ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

บทที่7 ปฏิเสธรัก

ชื่อตอน : บทที่7 ปฏิเสธรัก

คำค้น : พญาครุฑ พญานาค รักแท้ สามชาติสามภพ ความผูกพันธ์

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 228

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 15 พ.ค. 2563 21:23 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่7 ปฏิเสธรัก
แบบอักษร

"นาค..นางเป็นนาค!" 

ครุฑตนหนึ่งโพล้งขึ้นเรียกความสนใจครุฑอีกหลายตนที่มองนันทินีราวกับนางเป็นสิ่งของที่ควรตกอยู่ใต้อาณัติของพวกตน

"พวกเจ้าอย่ายุ่งกับนางเลยนะนางเป็นนาคตระกูลฉัพพยาปุตตะตามกฎแล้วพวกเจ้ากินนางหาได้ไม่"

"แล้วใครบอกเจ้าล่ะเวหะว่าพวกเราจะกินนางพวกเราก็แค่.....อยากพานางไปเยี่ยมชมวิมานสักหน่อยก็เท่านั้นเอง"พวกครุฑกักฬะเริ่มแสดงอำนาจบาทใหญ่พลันส่งครุฑตนหนึ่งเข้ามาจับกุมเวหะที่ทำท่าต้อต้านเพราะจะปกป้องนันทินี

"พวกเจ้าปล่อยเวหะเดี๋ยวนี้นะเสียแรงที่เกิดเป็นครุฑเหตุใดจึงคิดทำเรื่องน่าละอายถึงเพียงนี้!"นางต่อว่าด้วยความโกรธเช่นเดียวกับเจ้ากวางและเจ้าหนูยักษ์ด้านล่างที่เริ่มอยู่ไม่สุกรู้เลยว่าอีกไม่นานจะต้องเกิดเรื่องขึ้นแน่

"ข้าว่าเจ้าห่วงตัวเองดีกว่าแม่นาคน้อยเอ๋ย ข้าให้สัญญาว่าจะเลิกยุ่งกับเจ้าหากว่าเจ้าทำให้เราพึงพอใจได้"สิ้นคำครุฑตนนั้นก็บินโฉบจะเข้ามาหมายจะจับตัวนันทินีนางจึงรีบจำแลงแปลงกายเป็นพญานาคสีขาวใช้หางปัดสู้พร้อมกับพยายามฉกและพ่นไฟใส่แต่พวกครุฑก็หลบได้แม้จะต้องตั้งหลักอยู่บ้างเพราะนันทินีมีพลังไม่ธรรมดาเลยทีเดียว

เสียงการต่อสู้ดำเนินขึ้นกลางเวหาอย่างดุเดือด ฝ่ายนาคสาวพ่นไฟและพิษได้ไม่นานก็เริ่มอ่อนล้าเพราะนางเสียเปรียบอยู่ไม่น้อยกับการต่อสู้บนนี้ที่มีพื้นที่จำกัดแถมยังเป็นกลางอากาศไม่มช่ในน้ำ ยิ่งถูกลุมด้วยครุฑสองตนนางก็ยิ่งไม่มีทางสู้จนในที่สุดก็ถูกครุฑตนหนึ่งบินโฉบเข้ามาใช้เล็กจิกส่วนหัวอีกตัวจับหางพานางทะยานออกมากลางเวหะพร้อมกับเสียงร้องคำรามด้วยความเจ็บปวดของนันทินี

นาคสาวที่ถูกจับหิ้วเหมือนเหยื่อพยายามดิ้นจนสามารถแว้งกัดที่ขาของพญาครุฑตนหนึ่งที่จับนางไว้ได้จนครุฑตนนั้นปล่อยนันทินีก็รวบรวมแรงฉกกัดครุฑอีกตนที่จับส่วนหางจนครุฑตนนั้นส่งเสียงคำรามร้องปล่อยนางดิ่งถลาลงจากกลางเวหาในทันที

"แม่นาคน้อย!"เวหะอุทานพลันจะรีบโฉบลงไปรับแต่ก็มีบางอย่างที่รวดเร็วกว่าบินผ่านไปคว้าร่างของนางนันทินีเอาไว้ด้วยกงเล็บแกร่งที่พยายามไม่ให้ระคายผิวนางมากที่สุด

พรึ่บบบบบบบบบบบ!

ลมพายุแรงพัดกระจายทำให้ต้นไม้ทั่วทั้งบริเวณเกิดการสั่นสะเทือน นาคสาวถูกวางลงอย่างแผ่วเบาเป็นจัวหวะเดียวกับที่เกร็ดของนางเริ่มแห้งเพราะขาดน้ำจึงจำต้องกลายร่างเป็นมนุษย์เสียก่อน ดวงตาสีเขียวมรกตสดใสเหลือบมองด้านบนก็พลันเห็นพญาครุฑตนใหญ่มีขนสีขาวนัยต์ตาสีแดงน่าเกรงขามกำลังเหลือบมองนางก่อนจะบินกลับขึ้นไปอย่างรวดเร็ว

"...เศวตโรหิต.."น้ำเสียงหวานพึมพำได้ไม่ขาดคำก็พลันหมดสติไปเพราะพิษบาดแผล เป็นเช่นนี้แลรุททระจึงไม่อยากเปิดม่านหมอกมนตราเพราะรู้ว่าจะมีปัญหาเช่นนี้ตามมาไม่จบไม่สิ้น

"พญาเศวตโรหิต!!!!"พวกครุฑเมื่อได้ประจันหน้ากับรุททระก็รีบพากันรีบบินหนีไปรวมถึงเวหะที่ตกใจอยูาไม่น้อย แต่ทว่าพวกครุฑก็ไม่อาจหนีพ้นพลังอำนาจของมหาเทพพญาครุฑที่ซึ่งใช้พลังสั่งจองจำพวกนั้นเอาไว้ รอว่าเมื่อไหร่ที่นันทินีฟื้นพวกนี้จะถูกตัดสินความผิดโทษฐานที่ละเมิดกฎทันที!

"พระธิดา"เจ้าหนูยักษ์และเจ้ากวางขาวรีบเข้ามาดูนันทินีที่หลับใหลไม่ได้สติพลันพากันมาบังนางจากสายตาของรุททระที่บินโฉบลงมาจำแลงแปลงกายเป็นมนุษย์

"พวกเราไม่ยอมให้เจ้ามาแตะต้องพระธิดาหากจะแตะต้องนางก็ต้องข้ามศพพวกข้าไปก่อน!"

"หึหึหึ..เห็นทีว่าผู้ที่จะกลายเป็นศพคงเป็นหัวโจกของพวกเจ้าเสียมากกว่ากระมัง เอาเถิดอย่าได้กังวลข้าคือครุฑชราที่นางจะขึ้นไปหาข้ารับรองว่านางปลอดภัยแน่ถ้าอยู่กับข้า"รุททระบอกกล่่าวด้วยท่าทางนิ่งสงบเจ้าหนูยักษ์กับเจ้ากวางที่ยืนลังเลอยู่สักพักจึงยอมปล่อยให้เขาเดินเข้ามาดูอาการของนาคที่ได้รับบาดเจ็บสาหัส

"เพราะความโง่เง่าของเจ้าเองแท้ๆเชียว"รุททระพึมพำก่อนจะลุกขึ้นใช้พลังสร้างเขตอาคมที่จะไม่มีใครเห็นที่แห่งนี้และเนรมิตแท่นหินใต้ต้นไม้ใหญ่โอบอุ้มพาร่างกายอันบอบบางขึ้นมานอนเพื่อรับการรักษาจากการถ่ายทอดพลังศักดิ์สิทธิ์จากเขา

.

.

.

กลับมาที่พระราชวังบาดาลคีรี 

พญาอนันตภุชงค์นาคราชเสด็จกลับมาพร้อมพระมเหสีลักษณารีย์โดยมีเหล่าบริวารและลูกหลานรอต้อนรับกันอย่างพร้อมเพรียง จ้าวแห่งบาดาลคีรีรู้สึกพอพระทัยนักแต่ก็มิวายลืมถามหาถึงพระธิดาแก้วตาดวงใจคนโปรดเมื่อทรงเห็นว่านางไม่ได้มารวมกลุ่มต้อนรับกับเหล่าพี่น้องเช่นทุกครั้ง และกว่าที่ทั้งหมดจะรู้ตัวว่านันทินีได้หายตัวไปจากพระราชวังก็กินเวลามาถึงพลบค่ำ พญาอนันตภุชงค์ไม่อาจทนรอได้อีกต่อไปจึงสั่งเกณฑ์ไพร่พลชาวนาคาขึ้นไปค้นหายังบนบกเขตบาดาลคีรีทุกซอกมุมแต่ก็ยังไร้วี่แววของธิดาผู้เป็นที่รัก เช่นนั้นจึงทรงสั่งให้เหล่านาคที่มีถิ่นอาศัยอยู่ในแหล่งน้ำของป่าหิมพานต์ให้ช่วยกันออกค้นหาหากใครพบเห็นนางจะถือว่าพญาอนันตภุชงค์นาคราชได้ติดค้างหนี้บุญคุณเขาแล้ว

"ทุกๆที่มีแหล่งน้ำหาได้มีใครพบเห็นนันทินีไม่..นางหายไปราวกับหายไปในอากาศนางเป็นนาคอย่างไรเสียก็ต้องการน้ำต้องออกมาให้เห็นบ้างแต่นี่กลับไร้วี่แวว..ฮึก..เจ้าพี่ทั้งหมดเป็นความผิดหม่อมฉันเองที่ตามใจลูกมากเกินไป"พระมเหสีลักษณารีย์ทรงร่ำไห้โศกเศร้าโดยที่มีพระสวามีคอยปลอบประโลมไม่ห่างกาย

"ใจเย็นก่อนเถิดลักษณารีย์อย่าลืมสิว่านันทินีมีสติปัญญาเฉลียวฉลาดอีกทั้งยังเก่งกาจในกล่าววาจาโน้มน้าวใจ ข้าเชื่อว่านางต้องปลอดภัยกลับมาแน่"พญาอนันตภุชงค์กล่าวก่อนจะพลันนึกถึงคำบอกเล่าของนักบวชรูปหนึ่งทีีทำนายทายทักเอาไว้ว่าธิดาผู้เป็นเพชรสีขาวบริสุทธิ์ของจ้าวแห่งบาดาลคีรีหาได้มีชะตาต้องอยู่ในบาดาลเพื่อรับใช้บิดามารดาไม่ นางจะถือกำเนิดเกิดมาพร้อมโซ่ตรวนแห่งโชคชะตาบางอย่างที่มีเจ้าของ ในสักวันนางจะจากไปหาคนผู้นั้น ผู้ที่เป็นเจ้าของชีวิตที่แท้จริงของนางมาตลอดสองชาติสองภพก่อน

"นันทินีอย่างไรเสียก็กลับมาก่อนเถิดลูก"พญาอนันตภุชงค์นาคราชภาวนาในใจอ้อนวอนต่อพระศิวะจ้าวขอให้ช่วยคุ้มครองลูกรักของตนให้ปลอดภัยกลับมา ณ บาดาลคีรีแห่งนี้โดยเร็ว

.

.

.

ทางด้านของรุททระ 

พญาครุฑหนุ่มใช้พลังแลอิทธิฤทธิ์บารมีของตนรักษาร่างกายของนาคินีสาวจนบาดแผลทั้งหมดจวนจะหายขาดแล้ว ติดอยู่อย่างเดียวก็แต่สติของนางที่ยังไม่กลับมาและในบางส่วนเขาคงต้องรอเวลาให้ร่างกายของนางรักษาตัวนางของเอง

"เสด็จพ่อ..เสด็จพ่อ"นันทินีพร่ำเพ้อพลันคว้ามือของรุททระเข้าไปซุกใกล้ๆใบหน้าในท่านอนคว่ำอาจเพราะยังรู้สึกเจ็บบาดแผลที่หลังอยู่

"เสด็จพ่อ...เสด็จพ่อช่วยลูกด้วย"

"เจ้าโง่เอ๋ย..เจ้าเที่ยวทำตัวเป็นหัวโจกเพราะหลงในพลังอำนาจของตน เที่ยวอวดเก่งจนไม่ดูกำลังสุดท้ายก็มานอนเป็นลูกแง่เช่นนี้แล"รุททระสบถขึ้นอย่างตำหนิแกมเยาะเย้ย สายตาคมค่อยๆทอดมองใบหน้าขาวแก้มกลมที่กำลังหลับตาพริ้มอย่างสบายใจแล้วจู่ๆนางก็พึมพำอะไรบางอย่างเบาๆพาลให้พญาครุฑหนุ่มสงสัยจึงโน้มใบหน้าเข้าไปใกล้ๆเพื่อสดับฟัง

"..เสด็จพ่อ..ข้า..ข้าโดนพิษแล้ว..ครุฑตนนั้นปล่อยพิษบางอย่างใส่ข้า..ข้าลืมเขาไม่ได้เลยเสด็จพ่อ..เสด็จพ่อข้าควรทำอย่างไรดีเล่า"

"...เจ้ารักเขาหรือ"รุททระแสร้งถาม

"....เสด็จพ่อ..รัก..รักคืออะไรหรือเพคะ"

"รักเป็นสิ่งต้องห้ามที่เจ้าไม่ควรทำให้มันเกิดขึ้น"เขาพึมพำก่อนจะรีบดึงมือของตนกลับแล้วเดินหนีออกมายืนหลบใต้ต้นโศกใหญ่ค่อยๆหลับตาปล่อยจิตวิญญาณไปกับสายลมแต่แล้วภาพในวันวานที่แสนเจ็บปวดก็หวนกลับมาอีกครั้ง

ภาพที่แสนทุกข์ระทมในวันนั้นรุททระโอบอุ้มร่างไร้วิญญาณของเนตรอัปสรเอาไว้อย่างเสียสติ เขาพร่ำพรรณาบอกรักนางแทบขาดใจแม้กาลเวลาผ่านพ้นไปเท่าใดความทุกข์นั้นก็ไม่เคยจางหายไปเลย เส้นเกษาสีขาวนี้คือเครื่องเตือนใจให้นึกถึงเหตุการณ์โศกเศร้าในครั้งนั้น แม้นอีกกี่ชาติภพเขาก็ไม่มีวันลืมและจะไม่มีวันให้มันเกิดขึ้นมาซ้ำรอยอีกเด็ดขาด!

.

.

.

ผ่านมาหลายชั่วยาม ในที่สุดนาคินีสาวก็เริ่มรู้สึกตัวตื่นฟื้นขึ้นจากการหลับใหล คิ้วเรียวขมวดมุ่นเมื่อพบว่าตนกำลังนอนคว่ำมีผ้าพันแผลพันอยู่ที่กลางลำตัวเพราะบาดแผลยาวที่กลางหลังซึ่งในตอนนี้แม้ขยับเพียงเล็กน้อยนางก็ยังรู้สึกเจ็บระบมจนต้องร้องอุทานออกมา

"โอ๊ยยย"

"แผลจากกงเล็บครุฑสำหรับเหล่านาคหาใช่ว่าจะหายได้ง่ายๆไม่"คนที่นั่งอยู่ยังแท่นหินใต้ต้นโศกบอกกล่าว

"นี่ท่านมาตั้งแต่เมื่อไหร่กัน!"

"ข้ามาตั้งแต่เจ้านอนน้ำลายยืดเป็นหมูแล้ว"

"ข้าเป็นนาคไม่ใช่หมูสักหน่อย..แล้วท่านเองยังไม่ไปไหนหรอกหรือ"

"หากข้าไปป่านนี้เจ้าคงไม่ได้แค่มานอนนิ่งอยู่เช่นนี้หรอก"รุททระพูดจาด้วยท่าเรียบนิ่งก่อนจะตวัดสายตามองใบหน้างามกำลังนอนอมยิ้มแก้มป่องอยู่

"ขอบคุณนะที่ท่านช่วยข้าไว้"

"ข้าแค่ทำในสิ่งที่จำใจต้องทำ หากว่าเจ้าคิดว่านี้คือหนี้บุญคุณแล้วล่ะก็ขออย่าได้แพร่งพรายเรื่องนี้ให้นาคตนใดล่วงรู้เพราะข้าไม่อยากให้ครุฑกับนาคต้องผิดใจกันจนบานปลายเป็นเรื่องราวใหญ่โต ส่วนความผิดของครุฑสี่ตนนั้นข้าจะให้เจ้าเป็นผู้ตัดสินใจ"

"มีแค่สามตนเท่านั้นที่รังแกข้าอีกตนชื่อเวหะเขาพยายามช่วยข้าแล้วท่านอย่าทำอะไรเขานะ"

"อืม..แล้วที่เหลือล่ะ"

"ข้าเชื่อใจท่าน..ท่านตัดสินตามที่เห็นสมควรได้เลย"นางตอบด้วยท่าทางที่ไม่ติดใจอาฆาตโกรธแค้นใคร

"เช่นนั้นเจ้าก็จงพักผ่อนเสียเมื่อเจ้าหายดีแล้วข้าจะกลับที่วิมานของข้าเจ้าก็กลับไปที่บาดาลคีรีถิ่นของเจ้าซะ"รุททระยกมือขึ้นทลายม่านบังตาออกเผื่อมีนาคเหล่านาคมาตามหาตัวนันทินีเขาจะได้กลับไปยังที่วิมานได้รวดเร็วขึ้น

"ท่านจะไปแล้วหรือ ทั้งหมดเป็นเพราะข้าก่อกวนท่านหรือไม่หากเป็นเช่นนั้นข้าไม่ขึ้นไปก่อกวนท่่านอีกแล้วก็ได้นะ"

"นั้นเป็นแค่เพียงสาเหตุหนึ่งแต่สิ่งที่น่าสนใจอีกข้อก็คือข้าก็มีบ้านมีคนที่ต้องกลับไปหา มีวิมานในปกครองเฉกเช่นเดียวกับเจ้า เมื่อวันใดทีาเจ้าต้องอภิเษกก็ต้องปรนนิบัติสวามีอยู่เหย้าเฝ้าเรือนหาได้ออกมาเที่ยวตระเวนเช่นนี้ไม่ ทุกชีวิตล้วนมีเส้นทางเดินที่มีตัวเราและคนร่วมเดินต่างกันไปเป็นสัจธรรมหนึ่งของกาลเวลาในทุกชีวิต"

"คนร่วมเดิน..ข้าไม่เข้าใจ"

"คนร่วมเดินคือคนที่ก่อกรรมหรือสร้างบุญต่อกันมา บางทีก็เป็นผู้ที่โดนผูกมัดด้วยโชคชะตาซึ่งมักมาได้ในหลากหลายรูปแบบ..บิดามารดาพี่น้องมิตรสหายหรือคู่ครอง"

"คู่ครองหรือ...แล้วท่านล่ะที่จะกลับไปเพราะมีคนร่วมเดินกับท่านอย่างนั้นหรือ"

"ข้าไม่ได้ถูกผูกมัดด้วยสิ่งใดในเส้นทางของข้าจะมีข้าแค่เพียงผู้เดียว"รุททระกล่าวขึ้นมาอย่างเย็นชากระทั่งสังเกตเห็นสีหน้าของนันทินีดูเปลี่ยนไป ถูกต้องแล้วเขาต้องการบอกนางให้รู้อ้อมๆว่าการมาเสียเวลาหรือใฝ่ฝันตนนั้นเป็นเรื่องเสียเปล่า หากนางคิดถูกก็ควรจะรีบตัดใจจากตัวของเขาได้แล้ว

นาคินีสาวนอนนิ่งไปชั่วขณะหลังจากได้ยินคำพูดเหล่านั้นของรุททระ จู่ๆนางก็รู้สึกเจ็บที่หัวใจขึ้นมาอย่างไม่มีสาเหตุทั้งๆที่ว่าบาดแผลทางกายนั้นเจ็บปวดจากกงเล็บเหล่านั้นไฉนเลยพญาครุฑตนนี้จึงทำให้นางรู้สึกเจ็บได้กับแค่การกล่าววาจาเมื่อครู่นี้เท่านั้น

...สิ่งต่างอันใดเล่าล้วนถูกกำหนดมาแต่โชคชะตาด้วยกันทั้งสิ้น 

เส้นทางในกาลหน้านี้เมื่อเลือกแล้วว่าจะไร้รัก 

แม้ใจจะปรปักษ์ครองรักยอดเทพีมาถึงสองชาติสองภพ 

ก็มิอาจเปลี่ยนผันวิถีเส้นทางที่ใจข้ายึดเหนี่ยวตั้งมั่่นเอาไว้ได้... 

รุททระค่อยๆหลับตาลงทำสมาธิส่วนนันทินีก็จำแลงแปลงกลายเป็นนาคสีขาวเลื้อยลงมานอนขดตัวข้างๆริมน้ำมุดหน้าหนีด้วยรู้สึกเจ็บปวดใจเหลือเกินแต่นางก็ไม่อาจเรียกร้องให้เขาเข้าใจได้เพราะมันชั่งน่าอายเหลือเกินกับความหวังสูงของนางที่บังอาจไปหมายตาพญาครุฑผู้สูงส่งเช่นเขา

.

.

.

ผ่านไปหลายชั่วยามขณะที่รุททระนั่งบำเพ็ญสมาธิจู่ๆก็มีมือปริศนาเอื้อมเข้ามากอดรัดร่างของเขาจากทางด้านหลัง มือเรียวขาวนั้นรูปไล้แผงอกกำยำอย่างเพลิดเพลินขณะที่ใบหน้าซุกลงสูดดมกลิ่นหอมของบุรุษอันเย้ายวนใจ

"ท่านชั่งรูปงามเสียเหลือเกินเหตุใดบุรุษที่รูปเป็นทองเฉกเช่นท่านจึงมานั่งเปล่าเปลี่ยวเอกาตามลำพังในป่าใหญ่เช่นนี้"นางพรายกระซิบน้ำเสียงปลุกยั่วยุสวาทพลันจับมัดกล้ามร่างแกร่งกดลงบนแท่นหินเพื่อขึ้นคร่อมเขาอวดโฉมร่างที่เปลือยเปล่่า

"ใครๆก็ต่างหลงเสน่หาข้าแล้วท่านล่ะไม่คิดจะเชยชมข้าบ้างหรือ"นางพรายทำทีหยอกเย้าพลิกร่างของตนลงด้านล่างดึงรุททระให้เป็นฝ่ายอยู่ด้านบน

"เป็นบุรุษควรโต้ตอบแลแสดงฝีมือต่อสตรีบ้างนิ่งแข็งเป็นหินเช่นนี้ไม่สมชื่อเป็นบุรุษเลย"

"หากข้าแสดงฝีมือเจ้าก็อดแสดงฝีมือของเจ้าน่ะสิ"

"คิกๆ..ท่านล่ะก็"นางพรายทำทีออดอ้อนก่อนจะเคลื่อนใบหน้าหมายจุมพิตและเป่ามนตราใส่พญาครุฑแต่ทว่านางถูกเขาสกัดแล้วจับโยนออกไปเสียก่อน

"นี่เจ้า!"

"เจ้าก่อกรรมด้วยการลวงหลอกมามากพอแล้วหลังจากนี้ไปข้าจะลงโทษเจ้ากับบาปทั้งหลายที่เจ้าเคยก่อขึ้น!"

"หึ!คิดว่าจะจับข้าได้ก็เอาสิ"นางพรายเริ่มเผยร่างที่แท้จริงออกมาพุ่งเข้าต่อสู้กับพญาเศวตโรหิตอย่างไม่เจียมตน เสียงการต่อสู้หลบหลีกไปมาเริ่มดังขึ้นปลุกนาคินีสาวที่นอนอยู่ในบึงน้ำให้แหวกว่ายขึ้นมาเพื่อดูว่ามีสิ่งใดเกิดขึ้น

นางพรายเมื่อตะหนักรู้ได้ว่าสู้รุททระไม่ได้ก็คิดจะอาศัยบึงน้ำเป็นเส้นทางหลบหนีแต่ทว่านันทินีรู้ก่อนจะใช้พลังแยกสายน้ำออกไม่ให้นางพรายใช้เป็นตัวกลางหลบหนีได้

"เจ้า!"นางพรายกรีดร้องอย่างบ้าคลั่งพุ่งจะเข้ามาทำร้ายนันทินีที่ยกมือขึ้นเตรียมสู้แต่ถูกคว้ามือดึงตัวเหวี่ยงไปอยู่ข้างหลังร่างใหญ่ที่ใช้ตัวเองปกป้องนางเอาไว้พร้อมๆกับที่ใช้พลังส่งดวงจิตนางพรายให้ตกลงไปยังใต้ขุมนรกเพื่อรับกรรมที่ตนเคยก่อเอาไว้

"เจ้าพึ่งหายดีอย่าหาเรื่องใส่ตัวเป็นคนโง่เช่นนี้อีก"เขากล่าวน้ำเสียงแกมดุนาคินีสาวที่ตอนนี้ค่อยๆเอามือที่เผลอไปเกาะแผ่นหลังของเขาออก นางไม่ได้พูดอะไรตอบกลับมารุททระจึงเดินมาที่ใต้ต้นโศกเงยหน้ามองดวงจันทราที่ส่องแสงสว่างสาดไปทั่วเหนือยอดไม้ ณ ป่าหิมพานต์

"เจ้าหายดีพอที่จะกลับบาดาลคีรีได้เองแล้ว เช่นนั้นยามเช้าข้าจะกลับวิมานของข้าด้วยเช่นกัน"เขากล่าวขณะที่นันทินีค่อยๆเดินมายืนข้างกายเขา

"ความจริงแล้วท่านไม่จำเป็นต้องช่วยข้าก็ได้...แต่ว่าเหตุใดท่านจึงช่วยข้าถึงเพียงนี้"

"เจ้าถูกครุฑพวกนั้นทำร้ายเพราะช่วยข้า ในการบาดเจ็บครั้งนี้มีข้าเจ้าไปเกี่ยวข้อง หากข้าทำเป็นไม่รู้ไม่เห็นจะเกิดกรรมต่อเจ้าไปเปล่าๆ"

"เช่นนั้นแปลว่าหากข้าไม่ได้ตั้งใจขึ้นไปหาท่าน..ท่านก็จะไม่ช่วยข้าใช่หรือไม่"

"...นาคินีเป้าหมายข้าคือบรรลุหนแห่งกรรมทั้งปวงแล้วขึ้นไปจุติ ณ สวรรค์ชั้นจตุมหาราชิกาโดยปราศจากบ่วงผูกมัดกับสิ่งใด..การที่เจ้าตามตอแยข้าเป็นการสร้างความลำบากให้ข้าไม่น้อยหากพรุ่งนี้เราจากกันด้วยดีข้าคงสบายใจ"

"เช่นนั้นท่านก็ไม่ต้องรอเวลานั้นหรอกข้าจะไปจากท่านเสียเดี๋ยวนี้เราจะได้ไม่ต้องข้องเกี่ยวกันอีก"สิ้นคำนันทินีก็หมุนตัวรีบเดินจากไปด้วยความโกรธและเสียใจอยู่ไม่น้อย ทั้งหมดผิดที่นางเองที่หาเรื่องใส่ตัวและผิดที่นางคิดว่าเขามีใจจึงดั้นด้นทำทุกอย่างเพื่อให้ได้มาพบเขาเพราะฉะนั้นเป็นนางเองที่โง่มาตั้งแต่ต้น!

"พญาเศวตโรหิตหาใช่แค่ความน่ากลัวของเขาที่ทำให้ไม่มีใครสามารถเข้าถึง วันนี้ข้าได้รู้แจ้งแก่ใจแล้วว่าที่ท่านเย็นชากับทุกสิ่งได้นั้นก็เพราะว่าท่าน...ไร้หัวใจ"น้ำเสียงหวานสั่นเครืิอเจือปนไปด้วยความเศร้าแต่ดูเหมือนว่าเขาจะหาได้แยแสไม่คงเพราะอยากขับไล่นางให้ออกไปพ้นๆใจจะขาดกระมัง

นาคสาวเดินดุ่มออกมาไกลพอควรจนถึงบริเวณป่าราบลุ่มแม่น้ำนางก็มานั่งพักเหนื่อยแต่การพักดูจะไม่ค่อยราบรื่นเพราะนางสังเกตมาสักพักแล้วว่ามีบางอย่างสะกดรอยตามมา

"อุตส่าห์สะกดรอยตามข้ามาถึงขนาดนี้ต้องเป็นผู้ที่ว่างมากขนาดไหนกัน"นันทินีลุกขึ้นหันไปจ้องด้านหลังต้นไม้แล้วก็พบกับบุรุษที่นางตกลงไปนั่งบนตักเขาในวันนั้นเดินออกมา

"เจ้านี่ฉลาดดีจริงข้าอุตส่าห์แอบตามมาอย่างเงียบๆแล้วเชียวหนา..แล้ววันนี้เจ้ากวางขาวสหายเจ้าไปไหนซะแล้วล่ะ"

"ท่านตามข้ามาทำไม"นางยิงคำถามทันทีไม่ให้อีกฝ่ายหาเรื่องเฉไฉ

"ข้าอยากรู้จักเจ้า"

"รู้จักข้า..."นางยกนิ้วชี้ตัวเองสายตาแสดงความหวาดระแวงค่อยๆถอยหลังจะฉวยโอกาสหนีลงน้ำไปแต่อีกฝ่ายรู้ทันเสียก่อน

"ข้าไม่ได้คิดไม่ดีกับเจ้าหนา..ข้าเพียงแค่อยากรู้จักเพราะว่าเจ้าหน้าตาน่ารักน่าเอ็นดู ฃ้าจึงใคร่อยากผูกสัมพันธ์ด้วยอันตัวข้ามีนามว่านรินทรแลข้าเป็นนาคเผ่าพันธุ์เศษะนาค"

"ท่านเป็นนาคหรอกรึ!ข้าก็เป็นนาคเช่นเดียวกันกับท่าน"

"หึหึหึ..เรื่องนั้นข้ารู้ตั้งแต่คราแรกที่เราพบกันแล้วเพียงแต่คิดจะตามหาพรรณาตามหานาคินีที่มีรูปโฉมงดงาม..นาคินีหลายตนก็อวดอ้างในความงามกันเสียหมด"

"แล้วพวกนางเหล่านั้นไม่งดงามรึ"

"พวกนางทั้งหลายล้วนงดงามเพราะแต่งองค์ทรงเครื่องราชศักดิ์..ทว่าความงามของพวกนางเหล่านั้นกลับสู้นางหนึ่งที่ไม่ได้แต่งองค์มากมายเลยหาได้ไม่"นาคหนุ่มกล่าววาจาเกี้ยวพาราสีนาคสาวที่ยังไม่ประสีประสาเรื่องรักมากนัก นางจึงไม่รู้ว่าเขาหมายถึงตนจึงได้ยิ้มน้อยเพื่อไม่ให้เป็นการเสียมารยาทกับเขา

"พระธิดา!"

"อุษา"นันทินีหันไปทางต้นน้ำพบอุษานาครับใช้ของบาดาลคีรีกำลังแหวกว่ายเข้ามาด้วยท่าทางตื่นเต้นดีใจ

"พระธิดาทรงหายไปไหนมาเพคะบัดนี้องค์พญาอนันตภุชงค์นสคราชทรงเป็นห่วงพระองค์มากเหลือเกิน"

"แย่จริงข้าลืมเสด็จพ่อ..นี่ท่านข้าขอให้ท่านสมหวังกับนางนั้นนะส่วนข้าคงต้องไปก่อน ไปกันเถอะอุษา"สิ้นคำนันทินีก็กระโดดลงน้ำจำแลงกายเป็นนาคพร้อมอุษาแหวกว่ายจากไปโดยที่นรินทรพยายามจะห้ามปรามแต่ก็ไม่ทัน

"เดี๋ยวเจ้า!...พญาอนันตภุชงค์นาคราชนี่นางเป็นธิดาแห่งบาดาลคีรีหรือนี่"นรินทรครุ่นคิดอยู่ภายในใจ ริมฝีปากกระตุกยิ้มดีอกดีใจหากเป็นนาคจากบาดาลคีรีแล้วไซร้การสู่ขอคงไม่ใช่เรื่องยากอย่างที่คิด

.

.

.

ณ ดินแดนเขตวิมานฉิมพลี ที่สถิตเหล่าพญาครุฑชั้นสูง 

พญาครุฑพันธระจ้าวผู้ครองวิมานฉิมพลีผู้ทรงรูปงามสง่าสูงศักดิ์รีบเสด็จมายังห้องโถงใหญ่พลันคุกเข่าก้มลงกราบพญาเศวตโรหิตพระเชษฐาที่ตนเคารพนับถืออย่างไม่ถือพระองค์ว่าเป็นราชาแต่อย่างใด

"ลุกขึ้นเถิดน้องข้าบัดนี้เจ้าเป็นถึงราชาแห่งครุฑแล้วอย่าได้ทำเช่นนี้อีก"

"ข้าเป็นราชาแต่ท่านคือมหาเทพแลเป็นพี่ชายข้าขอให้ข้าได้เคารพท่านที่เปรียบเสมือนบิดาคนที่สองเถิด"

"สมแล้วที่จ้าวแห่งครุฑแต่บัดนี้ลุกขึ้นเถิดข้าแค่กลับบ้านเกิดอยากได้รับความอุ่นใจของครอบครัวมากกว่าการเคารพอย่างอำนาจราชศักดิ์"รุททระรีบจับอนุชาขึ้นแล้วพากันมานั่งพูดคุยในเรื่องหลายพันปีที่ผ่านมา โดยหารู้ไม่ว่าเหล่าครุฑีรับใช้ของบรรดาสนมของจ้าวแห่งครุฑองค์ก่อนได้แอบมาสอดแนมแล้วนำไปรายงานแก่นายตนที่ล้วนตั้งใจอยากจะกุมอำนาจ ตลอดเวลาที่ผ่านมามีหญิงงามถวายกสยให้พันธระแต่เขาหาถูกใจใครสักคนไม่ตำแหน่งมเหสีจึงเว้นว่างอยู่ ในครานี้หากได้เดิมพันกับมหาเทพอย่างเศวตโรหิตสตรีใดครองใจเขาได้ก็นับว่ามีอำนาจบารมีไม่น้อย

"มหาเทพทรงรูปงามมากเพคะแม้นเวลาจะผ่านไปหลายหมื่นก็ยังทรงสง่างามสมฐานะมิเปลี่ยนแปลง"เหล่านางรับใช้พากันพร่ำพรรณาให้พระนางลักษณานาคินีที่เป็นหนึ่งในสนมของอดีตจ้าวแห่งครุฑฟัง

"ว่ากันว่าพญาเศวตโรหิตทรงครองตัวมาหลายหมื่นแีเพราะผิดหวังจากนางมนุษย์ผู้หนึ่งเมื่อนานมาแล้ว ไม่แน่ว่าเพลานี้จิตใจเขาอาจจะคลายรักจากนางเป็นโอกาสให้อิสตรีอื่นมาพิชิตดวงหทัยก็เป็นได้"

"เช่นนั้นเพลงนี้คงมีการเตรียมตัวไม่น้อยได้ข่าวว่าพญาพันธระทรงสั่งให้จัดหาผู้ที่เหมาะสมไปเป็นนางรับใช้ส่วนพระองค์ของมหาเทพ"

"กระนั้นแล้วข้าจะพลาดได้อย่างไรกันเล่า พิมายเจ้ารีบส่งสาส์นไปยังบาดาลคีรีถึงลักษณารีย์น้องสาวข้านางมีธิดามากมายขอให้ส่งนางหนึ่งมาเลือกที่มีความงดงามแจ้งว่าข้าอยากได้มาไว้รับใช้สักตน"

"เพคะพระนาง"พิมายนาคินีรับใช้รีบรับคำก่อนจะรีบเดินทางไปบาดาลคีรีกับกลุ่มทหารครุฑที่พระนางลักษณาทรงส่งไปด้วย เอาไว้คอยรับหลานสาวพาบินขึ้นมายังวิมานแห่งนี้จะได้รวดเร็วที่สุด

.

.

.

บาดาลคีรี 

หลังจากได้กลับมาอย่างปลอดภัยนอกจากจะได้รับความรักและการดูแลเอาใจใส่จากพระบิดามารดา นันทินียังต้องแบกรับการดูแลเอาใจใส่ที่มากล้นเช่นการกักบริเวณตัวเองให้อยู่ภายในตำหนักเวลาสามเดือนอีกด้วย

นาคินีสาวเดินมานั่งเหม่อลอยอยู่ที่บริเวณหน้าต่างที่มองออกไปเห็นสวนอุทยานใต้น้ำของบาดาลคีรี จิตใจของนางยอมรับว่าตัวเองถูกพิษร้ายจากครุฑตนนั้นเล่นงานเสียจนวันๆทำได้เพียงแต่นั่งเศร้าหมองนึกเสียใจในความอยากรู้อยากเห็นของตนหากเจียมตนเสียแต่แรกคงไม่ถูกเขาปฏิเสธให้ช้ำใจเช่นนัก

"ฮึก..ฮือๆ"

"นั่นเสียงร้องไห้ใครกัน"นันทินีรีบชะเง้อหน้าออกไปทางหน้าต่างพลันเห็นว่ามีนาคินีตนหนึ่งกำลังนั่งหลบหลังพุ่มไม้ร้องไห้อย่างน่าเวทนาสงสาร นันทินีจึงรีบกำลังกายเป็นนาคเลื้อยออกมาเพื่อไปหานาคินีสาวตนนั้น

"นารา..นาราเจ้าร้องไห้ทำไมกันใครทำอะไรเจ้า"

"ฮึก!..นันทินี..นันทินีเจ้าช่วยข้าด้วยนะ"นารารีบโผกอดนันทินีสะอื้นไห้แทบขาดใจนันทินีจึงกอดปลอบนาง

"เกิดอะไรขึ้นนาราใครทำอะไรเจ้าบอกข้ามาเถิด"

"เสด็จแม่..เสด็จแม่เจ้านางจะส่งข้าไปหาท่านป้าที่อยู่เบื้องบนวิมานของพวกครุฑ นันทินีข้ากลัวข้าไม่อยากไปจากบาดาลคีีรีข้าไม่อยากไปฮือๆ"

"ท่านป้าหรือ..นาราอยากเป็นท่านป้าล่ะก็เจ้าก็ไม่ต้องกลัวอะไรแล้วอีกอย่างพวกครุฑก็ใช่ว่าจะมีจิตใจโหดเหี้ยมนักเชื่อข้านะเจ้าไม่เป็นอะไรแน่'

"เจ้าจะรู้ได้ยังไงนันทินี พวกครุฑจับเรากินได้สบายหากว่าเราทำให้ไม่พอใจแลถึงจะไม่ใช่ข้าก็ไม่อยากไปอยู่บนวิมานสูงเช่นนั้น นันทินีช่วยข้าเถิดนะข้าขอร้องข้าไหว้เจ้านะนันทินึ"

"ไม่นะนารา!อย่าทำเช่นนี้ข้าจะไปคุยกับเสด็จแม่ให้ข้าสัญญา"

"จะมีประโยชน์อะไรนันทินีหากเจ้าไปพูดเสด็จแม่ก็ต้องหาพี่น้องตนอื่น พวกนางไม่มีวันยอมไปแน่สุดท้ายก็โยนให้ข้านันทินีข้าขอร้องเจ้าล่ะช่วยข้าเถิดนะข้าไม่อยากไปนันทินี"นาราจับตัวนันทินีพยายามอ้อนวอนพลันได้ยินเสียงคนตามหานางก็ยิ่งตื่นกลัวรีบทำท่าก้มกราบนันทินีเสียให้ได้ นั่นจึงทำให้นันทินีลำบากใจนักเพราะใจนึงก็นึกสงสารดูท่าว่านาราจะกลายพวกครุฑมากเหลือเกิน

"นันทินีหากเจ้าไม่ช่วยข้า..ข้าก็ขอยอมตายดีกว่าไปอยู่ร่วมกับพวกครุฑพวกนั้น"

"ไม่นะนารา!..ก็ได้ข้าจะช่วยเจ้าเอาหน้าไปก่อนเจ้าอย่าคิดทำอะไรเช่นนั้นนะข้าให้สัญญาว่าข้าจะช่วยเจ้า"

"เจ้าพูดจริงนะนันทินีเจ้าต้องช่วยข้านะฮือๆ"นารารีบโผกอดนันทินีแน่นด้วยความดีอกดีใจขณะที่นันทินีพยายามคิดแผนว่าจะช่วยนาราได้อย่างไรดี

 

 

ณ บนชายฝั่งบาดาลคีรี 

ขบวนเสด็จของพระมเหสีลักษณารีย์พาตัวหนึ่งในธิดานาคมาส่งให้กับพิมายที่เข้ามาเปิดผ้าคลุมที่นาคินีสาวเอามาปกปิดตัวไว้แล้วก็ยิ้มพึงพอใจในความงามของพระธิดานาคนางนี้

"ขอบพระทัยพระมเหสีลักษณารีย์มากเพคะ พระนางลักษณาคงพอพระทัยในตัวพระธิดาองค์นี้ไม่น้อยแลให้สัญญาว่าจะดูแลอย่างดีอีกอย่างพระธิดานางนี้จะได้ถือเป็นเกียรติของเหล่านาคเป็นหน้าเป็นตาให้เหล่าครุฑเห็นด้วยว่านาคก็มีสง่าราศรีไม่ต่างกัน"

"ข้าฝากสาส์นจากความคิดถึงไปให้นางด้วยหากมีโอกาสก็กลับมาเยี่ยมข้าที่บาดาลคีรีบ้าง อีกอย่างนาราคงคิดถึงบ้านไม่น้อยข้าฝากเจ้าดูแลนางด้วยนะ...โชคดีนะลูกนารา"

"ขอบพระทัยเพคะเสด็จแม่"นาคินีสาวรีบก้มกราบอย่างนอบน้อมก่อนจะก้าวขึ้นกระโจมที่พวกครุฑนำมารับตัวตนไปยังวิมานกลางอากาศดินแดนศักดิ์สิทธิ์ของเหล่าครุฑ

นันทินีค่อยๆเปิดผ้าคลุมมองดูตนที่ถูกพาขึ้นที่สูงสุดเป็นครั้งแรกในชีวิต เบื้องล่างนั้นคือบาดาลคีรีบ้านเกิดที่เริ่มไกลออกไป นางรู้อยู่แก่ใจว่าสิ่งที่ตนทำลงไปนั้นไม่ถูกต้องแต่เพื่อช่วยนารานางก็จำใจต้องแก้สถานการ์ณเฉพาะหน้าไปก่อน คิดเอาไว้แล้วว่าหากไปถึงจะพยายามอธิบายให้ท่านป้าลักษณาเข้าใจแล้วตนก็จะรีบกลับมายังบาดาลคีรีในเร็ววันให้จงได้!

 

-โปรดติดตามตอนต่อไป- 

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว