ยูโร...เด็กหัวขาว

=_= มันคืออะไรบอกที ทำไมกดลบตอนนิยายที่ลงซ้ำไม่ด๊ายยยย!! ={}=!!! พลาดไปแล้วววววว
Sugar Boy ผมกลายเป็นเมียพี่รอง ภาค 2 [Boy's love/Yaoi18+]

ชื่อตอน : ผมกลายเป็นเมียพี่รอง ภาค 2 ตอนที่ 19 : สิ่งที่มันสมควรเป็น

คำค้น : Sugar Boy ผมกลายเป็นเมียพี่รอง ภาค 2, นทีเลย์, Platinunx

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.4k

ความคิดเห็น : 7

ปรับปรุงล่าสุด : 08 มี.ค. 2559 22:15 น.

ผมกลายเป็นเมียพี่รอง ภาค 2 ตอนที่ 19 : สิ่งที่มันสมควรเป็น

แบบอักษร

Sugar Boy SS2 : Chapter 19

           

 

...Way Part...

            "เจ็ดสิบเอ็ด เจ็ดสิบสอง เจ็ดสิบสาม..." ผมนอนแหงนหน้ามองเพดานห้องพลางขยับปากขยุบขยิบนับเลขไปเรื่อยๆตั้งแต่เริ่มมาจนถึงปัจจุบัน เมื่อคืนนี้หลังจากผมกับพ่อเลี้ยงไปเยี่ยมไอ้เลย์ที่โรงพยาบาล ผมถูกเขา...

            เฮ้ย ไม่จริงน่า!

            ผมเอาแต่คิดโต้แย้งกับตัวเองอยู่ในหัวแบบนี้มาทั้งคืนจนแทบนอนไม่หลับ

            "ทำไมวะ โอ๊ย เครียดๆ" พูดกันตามตรง ผมจะไม่เครียดจัดขนาดนี้เลยถ้าคนที่อยู่ตรงนั้นเป็นคนอื่น เพื่อน พี่น้อง หรือแฟน ไม่ว่าใครก็คงทำให้ผมต้องมานั่งปวดหัวขนาดนี้ได้ไม่เท่าคนที่จูบผมคือพ่อเลี้ยงของผมเอง ย้ำๆชัดๆ พ่อเลี้ยง! พ่อเลี้ยงคืออะไร ก็สามีแม่ของผมไง! สามีที่ถูกต้องตามกฏหมายทุกอย่างและมีลูกด้วยกันแล้วด้วย ถึงแม้ตอนนี้พวกเขาจะห่างเหินกันไปบ้างก็เถอะ

            "โอ๊ย! กูจะบาปมั้ยเนี่ย!" ผมยกมือขึ้นกุมขมับซ้ายขวาแล้วพลิกตัวไปมา

            ผมจะทำเป็นเหมือนมันไม่มีอะไรเกิดขึ้นก็ได้ถ้าไม่ใช่เพราะผมเป็นพวกต้องรู้ให้ได้ทุกอย่างที่เข้ามาในชีวิต ไม่ว่าเรื่องอะไรผมก็มีเซ้นที่จะสามารถเดาและอ่านทางทุกอย่างทุกความคิดของคนอื่นออก เพราะงั้นการกระทำของพ่อเลี้ยงที่ผมไม่คาดคิดและคาดเดาความคิดของเขาไม่ออกนี้ มันจึงทำให้ผม...ค้างคาใจมาก!!

            "เฮ้อ!" แล้วแบบนี้ผมจะมองหน้าแม่ น้องชายและน้องสาวของผมติดได้ยังไงกัน!

            โอ๊ย คิดสิคิด คิดให้ออก ถ้ายังคิดอะไรไม่ออกอยู่แบบนี้ผมคงวางตัวต่อหน้าเขาไม่ถูกแน่ๆ

            "เอ๊ะ...หรือว่าตอนนั้นเขาจะเมาจนเห็นเราเป็นคนอื่น..." ผมฉุกคิดขึ้นมาได้ แม้สมองจะปฏิเสธว่าไม่ใช่ความจริงเพราะรสจูบของเขาที่ผมได้สัมผัสมันไม่มีกลิ่นของแอลกอฮอล์อยู่เลยก็ตาม แต่หัวใจของผมมันกลับต้องการให้เป็นอย่างนั้น...ใช่ เขาต้องเมา ตอนนั้นเขาต้องเมา ถ้าเขาไม่เมาผมคงวางตัวต่อคนที่บ้านไม่ถูกแน่ๆ

            "ใช่ เมา ท่องไว้เวย์ว่าพ่อเลี้ยงเมา...จะไปถือสาอะไรกับคนเมาวะ"

            นอกจากเรื่องเซ้นในการเดาแล้วยังมีอีกอย่างที่ผมเชี่ยวชาญ...นั่นคือการโน้มน้าวใจคนและสะกดจิตตัวเอง หรือพูดง่ายๆก็คือ หลอกให้ตัวเองเชื่อในความต้องการของตัวเอง

            และจากนี้ไป ผมก็คงได้ข้อสรุปแล้วว่า...วันนั้นพ่อเลี้ยงเมา...

 

 

            ติ๊งต่อง

            เสียงไลน์จากโทรศัพท์มือถือซึ่งนอนนิ่งอยู่ข้างๆศีรษะผมตอนนี้ดังเรียกให้ต้องผวาลุกขึ้นมานั่งเกาหัวหยิกๆ ก่อนจะคว้าโทรศัพท์ขึ้นมาเปิดอ่านข้อความซึ่งเพิ่งถูกส่งเข้ามา

            "เฮ้อ" เมื่อผมได้อ่านข้อความจากคนที่ไม่อยากเจอหน้าที่สุดก็ถึงกับถอนหายใจออกมาหนักๆ

 

 

            'ชงกาแฟมาให้ฉันหน่อย'

 

 

            "ชิส์ ใช้ๆๆ เห็นเราเป็นคนรับใช้รึไงนะ" ผมบ่นๆก่อนจะลุกเดินออกจากห้องเพื่อไปยังครัวอย่างรู้หน้าที่ ให้ทำไงได้ล่ะ ก็ผมเป็นเลขาส่วนตัวของเขานี่นา เป็นตำแหน่งที่ได้เงินดีสุดๆ แถมผมยังใช้จุดอ่อนของพ่อเลี้ยงเพื่อชิงมันมาจากเลขาคนก่อนของเขาด้วย อาจจะคิดว่าผมมันร้าย แต่นี่มันยังน้อยไปเมือเทียบกับสิ่งที่เขาทำไว้กับครอบครัวเรา

 

 

            ติ๊งต่อง

            ข้อความไลน์ดังขึ้นอีกครั้งเมื่อผมกำลังเดินไปที่ครัว

            'เร็วๆด้วย ฉันให้เวลา 3 นาที'

 

 

            "ให้ตายสิ" ผมจิ๊ปากบ่นแล้วเร่งฝีเท้ามุ่งไปชงกาแฟให้คุณเจ้านายที่รออยู่ด้านบน ไม่นานกาแฟอุ่นๆก็พร้อมยกขึ้นไปเสิร์ฟ

 

 

            ก๊อกๆๆ

            ผมเคาะประตูเมื่อเดินถือถ้วยกาแฟมาถึงหน้าห้องทำงานของพ่อเลี้ยง แต่ไม่จำเป็นต้องรอได้รับการอนุญาติใดๆผมก็ถือวิสาสะเปิดประตูเข้ามาในห้องอย่างไม่แคร์เจ้าของเลย ซึ่งมันก็เป็นเรื่องปกติไปเสียแล้ว แรกๆเขาก็บ่นนะ แต่เดี๋ยวนี้...เหอะ คงเหนื่อยจะบ่นแล้วล่ะ

            "แกช้าไป 24 วิ" พ่อเลี้ยงเอ่ยขึ้นหลังจากที่ผมวางแก้วกาแฟลงบนโต๊ะ

 

 

            "ลงไปชงเองมั้ยครับ" ผมยักคิ้วใส่กวนๆ พ่อเลี้ยงมองผมนิ่งไปนิดก่อนจะส่ายหัวแล้วก้มหน้าลงไปมุ่งมั่นกับงานต่อ

            "ไม่ดื่มรึไง เห็นเร่งให้รีบชงมาไม่ใช่เหรอ" ผมยืนมองเขาอยู่ซักพักแล้วทักท้วงขึ้น

 

 

            "อืม" พ่อเลี้ยงพยักหน้าพร้อมยกกาแฟขึ้นดื่ม ขณะนั้นเองที่สายตาของผมเพ่งเล็งไปยังริมฝีปากสีเข้มของเขา ในหัวก็พลันนึกถึงสัมผัสจากจูบละมุนขึ้นมาได้

            "มีอะไร" เมื่ออีกฝ่ายรู้สึกได้ว่าถูกมองอยู่นานจึงเอ่ยปากถามขึ้น แววตาดุสบตากับผมนิ่งไปชั่วขณะก่อนที่ผมจะเป็นฝ่ายหลบตาสายตาออกไปก่อน

 

 

            "อ่อ เปล่าครับ ไม่มีอะไร งั้น... ผมขอตัวนะ"

 

 

            "เดี๋ยว อย่าเพิ่งไป" พ่อเลี้ยงเรียกเอาไว้ก่อนที่ผมจะได้ขยับก้าวแรกออกไปจากจุดๆเดิม

 

 

            "ครับ?" ผมเลิกคิ้วถามอีกฝ่ายสงสัย

 

 

            "เรื่องเมื่อเย็นวานนี้น่ะ" สิ้นเสียงพ่อเลี้ยง ทำให้ผมชะงักไปชั่วขณะ ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าเขาหมายถึงเรื่องอะไร

            "ฉันขอโทษ ตอนนั้นฉัน..."

 

 

            "ไม่ต้องใส่ใจหรอกครับ ผมไม่ได้คิดอะไรมาก" ผมพูดแทรก

 

 

            "แต่..."

 

 

            "ผมไม่ใส่ใจหรอกครับ บางทีที่คุณทำไปอาจเพราะเมา ผมไม่ถือสาคนเมาหรอกนะ"

 

 

            "นี่แกคิดว่าฉันเมาจริงๆอย่างนั้นเหรอ" พ่อเลี้ยงเงยหน้าถามผมแววตานิ่งสงัด น้ำเสียงเข้มของเขาฟังดูเยือกเย็นขึ้นราวกับน้ำแข็ง ทำให้ผมแอบใจหายไปชั่วขณะ แววตาของเราผสานเข้าหากันเพียงชั่วแว๊บหนึ่งและก็เป็นผมอีกตามเคยที่สู้สายตาของเขาไม่ได้และต้องเสมองออกไปทางอื่น

 

 

            "แล้วมันมีอะไรให้คิดอีกล่ะครับ"

 

 

            "แต่ฉันไม่ได้เมา" อีกฝ่ายเถียงกลับน้ำเสียงไม่ค่อยพอใจนัก และผมเองก็ไม่ค่อยเข้าใจหรอกว่าเขาไม่พอใจอะไร เรื่องอะไร

 

 

            "..." ผมกำหมัดแล้วเงียบลงไป

            "ไม่ใช่... คุณเมา"

 

 

            "แกจะหลอกตัวเองไปเพื่ออะไร แกน่าจะรับรู้ได้ว่าฉันไม่มีกลิ่นแอลกอฮอล์อยู่เลย"

 

 

            "แล้วคุณจะให้ผมคิดยังไงล่ะ!" หลังจากที่ความคิดเพื่อเอาตัวรอดของผมถูกทำลายลง ผมก็เผลอขึ้นเสียงใส่คนตรงหน้าไปอย่างไม่ได้ตั้งใจ ผมไม่เข้าใจเลย ไม่เข้าใจอะไรซักอย่าง ถ้าหากเขาไม่ได้เมาและยังมีสติดี เขาจะทำแบบนั้นไปเพื่ออะไรกัน

 

 

            "ฉันอยากจูบแก" สิ้นเสียงที่ฟังดูขึงขังจากอีกฝ่าย โลกทั้งใบผมเหมือนถูกสั่งให้หยุดนิ่งไปชั่วขณะ สมองมันรวนจนคิดอะไรไม่ออกเลย เขาบอกว่าอยากจูบผมงั้นหรอ!? พูดบ้าอะไรน่ะ

 

 

            "ถ้าคุณหมายถึงแม่ของผมล่ะก็..."

 

 

            "ฉันไม่ได้หมายถึงแม่แก คนที่ฉันอยากจูบด้วยก็คือแก เจ้าเวย์" พ่อเลี้ยงพูดดักก่อนที่ผมจะได้พูดจบ

 

 

            "หะ พูดอะไรของคุณน่ะ" ผมขมวดคิ้วมองอีกฝ่ายหน้าเครียด

 

 

            "ฉันพูดจริงๆ"

 

 

            ปึก!

            "อย่ามาล้อเล่นนะ ผมไม่ตลก!" ผมกระแทกฝ่ามือลงกับเนื้อโต๊ะแรงจนเสียงดังสั่นสะเทือนไปทั่วโต๊ะ สายตาของเราสองคนผสานเข้าหากันจนรับรู้ได้ถึงสิ่งที่อีกฝ่ายต้องการจะสื่อออกมาได้ชัดเจน ไม่จริงน่า ที่พ่อเลี้ยงพูดมันเป็นความจริงงั้นหรอ

            "ทำไม..." ผมถามเสียงอ่อนลงอย่างไม่เข้าใจ

 

 

            "..." พ่อเลี้ยงเงียบ แถมยังหลบตาจากผมมองต่ำลงไปกว่าระดับสายตาราวกับรู้สึกผิด

 

 

            "ตั้งแต่เมื่อไหร่ครับ" ผมสงบใจถาม พยายามใจเย็นให้ถึงที่สุด

 

 

            "..." แต่พ่อเลี้ยงก็ยังเงียบ

 

 

            "ถ้าแกเกลียดฉัน จะไปก็ได้นะ ฉันจะไม่โทษอะไรแกทั้งนั้น" นี่คือคำพูดแรกและประโยคเดียวที่เขายอมเอ่ยมันออกมาจากปาก แต่ก็ยังไม่ยอมสบตากับผมอยู่ดี ใบหน้าคมหันมองออกไปทางระเบียงห้อง ผมอ่านสายตาของเขาไม่ออกเลย แต่มีสิ่งหนึ่งที่ผมพอจะรู้สึกได้... ผู้ชายคนนี้ไม่ได้ล้อเล่น

 

 

            "คุณแค่ชอบ...หรือรักไปแล้ว" ผมถาม

 

 

            "ฉันไม่รู้" สิ้นเสียงอีกฝ่าย ผมจ้องหน้าของคนเป็นพ่อเลี้ยงนิ่งไปซักพักก่อนจะถอนหายใจออกมา อย่าบอกนะว่าสาเหตุที่ทำให้เขาห่างเหินกับคุณแม่ก็เพราะผม

 

 

            "ช่างมันเถอะครับ ผมจะไม่คิดอะไรมาก"

 

 

            "จะบอกว่าให้ทำเหมือนมันไม่มีอะไรเกิดขึ้นน่ะเหรอ" พ่อเลี้ยงหันมาจ้องหน้าถามผม คิ้วเข้มทั้งสองข้างขมวดชนกันเครียดอย่างไม่ค่อยพอใจนัก

 

 

            "ใช่ครับ ลืมๆมันไปซะเถอะ" ผมยืนยันอย่างชัดเจน

 

 

            "แกคิดว่าฉันจะทำแบบนั้นได้งั้นเหรอ" อีกฝ่ายตัดพ้ออย่างไม่เข้าใจ

 

 

            "นั่นคือสิ่งที่คุณควรจะทำให้ได้ครับ... คุณเป็นพ่อผมนะ ถึงจะไม่ใช่พ่อแท้ๆแต่ก็ขึ้นชื่อว่าเป็นสามีของแม่ผม แถมคุณยังมีลูกแล้วด้วย เรื่องของเรามันยิ่งกว่าเป็นไปไม่ได้อีกเข้าใจมั้ยครับ"

            "สิ่งที่คุณควรจะทำตอนนี้ไม่ใช่เปลี่ยนใจมาหาผม แต่คุณควรเปลี่ยนใจตัวเองกลับไปหาคุณแม่ของพวกเราให้ได้ ถ้าคุณรักผมล่ะก็ นี่ก็คือสิ่งที่คุณควรจะทำเพื่อผมและน้องๆของผมครับ คุณพ่อ และก็เพื่อลูกสาวแท้ๆเพียงคนเดียวของคุณด้วย"

 

 

            "แกไม่ต้องมาสั่งสอนฉัน" อีกฝ่ายตอบเสียงเรียบ ผมหลุดขำออกมานิดๆกับความดื้อด้านแบบนี้ง

 

 

            "ขอโทษแล้วกันครับ" ผมเอ่ยยอมแต่โดยดี

 

 

            "ยังไงก็เถอะ ลืมมันไปเถอะนะครับ ผมขอตัวล่ะ" ว่าแล้วผมก็ผงกหัวลาอีกฝ่ายเล็กน้อยก่อนจะเดินออกมาโดยไม่หันกลับไปมองคนข้างหลังอีกแม้แต่น้อย พอออกมาแล้วสิ่งแรกที่เกิดขึ้นก็ถือการถอนหายใจอย่างโลกของผม เฮ้อ ผมอึดอัดจริงๆนะเนี่ยที่มีเรื่องแบบนี้เกิดขึ้น ไม่บอกก็รู้ ถึงเขาจะไม่ยอมพูดว่ารักหรือชอบออกมาจากปากตัวเองแต่สายตาของเขามันฟ้องจะตาย

            "คุณแย่งแม่ผมมาจากพ่อแล้ว ถ้าคุณทำให้เธอเสียใจอีกครั้งเพราะผมเป็นสาเหตุ ผมนี่แหละจะเป็นคนจัดการกับคุณเอง ไอ้ผู้ชายเลว โลเล ชั่วช้า" ผมพึมพำ จะหาว่าคำพูดพวกนี้มันมากเกินไปก็ได้ แต่สำหรับผม คำนิยามพวกนี้เหมาะกับเขามากที่สุดแล้วล่ะ

...End way part...

 

 

 

...Lay part...

            ผมเหนื่อยกับชีวิตนี้จริงๆ ผมพยายามยิ้มมาตลอดแม้ว่าจะเจอเรื่องแย่ๆร้ายๆมามากแค่ไหน แต่ความอดทนอดกลั้นของคนเรามันก็มีขีดจำกัด ในเช้าของวันต่อมา ผมออกมาจากโรงพยาบาลเพื่อเดินทางกลับบ้านอย่างปลอดภัย มือบางถูกมือหนาของคนเป็นพี่ชายคอยกุมไว้ตลอดตั้งแต่ลงจากรถจนถึงห้องของเรา...

            มันเคยจะเป็นห้องของเรา...แต่ตอนนี้มันเป็นห้องของผม เพราะพี่ทีไม่กล้าพอที่จะมาอยู่กับผมในห้องนี้ ตราบใดที่เรายังลงเอยกันไม่ได้ซักที

            "พี่ครับ ไม่ต้องไปเรียนเหรอ" ผมเงยหน้าถามพี่ชายเสียงแผ่วขณะนอนหันข้างมองร่างสูงใหญ่หุ่นฟิตไปด้วยกล้ามเนื้อของนักกีฬาซึ่งกำลังนั่งอ่านหนังสือเฝ้าผมอยู่ ตกลงพี่ชายคนนี้ของผมจะไปเป็นหมอหรือนักกีฬาระดับชาติกันแน่เนี่ย

 

 

            "พี่ลามา..." พี่ทีพูดเสียงอ่อนลงเมื่อเงยหน้าจากหนังสือมาสังเกตุเห็นสีหน้าที่ไม่ค่อยพอใจนักของผมที่แสดงออกไป เมื่อได้ยินว่าพี่ทีลาเรียนมาเพื่อผมอีกแล้ว

 

 

            "ผมทำให้พี่ต้องลาเรียนอีกแล้วเหรอ" ผมถามติดจะรู้สึกผิด

 

 

            "พี่ลามาเอง เลย์ไม่เกี่ยวหรอก"

 

 

            "แต่ที่พี่ลาก็เพื่อมาตามดูแลผมไม่ใช่รึไงล่ะ" ผมพูดตามความจริง พี่ทีเงียบลงไป

 

 

            "พี่ไปเรียนเถอะครับวันนี้ เลย์อยู่คนเดียวได้"

 

 

            "ไม่เป็นไร วันนี้พี่..."

 

 

            "ผมไม่อยากเป็นสาเหตุที่ทำให้พี่เดินตามความฝันตัวเองไม่ได้นะครับ ผมไม่อยากเป็นสาเหตุที่ทำให้ผลการเรียนพี่ต่ำลงเพราะเวลาเรียนไม่พอ พี่กำลังจะเป็นคุณหมอในอนาคตนะ อย่าลาบ่อยแบบนี้เลย... มันทำให้ผมรู้สึกผิดมากเลยนะแบบนี้" ผมพูดเสียงอ่อนลงเรื่อยๆ พี่ทีจึงวางหนังสือในมือลงแล้วเดินเข้ามานั่งลงบนขอบเตียง ก่อนที่มือหนาจะสัมผัสลงมาที่หัวทุยช้าๆ

 

 

            "พี่ขอโทษครับ" พี่ทีเอ่ย ใบหน้าหล่อคมดูอ่อนโยนลงมากในเวลานี้ แต่ก็ยังสลัดคราบความเย็นชาที่ติดเป็นนิสัยมาตั้งแต่เด็กๆนี้ออกไปได้ไม่ค่อยมากนัก ถึงอย่างนั้นมันกลับดูมีเสน่ห์และน่ามองจนผมต้องเงยหน้าสบตากับคนข้างบนอยู่นาน

            "แต่ขอวันนี้พี่ได้อยู่กับเลย์เถอะนะ"

 

 

            "แต่..." ผมทำท่าจะพูดขัด

 

 

            "นะครับ" คนตัวโตขอ ถึงจะฟังดูเป็นคำพูดและน้ำเสียงเรียบๆ แต่นั่นกลับทำให้ผมเขินขึ้นมาได้มากมายอย่างน่าแปลก

            "ให้วันนี้พี่อยู่กับเลย์นะ" พี่ทีขอ

 

 

            "อะ..อื้ม" ผมพยักหน้าหงึกๆ บนกลุ่มผมสีดำยังคงมีมือหนาของอีกฝ่ายลูบไปมาอย่างแผ่วเบา ทิ้งสัมผัสอบอุ่นชวนคิดถึงไว้ให้ผมต้องเคลิ้มตาม

 

 

            "เหนื่อยมั้ย อย่ากินอะไรอีกรึเปล่า พี่จะไปหามาให้" พี่ทีถาม ผมเงยหน้ามองคนตัวโตอีกครั้งก็พบว่าพี่ทีกำลังมองลงมาที่ผมด้วยสายตาแปลกๆ ไม่ใช่สายตาร้ายกาจหรือเจ้าเล่ห์ราวกับกำลังมีความคิดอกุศล แต่มันเหมือนสายตาห่วงใยและหวงแหนของคนที่รักผมมากมาย แทบจะมากกว่าชีวิตของตัวเองด้วยซ้ำ เมื่อเห็นสายตานั้นแล้วกรอบตาของผมก็แดงรื้นขึ้นมาอย่างห้ามไม่อยู่

 

 

            "เราเลิกกันมากี่ครั้งแล้ว" ผมโพล่งขึ้นเสียงติดจะสั่นๆเล็กน้อย

 

 

            "...สามครั้ง ครั้งแรกมึงความจำเสื่อม ครั้งที่สองมึงหนีกูไป และครั้งที่สาม...กูทำให้มึงเสียใจ" พี่ทีเงียบไปซักพักก่อนจะตอบสิ่งที่ผมอยากรู้ออกมาอย่างระเอียดยิบ

 

 

            "จะมีคู่ไหนเลิกกันได้บ่อยเท่าเราอีกมั้ยนะ" ผมพึมพำเสียงแผ่ว มีบางสิ่งที่อยากจะพูดแต่ในใจกลับไม่กล้า ทุกครั้งที่เราเลิกกันล้วนเป็นเพราะผม ผมเป็นคนบอกเลิกเอง ผมไม่มีความอดทนมากพอและทิ้งพี่ทีไปหลายต่อหลายครั้ง แล้วแบบนี้... ผมสมควรแล้วหรอที่จะได้รับความรักจากคนคนนี้อีกครั้ง ผมมันแย่จริงๆ

 

 

            "นั่นสินะ"

 

 

            "..." สิ้นเสียงพี่ทีผมก็เงียบลงไป หวังอยากให้พี่เขาเป็นคนเริ่มขอบางสิ่งกับผมก่อน แต่พี่ทีกลับไม่พูดอะไรต่อจากนี้เลย บางที...โอกาสของผมมันคงหมดแค่นี้แล้วล่ะ

 

 

            "พี่รักเลย์นะครับ" พี่ทีพูดขึ้นหลังจากความเงียบเข้าปกคลุมในห้องมายาวนานหลายนาที ผมไม่กล้าแม้แต่จะเงยหน้ามองเจ้าของเสียงนี้เลย ผมดีใจที่พี่ทีบอกความรู้สึกนี้กับผม ดีใจมากจริงๆ บางที... ไม่ต้องคบกันก็คงไม่เป็นไรหรอก แค่เราสองคนรักกันแบบนี้ก็ดีแล้ว

 

 

            "เลย์ก็รักพี่นะ"

 

 

 

            --- To be continued ---

 

จากนี้คงไม่ได้มาอัพ จันทร์-อังคารแล้วนะ ช่วงนี้ตารางเวลาเปลี่ยนบ่อย อะไรๆเลยไม่ค่อยแน่นอน รอติดตามข่าวสารการอัพเดตกันในเพจเอาแล้วกันนะคับ จิ้มที่ลิ้งนี้เพื่อบินไปเพจโล้ด https://www.facebook.com/LonerDarkWriter/?ref=hl 

 

 ทั้งนี้มีข่าวสารเกี่ยวกับหนังสือนิยายภาคแรกของเรื่องนี้มาฝากกันนะคับ ใครสนใจอยากมีไว้ซักเล่มแจ้งเข้ามาได้ทางเฟสเลยนะ ไรท์อยากรู้จำนวนของนักอ่านที่ต้องการซื้อจะได้สั่งจำนวนที่จะทำมาถูกนะ

ชื่อ
ความคิดเห็น