แทคฮยองจี
email-icon facebook-icon Twitter-icon Line-icon

ช่วยใจดีกับเราด้วยนะคะ

น่านฟ้าล่ารัก 10 | Rewrite

ชื่อตอน : น่านฟ้าล่ารัก 10 | Rewrite

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 4.1k

ความคิดเห็น : 16

ปรับปรุงล่าสุด : 11 พ.ค. 2563 23:14 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
น่านฟ้าล่ารัก 10 | Rewrite
แบบอักษร

น่านฟ้าล่ารัก 

10 

 

ที่เคยได้ยินมาว่าแอร์ห้องปกครองเย็นนั้นไม่ได้กล่าวเกินจริงขนาดผมไม่ได้ทำอะไรผิดยังขนลุกแปลกๆ ตอนนี้ผมกับแม่ของเด็กคู่กรณีกำลังนั่งเผชิญหน้ากันอยู่ที่โต๊ะรับแขก

“จะว่ายังไงเนี่ย ลูกฉันก็เจ็บแบบนี้ใครจะรับผิดชอบ”

“ผมรับผิดชอบเอว จะเอาเท่าไหร่”

“แล้วคุณเป็นใคร?”

แม่ของเด็กคนที่ได้รับบาดเจ็บรีบหันกลับไปแวดๆใส่คนที่มาพูดสอด แต่ผมว่าเสียงคุ้นๆมากเลยหันกลับไปมอง

“คุณพ่อ!”

“คุณปู่!!”

“ไงเจ้าตัวดื้อ” พ่อคุณน่านฟ้ายิ้มและกอดเจ้าอ้วนที่วิ่งดุ๊กดิ๊กเข้าไปหา

“คุณพ่อมาได้ยังไงครับ” ตอนนี้ยังงงๆอยู่พ่อคุณน่านฟ้ามาได้ยังไงหรือว่ามีใครบอก ผมยังไม่ได้บอกใครเลย

“มีคนโทรไปบอก”

“อ่อครับ”

ผมตกใจนะที่ได้ยินไม่คิดว่าพ่อคุณน่านฟ้าจะเห่อหลานถึงกับส่งคนมาตามดูแบบนี้ แล้วถ้าท่านมาถึงโรงเรียนแบบนี้ผมคิดว่าเรื่องคงไม่ยากอะไร แม่ของเด็กคู่กรณียังคงตรึงๆอยู่ ผมเองก็อ่อนใจจะพูดถ้าไม่เคยมีปัญหากันมาก่อนหน้านี้ก็คงพอจะเชื่อได้แต่ครั้งก่อนสกายก็ถูกทำแบบนี้ผมเลยไม่ค่อยเชื่อเธอเท่าไหร่อีกอย่างสกายเป็นเด็กยังไงผมรู้ดี คนเป็นพ่อแม่ลูกตัวเองนิสัยยังไงทำไมจะไม่รู้ เลี้ยงเองมากับมือมีหรอที่ดูไม่ออก

“ผมต้องการดูกล้องวงจรปิด”

“ค่ะ”

“ลูกฉันเจ็บขนาดนี้ยังต้องดูอะไรอีก!” แม่ของเด็กคู่กรณีดูจะมีปัญหากับพวกเราเหลือเกิน

“นี่เงินค่าทำขวัญครับ” พ่อคุณน่านนับเงินให้แม่ของเด็กราวๆห้าพันถึงได้ เธอก็รีบรับมาทันที “แต่ถ้าเปิดกล้องดูแล้วหลานผมไม่ผิด ผมฟ้องคุณนะ”

แม้ว่าจะเป็นเหมือนคำพูดเล่นแต่แววตาของพ่อคุณน่านฟ้าไม่ได้เล่น ผมเห็นหน้าของแม่เด็กคู่กรณีหดเหลือสองนิ้วได้มั้ง

“ครูเปิดกล้องดูหน่อย ผมอยากรู้เหมือนกันว่าใครทำหลานผมหัวแตก”

“ค่ะ”

ครูประจำชั้นเดินไปบอกให้ครูที่ทำหน้าที่เกี่ยวกับระบบภายในช่วยเปิดกล้องย้อนภาพดูเหตุการณ์ให้ ภาพบนจอแสดงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นชัดเจนว่าเด็กคนนั้นผลักเข้าสกายจนล้มหัวปาด ตอนนี้หน้าแม่ของเด็กคนนั้นแห้งไปแล้วปากดีไม่ออกเลยคราวนี้

“เห็นแล้วนะว่าใครผิด” พ่อคุณน่านฟ้าพูดขึ้นนิ่งๆ “แสงเหนือพาวกายกลับบ้านเลย พ่อให้คนเอารถมารับด้วย”

“ขอบคุณครับ แต่ว่า...”

“ไม่เป็นไรเรื่องนี้พ่อจัดการเอง” พ่อคุณน่านฟ้าบอกแล้วยิ้มอบอุ่นส่งให้ ผมจะทำอะไรได้คุณพ่อออกปากขนาดนี้เลยได้แต่อุ้มเจ้าสกายไปขึ้นรถที่จอดรออยู่หน้าตึก

 

 

หลังจากให้ว่าที่สะใภ้กับหลานชายกลับไปแล้วพ่อของน่านฟ้าก็รีบเข้าไปเจรจากับแม่เด็กคู่กรณีทางนั้นยอมรับและรีบขอโทษเพราะกลัวจะถูกเอาเรื่อง

“ท่านจะกลับบ้านเลยไหมครับ” คนติดตามที่ไม่ค่อยมีบทเอ่ยถามขึ้นหลังจากออกมาในห้องกิจการนักเรียน

“ยังฉันจะแวะไปคุยกับผู้อำนวยการโรงเรียนเสียหน่อย”

“ครับ”

 

หลังจากกลับจากโรงเรียนแสงเหนือและสกายถูกพามาส่งที่บ้านของน่านฟ้า พวกสาวใช้เห็นเจ้าสกายมาก็แทบจะเทินขึ้นบ่าพาไปกินขนม ส่วนแสงเหนือป้าหัวหน้าแม่บ้านช่วยถือของขึ้นไปไว้ห้องของน่านฟ้าข้างบน

“ขอบคุณครับป้า ลำบากป้ามากจริงๆ” แสงเหนือกล่าวขอบคุณที่ป้าแม่บ้านที่ถือกระเป๋าหนังสือของสกายขึ้นมาส่ง

“คุณแสงหิวไหมคะ เดี๋ยวป้าทำข้าวผัดให้ทาน”

“ทำให้เจ้าอ้วนเถอะครับ” แสงเหนือบอกด้วยรอยยิ้ม

“ได้ค่ะ ของคุณแสงรับเป็นเครื่องดื่มกับของว่างดีไหมคะ”

“ตามใจครับ ผมคงห้ามป้าไม่ได้แล้ว”

“ค่ะ เดี๋ยวป้ารีบไปทำให้นะคะ”

“ครับขอบคุณมาก”

 

หลังจากวันที่เกิดเหตุการณ์นั้นน่านฟ้าได้คุยตกลงกับแสงเหนือแล้วว่าให้ย้ายออกมาจากห้องเช่าในอพาร์ทเม้นเสีย แต่แสงเหนือให้แค่สกายมาอยู่ที่บ้านกับน่านฟ้าส่วนตนเองก็ขออยู่ที่อพาร์ทเม้นตามเดิม เพราะไม่สบายใจและรู้สึกรบกวน ถึงยังไงตอนนี้แสงเหนือก็ไม่ใช่คนในครอบครัวนั้นโดยตรงการเข้าไปอาศัยที่นั่นก็คงจะไม่เหมาะแต่สกายเป็นหลานชายเจ้าของบ้านไปอยู่ได้

“กินเยอะๆหน่อนหนูแสง” เป็นพ่อของน่านฟ้าที่บอกให้เขากินให้มากหน่อย

“ขอบคุณครับ”

“แกเองก็กินเยอะนะน่าน ช่วงนี้ทำงานหนักหรือไง”

“นิดหน่อยครับ” น่านฟ้าตอบ

“เอาแต่ทำงานแบบนี้เมื่อไหร่จะจีบแม่ของลูกแกติดล่ะหืม?” พ่อจองน่านฟ้าที่แซวทั้งคู่

“อยากให้เขาใจอ่อนแต่เขาไม่ยอมอะพ่อ”

“พยายามไม่พอน่ะสิ แกน่ะ”

แสงเหนือนั่งมองสองพ่อลูกทะเลาะกันทีเล่นทีจริงแล้วอกขำไม่ได้ ครอบครัวนี้แม้ว่าจะมีกันสองคนพ่อลูกแต่ก็ดูจะมีความสุขดี ถ้าเขาเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในครอบครัวนี้ไม่รู้เลยว่าจะเป็นยังไง

น่านฟ้าแอบมองคนข้างกายเป็นระยะสังเกตเห็นว่าแสงเหนืออมยิ้มตลอดเวลา เขาพยายามพาน่านฟ้ามาที่บ้านบ่อยๆอยากให้เคยชินกับบรรยากาศภายในบ้าน น่ารฟ้ายอมรับว่าตนเองนั้นไม่ค่อยมีเวลาไปเกี้ยวพาอะไรแสงเหนือพอๆกับแสงเหนือที่ทำงานเช้าจรดเย็น ทั้งยังต้องดูแลเจ้าสกายไม่ขาด ถือว่าเป็นคนดีมีความรับผิดชอบมาก ไม่เคยนึกเสียใจที่ทำพลาดไปครั้งนั้นเพราะตอนนี้เขากำลังจะได้ภรรยาที่เพียบพร้อมทุกอย่าง

 

 

คืนนี้วันศุกร์ผมก็แวะมานอนเป็นเพื่อนสกายที่บ้านคุณน่านฟ้า เวลาผ่านมาราวๆ 2 เดือนได้แล้วที่เจ้าอ้วนของผมมาอยู่บ้านกับพ่อของเขา ซ้ำแล้วคุณปู่ยังจัดการให้ย้ายโรงเรียนตั้งแต่เกิดเรื่องจนหัวแตก ตอนนี้เจ้าอ้วนของผมกลายเป็นคุณหนูสกายเรียนโรงเรียนอินเตอร์ค่าเทอมแพงหูฉีกไปแล้ว

“หม่าม๊า” เจ้าอ้วนร้องเสียงดังหลังจากกลับมาถึงบ้าน

วันนี้เจ้าอ้วนเรียนว่ายน้ำกว่าจะเลิกก็ค่ำแล้ว พอกลับมาเห็นผมนั่งอ่านหนังสืออยุ่ก็ดีใจวิ่งดุ๊กดิ๊กเข้ามาล้มใส่ตักของผม

“ว่าไงเจ้าอ้วน แล้วทำไมไม่เช็ดผมดีๆล่ะลูก” ผมรับผ้าขนหนูของเจ้าอ้วนมาจากสาวใช้ที่เดินตามเข้ามา

“เดี๋ยวพี่ไปเอาของว่างมาให้นะคะ”

“ไม่ต้องครับเดี๋ยวผมพาเจ้าอ้วนไปอาบน้ำแล้วมากอนข้าวดีกว่า” ผมบอกแล้วอุ้มเจ้าอ้วนที่หนักขึ้นหลายกิโลไปอาบน้ำ

“ได้ค่ะ คุณแสงจะลงมาทานมื้อเย็นเลยใช่ไหมคะ”

“ครับ รบกวนพี่แล้ว”

“ไม่เป็นไรเลยค่ะ” สาวใช้ยิ้มให้แล้วรีบไปจัดการ

ผมอุ้มเจ้าอ้วนขึ้นมาอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าทั้งยังไดร์ผมให้ด้วย ขืนทิ้งไว้เปียกคงได้เป็นหวัดไปอีกรอบแน่ๆ

“หม่าม๊า วันนี้มีไรกินครับ”

“ไม่รู้สิ แล้วพี่แม่บ้านบอกว่าทำอะไรล่ะครับ” ผมถามกลับ เจ้าอ้วนต้องรู้แน่ๆเพราะรายนี้ชอบถามตลอดว่ามันนี้ทำอะไรกิน

“พี่แม่บ้านบอกว่ามีไข่ลูกเขย กับแกงเขียวหวานปลากรายด้วย” นั่นไงเดาผิดที่ไหน

“ห้ามกินเยอะนะครับ”

“แต่ถ้าอร่อยหนูขอสองจานนะ” เจ้าอ้วนนี่เห็นแก่กินจริงๆ

“ใครจะกินข้าวสองจานนะ” เสียงทุ้มคุ้นหูถามขึ้น

“คุณพ่อ!!”

“เป็นไงครับวันนี้เรียนเป็นยังไง”

“ไม่สนุกเลยครับ” เจ้าสกายงอแงกอดพ่อของเขาที่สภาพเหมือนพึ่งกลับมาจากทำงาน

สองพ่อลูกพูดคุยเข้ากันเป็นปี่เป็นขลุ่ยส่วนผมก็เก็บข้าวเก็บของจัดเข้าที่

“แสงเหนือเมื่อไหร่คุณจะย้ายออกจากอพาร์ทเม้นมาอยู่ที่ย้านกับผมกับลูก”

“หืม?? ผมไม่ได้เป็นอะไรกับคุณสักหน่อย” ผมกัดปากพูดงุบงิบ

“แน่ใจหรอว่าไม่ได้เป็นอะไรกัน” คุณน่านฟ้าขยับรั้งผมเข้าไปกอด “ว่าไง”

“ไม่เอา คุณน่านปล่อยก่อนอายลูก” ผมรีบแกะแขนหนาๆออกแต่เขาก็กอดแน่นมาก “คุณลูกมองใหญ่แล้ว”

“สกายหลับตาซิลูก”

“ค๊าบ” สกายยกมือนิ้วป้อมๆขึ้นปิดหน้าอย่างว่าง่าย โอ๊ยยย เจ้าอ้วนอยู่กับพ่อเขามากเกินไปกะล่อนเหมือนกันแล้ว

“นี่ แสงเหนือผมอยากให้คุณมาอยู่ด้วยจริงๆนะ”

“ไม่เอาครับ เกรงใจน่ะ”

“เกรงใจอะไรกัน สามีภรรยากัน” คุณน่านแหงนหน้าขึ้นมองผม “ต้องทำยังไงถึงจะยอม”

“บอกแล้วไงว่าจีบผมให้ติดก่อน” ผมบอกแล้วอมยิ้ม คุณน่านขมวดคิ้วแล้วซบหน้าลงกับหน้าท้องของผมแขนหนากอดเอวผมไม่ยอมปล่อย

ก๊อก ก๊อก ก๊อก

“ได้เวลาอาหารแล้วค่ะ” เสียงเคาะประตูกับเสียงเรียกของสาวใช้ดังขึ้นที่หน้าประตูนี่คงได้เวลาทานอาหารแล้ว คุณน่านถึงยอมปล่อยแขนออกจากเอวผม แล้วจับมือเจ้าสกายลงไปข้างล่างก่อน ส่วนผมเก็บของเล่นสกายกับจัดเตียงอีกหน่อยแล้วตามลงมา

“วันนี้มีของโปรดเข้าสกายด้วยนะ”

“จุ้งทอด!!!!”

“กุ้งครับลูก” ผมลูบหัวแล้วรีบแก้ให้ ถึงจะพูดชัดแล้วแต่บางคำเจ้าอ้วนก็ยังออกเสียงผิดจะต้องคอยสอนเสมอ

“กู้ง~” เจ้าสกายพยามออกเสียงตามแต่ก็ยังตลกอยู่ดี ขำปากยู่ยื่นๆของเจ้าตัวมาก

“เอาล่ะกินข้าวกันได้แล้ว”

วันนี้เจ้าอ้วนกินข้าวสองจานแบบที่บอกจริงๆ กินจนพุงน้อยๆกลมเหมือนสูบลม

“ของหวานถ้วยเดียวนะลูก”

“ให้สกายกินเลยมีเยอะ”

“ไม่ได้คุณพ่อ เดี๋ยวหมอกลัวสกายเป็นโรคอ้วนเลยต้องคุมอาหารหน่อย” ผมรีบบอกจำได้ว่าไปหาหมอครั้งล่าสุดเจ้าอ้วนน้ำหนักเกินเกณฑ์ไปมาก หมอเลยให้คอยคุมน้ำหนัก

“อ้าวหรอ แบบนี้ต้องทำอาหารลดความอ้วนไหมเนี่ย”

“ไม่ถึงขนาดนั้นครับแค่ไม่ให้กินเยอะจนเกินไป” ผมรีบอธิบาย

“อ่อ งั้นสกายอย่ากินเยอะนะลูกวันหลังปู่ให้คนทำให้กินอีก”

หลังจากทานอาหารเย็นแล้วทุกคนก็แยกย้ายกันไปพักผ่อน คืนนี้ผมนอนกับลูกที่ห้องของสกายแต่ก็เหมือนทุกครั้งที่มานอนกับลูก คุณน่านฟ้าก็มันจะหอบหมอนหอบผ้าห่มมานอนด้วย

“หม่าม๊าหนูอยากดูทีวี”

“อาบน้ำก่อนครับแล้วค่อยมาดู” ผมบอก เจ้าสกายก็รีบถอดเสื้อผ้าวิ่งเข้าห้องน้ำไปอย่างรวดเร็ว ถ้าอาบน้ำอย่างเดียวตอนนี้สกายสามารถอสบได้แล้วแต่ถ้าสระผมด้วยผมก็ต้องคอยสระให้อยู่ไม่กล้าปล่อยให้สระเอง

ระหว่างที่นอนเช็คงานในมือถืออยู่คุณน่านฟ้าก็เดินหอบผ้าห่มกับหมอนเข้ามาในห้อง

“นอนด้วย”

“นอนสิครับบ้านคุณนี่” ผมขยับไปอีกฝั่งของเตียงเพื่อให้เขาได้ขึ้นมานั่งตรงที่ว่าง

“เปิดทีวีให้หน่อย ผมลืมไปแพดเดี๋ยวออกไปเอาก่อน”

“ได้ครับ”

คุณน่านฟ้าลงจากเตียงกลับไปที่ห้องตัวเองเพื่อเอาไอแพดที่ลืมไว้ ผมเคยเข้าไปในห้องของเขาบ่อยมากเพราะเขาชอบใช้ให้ผมไปเอาของ ไปเอาเอกสารบ้าง บางวันเจ้าสกายก็งอแงไปนอนห้องนั้น ถ้าดูแบบนัยๆก็เหมือนผมอยู่บ้านนี้เพียงแค่วันจันทร์ถึงพฤหัสฯผมไม่ได้มานอนเท่านั้นเอง

“แสงเหนือผมให้”

“อะไรครับ” ผมรับถุงกระดาษออกมาเปิดดู “หู้ยยย สวยจังเลยครับแพงแน่ๆเลย”

“ไม่กี่บาทหรอก ผมซื้อมาจากสเปน” เขาบอก “ชอบไหม ผมเห็นว่ากระเป๋าใบเก่าคุณมันเก่ามากแล้วเลยซื้อใบใหม่มาให้”

"คุณนี่จริงๆเลย ผมบอกแล้วไงว่าไม่ได้อยากได้อะไรรอบที่แล้วตอนไหนฝรั่งเศสก็ซื้อน้ำหอมมาให้"

"ก็อยากให้ใช้ของดีๆ" คุณน่านฟ้าบอก แต่ผมยังไม่ทันได้ตอบกลับเจ้าอ้วนของผมก็เดินนุ่มผ้าเช็ดตัวกระโจมอกออกมาอ้อนให้คุณน่านฟ้าแต่งตัวให้ผมเลยเลิกเถียงกับเขา ถึงเถียงไปยังไงก้ไม่ชนะ

"คุณไปอาบน้ำเลยเดี๋ยวผมสอนการบ้านลูกเอง"

"ครับ"

ผมใช้เวลาอาบน้ำนานพอสมควรวันนี้อากาศร้อนเลยอาบน้ำสักหน่อย แต่จริงๆก็ใช้ความคิดด้วยผมกับคุณน่านเราใช้ชีวิตแบบนี้ด้วยกันมาหลายเดือนแล้วมันเป็นความสัมพันธืที่ไม่มีชื่อเรียก และไม่ชัดเจนผมรู้ว่าคุณน่านฟ้าพยายามที่จะชัดเจนกับผมตลอดทั้งชวนออกงานสังคม หรือพาไปเจอเพื่อนของเขาแต่ผมก็ไม่กล้า ผมกลัวจะมีคนนินทาเขากลัวคนจะดูถูกเขาผมเองเป็นแค่พนักงานกินเงินเดือนไม่ได้มีธุรกิจหรือมีหน้ามีตาที่คู่ควรกับเขา ถ้าพูดถึงเรื่องที่บ้านผมไม่ปฏิเสธว่าบ้านไม่ได้ยากจนแต่เศรษฐีบ้านนอกกับสังคมไฮโซนั้นก๋ต่างกัน นี่ก็เป็นอีกปัจจัยให้ผมคิดมากและยังไม่ยอมที่จะตกลงอยู่กินกับเขา

ผมไม่ได้เล่นตัวหรือต้องการให้เอาอกเอาใจเหมือนวัยรุ่นจีบกันที่ต้องไปเทียวไปรับไปส่งหรือนั่งเฝ้าเอาใจอะไร เราต่างโตๆกันแล้วมีหน้าที่การงานมีสิ่งที่ต้องรับผิดชอบผมเข้าใจเขานะ ผมเองก็ไม่ค่อยจะว่างเท่าไหร่ขนาดคุณน่านฟ้าส่งข้อความมาก็ไมไ่ด้ตอบในทันที ผมถือวลีที่ว่า คนตอบแชทเร็วคือคนว่างงาน ผมไมไ่ด้งี่เง่าเรื่องเล็กๆพวกนี้หรอกนะ ดังนั้นความรักที่คุณน่านฟ้าแสดงออกมาจึงไม่ได้หวือหวามาก มันเป็นความเอาใจใส่ในรายละเอียดเล้กของชีวิตประจำวันเสียมากกว่า

ก๊อก ก๊อก

"อาบน้ำนานจังเลย เดี๋ยวไม่สบายนะ" คุณน่านฟ้าพูดอยู่ที่หน้าประตูไม่ได้เสียงดังอะไร

"เดี๋ยวออกไปแล้วครับ"

ผมบอกและรีบจัดการตัวเองให้เรียบร้อยเช็ดตัวเช็ดผมแล้วนุ่มผ้าเช็ดตัวออกมาเห็นคุณน่านฟ้านั่งอยู่ที่ปลายเตียง เขาตบที่ว่างข้างเตียงชวนผมไปนั่งด้วย

"ผมเช็ดให้"

"ไม่เอาอะ"

"ทำไมเล่า" คุณน่านฟ้ามองผมนิ่งๆ แต่ทำไมผมเหมือนเห็นไฟลุกในตาเขาเลยอะ "นั่งลงเร็วผมเช็ดให้ จะได้รีบนอนกันง่วงแล้ว"

"ง่วงก็นอนสิครับ"

"ไม่เอารอนอนพร้อมคุณ"

"ตามใจครับ อยากเช็ดก็เช็ดผมหนาวแล้ว"

สุดท้ายผมก็ยอมให้เขาเช็ดผมให้ตนเองขนหมาดดีแล้วคุณน่านฟ้าก็ปล่อยผมไปแต่งตัวแต่โดยดี เมื่อกลับมาที่เตียงก็พบว่าคุณน่านฟ้านอนกอดลูกอยู่ที่ฝั่งของเขาผมจึงเดินอ้อนไปนอนอีกฝั่ง

"ผมปิดไฟนะ"

"อือ" คุณน่านพยักหน้าครางเบาๆเหมือนคนกำลังจะหลับ

 

เช้า

ผมตื่นก่อนสองพ่อลูกเลยลงไปช่วยป้าแม่บ้านทำอาหารเช้าถึงจะถูกห้ามบ่อยๆแต่ผมก็มาทำอยู่ดี ผมชินกับการอยู่คนเดียวและทำทุกอย่างด้วยตัวเองพอมาอยู่เฉยให้คนอื่นทำให้ก็เลยกลายเป็นว่าเกรงใจแม้ว่านั่นจะเป็นหน้าที่ของเขาก็ตาม

“อรุณสวัสดิ์ค่ะ คุณแสงตื่นเช้าจังเลยคะป้านึกว่าจะตื่นสายกว่านี้”

“ชินครับ ปกติเมื่อก่อนก็ตื่นเช้าม่จีดการเจ้าอ้วนไปโรงเรียน ถึงเวลามันก็ตื่นเอง” ผมบอกป้าแกก็ยิ้มรับแล้วขอตัวไปทำงานอื่น

ผมชงกาแฟมาดื่มแล้วเดินเล่นแถวหน้าบ้านสักหน่อย อากาศตอนเช้าสดชื่นมากได้สูดอาการบริสุทธิ์เข้าปอดไม่มีPM2.5มันก็ช่วยให้ร่างกายได้ผ่อนคลาย และรู้สึกกระฉัยกระเฉงมากๆอีกด้วย

“ตื่นเช้าจังเลยนะ”

“คุณพ่อ อรุณสวัสดิ์ครับไปฟิตเนสมาหรอครับ”

“ป่าวๆไปวิ่งที่สวนใกล้ๆนี่แหละ” พ่อคุณน่านฟ้าท่านเป็นคนที่รักสุขภาพมากไม่แปลกใจเลยที่ตื่นมาเจอท่านออกกำลังกายในตอนเช้า

“อ่อครับ”

“หนูแสงเหนือพ่อมีเรื่องอยากจะคุยด้วยสะดวกไหม”

“สะดวกครับ”

“ได้งั้นวันนี้หลังทานข้าวเช้าแล้วมาหาพ่อที่ห้องทำงานหน่อยนะ”

“ได้ครับ”

ผมยิ้มให้พ่อคุณน่านฟ้าน้อยๆก่อนท่านจะเดินหายเข้าไปในบ้านผมถอนหายใจพรางคิดว่าท่านจะเรียกไปทำอะไรแต่ผมก็ไม่อยากตีตนไปก่อนไข้

หลังจากทานมื้อเช้าเสร็จคุณน่านฟ้าพาเจ้าสกายเล่นที่สวนส่วนผมบอกว่าจะตามไป มีธุระจะคุยกับพ่อของเขา

“รีบตามมาล่ะ”

“ครับ” ผมยิ้มแล้วแยกไปอีกทาง

ก๊อกๆ

ผมเปิดประตูเข้าไปเห็นพ่อคุณน่านฟ้ากำลังนั่งอ่านเอกสารอยู่ก็ไม่ได้พูดอะไรรอจนท่านเงยหน้าขึ้นมาและเชิญให้ผมนั่ง

“คุณพ่อมีธุระอะไรหรือครับ”

“ไม่มีอะไร ฉันแค่อยากรู้ว่าเมื่อไหร่หนูจะตอบลตกลงอยู่กินกับเจ้าน่านฟ้า”

 

 

TBC 

ไร๊!!!! ใจร้ายว่ะแต่ต่ออีกนิดไม่ได้หรอชอบทำให้ค้างคามากจ้า ยัยตัวดี!!! 

อิๆไปลุ้นตอนหน้านะว่าน้องตแบว่าอะไร55555 

หายไปนานมากค่ะช่วงนี้อืดเหมือนไฟจะหมดเลย ทั้งยังมีเรื่องที่ทำให้รู้สึกยุ่งยากใจ 

ขอเม้นเป็นกลจ.ให้เราต่อด้วยนะคะ ขอบคุณสำหรับฟีดแบ็คดีๆ เรื่องคำผิดพยายามแก้อยู่แต่แก้ไม่หายสักที เอาไว้แก้ทีเดียวละกันเนาะ 55555 

 

 

 

 

 

ความคิดเห็น