เลิฟ

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : ความรู้ใหม่

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย แอ็คชั่น,บู๊ล้างผลาญ

คนเข้าชมทั้งหมด : 31

ความคิดเห็น : 1

ปรับปรุงล่าสุด : 16 พ.ค. 2563 11:11 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ความรู้ใหม่
แบบอักษร

ฉันไม่รู้ตัวว่าตัวเองเบิกตากว้างแล้วจ้องหน้าหล่อคมของร่างสูงอฃค์รัชทายาทแห่งเมืองชัยรานคร ในใจยังใจหายไม่หยุด ความรู้สึกตอนนี้คือ

ต้องทำยังไงก็ได้ ทำอะไรก็ได้!!!! ไม่ให้ร่างสูงตรงหน้าหายไป ไม่ให้ได้รับบาดเจ็บ เหมือนความเจ็บทั้งหมดจะถูกส่งมาบั่นทอนจิตใจของฉันซะเอง กระวนกระวายไปหมดแล้ว

"ม หมอหลวง!!"เมื่อได้สติฉันจึงตะโกนเรียกหมอดังลั่น คนระแวกนั้นต่างตื่นตระหนกเพราะมือขององค์รัชทายาทนั้นมีเลือดออกไหลเป็นทางยาว แต่ไม่มีท่าทีความเจ็บปวดสักนิด

(คีรีจะเจ็บนิดเดียว40%แต่มนตราจะเจ็บไปทั้งร่าง60%)

หมอหลวงวิ่งกระหืดหระหอบเข้ามาแล้วตรงจแผลรัชทายาท หมอหลวงพามาในห้องๆนึงที่น่าจะเป็นที่พัก หมอสายตาแกไม่ค่อยดีมั้ง ฉันทำแว่นไม่เป็นด้วยดิ ที่นี่มียาชาที่ทำจากพิษของงูเมฆา งูที่จะออกล่าตอนกลางคืน และเมื่อเหยื่อเข้าใกล้มันจะพ้นพิษขึ้นสูงเพื่อดักเหนือให้ขยับไม่ได้หรือชานั่นเอง ใช้พิษงูกับดอกมัสสึเล็กน้อย ต้องเย็บแผลกันเลยทีเดียวเพราะมันลึกและยาว แต่..

ฉันนี่สิ ที่เจ็บไปทั้งร่างเหมือนมีคนเอาค้อนมาทุบที่หัวใจยังไงอย่างงั้น ถ้าฉันต้องปกป้องเค้าจริง ก็แปลว่า ฉันได้ทำตามสัญญาที่ให้ไว้กับแม่

"ฉันทำเอง"ฉันแย่งเข็มจากหมอมาแล้วไล่ให้หมอไปไกลๆ เว็บสะเปะสะปะไปหมด ฉันเคยเรียนเย็บแผลมาจากโรงเรียนสอนนักฆ่าตอน4ขวบ เชื่อไหมว่าตอนฉัน5ขวบโรงเรียนนั้นให้ฉันเย็บท้องคนจริงๆเย็บแผลปริก็ตายเพราะไม่มีโอกาสแก้ตัวครั้งที่สอง และที่สำคัญ ของในท้องที่ต้องเย็บปิด มันคือยาเสพติดที่บรรจุถุงเอาไว้ ฉันทำตายไปหลายคนอยู่แต่ก็ไม่กากขนาดนั้น

คีรีจ้องไม่วางตาทำเหมือนฉันจะทำให้เค้าตายยังไงอย่างงั้น เหอะ ถ้าคีรีตายฉันคงได้ตรอมใจตายตาม นี่ขนาดแผลแค่นี้นะ...ฉันยังเจ็บขนาดนี้เลย

"เสร็จล่ะ.."ฉันพูดขึ้นหลังจากเย็บเข็มสุดท้ายเสร็จ ฝีมือไม่ตกจริงๆด้วย

"ถ้าขยับมือข้างนี้มากไปแผลจะแตก ต้องเย็บใหม่นะ"ฉันบอกขณะที่กำลังเก็บเข็มลงกระเป๋ายา

"เจ้ามาจากไหนกันแน่.."คีรีเอ่ยถามด้วยเสียงเรียบ

ฉันสตั้นไปพักนึง..บอกว่ามาจากอนาคตดีมั้ยนะ และก็ไม่รู้ด้วยว่าเหตุการณ์ต่อจากนี้เป็นยังไงเพราะโรงเรียนนักฆ่าไม่สอนประวัตศาสตร์

"เจ้าก็รู้อยู่แล้วหนิ..เผ่ารัคกยาไง"ฉันพูดไปตามที่พวกเค้าเข้าใจทั้งหมด พวกเค้าคิดว่าฉันมาจากป่าหิมพานต์ก็มาจากป่าหิมพานต์

"อือ...เจ้าไปพบเสด็จพ่อเถอะ ข้าอยากพักผ่อน"คีรีทิ้งไว้แค่นั้นแล้วก็นอนห่มผ้าหันหลังให้เลย=_= คิดว่าเท่ห์มากทั้ง

ฉันออกมาจากห้องตามที่คีรีบอก และมีคนรอเชิญชั้นไปที่ท้องพระโรงใหญ่เพื่อเข้าร่วมการประชุม

ฉันเดินเข้ามาก็พบกับสายตามากมายที่จดจ้องมา ค่อนข้างอึดอัดกับอะไรแบบนี้นะ ฉายานังแมวป่าหรือแบล็คแคทก็ไม่มีใครเคยเห็นหน้าจริงหรือเห็นตัวก่อนฆ่ามาตลอด พอมาโดนจับจ้องแล้วมันก็..

"อาการคีรีเป็นอย่างไรบ้าง"ท้าวพงพุทสาเอ่ยถาม

"ไม่เป็นอะไรมากหรอก แค่เข้าลึกจนต้องเย็บไปสามสี่เข็ม จากนี้ถ้าระวังไม่ให้มือข้างนั้นเคลื่อนไหวจนแผลแตก 2อาทิตย์ก็ตัดไหมได้แล้ว"ฉันตอบไปตามความจริง

"อือ..แล้วเจ้าจะทำยังไงกับปืน"ท้าวพงพุทสาเอ่ยถาม

"ข้าจะสั่งผลิตออกมาใหม่ทั้งหมด ในเมื่อทัพศรัตรูมีใช้เราก็ต้องมี ถ้าไม่ก็แพ้อย่างเดียว ท่านคิดว่าไง"ฉันไม่ได้ขอความเห็นอยู่แล้วเพราะคำตอบมันมีอยู่คำเดียว

"ได้! เจ้าต้องการอะไรบ้างบันทึกในสมุด ข้าจะให้ช่างจากทั่วทุกสารทิศมาทำให้"ท้าวพงพุทสาบอก มีคนนำกระดาษกับดินสอ?มาให้ ฉันก็เขียนๆไป ส่วนผสมของปืน และที่สำคัญต้องแข็งแรงมากๆ ทำไป2000กระบอก กับมีดสั้นที่ฉันวาดแบบทิ้งไว้ตั้งแต่อยู่ลอนดอน ว่าจะให้ช่างทำให้แต่ดันมาอยู่ที่นี่ซะก่อน เลยคิดแบบมีดนั่นมา เอาเป็นมีดสั้น2000 แล้วก็พวกของมีคมบลาๆ ศิลปะการต่อสู้ต้องได้รับใหม่มาทั้งหมด ถึงจะเก่งอยู่แล้วต้องเก่งขึ้นอีก คนกำลังน้อย สู้แบบซึ่งหน้าไม่ได้ ต้องตีวงล้อมเอา...

ฉันจดสิ่งที่ต้องการทั้งหมดไปแล้ว จึงขอตัวออกไป บรรยากาศน่าอึดอัดชมัด พอออกมาก็เจอนิทัศน์กับดินแดนยืนดักรออยู่แล้ว

"มนตรา องค์รัชทายาทเป็นอย่างไรบ้าง"ดินแดนเอ่ยถาม

"ไม่เป็นไรมาก ถ้าไม่ขยับจนแผลแตก2อาทิตย์ก็ตัดไหม"ฉันพูดไประหว่างเดิน

"จริงสิ!ตอนนี้มีการฝึกทหารอยู่ด้านหลัง เจ้าจะไปดูมั้ย"นิทัศน์ร้องทักขึ้นมา ฉันนี่หูพึ่งเลย

"ไปสิ!"ฉันรีบตอบรับ แล้วก็ขึ้นมาขับไปที่ด้านหลังที่มีการฝึกซ้อม ว้าวกล้ามทั้งนั้นเลย(〃゚3゚〃)

พวกเราลงม้าแล้วเข้าไปแจมในวงล้อมทันที ก็สู้กันดีเดือดเหมือนกัน แต่โจมตีไม่ถูกจุดสำคัญเลย ถ้าโดนจุดแปปเดียวก็น็อกไม่ต้องยืดเยื้อขนาดนี้หรอกนะ ถึงขนาดตัวจะไม่เท่ากันถ้าหาจุดอ่อนได้มันจะง่ายมากๆ ฉันต่อสู้กับผู้ชายอกสามศอกมากี่คนแล้วละ

"เจ้ามีอะไรจะชี้แจงหรอ?"นิทัศน์คงดูฉันออกเลยกระซิบถาม

"อือ..แต่ดูไปก่อน"ฉันบอกกับนิทัศน์แล้วบอกให้ดูไปก่อน ต่อสู้กันแบบไม่ยอม ลุกแล้วลูกอีก ใจกล้าไม่เอาเลยนะ ฉันแทบจะหันหลังกลับอยู่แล้วแต่มีเสียงเรียกเสียก่อน

"จะไปไหนเล่าคนเผ่ารัคกยา.."เสียงของใครไม่รู้ดังขึ้นข้างหลัง ดึงความสนใจทุกคนมาหาฉันหมด ฉันหันกลับไปก็เจอคนที่รุ่นราวคราวเดียวกันกับฉัน แต่กล้ามแน่นหน่อย ซิกแพคนี่อื้อหือออออออ ไม่ได้!!!!

"มีอะไร"ฉันตัดสินใจถาม

"เห็นท่านยืนดูนานแล้ว เห็นว่าท่านมีความรู้ด้านอาวุธไม่ทราบว่ามีความรู้เรื่องการต่อสู้ด้งยหรือไม่"คนตรงหน้าไม่ได้มาดี แค่มาทำให้ฉันอับอายก็แค่นั้น หวังให้ตอบว่าไม่มีสินะ หึ ฉันยกยิ้มมุมปากแล้วหันหลังไปสบตาร่างสูง

"หาดยังงั้นคงต้องสู้กัน"เป็นคำท้าที่มีเสียงโห่ดังขึ้นมาอย่างตื่นเต้น ให้ทายคงมีฝีมือไม่น้อย

"มันคือไอ้สิงค์ คนฝึกการสู้รบของทหาร มันเก่งมากระวังไว้ด้วย"ดินแดนกระซิบก่อนจะลงสนาม

ฉันกับสิงค์ยืนประจันหน้ากันอยู่ที่ตรงกลาง เสียงคนโห่กันมาใหญ่ เดี๋ยวได้รู้

ไอสิงค์ไม่พูดพร่ำทำเพลง มันชิงฮุคซ้ายเข้ามา และฉันหลับได้สวนหมัดขวาเข้าหน้ามันเต็มๆจนปากแตก แม่งกันมายิ้มด้วยโครตขนลุกมันต่ิยซ้ายมาสองรอบฉันตั้งการ์ดกัน ถนัดซ้ายสินะ..ฉันหมุนตัวฟาดซอกเข้าข้อพับของแขนซ้ายอย่างจัง สีหน้ามันเหยเกไปเลย ขยับลำบากแล้วสินะ...ฉันพุ่งเข้าไปหมัดซ้ายขวาสลับกัน เซยคางเตะข้อผับเข้าหมุนล็อกแขนมัน เป็นอันจบ

"ซี๊ดดด"มันร้องออกมา ข้อพับขาก็ถูกกดให้คุกเข่าแถมยังโดนบิดแขนไขว้หลังอีกด้วย

"ยอมแพ้รึยัง.."ฉันถามมันไป ซึ่งแน่นอนว่ามันไม่กล้าตอบชัวร์ๆ ฉันเลยบิดสูงขึ้นอีก

"อร๊ากๆ ยอมๆยอมแล้ว"มันว่าเสร็จฉันเลยปล่อยมือ มันรีบลุกขึ้นจับข้อแขนตัวเองข้างซ้าย ฉันหันหลังกลับทันที

"เดี๋ยว!!!"เสียงไอสิงค์ตะโกนจากด้านหลัง

"สอนข้าได้หรือไม่"ห้ะ? ฟังผิดป่ะ เชื่อมั้ยว่าแววตาตอนก่อนแข่งกับหลังแข่งมันเปลี่ยนไปขนาดไหน ตอนนี้กลายเป็นตาลูกหมาไปแล้ว!!?

"อ เออ"ฉันรับคำมันไป ไม่ใช่แค่แววตา บรรยากาศมันชวนฟรุ้งฟริ้งแปลกๆ แสบตาโว้ย!!!

"ท่านพูดแล้วนะ!! พรุ้งนี้มาหาข้า ข้าจะพาท่านเที่ยว!"สิงค์พูดด้วยท่าทางตื่นเต้นแล้วเดินกลับบ้านด้วยท่าทางร่างเริง

 

 

 

 

 

สิงค์หรือหมา????

เค้ากลับมาอัพแย้ววว

 

 

ความคิดเห็น