Asami chan

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

เลี้ยงเด็กครั้งที่ 1 : เด็กใหม่

ชื่อตอน : เลี้ยงเด็กครั้งที่ 1 : เด็กใหม่

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย เกาหลี

คนเข้าชมทั้งหมด : 66

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 16 พ.ค. 2563 12:02 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
เลี้ยงเด็กครั้งที่ 1 : เด็กใหม่
แบบอักษร

"ยุยลูก"

"ขาา แม่"

"ไปสถานเลี้ยงเด็กได้แล้วลูก วันนี้มีเด็กมาใหม่นะ เค้าจะมาตอนบ่าย 2 น่ะ"

"โอเคค่ะแม่"

สวัสดีค่ะ ฉันชื่อ ยุย นะคะ อายุ 17 ปี พอดีคุณพ่อเป็นคนญี่ปุ่น ฉันเลยเป็นลูกครึ่งญี่ปุ่น ชื่อฉันเลยมีความญี่ปุ่นหน่อยๆนะคะ

ญี่ปุ่นเยอะไปละ 55

กลับมาที่เกาหลีค่ะ คุณแม่ของฉันเป็นเจ้าของสถานเลี้ยงเด็กในโซล ตอนนี้เป็นช่วงปิดเทอม ฉันต้องไปทำงานที่นั่นตลอด 2 เดือน พอเปิดเทอมจะมาที่นี่แค่วันเสาร์ ฉันมีหน้าที่ดูแลเด็กตั้งแต่อายุ 5-12 ปี ยังพอรับมือไหวค่ะ เคยดูแลเด็ก 1 ขวบ นี่ซนไม่ใช่เล่นเลยค่ะ อธิบายอะไร แกก็ยังไม่รู้เรื่องเท่าไหร่ เลยขอดูแลเด็กที่พอรู้เรื่องแล้วบ้างดีกว่า อ่า...พูดมาเยอะละ ตอนนี้ฉันต้องรีบไปแล้วล่ะค่ะ เด็กใหม่วันนี้จะเป็นใครกันนะ

[ สถานเลี้ยงเด็ก ฮวายังยอนฮวา ]

"ยัยยุย ทำไมมาช้าอย่างนี้ล่ะ เด็กใหม่มารอตั้งนานแล้วนะ"

พอฉันเปิดประตู พี่เยริน พี่สาวฉันก็โผล่หน้ามาดุฉันทันที

"ขอโทษค่ะพี่เยริน แล้วไหนล่ะคะ เด็กใหม่"

"อยู่ในห้อง 7"

"อ่าว แล้วผู้ปกครองล่ะคะ"

"คุณพ่อของน้องบอกต้องรีบไปทำงานที่ต่างประเทศน่ะ ฝากให้ดูแลไปไม่มีกำหนดเลย แต่เค้าจะโอนเงินมาให้ทุกเดือนนะ"

"หือ จะมารับเมื่อไหร่ก็ไม่บอก เงื่อนไขของเราถ้าเด็กอยู่ที่นี่เกิน 2 เดือน แล้วไม่มารับเด็กไป เราต้องติดต่อกลับไปนะ และถ้าเขาไม่มารับหรือติดต่อไม่ได้ เราจะทำยังไงอ่ะพี่ ไม่เคยมีกรณีรับเลี้ยงเด็กแบบนี้เลย"

"ก็คงต้องให้คนอื่นมาอุปการะเด็ก หรือแกจะเลี้ยงเองล่ะ"

"เหยย ไม่เอาพี่ หนูก็รักเด็กนะ แต่ให้เลี้ยงไปตลอดชีวิตคงไม่ไหวหรอก"

"อ่ะๆ ไปหาน้องใหม่ได้แล้ว"

ฉันเดินตามพี่เยรินจนถึงหน้าห้องริมสุด พอเปิดเข้าไป ก็เจอเด็กอายุราวๆ 7 ไม่ก็ 8 ขวบ ยืนอยู่หน้าชั้นของเล่น แต่ว่า...

"ว้ายย! ทำไมของเล่นพังหมดเลยล่ะ ใครทำน่ะพี่"

ฉันรีบกุลีกุจอวิ่งเข้าไปเก็บตุ๊กตาพลาสติกที่ตอนนี้มันแตกไม่มีชิ้นดีอยู่ที่พื้น

"ผะ..ผมทำเองครับ"

และก็มีเสียงเด็กผู้ชายที่น่าจะเป็นต้นเหตุพูดขึ้นข้างๆ ฉันเลยเงยมองหน้าเด็กใหม่ที่มาถึงก็ทำของเล่นพังเลย รู้มั้ยว่าตุ๊กตาตัวนี้ฉันใช้เงินซื้อให้โซมีเล่นเลยนะ ถึงโซมีจะมีคนอุปการะไปแล้วก็เถอะ มาทำพังแบบนี้ได้ยังไงเนี่ย

"นี่! อย่าไปโกรธน้องเลยนะ น้องเค้าพึ่งมาใหม่ คงไม่ชินที่ เลยเดินไปปัดนู่นปัดนี่หล่น"

เฮ้อ...ยัยยุย อย่าโมโหใส่เด็ก อย่าโมโหใส่เด็ก!! คุณแม่บอกไว้นะเว้ย

ฉันรวบรวมสติ แล้วค่อยๆหันไปมองหน้าเด็กใหม่อีกครั้ง

"ว่าแต่ หนูชื่ออะไรเนี่ย"

"ผมชื่อ คิม นัมจุนครับ อายุ 8 ปี"

หลังจากนั้นฉันก็ค่อยๆทำความรู้จักกับเด็กใหม่ที่ชื่อนัมจุน ถึงเค้าอายุแค่ 8 ขวบ แต่บุคลิก ท่าทาง การพูดจาดูเป็นผู้ใหญ่มาก เวลาคุยด้วย ฉันเลยเกร็งแทนที่นัมจุนจะเกร็งซะอีก

ไอเด็กนี่ จะพูดสุภาพไปถึงเมื่อไหร่

"นี่ นัมจุน ไม่ต้องพูดสุภาพกับพี่ขนาดนั้นก็ได้"

"ไม่ได้หรอกครับ คุณยุย ผมอายุน้อยกว่าคุณยุยหลายปีเลยนะครับ จะให้พูดเป็นกันเองได้ยังไง"

แหม่...ไม่ฟังกันเลยนะ

"มะ..ไม่ใช่อย่างนั้น หรือใช่ดีนะ อ่าาา ก็ถูกของนัมจุนแหล่ะ ที่อายุน้อยกว่าพี่ แต่แบบนี้มันก็ทางการเกินไปนะ เรียกว่าพี่ก็พอ ไม่ต้องถึงคุณหรอก"

"แต่-"

โอเค พูดดีๆไม่ฟัง ฉันคงต้องขัดแล้วล่ะ

"ไม่มีแต่นะครับ"

เป็นผล พอฉันขัด เด็กนัมจุนก็รีบเม้มปากแน่นทันที ฉันเลยย้ำชื่อของฉันกับสรรพนามที่เค้าควรจะพูดให้ถูกต้องอีกครั้ง

"ไหนพูดซิ พี่-ยุย"

"พี่-ยุย"

"น่านนแหล่ะ ทีหลังเรียกว่าพี่ยุยก็พอนะ"

"ก็ได้ครับ"

.

.

.

(หลายวันผ่านไป)

ฉันเริ่มสนิทกับนัมจุนมากขึ้น คุยกันมากขึ้น จากที่เขาชอบพูดสุภาพเกินเหตุ ก็พูดน้อยลงเหมือนเด็กทั่วไป ฉันก็ได้รู้ว่า นัมจุนเป็นเด็กที่มีความคิดเป็นผู้ใหญ่และฉลาดสุดๆเลย จะว่ามีไอคิว 140 อัพเลยก็ว่าได้ แต่ติดอยู่เรื่องนึงนี่สิ...

เพล้ง!!

"นัมจุน!! เกิดอะไรขึ้น"

"อ่า..ผม ทำแก้วแตกอ่ะครับ"

นัมจุนดันชอบทำของพังเนี่ยสิ!! ทำของพังตั้งแต่วันแรกที่เจอกันยันตอนนี้เลย

"เฮ้อ...จะทำของพังแบบนี้ทุกวันเลยรึไง หืม?"

ฉันหันไปเลิกคิ้วถามนัมจุนที่ยืนทำหน้าหงอยอยู่ข้างๆ

"ขอโทษครับ ผมชอบทำของพังเรื่อยเลย มันแก้ไม่หายอ่ะครับ"

"อยู่บ้านเนี่ย เป็นแบบนี้ด้วยรึเปล่า"

"ก็เป็นบ้างครับ แต่ก็ไม่มีใครเคยว่าผม ตักเตือนผม"

"อ่าว ทำไมล่ะ"

นัมจุนเงียบไปซักพัก และก้มหน้าลง แต่ไม่นาน ก็เงยหน้าขึ้นมาพูดปกติ

"คุณพ่อยุ่งน่ะครับ เลยไม่ค่อยมีเวลาอยู่กับผมซักเท่าไหร่ มีแต่พี่แม่บ้านที่คอยเตือนผม และก็อยู่กับผมครับ"

"อ่ออออ แต่...ตอนนี้นัมจุนก็อยู่กับพี่นะ เล่นกับพี่ได้ทุกวันเลย แต่ว่า ทีหลังต้องหัดระวังมือ ระวังเท้าหน่อยนะ ถ้าไปโดนทำของแตกอย่างวันนี้อีก นัมจุนจะโดนบาดได้นะ"

"ครับ ผมจะไม่ทำและระวังให้มากกว่าเดิมครับ"

"ดีมาก!! งั้นนัมจุนไปเล่นของเล่นก่อนนะ พี่ขอทำความสะอาดแก้วที่แตกแปปนึง"

"ไม่เป็นไรครับ ผมช่วยพี่ยุยเอง"

"เฮ้ย!! เด็กดีจังนะเรา แต่เดี๋ยวแก้วบาดเอา ไม่เป็นไรหรอก พี่ทำเอง"

"ก็ได้ครับ พี่ทำความสะอาดเสร็จแล้ว มาเล่นท่องสูตรคูณกับผมนะ"

"โอเคเลยย!!"

ทำไงดีนะ...ฉันเริ่มหลงรักเด็กคนนี้เข้าแล้วสิ

.

.

.

1 อาทิตย์ผ่านไป ไม่มีวี่แววของเด็กใหม่เข้ามาเลย รวมถึงคุณพ่อของนัมจุนด้วย เด็กที่นี่ก็มีคนอุปการะไปเลี้ยงกันหมดแล้ว ที่นี่เลยมีแค่นัมจุนคนเดียว คงเหงาน่าดูเลย ทุกๆวันนัมจุนเห็นแต่หน้าฉันจะเบื่อมั้ยเนี่ย

"อ่าว เที่ยงแล้วนี่ นัมจุนหิวแล้วแน่เลย"

ฉันรีบตักซุปต็อกที่พึ่งทำร้อนๆ ใส่ชามทั้งถ้วยเล็กและถ้วยใหญ่ ไม่ต้องคิดหรอกนะว่าถ้วยใหญ่นัมจุนจะกิน ของฉันเองแหล่ะ แฮะๆ พอตักเสร็จก็เดินบึ่งไปที่ห้องริมสุดเหมือนเดิม แต่พอฉันเปิดเข้าไป ก็เจอนัมจุนนั่งอยู่ที่มุมห้อง

"นัมจุนอาา มากินข้าวกัน วันนี้มีซุปต็อกด้วยน้าา"

"....."

อ่าว เงียบ....ฉันทำอะไรให้นัมจุนโกรธรึเปล่าเนี่ย

ฉันวางถาดซุปต็อกไว้ที่โต๊ะญี่ปุ่น แล้วค่อยๆเดินไปหานัมจุน ที่ดูไม่สดใสร่าเริง เหมือนวันที่มาใหม่ๆ

"นัมจุน เป็นอะไรรึเปล่าครับ ไม่หิวหรอ"

หลังจากที่ฉันพูด คำตอบที่นัมจุนตอบกลับมา ทำหัวใจฉันอ่อนยวบไปทันที

"คุณพ่อ.....ผมคิดถึงคุณพ่อ เมื่อไหร่คุณพ่อจะมารับผมครับพี่ยุย"

นัมจุนพูดไม่แม้แต่จะมองหน้าฉัน ฉันเห็นแล้วก็อดสงสารไม่ได้ เลี้ยงเด็กมาตั้งแต่อายุ 15 เจอเด็กแบบนี้มาเยอะ ก็ยังไม่ชินซักทีนึง

ทำไมกันนะ เป็นพ่อ เป็นแม่ก็ต้องมีความรัก ความห่วงใยลูกบ้างสิ ไม่ใช่หายหน้าหายตาไปแบบนี้ ติดต่อมาสักหน่อยก็ยังดี แต่นี่ไม่มีอะไรติดต่อกลับมาเลย แบบนี้เด็กๆก็ขวัญเสียกันหมด ไม่รักลูกกันบ้างรึไงนะ

ถ้าไม่มีสถานเลี้ยงเด็ก พวกเด็กๆเหล่านี้จะอยู่กันยังไง

ฉันค่อยๆลูบหัวของนัมจุนเบาๆ ทำให้เด็กน้อยเงยหน้าขึ้นมามองฉัน ถึงเขาไม่ได้ร้องไห้ ฉันก็รู้...ว่าเขาเสียใจมากแน่ๆ

"คุณพ่อไม่รักผมแล้วหรอครับ"

"ไม่พูดแบบนี้สิ คุณพ่อต้องรักนัมจุนอยู่แล้วสิครับ"

"แล้วทำไม คุณพ่อไม่มาหาผมเลยล่ะ"

"คุณพ่อเค้าต้องไปทำงาน หาเงินมาดูแลนัมจุนไง นัมจุนรอคุณพ่อหน่อยนะ ยังไง คุณพ่อต้องมารับนัมจุนกลับไปแน่ครับ"

"จริงหรอครับ คุณพ่อยังรักนัมจุนอยู่ใช่มั้ยครับ"

"จริงสิ คุณพ่อต้องรักนัมจุนมากที่สุดอยู่แล้ว เชื่อพี่นะ"

นัมจุนก้มหน้าเหมือนตัดสินใจที่จะตอบฉัน ซักพัก เขาก็เงยหน้ายิ้มให้ฉันพร้อมแก้มทั้ง 2 ข้างที่บุ๋มลงไปเป็นลักยิ้มที่แสนมีเสน่ห์และดูสดใสมาก

"ครับ ผมเชื่อพี่ยุยครับ"

นัมจุนเข้ามากอดฉัน ฉันก็กอดตอบกลับไป ถึงฉันไม่เห็นนัมจุนร้องไห้ แต่ก็ไม่ใช่ว่าเค้าไม่เสียใจเลย

ฉันยอมรับเลยล่ะว่านัมจุนเป็นเด็กที่เข้มแข็งมาก แต่เด็กที่นี่ตอนนี้ก็มีแค่นัมจุนคนเดียว

เมื่อไหร่จะมีเด็กใหม่เข้ามานะ จะได้มาเป็นเพื่อนเล่นนัมจุนให้หายเหงา ไม่เศร้าแบบนี้

 

 

_________________________________________________________

 

อย่าลืมแชร์ กดติดตาม และเม้นท์เป็นกำลังใจให้ไรต์ด้วยนะคะ

#พี่เลี้ยงเด็ก

 

ความคิดเห็น