"อะไร" ยัยซีนถามยัยอะตอม

"เมื่อเช้าฉันลงรูปในไอจี..."

"แล้ว?"

"แล้ว...แท็กพวกแกไปด้วย"

"....." พวกเราเงียบเพื่อรอฟังยัยอะตอมเล่า

"แล้วก็แท็กร้านไปด้วย"

"แกกำลังจะบอกอะไร" ยัยซีนถาม

"ฉันว่าอิตานั้นคงจะตามแกเจอจากไอจีฉันวะ" ก็ว่าแล้วทำไมบังเอิญขนาดนั้น แต่เดี๋ยวนะ!

"แปลกนะที่เขามีไอจีแกอ่ะ" ฉันถามพลางจ้องมันอย่างจับพิรุธ

"ไม่เห็นแปลกตรงไหนเลย" มันพูดโดยที่ไม่สบตาพวกเรา

"หรอ แต่การกระทำของแกมันเหมือนกับว่าแกรู้จักเค้ามาก่อน" ยัยซีนยังจี้ไม่เลิก

"แล้วอีกอย่างนะ ก่อนหน้านี้แกชมพี่เค้าดีอย่างนู้นดีอย่างนี้ เจอเขาทีไรแกแทบจะวิ่งเข้าหา แต่วันนี้ไม่ว่าเขาจะทำอะไรพูดอะไร แกก็คอยขัดเขาทุกเรื่อง" ฉันพูดสิ่งที่ตัวเองสงสัยมาทั้งวันออกไป

"ตกลงแกจะบอกพวกฉันมั้ย"

"....."

"....." ต่างคนต่างเงียบ เพื่อรอให้ยัยอะตอมพูด

"เออ เค้าเป็นหุ้นส่วนกับแด๊ดฉัน" มันบอก แด๊ดที่มันพูดถึงก็คือพ่อของมันนั้นแหละค่ะ

"...."

"แล้วก็เป็นคนที่แด๊ด...จะให้ฉันแต่งงานด้วย"

"อะไรนะ!!" พวกฉันโพล่งออกมาพร้อมกันเมื่อได้ยินสิ่งที่อะตอมบอก

"ชู้วว เบาๆ คนมองหมดแล้ว" ยัยอะตอมยกนิ้วชี้ขึ้นแนบปากเหมือนเป็นสัญญาณกลายๆบอกให้เบาเสียง

"นี่แกไม่คิดจะบอกพวกฉันเลยหรอ" ยัยเรนพูด อย่างนอยด์ๆ

"ที่ไม่บอกเนี้ยเพราะคิดว่ามันจะไม่มีงานแต่งนี้เกิดขึ้นเด็ดขาดไง" มันบอก

"ยังไงอ่ะ" ก่อนที่ยัยอะตอมจะพูดอะไร พี่แมทก็เดินมาพอดี เรื่องที่เราคุยค้างเมื่อกี้จำต้องพับเก็บไว้ก่อน

"ขอโทษนะครับสาวๆ พี่มาขัดจังหว่ะอะไรรึเปล่า?" พี่แมทถามยิ้มๆ ส่วนยัยอะตอมนั้นก็กรอกตามองบนอย่างอารมณ์เสียที่คนตัวสูงมาถึง

"ไม่เลยค่ะ งั้นกลับกันเลยมั้ยคะ พวกเราต้องไปติวกันต่อค่ะ" ฉันบอก

"ครับ ไปกันเถอะ"

 

ตอนนี้พวกเราก็เข้ามานั่งอยู่ในร้านเดิมเมื่อตอนเช้าเรียบร้อย โดยมีพี่แมทมานั่งอยู่ด้วย เขาให้เหตุผลว่าวันนี้ว่างทั้งวัน กลับบ้านไปก็เบื่อ ขอมานั่งกับพวกเราสักพัก

"สงสัยว่างมากสินะคะ" ยัยอะตอมที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามพี่แมทพูดออกมานิ่งๆ

"ครับ ว่างมาก~~" แล้วพี่แมทก็ตอบพร้อมกับทำหน้าตากวนๆ กลับไป

"ถ้าว่างมากก็ไปหาอะไรทำซะนะคะ จิตจะได้ไม่ว่างมารบกวนคนอื่นเขา" อะตอมจ้องเขม่ง

"อ่าวพี่กำลังกวนอยู่หรอครับ" เขาหันมาถามพวกฉันยกเว้นยัยอะตอม ซีนกับเรน ส่ายหน้ายิ้มๆ "พี่ก็ไม่เห็นคนอื่นเดือดร้อนนะครับ ก็เห็นอยู่คนเดียวที่มีปัญหา..." พี่แมทพูดยิ้มๆ พลางจ้องตาตอบยัยตอม นี่ถ้ามีไฟออกมาจากตาเหมือนในหนังทั้งสองคงจะไหม้เกรียมอะเอาจริง

อะตอมกัดฟันอย่างสะกดอารมณ์ พลางคิดในใจ ถ้ายังอยู่ต่อจะต้องได้กินหัวอิตานี่แน่ๆ เพราะตอนนี้ฉันอยากจะเอานิ้วจิ้มตาสองดวงนั้นเสียจริง สายตาเขาที่มองมามีแต่ความกวนประสาท ชวนแต่จะทำให้เธอโมโห

พรึบ! อะตอมปิดหนังสือแล้วลุกขึ้นพรวดจึงทำให้เก้าอี้ที่นั่งอยู่ตอนแรกไถลไปด้านหลังตามแรง ขาเก้าอี้เสียดสีกับพื้นเลยเกิดเสียง ทำให้คนรอบข้างหันมาตามเสียงอย่างให้ความสนใจ ไม่ต่างจากพวกฉันที่มองอาการของเพื่อนสาวขี้ใจร้อน

"ฉันไม่ติวแล้ว กลับก่อนนะ" พูดจบมันทำท่าจะเดินออกไป แต่เป็นยัยเรนที่ดึงแขนมันไว้ทัน

"ใจเย็นๆแก คนมองหมดแล้ว" เรนพูดเบาๆ พลางหันมองรอบร้านที่ตอนนี้มีแต่คนมองมาที่โต๊ะพวกเราอย่างสงสัยว่าเกิดอะไรขึ้น

"แกไม่เห็นหรอ ว่าอิตาเนี้ยมันกวน...ฉันอ่ะ" อะตอมพยายามควบคุมอารมณ์ของตัวเอง

"เห็นๆๆ แต่แกก็ไปว่าเค้าก่อนเหมือนกันนะเว้ย"

"เอะ! นี่ฉันเพื่อนแกนะเว้ย แกต้องเข้าข้างฉันสิ" อะตอมเริ่มโวยวายขึ้นมาอีกครั้ง

"ทำตัวเป็นเด็กไปได้" เป็นพี่แมทพูดขึ้น

"เด็กบ้านนายสิ ฉันไม่ใช่เด็กแล้วโว้ย" พวกฉันต้องเอามือกุมขมับทันที เพราะเริ่มปวดหัวกับสองคนนี้แล้ว เมื่อไหร่จะเลิกทะเลาะกันได้สักทีเนี้ย

"ที่ทำนี่ไม่เรียกเด็กหรอ" พี่แมทยังเถียงต่อไม่หยุด

"คำก็เด็กสองคำก็เด็ก ใช่สิ! ฉันไม่ใช่ผู้หญิงที่นายขั้วอยู่นี่" อะตอมพูดขึ้นอย่างโมโห

"เกินไปแล้วอะตอม" พี่แมทเริ่มกดเสียงต่ำด้วยความไม่พอใจ

"ทำไม พูดถึงผู้หญิงในสต๊อกไม่ได้เลยรึไง แตะไม่ได้เลยว่างั้น หรือนายกลัวว่ายัยโซ่จะรู้สันดานของนายว่าเจ้าชู้ไก่แจ้แค่ไหนหนะ" ยัยอะตอมพูดเยาะๆ

"พอแล้วแก" ยัยซีนเรียกเตือนสติยัยอะตอมที่ตอนนี้ดูเหมือนจะฟิวส์ขาดไปแล้ว

"จะบอกอะไรให้นะ ยัยโซ่มันไม่ชอบคนเจ้าชู้ แล้วก็ไม่ได้ชอบนาย จำเอาไว้ด้วย" ตอนนี้พี่แมทนิ่งไปทันที แถมยังจ้องยัยอะตอมอย่างจะกินหัวอย่างไงอย่างงั้น

"พี่ขอตัวก่อนนะครับ" พี่แมทพูดจบก็เดินออกไปทันที พวกฉันได้แต่ถอนหายใจอย่างโล่งอก

"แกไม่พูดเกินไปหน่อยหรอวะ" ซีนถามอะตอม

"อย่างนายนั้นนะ แค่นี้ไม่สะเทือนหรอก"

"พวกแกมีปัญหาอะไรกันมาก่อนหน้านี้รึป่าววะ" อะตอมนิ่งไปสักพัก

"ช่างมันเถอะ เรื่องมันยาว" มันถอนหายใจออกมาแรงๆ

"โอเค พร้อมเมื่อไหร่ค่อยเล่าก็ได้" พวกฉันพยักหน้าเห็นด้วยกับที่เรนบอก

"ฉันว่าวันนี้คงไม่มีอารมณ์ติวกันแล้วหล่ะ งั้นแยกย้ายเลยมั้ย หรือยังไง" ยัยเรนถามความคิดเห็น

"ฉันก็ว่างั้นแหละ"

"อืม" ฉันตอบ

"งั้นแยกย้าย"

"โซ่ แกจะกลับกับพวกฉันป้ะ" ซีนถาม

"กลับก่อนเลย เดี๋ยวพี่ออกัสมารับ" ฉันตอบ

"ทำไมอิพี่ภูผาไม่มีโมเมนต์งี้บ้างว่ะ" เรนพูดพลางทำหน้าเสียอารมณ์

"โอ๋ๆ ไม่เป็นไรนะ พี่ภูผาไม่มา เดี๋ยวพี่โซซีนคนนี้ไปส่งแทนก็ได้ ไม่ต้องร้องๆ" ซีนไม่พูดเปล่า แต่ดันหัวยัยเรนให้พิงลงบนบ่าตัวเองพร้อมกับลูบผมเบาๆ

"จิ้นนน~~" ฉันลากเสียงยาว พร้อมกับเอามือประกบแก้มตัวเอง

"พอๆ ขนลุก" ยัยอะตอมส่ายหน้าเบาๆให้กับภาพตรงหน้า

"งั้นพวกฉันไปนะ บายย"

"บายย" แล้วพวกมันก็เดินออกไป ไม่รอช้าฉันกดโทรศัพท์โทรหาพี่ออกัสทันที

 

ตู๊ดดด ตู๊ดดด ตู๊ดดดด รอไม่นานก็มีคนรับสาย

[.....] เงียบ ฉันยกโทรศัพท์ขึ้นดูอีกครั้ง ก็เห็นหน้าจอโชว์ว่าปลายสายได้กดรับแล้ว แต่ทำไมเงียบอ่ะ

"ฮัลโหล" ฉันกรอกเสียงลงไป

[ อืม ]

"พี่ออกัสใช่มั้ยคะ" ฉันถามเพื่อความแน่ใจ

[ แล้วโทรหาใครหล่ะ ] อะ โอเค ฉันมั่นใจว่าเป็นเขา

"พอดีโทรหาสามีหนะค่ะ ไม่ทราบว่านี่ใช่คุณสามีรึป่าวคะ"

[ หึ เข้าเรื่องได้แล้ว โทรมามีอะไร ] แล้วเขาก็เปลี่ยนเรื่องทันที โว๊ะ ไม่รับมุขกันเลยอ่ะ

"ติวเสร็จแล้ว มารับหน่อยสิคะ" ฉันพูดเสียงอ้อน

[ ...อืม เดี๋ยวไปรับ แค่นี้นะ ] ตู๊ดๆๆๆ แล้วเขาก็ตัดสายไปเลย ไม่รอให้ฉันได้พูดอะไร โอเค ฉันต้องทำใจให้ชินกับความเป็นพี่ออกัสสินะ

 

20 นาทีผ่านไป

Rrrrrrrrrrrrr~ ( Unknown call )

"สวัสดีค่ะ ลูกโซ่พูดค่ะ" ฉันกรอกเสียงลงไป

[ สวัสดีครับ ผมคนขับรถที่คุณออกัสส่งมาให้มารับคุณหนูลูกโซ่ครับ ] คนขับรถ? แล้วทำไมเขาไม่มารับเอง?

"ค่ะ"

[ตอนนี้ผมอยู่หน้าร้านแล้วครับ ] ฉันสะพายกระเป๋าแล้วเดินออกไปทันที ก็เห็นคุณลุง อายุน่าจะ 50 กว่าได้แล้ว กำลังโบกมือให้ฉันอยู่ ฉันจึงกดวางสาย แล้วเดินเข้าไปหาลุงแกที่ยืนรอปิดประตูรถให้อยู่

 

ฉันเดินขึ้นไปนั่งบนรถเสร็จคุณลุงก็ปิดประตู ลุงเดินอ้อมไปขึ้นฝั่งคนขับแล้วค่อยๆออกรถ ระหว่างที่นั่งอยู่ในรถ ฉันก็พูดคุยกับลุงแกเรื่อยเปื่อย คุยกันไปคุยกันมาถึงได้รู้ว่าลุงแกชื่อลุงชม ทำงานอยู่ที่บ้านพี่ออกัสนั้นเอง

"พี่ออกัสให้ลุงไปส่งหนูที่ไหนคะ"

"ที่คอนโดครับ" ลุงแกตอบ

"แล้วคุณโซ่จะแวะที่ไหนอีกรึป่าวครับ เดี๋ยวผมจอดให้" ฉันครุ่นคิดสักพักก่อนจะคิดอะไรออก

"ไปบริษัทพี่ออกัสค่ะ" ฉันบอกยิ้มๆ

"เอ่อ จะดีหรอครับ คุณออกัสเค้าสั่งให้ผมไปส่งคุณโซ่ที่คอนโดนะครับ"

"ไม่เป็นไรค่ะ เดี๋ยวโซ่เคลียร์เอง" ฉันยิ้มให้ลุงแก เพื่อสื่อว่าไม่ต้องห่วงฉันจัดการได้

 

@บริษัทออกัส

พอฉันเดินเข้าไปในบริษัทพนักงานต้อนรับก็ต่างยกมือสวัสดีทักทาย ฉันก็ไหว้กลับพวกเขาไป

"สวัสดีค่ะ มีอะไรให้ช่วยมั้ยคะ" พนักงานที่เคาท์เตอร์แผนกต้อนรับถามอย่างสุภาพ

"มาหาคุณออกัสค่ะ" ฉันตอบยิ้มๆ

"คะ? เอ่อ ขอโทษนะคะคุณได้นัดท่านรองเอาไว้รึป่าวคะ"

"ไม่ได้นัดไว้ค่ะ" ฉันตอบ

"ทางเราต้องขอโทษด้วยนะคะ ถ้าไม่ได้นัดท่านไว้ ทางเราคงจะให้คุณขึ้นไปไม่ได้จริงๆค่ะ"

"งั้นช่วยติดต่อคุณอันเลขาคุณออกัสให้หน่อยได้มั้ยคะ บอกว่าลูกโซ่มาหา" พนักงานสาวเงียบไปสักพัก ก่อนจะพยักหน้า"

"สักครู่นะคะ" เธอพูดกับฉันก่อนจะกดไปที่โทรศัพท์

"ขอสายคุณอันธิกาหน่อยค่ะ.....คุณอันธิกาคะ....มีคนมาขอพบค่ะ....เธอบอกว่าชื่อลูกโซ่ ค่ะได้ค่ะ สวัสดีค่ะ"

"คุณอันธิกาให้เรียนว่ากำลังลงมาค่ะ" เธอพูดยิ้มๆ ฉันจึงพยักแล้วยิ้มให้เธอ ก่อนจะเดินไปนั่งที่โต๊ะรับรองแขก

 

"สวัสดีค่ะคุณลูกโซ่" คุณอันเดินเข้ามาพร้อมกับรอยยิ้ม

"สวัสดีค่ะ พอดีจะรบกวนให้คุณอันพาโซ่ขึ้นไปหาพี่ออกัสหน่อยได้มั้ยคะ" ฉันพูดยิ้มๆ

"ได้ค่ะ ตามดิฉันมาเลยค่ะ" คุณอันยิ้มอย่างใจดี แล้วเดินนำฉันเข้าไปในลิฟท์ กดหมายเลขชั้นเสร็จสรรพ

"ต้องขอโทษด้วยนะคะ ที่ต้องรบกวนให้คุณเดินมารับถึงข้างล่างเลย"

"ไม่เป็นไรเลยค่ะ ดิฉันเต็มใจ" เธอยิ้มอย่างเป็นมิตร

"แล้วตอนนี้พี่ออกัสเค้ายุ่งอยู่รึป่าวคะ"

"เดี๋ยวท่านมีนัดคุยงานอีกหนึ่งโปรเจคค่ะ"

"อ่อค่ะ"

 

ติ้ง!! เสียงประตูลิฟท์เปิดออก

ฉันก็เดินตรงไปที่ห้องทำงานของพี่ออกัสทันทีท่ามกลางสายตาแห่งความสงสัยของพนักงานที่กำลังทำงานอยู่

ก๊อก ๆ ๆ

"เชิญครับ" เสียงลอดออกมาจากข้างในเพื่อบ่งบอกเป็นการอนุญาต ฉันเปิดประตูเข้าไป ก็เห็นเขากำลังก้มหน้าอ่านกระดาษที่วางอยู่ตรงหน้าโดยไม่ได้สนใจผู้มาใหม่เลย

"สงสัยจะยุ่งจริงๆ" ฉันพูดเสียงใส ทำให้เขาเงยหน้าจากงานขึ้นมามองทันที

"มาได้ไง ให้ลุงชมไปส่งคอนโดแล้วนี่" พูดจบก็ก้มหน้าอ่านเอกสารต่อ

"ก็ยังไม่อยากกลับนี่คะ ก็เลยมาหาพี่ก่อน" ฉันบอกแล้วเดินไปเท้าเเขนที่หน้าโต๊ะทำงานของเขา

"แล้วลุงชมไปไหน"

"โซ่ให้กลับไปแล้วค่ะ"

"แล้วจะกลับยังไง" เขาเงยหน้าขึ้นมาถาม

"กับพี่ไงคะ" ฉันบอกยิ้มๆ

"เดี๋ยวฉันต้องคุยงานต่อนะ"

"ไม่เป็นไรค่ะ โซ่รอได้" ฉันพยักหน้าๆ บอกเป็นนัยๆว่ารอได้สบายมาก เขาทำหน้าเหนื่อยใจ

"ตามใจ" แล้วก้มอ่านเอกสารต่อ

เทื่อเห็นว่าเขากำลังตั้งใจอ่านเอกสารอยู่ จึงไม่อยากกวนเลยพาตัวเองไปนั่งโซฟารับแขกแทน หยิบมือถือขึ้นมาเล่นเพื่อฆ่าเวลา

 

ติ๊ง ๆ ๆ เสียงข้อความเข้า

 

Matt : พี่ต้องขอโทษสำหรับเรื่องวันนี้ด้วยนะครับ

 

ไม่เป็นไรค่ะ

โซ่ก็ต้องขอโทษแทนเพื่อนด้วยเหมือนกัน

 

Matt : ฮ่าๆ ไม่เป็นไรครับ

 

พี่แมทโอเครึป่าวคะ

 

Matt : ไม่ต้องห่วงนะครับ

พี่โอเค

แล้วเพื่อนเราเป็นไรบ้าง

 

รายนั้นเวลาอารมณ์ร้อน

ก็ชอบพูดไม่คิดแบบนี้แหละค่ะ

พี่อย่าถือสายัยอะตอมเลยนะคะ

 

Matt : ครับ พี่เข้าใจ

พี่เองก็ผิดที่ว่าเธอก่อน

 

ค่ะ อย่าคิดมากค่ะ

พวกเราเข้าใจทั้งสองคน

 

Matt : น้องโซ่รู้เรื่องพี่กับเธอแล้วใช่มั้ย

 

ค่ะ

 

Matt : มันไม่ใช่อย่างที่น้องโซ่เข้าใจนะครับ

 

พี่ไม่ต้องอธิบายหรอกค่ะ

โซ่ไม่ได้คิดอะไร

 

"คุยกับใครอยู่" ฉันเงยหน้าจากจอมือถือ

"คะ?"

"ถามว่าคุยกับใครอยู่" เขาถามนิ่งๆ

"ป่าวนี่คะ"

"ลูกโซ่" เขากดเสียงต่ำ

"แหม๋ แค่นี้เอง ไม่เห็นต้องหึงออกนอกหน้าเลยนี่" ฉันยิ้มกรุ้มกริ้ม

"ฉันไม่ได้หึง แค่ถามเฉยๆ" อะ พี่ออกัสยังไงก็เป็นพี่ออกัสอยู่ยังวันยังค่ำ

"หึงก็บอกหึงค่ะ ทำไมต้องปากแข็งด้วย เดี๋ยวเถอะ ถ้าโซ่ไปมีกิ๊กแล้วจะรู้สึก" ฉันบอกขำๆไม่จริงจัง

"กล้าหรอ" เขามองหน้าฉัน ฉันทำเพียงแค่ยักไหล่ตอบไปเท่านั้น

"ถ้ากล้าก็ลองดู" เขาบอก

"เนี้ย ไม่หึงเลยจริงๆ เนาะ" ฉันพูดแล้วทำหน้าล้อให้เขา เขาส่ายหน้าเหนื่อยใจแล้วก้มทำงานต่อ ฉันเดินไปหยุดอยู่ข้างโต๊ะทำงาน ก่อนจะก้มหน้าเข้าไปใกล้ๆเขาเพื่อจะดูว่าอ่านอะไรอยู่

"ทำอะไร" เขาถามขึ้น

"ก็แค่อยากรู้ค่ะว่าอ่านอะไรอยู่" ฉันหันไปมองเขา ตอนนี้มันเลยทำให้ใบหน้าเราสองคนใกล้กัน ใกล้จนรับรู้ได้ถึงความอุ่นจากลมหายใจของเขา

ฉันมองสำรวจใบหน้าอันแสนจะเพอร์เฟค มันเหมือนมีมนต์สะกดที่สะกดให้ฉันไม่สามารถละออกไปจากใบหน้าหล่อนั้นได้ ฉันมองไล้ไปยังจมูกคมสัน มองไล้ลงไปยังปากบาง จู่ๆก็มีความรู้สึกว่าทำไมมันน่าจูบแบบนี้

"น้ำลายเธอไหล" แต่ก็ต้องมีเสียงที่ดังขึ้นมาราวกับไม้หน้าสามที่ตีลงมากลางแสกหน้าฉันพอดิบพอดี

ฉันรีบยกมือขึ้นเช็ดริมฝีปากตัวเองเร็วๆ แต่ก็ต้องรู้สึกอายไปอีก เมื่อรู้ว่าฉันกำลังโดนเขาแกล้งอยู่ เพราะฉันไม่ได้น้ำลายไหล เขาแค่แกล้งฉัน บ้าเอ้ย เสียท่าให้เขาจนได้

"ไม่มีสักหน่อย ชิ คนนิสัยไม่ดี" ฉันยู่หน้าใส่เขาพร้อมกับยืนเต็มความสูง เตรียมจะเดินกลับไปนั่งที่เดิม

"ว้ายย!" แต่ก็ไม่ทัน เพราะเขาเอื่อมมือมาจับแขนฉันไว้ แล้วดึงให้ลงไปนั่งแหมะอยู่ที่ตักเขา มือข้างหนึ่งของเขากำลังกอดเอวฉันไว้ ส่วนอีกข้างก็ยกขึ้นมาจับหน้าฉันให้หันไปหาเขาก่อนที่เขาจะประกบจูบลงมาที่ปากฉันพอดี

เขาดูดดึงมันเบาๆอย่างนุ่มนวล แล้วค่อยๆบรรจงจูบอย่างละเมียดละไม มันทำให้ฉันคล้อยไปตามอารมณ์ เขาไม่รู้เลยว่าการกระทำของเขามันกำลังทำให้ฉันแทบคลั่ง แค่เขากัดมาที่ริมฝีปากล่างฉันเบาๆ แค่นั้นมันก็ทำให้ฉันยอมเปิดปากให้เขาเข้าสำรวจโพรงปากได้ง่ายๆแล้ว ลิ้นร้อนทั้งสองเกี่ยวพันกันสลับไปมา ผลัดกันรุกผลัดกันรับอย่างดูดดื่ม มือหนาเริ่มอยู่ไม่สุขพลางลูบไล้ไปทั่วสะโพกกลมกลึงผ่านเนื้อผ้าที่ปกปิดอยู่ ลูบคลำบ้างบีบบ้างไปตามอารมณ์ ส่วนมือเล็กตอนนี้กำลังเกี่ยวพันคอคนตัวโตอีกข้างก็สางผมเขาเบาๆ มันยิ่งทำให้จูบนี้เร่าร้อนมากยิ่งขึ้น ทั้งสองจูบแลกลิ้นกันอยู่เนินนาน โดยไม่มีใครยอมใคร จนกระทั่งมีเสียงเข้ามาขัดจังหว่ะ

 

ก๊อก ๆ ๆ

 

เราสองคนจูบกันนานเท่าไหร่ไม่รู้ แต่พอฉันได้ยินเสียงเคาะประตู มันก็ทำให้สติฉันกลับคืนมา ฉันรีบลุกขึ้นจากตักพี่ออกัสทันที แล้วจัดเสื้อผ้า กับทรงผมให้เข้าที่เข้าทาง ก่อนจะเดินไปนั่งที่เดิมที่เคยนั่ง เขามองฉันพลางยักยิ้มมุมปาก โอ้ยย ขยันทำให้หวั่นไหวจริงๆพ่อคุณ เมื่อเห็นว่าฉันตีหน้ายักษ์ใส่ เขาจึงยักไหล่ส่งมา

 

"เชิญครับ" พี่ออกัสเปล่งเสียงเพื่อเป็นการอนุญาตให้คนข้างนอกเข้ามาได้

"คุณมาริสามาแล้วนะคะท่านรอง แต่ตอนนี้เธอขอตัวไปเข้าห้องน้ำอยู่ค่ะ" คุณอันเข้ามารายงาน

"ครับ งั้นถ้าเขามาแล้วก็เชิญเข้ามาเลยก็ได้ครับ" เขาตอบนิ่งๆ

"เอ่อ แล้ว..." เหมือนตอนนี้เขากำลังจะหมายถึงฉันนะ เพราะเขาสองคนหันมามองฉันทั้งคู่เลย นี่ฉันต้องออกไปสินะ โอเค ฉันเข้าใจว่าเขาต้องทำงาน ฉันไม่ใช่คนคิดเล็กคิดน้อยอยู่แล้ว

"ไม่เป็นไรครับ ให้โซ่อยู่นี่แหละ" เขาตอบคุณอันไป

"ไม่เป็นไรค่ะ เดี๋ยวโซ่ออกไปรอข้างนอกดีกว่า" ฉันบอกยิ้มๆ ตอนนี้ฉันยังไม่พร้อมมองหน้าเขาจริงๆ นึกแล้วก็อาย เมื่อกี้ฉันทำอะไรลงไปเนี้ย

"ตามใจ อยู่ข้างนอกรอ แล้วก็อย่าสร้างความวุ่นวายนะ เข้าใจมั้ย" เขาว่า หมายความว่าไงที่บอกว่าฉันวุ่นวายหนะ ชิ

"วุ่นวายหรอคะ เดี๋ยวโซ่จะเดินก่อกวนพนักงานของพี่ให้หมดเลยคอยดู ชิ!" เขายิ้มบางๆพร้อมกับส่ายหน้าให้กับสิ่งที่ฉันพูด

"หึ ผมฝากลูกโซ่ด้วยนะครับคุณอัน" เขาพูดนิ่งๆ

"ได้ค่ะท่านรอง" คุณอันรับคำพี่ออกัสยิ้มๆ

"เราไปกันเถอะค่ะคุณอัน" ฉันเดินไปจับมือคุณอันแล้วเดินออกมาจากห้องพี่ออกัส

"คุณลูกโซ่นั่งตรงนี้ก่อนนะคะ เดี๋ยวดิฉันไปเอาน้ำมาเสิร์ฟให้แขกของบอสแปปนึงค่ะ" เธอผายมือให้ฉันนั่งเก้าอี้ที่โต๊ะทำงานของเธอ

"ค่ะ" ฉันตอบยิ้มๆ พลางคิดไปถึงใบหน้าหล่อที่นั่งอยู่ในห้อง ทำไมพี่ออกัสต้องดึงเราไปจูบด้วย ปากก็บอกไม่รักไม่ชอบ แต่ก็ขยันทำให้ฉันหวั่นไหวอยู่เรื่อย ยังไงก็เถอะฉันยังไม่อยากคิดให้ความหวังตัวเอง ถ้าผิดหวังขึ้นมากลัวใจจะเจ็บจนรับไม่ไหวนะสิ เห้ออ!

 

"ฉันมาหาคุณออกัส" จู่ๆก็มีเสียงผู้หญิงคนหนึ่งดังขึ้นไม่ใกล้ไม่ไกล ฉันที่ก้มเล่นโทรศัพท์อยู่เลยไม่ได้สนใจเสียงนั้น

"ได้ยินที่ฉันพูดมั้ย!" ผู้หญิงคนนั้นพูดขึ้นเสียงดัง มันเลยดึงความสนใจให้ฉันหันไปมองก็เห็นว่าเธอกำลังมองฉันอยู่ อะไร? พูดกับฉันอยู่หรอ? ฉันหันมองรอบข้างก็เห็นว่าพนักงานคนอื่นๆ มองมาที่ฉันอยู่

"คุณพูดกับฉันหรอคะ?" ฉันชี้มาที่ตัวเอง เพื่อจะสื่อว่า คุณพูดกับฉันอยู่หรือป่าว

"โง่หรอ ถ้าฉันไม่ได้พูดกับเธอแล้วจะให้ฉันพูดกับใคร เธอไม่ได้ยินที่ฉันพูดรึไง แล้วนี่เป็นพนักงานหรอ ทำไมถึงแต่งตัวแบบนี้ได้ ที่นี่เขารับพนักงานที่แต่งตัวไม่รู้กาลเทศะเข้ามาทำงานได้ยังไงเนี้ย" ใส่มาเป็นชุด เธอมองฉันเหยียดๆ ฉันก้มมองดูการแต่งกายของตัวเองที่แต่งด้วยชุดมินิเดรสเปิดไหล่สีครีมสั้นระดับหน้าขา ฉันจะแต่งแบบนี้มันก็ไม่แปลกป้ะ เพราะฉันไม่ได้มาทำงาน แม่นี่คิดว่าตัวเองเป็นใครเนี้ยถึงมายืนมองคนอื่นด้วยสายตาไร้มารยาทแบบนี้

"ขอโทษนะคะ!" พูดจบฉันก็มองเธอตั้งแต่หัวจรดเท้าด้วยสีหน้าเหยียดๆ เหมือนที่เธอเคยทำก่อนหน้านี้

"เป็นอะไรมากรึป่าวคะ มาถึงก็ด่าคนอื่นปาวๆ เป็นคนมีปมหรอคะ" ฉันถาม

"ก็แค่ไม่ชอบ ไม่ชอบฉันก็แค่พูดออกมา เธอมีปัญหาอะไรมั้ย" มองด้วยสายตาเหยียดๆ ฉันอยากจะควักลูกตาของยัยป้านี่ออกมาบี้เล่นจริงๆ

"มีค่ะ เพราะตอนนี้สิ่งที่คุณกำลังทำมันเป็นการเหยียดดิฉันด้วยสายตาที่ไร้มารยาทอยู่" เธอเบ้ปากยักไหล่อย่างไม่แคร์สิ่งที่ฉันพูด ตอนนี้ฉันได้แค่นับหนึ่งถึงสิบอยู่ในใจเพื่อระงับอารมณ์ตัวเอง

"พอ ฉันไม่อยากมาต่อล้อต่อเฉียงกับพนักงานแบบเธอหรอกนะ"

"แล้วพนักงานแบบฉันมันทำไมหรอคะ" ฉันพยายามสะกดอารมณ์อย่างมาก

"มันคนละระดับกับฉันไง เพราะฉะนั้นไม่มีความจำเป็นอะไรที่ฉันจะต้องมายืนเฉียงกับเธอ" เธอมองฉันตั้งแต่หัวจรดเท้าแล้วยิ้ม

"ต้องโตมาในสังคมแบบไหนคะ ถึงจะต้องมีตรรกะป่วยๆ แบบนี้ได้หนะ คุณไม่ควรจะดูถูกใคร และคุณก็ไม่มีสิทธิที่จะมากดใครให้อยู่ต่ำกว่าคุณได้"

"นี่แก!...."

"หุบปาก!! ฉันยังพูดไม่จบค่ะ" ฉันชี้หน้าผู้หญิงคนนั้นแล้วสั่งให้เธอหุบปาก ก่อนที่ตัวเองจะพูดต่อ

"ความคิดของคุณกับการกระทำของคุณที่กำลังแสดงออกมาตอนนี้ ดิฉันบอกเลยนะคะว่ามันบ่งบอกถึงระดับของคุณได้อย่างดีเลย อ่อ ระดับที่ฉันหมายถึงนี่ไม่ใช่ระดับชนชั้นทางสังคมชั้นสูงนะคะ ฉันหมายถึงระดับทางสติปัญญาที่ต่ำเกินมาตรฐานหนะค่ะ"

"กระ...."

"อย่ากรี๊ดนะคะถ้าคุณไม่อยากอายไปมากกว่านี้หนะ" ฉันบอกเธอก่อนที่เธอจะกรี๊ดออกมา เธอหันมองดูรอบข้างก็เห็นว่ามีพนักงานกำลังมองมาทางพวกเรากันอยู่อย่างสนอกสนใจ เธอได้แต่กัดฟันแน่น เพื่อระดับสติตัวเองไม่ให้แตก

"ฝากไว้ก่อนเถอะ ฉันจะทำให้แกต้องมากราบขอโทษฉันให้ได้ คอยดู"

"ฉันจะรอนะคะ" เธอจ้องมองฉันอย่างโกรธแค้นแล้วเดินกระทบไหล่ฉันเข้าไปข้างในห้องพี่ออกกัสทันที เห้อออ! ฉันถอนหายใจออกมาดังๆ ทำไมฉันต้องมาเจอกับคนประเภทนี้ด้วยเนี้ย ฉันหันไปมองรอบตัวก็เห็นว่ามีพนักงานหลายๆคน ยืนส่งยิ้มมาให้ฉันอยู่ ฉันทำได้แค่ยิ้มตอบกลับพวกเขาไปเท่านั้น สักพักคุณอันก็เดินมาพอดี

"มีอะไรกันรึป่าวคะ" คุณอันถามฉันอย่างงงๆ พลางหันมองรอบตัวที่ตอนนี้มีพนักงานมองมาทางเราอยู่

"พอดีมีเรื่องนิดหน่อยค่ะ" ฉันบอกไปตามความจริง

"มีเรื่องอะไรคะ"

"พอดีโซ่มีปัญหากับลูกค้าที่พี่ออกัสนัดไว้หนะค่ะ"

"หะ!! ตายแล้ว" คุณอันมีสีหน้าตกใจเป็นอย่างมาก

"ยังค่ะ ยังไม่ตาย"

"คุณลูกโซ่"

"โซ่ขอโทษ ก็เธอมาทำกริยาน่าเกลียดใส่โซ่ก่อนเองนี่" ฉันพูดตามความจริง

"แล้วนี่ถึงขั้นลงไม้ลงมือมั้ยคะเนี้ย"

"ไม่ถึงขนาดนั้นค่ะ"

"เห้อ...ค่อยยังชั่ว ลูกค้าของบอสคนนี้เธอยิ่งไม่ค่อยเหมือนใครอยู่ด้วย" สงสัยผู้หญิงคนนี้คงจะเรื่องเยอะพอดูสินะ

"ไม่ได้ลงไม้ลงมือค่ะ แต่แค่...มีปากเสียง กระทบกระทั่งกันนิดหน่อย" ฉันยิ้มแห้งให้คุณอัน

"เอ่อ...คงไม่กระทบกระทั่งแรงมากใช่มั้ยคะ" คุณอันเริ่มหน้าซีด

"ไม่เท่าไหร่ค่ะ...แค่จะให้โซ่กราบขอโทษเท่านั้น"

"ไหนบอกไม่แรงไงคะ นี่ถึงขั้นต้องกราบกันเลยนะนั้น" อันธิกาคิดในใจ ไม่น่าปล่อยให้คุณมาริสาเข้ามาเองเลย หวังว่าเธอคงจะไม่ไปฟ้องบอสเรื่องที่เธอมีเรื่องกับคุณลูกโซ่นะ เพราะถ้าเป็นแบบนั้นคนที่จะซวยก็คงจะไม่พ้นเธอเป็นแน่

"คือ มันจะมีผลกับงานพี่ออกัสมั้ยคะ" ฉันถามสีหน้าเครียดๆ

"ดิฉันก็ไม่ทราบค่ะ แต่ตอนนี้ขอยาดมก่อน" เธอชี้ไปที่โต๊ะทำงาน ฉันรีบควานหยิบยาดมพร้อมกับเปิดฝายื่นให้คุณอันอย่างไว เห็นแบบนี้เริ่มรู้สึกผิดขึ้นมาแล้วสิที่ก่อเรื่องวุ่นวายให้พี่ออกัสอีกแล้ว แต่ฉันไม่ผิดนะ ถ้าเธอไม่เริ่มก่อนหนะ

"ไหวมั้ยคะ" ฉันถามด้วยความเป็นห่วง

"ไหวค่ะ แต่ตอนนี้ดิฉันต้องขอตัวเข้าไปหาบอสก่อนนะคะ" เธอบอกฉันสายตาละห้อย

"ค่ะ" ฉันบอกยิ้มๆ

 

เวลา 16.30 น.

20 นาทีผ่านไป

ฉันยังคงนั่งรอพี่ออกัสอยู่หน้าห้องดังเดิม ส่วนคุณอันที่เข้าไปก่อนหน้านี้ก็ยังไม่มีวี่แววจะออกมาสักที สงสัยคงจะคอยช่วยพี่ออกัสจัดการเอกสารอยู่

 

แอ๊ดด~

 

สักพักก็มีเสียงประตูถูกเปิดออกมาจากในห้อง ฉันหันไปมองทางประตูก็เห็นพี่ออกัสกำลังเปิดประตูให้กับผู้หญิงคนเมื่อกี้ ก่อนที่เขาจะเดินตามผู้หญิงคนนั้นออกมา ส่วนคุณอันก็เดินตามหลังมาติดๆ

ฉันยังนั่งอยู่ที่เดิมยังไม่กล้าที่จะลุกไปหาเขาเพราะกลัวว่าจะไปขัดจังหว่ะพวกเขาคุยงานกัน เลยจำต้องทำตัวเป็นเด็กดีนั่งรอพี่ออกัสอยู่ตรงนี้เงียบๆ คุยไม่นานฉันก็เห็นว่าพี่ออกัสกำลังเดินตรงมาทางฉัน โดยมีผู้หญิงคนนั้นมองตามหลังมาอย่างไม่วางตา

"ลูกโซ่" พอพี่ออกัสเรียก ฉันก็รีบลุกขึ้นทันที

"คุยเสร็จแล้วหรอคะ" ฉันถาม

"ยัง เดี๋ยวฉันต้องพาคุณมันนี่ไปทานข้าว เธอกลับไปก่อนนะ" เขาตอบด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย

"แต่ว่าโซ่จะกลับยังไงคะ"

"กลับแท็กซี่ ไม่งั้นก็ให้เพื่อนเธอมารับซะ"

"ไม่เอา โซ่ขอไปด้วยไม่ได้หรอ สัญญาว่าจะไม่กวนเลย" ฉันบอกอย่างอ้อนๆ

"เธอไม่เข้าใจหรอ ว่าฉันจะต้องไปคุยงานกันต่อ อย่าทำตัวมีปัญหาตอนนี้ลูกโซ่ แค่นี้เธอยังสร้างปัญหาให้ฉันยังไม่พออีกหรอ" เขาพูดเสียงขรึม สงสัยผู้หญิงคนนั้นคงจะเอาไปฟ้องแล้วสินะ

"...." สิ่งที่เขาพูดเมื่อกี้ มันทำให้ฉันเงียบไปโดยปริยาย ไม่รู้ว่าจะด้วยเหตุผลอะไรแต่ตอนนี้คือน้อยใจ ที่เขาบอกว่าฉันทำตัวมีปัญหา

"ให้เพื่อนมารับซะ" เขาบอก

"...." ฉันมองเขานิ่งๆ

"เข้าใจที่ฉันพูดมั้ยลูกโซ่" เขาย้ำเสียงขรึมอีกครั้ง แต่ฉันไม่สนใจอะไรแล้ว ฉันหยิบกระเป๋าแล้วเดินกระทบไหล่เขาตรงไปที่ลิฟท์ทันที จังหว่ะที่เดินผ่านหน้าผู้หญิงคนนั้นฉันเห็นว่าเธอกำลังมองเยาะฉันอยู่ ฉันหยุดตรงหน้าเธอเราสองคนจ้องกันตาเขม่ง

"แกรอรับผลกับสิ่งที่แกกล้าปากดีกับฉันได้เลย" เธอขยับเข้ามาใกล้ฉันก่อนจะพูดให้ได้ยินกันเพียงสองคนเท่านั้น พูดจบเธอก็เดินกระทบไหล่ฉันแล้วเดินไปเกาะแขนพี่ออกัสที่เดินมาหยุดอยู่ข้างหลังฉันเมื่อไหร่ไม่รู้

"เราไปกันเลยมั้ยคะคุณออกัส มันนี่เริ่มหิวแล้ว" เธอพูดเสียงอ้อนๆ อ้อนตีนฉันเนี้ย

"เชิญครับ" แล้วทั้งสองก็เดินเข้าไปในลิฟท์ด้วยกัน ตามหลังด้วยคุณอันที่หันมาโบกมือลาฉัน แล้วเดินเข้าลิฟท์ไป ชิ พี่ออกัสนะพี่ออกัสทำกับฉันได้ ประตูลิฟท์ค่อยๆเลื่อนปิด แต่สักพักก็เปิดอ้าออก

"ยืนนิ่งอยู่ทำไม รีบๆ เข้ามาสิ" เป็นพี่ออกัสนั้นเองที่เป็นคนกดเปิดประตูลิฟท์ให้

"จะเข้ามามั้ย" ทำเป็นเข้ม น่าหมั่นไส้จริงๆ ฉันกรอกตามองบน ก่อนจะเดินเข้าไปในลิฟท์ ฉันเดินแทรกตัวเข้าไปยืนอยู่ข้างหลังพวกเขา ส่วนข้างๆฉันนั้นเป็นคุณอัน เธอหันมายิ้มให้ฉันบางๆ ฉันเลยยิ้มกลับไปให้เธอเช่นกัน

"เราไปทานร้านไหนกันดีคะคุณออกัส" ผู้หญิงคนนั้นยิ้มให้พี่ออกัสพลางแกว่งแขนเขาไปด้วยเบาๆ ผู้หญิงเนียนจับแขนยังไม่รู้รึไง น่าโง่จริงๆ ฉันคิดในใจ พลางเบ้ปากไปด้วย

"คุณมันนี่อยากทานอะไรหละครับ" เสียงอ่อนเสียงหวานจริงๆพ่อคูณณ ทีกับฉันนะทำเสียงขรึม สองมาตรฐานชัดๆ

"มันนี่ว่าตามใจคุณออกัสดีกว่านะคะ แถวนี้มันนี่ไม่ค่อยรู้จักร้านอร่อยๆเท่าไหล่" ไม่พูดเปล่าแต่เธอยังเบียดตัวเองเข้าไปใกล้พี่ออกัสมากกว่าเดิม นี่ฉันนึกว่าชาติที่แล้วเกิดเป็นตุ๊กแกนะเนี้ย เกาะเก่ง!

"งั้นไปร้าน M Bar ก็แล้วกันครับ บรรยากาศดีอาหารอร่อยด้วย" ดี! ฉันจะได้ไม่ไปร้านนี้!

"ค่ะ คุณออกัสว่าไง มันนี่ก็ว่าตามค่ะ" แล้วทั้งสองก็หันมายิ้มให้กัน แล้วทำไมฉันต้องมาทนดูอะไรแบบนี้ด้วยเนี้ย!! ฉันกัดฟันแน่น พร้อมกับหันหน้าหนีไปอีกทาง

 

ติ๊ง~ เสียงประตูลิฟท์เปิดออกพอดี

"หลบหน่อยค่ะ พอดีอยากจะอ้วก!"

 

 

 

 

 

 

***ยังไม่ได้แก้คำผิดนะคะ เดี๋ยวจะมาแก้ให้ทีหลัง***

 

***ผิดพลาดตรงไหนก็ขออภัยด้วยนะคะ😊🙏🙏***

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ความคิดเห็น