Storytellers
email-icon facebook-icon Twitter-icon

ยินดีต้อนรับสู่อาณาจักร Storytellers ค่ะ ขอบคุณที่เข้ามาอ่านนิยายของไรท์นะคะ

Phantom ร้ายก็รัก ตอนที่ 2

ชื่อตอน : Phantom ร้ายก็รัก ตอนที่ 2

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.3k

ความคิดเห็น : 1

ปรับปรุงล่าสุด : 14 พ.ค. 2563 13:21 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
Phantom ร้ายก็รัก ตอนที่ 2
แบบอักษร

Phantom ร้ายก็รัก ตอนที่ 2 

 

ช่วงสายของวันเดียวกันผมได้รับโทรศัพท์จากไอ้ลูกหินมันบอกให้ผมออกมารอหน้าบ้านเพราะตอนนี้มันกำลังขับรถมารับผมและใกล้จะถึงแล้วด้วยผมจะอ้าปากถามว่ามารับทำไมมันก็ชิงตัดสายทิ้งไปก่อนผมเลยต้องเปลี่ยนเสื้อผ้าใหม่จากเสื้อยืดกางเกงบอลก็เปลี่ยนมาเป็นกางเกงขาสามส่วนแต่เสื้อตัวเดิมเพิ่มเติมคือพรมน้ำหอมนิดหน่อย 

ก็ผมเข้าครัวช่วยยายทำขนมแต่เช้านี่ครับ มันอาจจะมีกลิ่นเหงื่อกลิ่นไคลหรือกลิ่นไม่พึงประสงค์ผมเลยต้องทำตัวสะอาดสะอ้านนิดนึง 

“ยายครับ”  

“ว่าไงลูกฝุ่น หืม…?” 

ใบหน้าอวบอิ่มและสายตาอ่อนโยนของยายละจากหนังสือธรรมะในมือเพื่อเงยหน้าขึ้นมามองตามเสียงเรียกของผมและผมก็ยิ้มกว้างเมื่อเห็นคิ้วสวยๆ ของยายขมวดมุ่น ยายคงสงสัยว่าทำไมผมถึงมาอยู่ในชุดเต็มยศแบบนี้ 

“แฮะๆ ลูกหินโทรมาชวนออกไปเที่ยวครับ” หัวเราะแห้งๆ พร้อมบอกออกไปทันที 

“จ้ะ จะไปที่ไหนกันล่ะ” 

“เอ่อ…ไม่รู้เหมือนกันครับยังไม่ทันได้ถามลูกหินมันก็ตัดสายไปก่อน” 

“…อย่ากลับค่ำล่ะยายเป็นห่วง”  

พูดจบยายก็ขยับแว่นสายตาที่ใช้เฉพาะเวลาอ่านหนังสือลงพร้อมหรี่ตามองผมจนผมต้องเดินเข้าไปนั่งลงข้างๆ กอดแขนอวบๆ ของยายเอาไว้แนบแน่นก่อนจะซบลงบนต้นแขนนุ่มนิ่มของยายเพื่ออ้อนยายเหมือนที่เคยทำตั้งแต่เด็กจนถึงตอนนี้  

ยายรู้ว่าผมมีเพื่อนไม่มากนักและคนที่สนิทจนผมไปไหนมาไหนด้วยก็มีแค่ไอ้ลูกหินแค่คนเดียวเท่านั้นเพราะงั้นเวลาลูกหินมันชวนผมไปไหนมาไหนนอกจากบอกผมอย่ากลับดึกอย่ากลับค่ำแล้วยายก็ไม่ได้ว่าอะไรแต่ผมต้องขออนุญาตต้องบอกยายก่อนทุกครั้งและผมเองก็ไม่ถนัดทำตัวเกเรหรือไปเถลไถลที่ไหนให้ยายต้องคอยเป็นห่วง 

ผมว่าผมก็โตขึ้นในระดับหนึ่งเหมือนกันนะตั้งแต่ที่พ่อแม่จากไป ผมรู้ว่าผมยังโตไม่พอแต่ผมก็อยากจะปกป้องดูแลยายกับน้องให้ได้มากที่สุดอยู่กับพวกเขาให้มากที่สุดทำอะไรด้วยกันบ่อยๆ สนิทกันมากๆ ทานข้าวเช้า ข้าวเย็นด้วยกันบ่อยๆ ครอบครัวเราจะได้ไม่โดดเดี่ยว 

นี่คือความคิดของผมคนเดียวที่ผมเองพยายามทำมันมาโดยตลอด 

ขาที่กำลังก้าวเดินอย่างเร่งรีบปรับเปลี่ยนเป็นก้าวช้าลงพร้อมกับเอียงคอกะพริบตาอย่างสงสัยเมื่อรถยนต์คันคุ้นตาคันหนึ่งจอดติดเครื่องอยู่หน้าบ้านก่อนจะประตูฝั่งตรงข้ามกับคนขับจะเปิดออกและเป็นลูกหินที่เดินยิ้มมาแต่ไกล เขายืนกอดอกพิงหลังกับรถพร้อมกับบ่นเสียงดังให้คนฟังได้ยินชัดๆ ทุกคำ 

“ช้าวะไอ้ฝุ่น กูก็นึกว่ามึงจะออกมายืนทำตัวเป็นนีออนรออยู่หน้าบ้านแล้วซะอีก” 

“…” 

ไม่ตอบคำถามลูกหินเพราะว่าใต้ฝุ่นกำลังงงและกำลังสงสัยอยู่ว่าทำไมไอ้รถคันเมื่อวานที่เขาอาศัยกลับมาด้วยนั้นถึงมาจอดอยู่ตรงนี้และที่สำคัญเพื่อนเขาไม่ได้เป็นคนขับมันมาแน่ๆ เพราะใบขับขี่ไม่มีและวุฒิภาวะเท่านี้ อายุก็เท่านี้พ่อแม่ผู้ปกครองคงไม่ให้ขับออกมาจากบ้านแน่นอน 

“เอ้าๆ งง งงอะไรวะไปขึ้นรถได้แล้ว แล้วนี่บอกยายนวลแล้วใช่ไหมว่ากูมารับอะ” 

“บะ บอกแล้ว”  

“ตะกุกตะกัก นี่มึงบอกยายจริงๆ ปะเนี่ย อย่ามาโกหกนะเว้ย กูยังไม่อยากถูกยายนวลเอาตะหลิวมาเพ่นกบาลแยกหรอกนะ” 

เพราะเห็นว่าเพื่อนตะกุกตะกักตอบรับไม่เต็มคำลูกหินจึงพูดเสียงตื่นเพราะว่าเคยเห็นหน้าดุๆ ของยายนวลตอนที่เป็นเพื่อนกับใต้ฝุ่นแล้วมาส่งที่บ้านหลังจากเล่นบอลกันกว่าจะเลิกเล่นก็เย็นมากแล้วเลยให้ที่บ้านช่วยแวะมาส่งแต่ก็มาเจอยายอวบๆ ขาวๆ ยืนทำหน้าถมึงทึงรออยู่หน้าบ้านเขาล่ะจำมันฝังใจวันนี้แทบจะร้องไห้กลัวจนฉี่แทบราดซะตอนนั้น 

“บอกแล้วน่า” 

“บอกแล้วแน่นะ” 

“เออ ถามไรเยอะแยะวะ แล้วนี่…” 

“อ๋อ พอดีว่าพวกกูจะไปเที่ยวสวนสนุกกันกูเลยอยากชวนมึงไปเปิดหูเปิดตาไม่ใช่วันๆ อยู่แต่บ้านเป็นลูกมือยายนวลทำแต่ขนมไทย” 

“…” 

ใต้ฝุ่นแค่ส่ายหน้ายิ้มๆ กับคำพูดของเพื่อน แต่ว่ามันก็เป็นเรื่องจริงทั้งหมดเพราะเวลาอยู่บ้านเขาก็ชอบเป็นลูกมือยายทำขนม ทำนั่นทำนี่ เหมือนเมื่อเช้าที่ช่วยกันทำขนมเกสรลำเจียกที่น้องสาวอย่างปาแป้งก็กินเอาๆ แถมยังขอแบ่งส่วนหนึ่งของตัวเองไว้ต่างหากอีกด้วย 

“จะขึ้นรถกันได้หรือยัง เดี๋ยวสวนสนุกเขาก็ปิดกันพอดี”  

เสียงของคนขับที่ลดกระจกรถลงมากึ่งตะโกนเรียกทำให้ทั้งใต้ฝุ่นและลูกหินต่างก็รีบพากันวิ่งไปขึ้นรถโดยที่ลูกหินขึ้นไปประจำที่ของตัวเองนั่นคือที่นั่งข้างคนขับและใต้ฝุ่นก็นั่งตรงเบาะด้านหลังหันเอ่ยทักทายและสวัสดีษัษดินทร์หรือพี่ดินของลูกหินแล้วเขาก็ต้องชะงักเมื่อมีอีกคนนั่งอยู่ข้างๆ  

“หวัดดี เราชื่อปริมเป็นน้องพี่ดินกับลูกหิน” 

“เอ่อ หวัดดีเราชื่อใต้ฝุ่น เรียกฝุ่นเฉยๆ ก็ได้” 

“ชื่อน่ากลัวจังเกิดช่วงพายุเข้าพอดีเหรอ”  

“…” 

นอกจากกะพริบตาปริบๆ ทำหน้าแหยๆ แล้วใต้ฝุ่นก็พูดไม่ออกเพราะตามอีกฝ่ายไม่ทัน จะบอกว่าอีกฝ่ายแซวก็ไม่ผิดแต่มันก็ตะหงิดๆ เหมือนถูกกระแซะไปด้วยยังไงยังงั้นก็ไม่ผิดอีกเหมือนกัน 

บนรถระหว่างทางไปสวนสนุกผมนั่งเงียบๆ ทำตัวลีบๆ ฟังสามพี่น้องเขาคุยกันและหัวเราะกันอย่างสนุกสนาน ผมเดาว่าปริมคงเป็นญาติของไอ้ลูกหินส่วนพี่ดินผมไม่แน่ใจว่าเป็นญาติหรือว่าเป็นพี่ชายแท้ๆ ของมันกันแน่ คือประมาณว่าผมอยากรู้แต่ไม่กล้าถามประมาณนั้นน่ะครับ 

“มองหน้าปริมทำไมเหรอฝุ่น หรือว่าหน้าปริมมีอะไรติด”  

“ปะ เปล่าครับ ไม่มีอะไร”  

ตอบเสร็จผมก็หันหน้าออกไปมองหน้านอกหน้าต่างเพราะสัมผัสได้ว่าภายใต้ใบหน้าสวยหวานนั่นมีบางอย่างที่ผมไม่แน่ใจและดูไม่ออกว่าปริมคิดและรู้สึกยังไงกับผม มันเหมือนเธอไม่ชอบขี้หน้าผมแต่ว่าเธอพูดดีกับผมทำไมกันล่ะ อารมณ์ของเธอมันเหมือนเจอหน้าครั้งแรกก็ไม่ถูกชะตาผมแล้วอะไรประมาณนั้น 

“บัตรเข้าหนึ่งใบครับ”  

“เฮ้ยไม่ต้องๆ พี่ดินเขาซื้อให้แล้ว” 

“หะ?” ผมไปห้องน้ำแค่แป๊บเดียวเองทำไมพี่เขาถึงได้ซื้อตั๋วให้ผมแล้วล่ะ 

“เอ้า มาสิยืนตากแดดทำไม”  

“ตะ แต่ว่า…” 

ยังไม่ทันจะได้พูดจบผมก็ถูกไอ้ลูกหินกระชากลากถูมาที่หน้าประตูทางเข้าสวนสนุกที่มีพี่ดินกับปริมยืนรออยู่แล้ว พี่ดินทำหน้านิ่งๆ ดวงตาก็ยังคงดุเหมือนโกรธอยู่ตลอดเวลาเหมือนเดิมส่วนปริมเธอทำหน้าบึ้งตึงมองผมด้วยหางตาค้อนผมขวับๆ จนผมต้องยกมือขึ้นมาเกาท้ายทอยตัวเองเพราะทำตัวไม่ถูก 

“พร้อมกันแล้วนะ อะนี่ครับสี่คน”  

พี่ดินว่าจบก็หันไปยื่นบัตรให้พนักงานแล้วก็เดินฉับๆ เข้าไปด้านในทันทีโดยมีปริมเกาะแขนเดินเคียงไปด้วยกันผมได้แต่มองตามอย่างงงๆ  

“มึงสงสัยล่ะสิว่าทำไมปริมถึงติดพี่ดินขนาดนั้น” 

“…” ผมไม่ตอบแค่เดินไปเงียบๆ  

“ปริมเขาติดพี่ดินเพราะว่าพี่ดินคือพี่ชายคนเดียวของเขา” 

งงครับ พี่ชายคนเดียวงั้นเหรอแล้วไอ้ลูกหินไม่ใช่เหรอ? 

ผมได้แต่คิดในใจแต่สงสัยผมจะคิดดังไปหน่อยไอ้หินมันถึงได้หัวเราะตอนที่ก้มหน้าลงมามองหน้ายุ่งกับปากงอๆ ของผม 

“ฮาๆ กูว่าแล้วว่ามึงต้องงง ขนาดกูยังงงเลยตอนที่รู้เรื่องนี้ ความจริงกูไม่รู้มาก่อนหรอกว่ามีพี่ชาย ตอนเด็กๆ กูคิดว่ากูเป็นลูกคนเดียวด้วยซ้ำแต่อยู่มาวันหนึ่งป้ากูก็พาพี่ดินมาที่บ้าน พ่อกับแม่กูก็แนะนำว่านี่พี่ดินเป็นพี่ชายแท้ๆ ของกูที่ป้ากูขอไปเลี้ยงเป็นลูกบุญธรรม คือป้ากูแกมีลูกยากไปขอมาทุกที่ที่เขาว่าดีว่าเด็ดไปบนบานศาลกล่าวมาไม่รู้กี่ครั้งต่อกี่ครั้งลูกก็ยังไม่มาเกิดกับแกสักคนแกเลยมาขอพี่ดินไปเลี้ยงเป็นลูกและจดทะเบียนรับเป็นลูกบุญธรรมไปเลยทีเดียว คือแบบเอาพี่กูไปเลี้ยงตั้งแต่พี่กูหย่านมอะมึง พ่อกับแม่กูนี่ก็ใจแข็งโคตรยอมยกให้ไปได้ยังไง มึงว่าไหม” 

“…” 

“แล้วจากนั้นห้าปี ปริมก็มาเกิดเฉย น่าทึ่งเนอะ” 

“…” 

ไร้คำตอบจากผมอีกเช่นเคยแต่ว่าเพราะแบบนี้สินะปริมถึงได้เขม่นผม เธอคิดว่าผมจะไปแย่งความรักจากพี่ชายของเธอหรือเปล่า แต่ว่า…เอ๊ะ เธอรู้เหรอว่าผมชอบผู้ชาย แล้วเธอรู้เหรอว่าผมแอบ เอ่อ แอบชอบพี่ชายของเธออยู่ ผมว่าผมก็ไม่ได้แสดงอะไรที่ผิดแปลกออกไปนะแล้วเธอเองก็เจอผมแค่ครั้งแรกไม่ใช่เหรอเธอรู้ได้ยังไง 

เฮ้ย! ผมไม่ได้ชอบพี่ดินนะครับ ผมก็แค่…แอบปลื้มแค่นั้นเอง 

ความคิดเห็น